วัดมณีไพรสณฑ์

 วัดมณีไพรสณฑ์

วัดมณีไพรสณฑ์

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้ชม 201

[-, -, วัดมณีไพรสณฑ์]

วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก (ดูภาพด้านล่าง)

     วัดมณีไพรสณฑ์ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ตัวอำเภอแม่สอด สิ่งที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ต้องเข้าไปเยี่ยมชมคือ “เจดีย์วิหารสัมพุทเธ” เป็นเจดีย์ศิลปกรรมแบบพม่า ลักษณะเป็นเจดีย์ที่บนเจดีย์จะประกอบไปด้วยเจดีย์องค์เล็ก ๆ จำนวนมากล้อมรอบตัวเจดีย์องค์ใหญ่ และในแต่ละองค์เจดีย์จะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก (ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอมของเราได้ถ่ายรูปมากฝากให้ชมด้วย)

     นอกจากนั้นด้านในเจดีย์ยังประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ จำนวนมากมายเต็มผนังทุกด้านจนแทบจะไม่มีที่ว่างเลยที่เดียว นับคร่าว ๆ ไม่ต่ำกว่าหลายพันองค์ (เนื่องจากภายในเจดีย์กำลังบูรณะ และทำความสะอาดจึงไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน) และแต่ละด้านภายในเจดีย์วิหารสัมพุทเธ มีพระประธานองค์ใหญ่ของแต่ละด้านประดิษฐานอยู่ เช่นพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบพม่า พระแก้วมรกตจำลอง และพระพุทธรูปอื่น ๆ เป็นต้น

     ส่วนภายนอกโดยรอบของวัดมณีไพรสณฑ์ ประดับด้วยรูปจำลองของพระเกจิอาจารย์ พระอาจารย์ชื่อดังต่าง ๆ ทั่วประเทศ ถึงแม้จะปั้นแบบไม่ได้เก็บรายละเอียดเหมือนจริงมากนัก แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของชาวบ้านที่มีต่อพระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี

การเดินทาง
จากทางหลวงหมายเลข 105 มาที่ อ.แม่สอด ไปตามเส้นทางเข้าที่ว่าการ อ.แม่สอด ก่อนถึงแยกที่ทำการ อ.แม่สอด วัดอยู่ทางซ้ายมือ

 

วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก เจดีย์วิหารสัมพุทเธ วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก
 
 
บรรยากาศโดยรอบของวัดมณีไพรสณฑ์ และเจดีย์วิหารสัมพุทเธ (รูปที่สองจากซ้าย)

 

ภายในเจดีย์วิหารสัมพุทเธ วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายในเจดีย์วิหารสัมพุทเธ วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายในเจดีย์วิหารสัมพุทเธ วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก
 
 
พระประธานแต่ละด้าน และพระพุทธรูปองค์เล็กจำนวนมากมายบนผนังภายในเจดีย์

 

ภายนอกเจดีย์วิหารสัมพุทเธ วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายนอกเจดีย์วิหารสัมพุทเธ วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายในเจดีย์วิหารสัมพุทเธ วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก ภายนอกเจดีย์วิหารสัมพุทเธ วัดมณีไพรสณฑ์ อ.แม่สอด จ.ตาก
 
 
รูปปั้นจำลองพระเกจิอาจารย์ และพระอาจารย์ชื่อดังต่าง ๆ ทั่วประเทศ

คำสำคัญ : วัดมณีไพรสณฑ์

ที่มา : https://www.thai-tour.com/place/tak/maesot/1015

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=803&code_db=610002&code_type=TK007

Google-Scholar : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

น้ำตกแม่กาษา

น้ำตกแม่กาษา

 น้ำตกแม่กาษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทางเดินขึ้นไปบนเขาสูง มีถ้ำ และธารน้ำกว้างประมาณ 5 เมตร เป็นทางจากปากถ้ำถึงน้ำตก จากเส้นทางสายแม่สอด - แม่ระมาด (ทางหลวงหมายเลข 105) ประมาณกิโลเมตรที่ 13-14 มีป้ายทางเข้าเขียนว่า บ้านแม่กื๊ดสามท่า  จากปากทางเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร  และมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร  เป็นทางแคบขรุขระ สองข้างทางเป็นไม้ล้มลุกขึ้นสูง ในฤดูฝนมีน้ำมากแต่ในฤดูแล้งไม่มีน้ำเลย  ทางเข้าน้ำตกนี้ยังไม่ดี และในบริเวณน้ำตกยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 56

วัดไทยวัฒนาราม

วัดไทยวัฒนาราม

วัดไทยวัฒนาราม เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมของพุทธศาสนานิกายมหายาน ได้รับอิทธิพลศิลปะแบบไทยใหญ่ของพม่า จึงมีความงดงาม และวิจิตรบรรจง ในส่วนภายในวัดไทยวัฒนารามนั้นมีวิหาร  ศาลา และพระพุทธรูปที่น่าสนใจดังที่ทีมงาน ท่องเที่ยว.com (ท่องเที่ยวดอทคอม) จะพาไปชมกัน

