ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้ชม 3,400

[-, -, ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน]

ศาลเจ้าพ่อขุนสามชนนั้น มีที่มาจากตำนานเจ้าพ่อขุนสามชน เจ้าเมืองฉอด โดยตำนานคร่าวๆ มีดังต่อไปนี้ พ่อขุนสามชน เป็นราชบุตรของ พ่อขุนจันคำเหลือง เจ้าเมืองฉอด และ เจ้าแตงอ่อน (เจ้ามุกขวดี) มีพระอนุชาชื่อ พ่อขุนพุฒวงษ์ยนต์หงส์ เมื่อพ่อขุนจันคำเหลืองสวรรคตแล้ว พ่อขุนสามชนราชบุตรองค์ใหญ่ได้สืบราชสมบัติในเมืองฉอดแทนพระราชบิดา
ต่อมามี เจ้าแม่มโนราห์ เป็นชายา เมืองฉอดปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอแม่ระมาดซึ่งอยู่เหนืออำเภอแม่สอดขึ้นไป พ่อขุนสามชนสืบราชสมบัติต่อมาไม่นาน ก็ทรงเริ่มทำสงครามแผ่ขยายอาณาเขต และด้วยเป็นขุนศึกที่เชี่ยวชาญเชิงยุทธ์ ประกอบกับมีน้ำพระทัยโอบอ้อมอารีย์รักไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน สาเหตุที่ขุนสามชน ทำศึกกับสุโขทัยนั้น เป็นเพราะความเข้าใจผิดกัน เพราะก่อนหน้านี้ ขอมสมาดโขลญลำพง ยึดอำนาจเป็นใหญ่ที่เมืองสุโขทัยและข่มเหงรังแกคนไทยมาก พ่อขุนสามชนจึงดำริว่า จะต้องยกกองทัพไปตีเมืองสุโขทัยก่อน เพื่อล้มอำนาจ ขอมสมาดโขลญลำพง และจะรวมไทยเข้าเป็นปึกแผ่นเข้าด้วยกัน โดยมีสุโขทัยเป็นเมืองแม่แต่ขณะที่ยกทัพไปนั้น
พ่อขุนบางกลางท่าว กับ พ่อขุนผาเมืองได้ ปราบขอมสำเร็จแล้วและพ่อขุนบางกลางท่าว ก็ได้ปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัยทรง พระนามว่าพระเจ้าขุนศรีอินทราทิตย์ ขุนสามชนได้ข่าวก็รู้สึกยินดีเป็นล้นพ้น แต่ก็เดินทัพต่อเพื่อต้องการเกลี้ยกล่อมคนไทยด้วยกันให้เข้าสวามิภักดิ์ต่อกรุงสุโขทัย หาได้ต้องการเข่นฆ่าคนไทยด้วยกันไม่ แต่ทางสุโขทัยไม่ทราบเรื่อง เพราะขุนสามชนไม่ได้แจ้งให้ทราบจึงเกิดความเข้าใจผิด เมื่อกองทัพปะทะกันยังไม่ทันได้พูดจา จึงเกิดการต่อสู้กัน พ่อขุนสามชนกระทำยุทธหัตถีกับพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และเมื่อพ่อขุนศรีอินทราทิตย์อ่อนล้าและกำลังจะถอยร่นไปนั้น พ่อขุนรามราชบุตรก็เข้ามาช่วยจนขุนสามชนเสียหลักและบาดเจ็บหลายแห่ง จึงถอยทัพกลับเมืองฉอด
ฝ่ายพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ก็มิได้ติดตามไปซ้ำอีกเพราะเห็นเป็นไทยด้วยกัน ขุนสามชนรู้สึกเสียพระทัยมากที่ลูกหลานไทยตายไปจำนวนมาก เมื่อทรงหายจากประชวรแล้ว ก็ตัดสินพระทัยสละราชสมบัติให้พระอนุชา คือ พ่อขุนพุฒวงษ์ยนต์หงษ์ และตรัสสอนว่าให้ดูแลทุกข์สุขของราษฎรทุกคนเหมือนลูกหลาน จงรวมคนไทยที่แตกแยกเข้าด้วยกัน หากเกิดศัตรูที่เป็นคนต่างชาติจะมาเอาแผ่นดิน จงรวมพลังต่อสู้
ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน ตั้งอยู่ทางขวามือ ทางหลวงหมายเลข 105 (ตาก-แม่สอด) ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 70-71 ศาลนี้เพิ่งสร้างเสร็จและทำพิธีเปิดเมื่อปลายปี 2523 เหตุที่สร้างศาลนี้เล่ากันว่ามีคหบดีผู้หนึ่งเจ็บปวดด้วยโรคอัมพาตมาช้านานแล้วได้ฝันว่ามีผุ้มาบอกให้สร้างศาลแห่งนี้ขึ้นตรงบริเวณที่เป็นศาลปัจจุบัน คหบดีผู้นี้จึงสร้างศาลขึ้นถวายเรียกว่า ศาลเจ้าพ่อขุนสามชมนับแต่นั้นมาอาการของคหบดีผู้นั้น ก็เป็นปกติ ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือศาลนี้มาก