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 155

 ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

 ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน  อยู่ทางขวามือริมเส้นทางสายตาก-แม่สอด ตรงกิโลเมตรที่ 71-72 เป็นศาลเจ้าริมทางลักษณะเดียวกับศาลเจ้าพ่อพะวอ ศาลนี้ทำพิธีเปิดเมือ่ปลายปี 2523 สาเหตุที่สร้างศาลนี้เล่ากันว่า มีคหบดีท่านหนึ่งเจ็บป่วยอัมพาตมาช้านาน ได้ฝันว่ามีผู้มาบอกให้สร้างศาลเจ้าพ่อขุนสามชนขึ้นที่บริเวณที่เป็นศาลเจ้าปัจจุบัน คหบดีผู้นั้นจึงสร้างศาลขึ้นถวาย เรียกกันว่า ศาลเจ้าพ่อขุนสามชนนับแต่นั้นมาอาการของคหบดีนั้นก็เป็นปกติ ชาวบ้านเคารพนับถือมาก

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 132

 วัดมณีไพรสณฑ์

วัดมณีไพรสณฑ์

 วัดมณีไพรสณฑ์ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ตัวอำเภอแม่สอด สิ่งที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ต้องเข้าไปเยี่ยมชมคือ “เจดีย์วิหารสัมพุทเธ” เป็นเจดีย์ศิลปกรรมแบบพม่า ลักษณะเป็นเจดีย์ที่บนเจดีย์จะประกอบไปด้วยเจดีย์องค์เล็ก ๆ จำนวนมากล้อมรอบตัวเจดีย์องค์ใหญ่ และในแต่ละองค์เจดีย์จะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก (ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอมของเราได้ถ่ายรูปมากฝากให้ชมด้วย)

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 201

พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่

ชมความมหัศจรรย์แห่งองค์พระธาตุที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูง โดยมีหินก้อนใหญ่ซึ่งมีฐานคอดกิ่วราวกับจะแยกขาด จากกันวางตัวอยู่บนหน้าผานั้น ซึ่งชาวบ้านต่างพากันขนานนามว่า “เจดีย์หินพระอินทร์แขวน” อีกทั้งหินที่อยู่บนดอยนี้ยังมีสีดำหรือน้ำตาลไหม้ บางคนจึงเรียกพระธาตุองค์นี้ว่า “พระธาตุดอยดินจี่” ซึ่งหมายถึงดินที่ถูกไฟไหม้นั่นเอง ทั้งนี้ ภายในเจดีย์มีพระธาตุประดิษฐานอยู่ ที่เรียกกันว่า “พญาล่อง” ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของ ชาวจังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียง และในบริเวณวัดพระธาตุฯ ยังมีเรือโบราณที่มีอายุประมาณ 200 ปี พบเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2539 โดยชาวบ้านวังตะเคียนได้ช่วยกันกู้ขึ้นมาเก็บรักษาไว้ที่เชิงดอยดินจี่เรือลำนี้เป็นเรือขุดจากไม้ซุงทั้งต้น กว้าง 126 เมตร ยาว 13.35 เมตร สูง 0.52 เมตร หนา 0.04 เมตร ส่วนหัวเรือและท้ายเรือมีความยาวเท่ากัน ประมาณ 1.20 เมตร ภายในเรือมีช่องสำหรับสอดไม้กระดานเพื่อทำเป็นที่นั่งจำนวน 4 ช่อง โดยมีระยะห่างไม่เท่ากัน ซึ่งจากรูปและขนาดของเรือ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรือที่ใช้ในการขนส่งอาหารหรือสินค้าระหว่างทั้งสองฝั่งแม่น้ำเมย ไม่เพียงเป็นความมหัศจรรย์ที่น่าทึ่งเท่านั้น หากเมื่อมองลงมาจากองค์พระธาตุ คุณจะพบทิวทัศน์ที่งดงาม ด้วยความลงตัวแม่น้ำเมยเคียงคู่กับเทือกเขาสลับซับซ้อนในเขตประเทศเมียนมาร์ และด้วยศรัทธาในองค์พระธาตุ ชาวอำเภอแม่สอดและผู้คนฝั่งพม่าจะจัดงานนมัสการพระธาตุหินกิ่วดอยดินจี่ขึ้นเป็นประจำในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 115