คำสำคัญ : ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

ที่มา : https://www.thai-tour.com/place/tak/maesot/1014

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2561). ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน. สืบค้น 3 ตุลาคม 2565, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=810&code_db=610002&code_type=TK007

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=810&code_db=610002&code_type=TK007

Google search

Mic

บ่อน้ำพุร้อนแม่กาษา

บ่อน้ำพุร้อนแม่กาษา

น้ำพุร้อนแม่กาษานั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 บ่อ วางตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติโดยน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิสูงถึง 75 องศาเซลเซียส โดยปัจจุบันมีห้องบริการอาบน้ำแร่และบ่ออาบน้ำซึ่งปราศจากกลิ่นฉุนจากก๊าซกำมะถัน ความสำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวอำเภอแม่สอด และชาวประเทศเพื่อนบ้าน

เผยแพร่เมื่อ 26-01-2021 ผู้เช้าชม 509

เนินพิศวง

เนินพิศวง

เนินพิศวง อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 68 สายตาก - แม่สอด  มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินที่แปลก คือเมื่อนำรถไปจอดไว้ตรงทางขึ้นเนินโดยไม่ได้ติดเครื่องรถจะไหลขึ้นเนินไปเอง  มีนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ถึงสาเหตุนี้พบว่า เกิดจากเป็นภาพลวงตา เนื่องจากได้มีการวัดระดับความสูงของเนินลูกนี้แล้วปรากฏว่า ช่วงที่มองเห็นเป็นที่สูงนั้น มีระดับความสูงต่ำกว่าช่วงที่เห็นเป็นทางลงเนิน ดังนั้นรถที่เรามองเห็นไหลขึ้นนั้นที่จริงไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าเหตุใดจึงมองเห็นเป็นภาพลวงตาเช่นนั้นได้

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 891

อ่างเก็บน้ำห้วยลึก

อ่างเก็บน้ำห้วยลึก

เป็นอ่างเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค และผลิดกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของชาวแม่สอดเพราะว่าถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นสถานที่พักผ่อนได้เลยทีเดียว เนื่องจากมีบรรยากาศดี ด้านทิศตะวันออกจะมองเห็นหุบเขาพะวอ ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน พอตกตอนเย็นก็จะมีประชาชนมาเที่ยวพักผ่อน มาออกกำลังกาย และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นบรรยากาศดีมาก ชาวแม่สอดของยืนยันกับอีกหนึ่งความประทับใจนี้ จึงอยากให้มาเยี่ยมชมกันด้วย

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 720

น้ำตกแม่กาษา

น้ำตกแม่กาษา

 น้ำตกแม่กาษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทางเดินขึ้นไปบนเขาสูง มีถ้ำ และธารน้ำกว้างประมาณ 5 เมตร เป็นทางจากปากถ้ำถึงน้ำตก จากเส้นทางสายแม่สอด - แม่ระมาด (ทางหลวงหมายเลข 105) ประมาณกิโลเมตรที่ 13-14 มีป้ายทางเข้าเขียนว่า บ้านแม่กื๊ดสามท่า  จากปากทางเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร  และมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร  เป็นทางแคบขรุขระ สองข้างทางเป็นไม้ล้มลุกขึ้นสูง ในฤดูฝนมีน้ำมากแต่ในฤดูแล้งไม่มีน้ำเลย  ทางเข้าน้ำตกนี้ยังไม่ดี และในบริเวณน้ำตกยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 1,108