ตลาดริมเมย

ตลาดริมเมย

ตลาดริมเมย หรือ สุดประจิมที่ริมเมย สะพานมิตรภาพไทย-พม่า (ประตูเชื่อมอันดามันสู่อินโดจีน) ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด สุดทางหลวงหมายเลข 105 (สายตาก-แม่สอด) เป็นสะพานสร้างข้ามแม่น้ำเมยระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับ เมืองเมียวดีสหภาพเมียนมาร์ (หรือพม่าเดิม) มีความยาว 420 เมตร กว้าง 13 เมตร สร้างเพื่อเชื่อมถนนสายเอเซียจากประเทศไทยสู่สหภาพเมียนมาร์ ตลอดจนภูมิภาคเอเซียใต้ ถึงตะวันออกกลางและยุโรป เป็นประตูสู่ อินโดจีนและอันดามัน แม่น้ำเมย หรือแม่น้ำต่องยิน เป็นเส้นกั้นเขตแดนไทย เมียนมาร์ที่ยาวถึง 327 กิโลเมตร 

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 198

คอกช้างเผือก

คอกช้างเผือก

ตั้งอยู่เขตบ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 105 ก่อนถึงตลาดริมเมยประมาณ 1 กม. เลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดไทยวัฒนารามตามทางลาดยางประมาณ 2 กม. จะพบโบราณสถานคอกช้างเผือก หรือพะเนียดช้างทำเป็นกำแพงก่อด้วยอิฐมอญ มีความสูงประมาณ 1 เมตรเศษ กว้างประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 80 เมตร

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 62

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

เมื่อเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น มูเซอดำ ม้ง ลีซอ ฯลฯ จึงได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขาบ้านอุมยอม” เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว ของวิถีชีวิตที่น่าสนใจของชนเผ่าต่างๆ โดยมีการจัดนิทรรศการแสดงเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ จำลองของชาวมูเซอ และบริเวณด้านนอกยังจัดทำเป็นลานเต้น “จะคึ” ซึ่งคือการเต้นรำของเผ่ามูเซอที่นิยมเต้นกันในงาน “กินวอ” หรืองานขึ้นปีใหม่นั่นเอง  ซึ่งจะเต้นกันในงาน”กินวอ”หรืองานขึ้นปีใหม่นั่นเอง นอกจากเรื่องราวของวัฒนธรรมชนเผ่าแล้ว ยังมีการจัดเส้นทางศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอุมยอม ชมบ้านพักอาศัย ตลอดทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เช่น สวนกาแฟ สวนชา พืชไร่ต่างๆ ข้าว แหล่งน้ำซับ ซึ่งระหว่างทางจะได้เพลิดเพลินไปกับสายน้ำตกอันบริสุทธิ์อีกด้วย โดยเส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางไปกลับราว 1 วัน 
 

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 71

ตลาดดอยมูเซอ

ตลาดดอยมูเซอ

เดินถนนคนเดินกันก็บ่อยแล้ว เดินตลาดสมัยใหม่กันมาก็เยอะเหมือนกัน คราวนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินตลาดสดกันบ้าง มีโอกาสมาเที่ยวถึงจังหวัดตากทั้งที ตลาดดังที่ห้ามพลาดเลยก็คือ “ตลาดดอยมูเซอ” ริมทางหลวงหมายเลข 105 (แม่สอด – ตาก) ตลาดสดที่รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรของชาวไทยภูเขาที่มีดีเกินความคาดหมาย

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 89

วัดโพธิคุณ

วัดโพธิคุณ

  สถานที่ตั้งวัดโพธิคุณก่อนปีพุทธศักราช 2523  ยังเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ไม่เคยมีที่พักสงฆ์  สำนักสงฆ์  หรือวัดมาก่อนเลย  มีประชาชนในตัวอำเภอแม่สอดมาจับจองแผ้วถางทำไร่พืชผักผลไม้อยู่ 5 เจ้าของด้วยกัน  ประชาชนหมู่ที่ 6  ตำบลแม่ปะเป็นชาวพุทธทั้งสิ้น  เพราะมีร่องรอยที่จะทำเป็นที่พักสงฆ์อยู่ทั้งที่บ้านห้วยหินฝนและบ้านห้วยเตย (เรื่องชื่อบ้านนั้นเอาไว้เล่าในเรื่องสันติเกนิทาน )  แต่ไม่มีพระภิกษุ-สามเณรมาอยู่ประจำ  ทั้งนี้ทั้งนั้นยากแก่การสันนิษฐาน  แต่พออนุมานได้ว่า  อาจเป็นเพราะสถานที่ตรงนี้ขณะนั้นยังมีไข้ป่า  เช่น ไข้มาลาเรียชุกชุมก็เป็นได้  และชาวบ้านโดยรวมมีความเป็นอยู่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก   ส่วนมากมีอาชีพรับจ้างและหาของป่ายังชีพกันตามมีตามได้  และความเป็นอยู่ก็กระจัดกระจายเปลี่ยนแปลงโยกย้ายกันอยู่ตามที่ที่จับจองห่างๆกัน  ไฟฟ้าไม่มีใช้  น้ำกินน้ำใช้ก็อาศัยน้ำตามลำธาร  ยังไม่มีระบบการบริหารและจัดการให้เป็นองค์รวมอย่างมีกฎเกณฑ์เหมือนอย่างเป็นหมู่บ้านแล้วในปัจจุบันนี้

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 52