วัดไทยสามัคคี

วัดไทยสามัคคี

วัดไทยสามัคคี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 516 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1 แยกซ้ายมือเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่ชุมทางประตูน้ำพระอิน ผ่าน จ.สิงห์บุรี จ.ชัยนาท เข้า จ.นครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้งผ่าน จ.กำแพงเพชร ถึง จ.ตาก รวมระยะทาง 426 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง รถประจำทาง (บขส.) มีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือทุก 2 ชั่วโมง โดยประมาณ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 22.30 น. สำหรับรถเอกชน ติดต่อ บริษัท ทันจิตต์ทัวร์ โทร. (02) 9363210 – 13, บริษัท เชิดชัยทัวร์ โทร. (02) 9360199 ทางเครื่องบิน สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึง แม่สอด โดยเครื่องบินโดยสารของบริษัทการบินไทย มีเฉพาะวันจันทร์, พฤหัส, เสาร์และอาทิตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริษัท การบินไทย จำกัด โทร. (02) 280-0060, 280-0100-110

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 702

น้ำพุร้อนแม่ภาษา

น้ำพุร้อนแม่ภาษา

น้ำพุร้อนแม่ภาษา  ตั้งอยู่ใน ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด  จังหวัดตาก การเดินทางไปน้ำพุร้อนสะดวกสบาย ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณยี่สิบกว่านาที จากเมืองแม่สอด  น้ำพุร้อนแม่กาษา บริเวณโดยรอบบ่อน้ำพุร้อนมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีการปรับปรุงตกแต่งสนามหญ้าและสวนหย่อม มีน้ำพุร้อนให้สำหรับต้มไข่ มีบ่อน้ำแร่ให้แช่เท้า และมีห้องอาบน้ำแร่

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 571

สะพานมิตรภาพไทย-พม่า

สะพานมิตรภาพไทย-พม่า

 สะพานมิตรภาพ ไทย–พม่า 2 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเมยขนาดใหญ่แห่งที่สอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านวังตะเคียนใต้ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตากของประเทศไทย เข้ากับบ้านเยปู หมู่ที่ 5 เมืองเมียวดี จังหวัดเมียวดี ของประเทศพม่า

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 808

ตลาดริมเมย

ตลาดริมเมย

ตลาดริมเมย หรือ สุดประจิมที่ริมเมย สะพานมิตรภาพไทย-พม่า (ประตูเชื่อมอันดามันสู่อินโดจีน) ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด สุดทางหลวงหมายเลข 105 (สายตาก-แม่สอด) เป็นสะพานสร้างข้ามแม่น้ำเมยระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับ เมืองเมียวดีสหภาพเมียนมาร์ (หรือพม่าเดิม) มีความยาว 420 เมตร กว้าง 13 เมตร สร้างเพื่อเชื่อมถนนสายเอเซียจากประเทศไทยสู่สหภาพเมียนมาร์ ตลอดจนภูมิภาคเอเซียใต้ ถึงตะวันออกกลางและยุโรป เป็นประตูสู่ อินโดจีนและอันดามัน แม่น้ำเมย หรือแม่น้ำต่องยิน เป็นเส้นกั้นเขตแดนไทย เมียนมาร์ที่ยาวถึง 327 กิโลเมตร 

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 1,785

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

เมื่อเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น มูเซอดำ ม้ง ลีซอ ฯลฯ จึงได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขาบ้านอุมยอม” เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว ของวิถีชีวิตที่น่าสนใจของชนเผ่าต่างๆ โดยมีการจัดนิทรรศการแสดงเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ จำลองของชาวมูเซอ และบริเวณด้านนอกยังจัดทำเป็นลานเต้น “จะคึ” ซึ่งคือการเต้นรำของเผ่ามูเซอที่นิยมเต้นกันในงาน “กินวอ” หรืองานขึ้นปีใหม่นั่นเอง  ซึ่งจะเต้นกันในงาน”กินวอ”หรืองานขึ้นปีใหม่นั่นเอง นอกจากเรื่องราวของวัฒนธรรมชนเผ่าแล้ว ยังมีการจัดเส้นทางศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอุมยอม ชมบ้านพักอาศัย ตลอดทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เช่น สวนกาแฟ สวนชา พืชไร่ต่างๆ ข้าว แหล่งน้ำซับ ซึ่งระหว่างทางจะได้เพลิดเพลินไปกับสายน้ำตกอันบริสุทธิ์อีกด้วย โดยเส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางไปกลับราว 1 วัน 
 

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 834

วัดมณีไพรสณฑ์

วัดมณีไพรสณฑ์

ตั้งอยู่ถนนอินทรคีรี เขตเทศบาลเมืองแม่สอด พื้นที่ตั้งหน้าวัดติดถนนใหญ่ด้านหลังติดลำห้วยแม่สอด สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2328 ภายในวัดมีปูชนียวัตถุโบราณสถาน

เผยแพร่เมื่อ 26-01-2021 ผู้เช้าชม 225