เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้ชม 69

[16.4258401, 99.2157273, เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)]

         บนถนนเทศา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่วัดเสด็จขึ้นมาจนถึงการประปากำแพงเพชร มีบ้านเรือนไทยเก่าแก่อายุนับร้อยปีจำนวนมาก เป็นโชคดีของกแพงเพชร ที่บ้านเหล่านี้เหลือจากไฟไหม้ใหญ่ที่กำแพงเพชร เมื่อวันศุกร์ ที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๖ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีเถาะ ค.ศ. ๑๙๖๓ เวลาประมาณ ๑๐ น. เกิดไฟไหม้กำแพงเพชรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไหม้บ้านเรือนบนถนนเทศาทั้งสายประมาณร้อยหลังคาเรือน 
          บ้านที่เหลืออยู่ที่ยังงดงามคือบ้านขุนทรงราชผล ตั้งอยู่เลขที่ ๖๗ ถนนเทศา ๑ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๕๑ รองอำมาตย์ตรีขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์) เกิดเมื่อ ๘ พฤษภาคม ๒๔๒๗ เป็นบุตรนายอ้น นางชุม เป็นชาวกำแพงเพชร โดยกำเนิดมีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน ๗ คน รับราชการเป็นข้าราชการสังกัดกรมสรรพกร ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
          เสด็จประพาสต้นจังหวัดกำแพงเพชรครั้งแรก พ.ศ.๒๔๔๙ ท่านมีอายุ ๒๒ ปี อาจยังได้ได้รับตำแหน่งขุนทรงราชผล เป็นศุภมาตราจังหวัดกำแพงเพชร (ตำแหน่งข้าราชการหัวเมืองตำแหน่งหนึ่ง ในปัจจุบันหมายถึงผู้ช่วยสรรพากรจังหวัด) และได้พบรักกับแม่หวีด รามสูต สาวงามเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นธิดาของหลวงพิพิธอภัย และหลานสาวพระยารามรณรงค์สงคราม เจ้าเมืองกำแพงเพชร และได้อาศัยบ้านหลังนี้เป็นเรือนหอครองรักกันมา จนกระทั่งมีบุตรธิดา ๓ คน คือคุณครูวัฒนา พันเอกพิเศษทวีป และนางประวัติ ศุภดิษฐ์ ปัจจุบันบ้านหลังนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของนางกนกวรรณ เสงี่ยมศิลป์ (ศุภดิษฐ์) หลานครูวัฒนา ศุภดิษฐ์ นับอายุได้กว่าร้อยปี ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และตำนานแห่งความรักของขุนทรงราชผล และแมห่วีด คนงามเมืองกำแพง ในสายพระเนตรของพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อคราเสด็จประพาสต้นกำแพงเพชร เมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๔๙ เมื่อแม่หวีดถึงแก่กรรม เมื่อราวอายุ ๒๙ ปี ขุนทรงราชผลได้ครองตัวเป็นโสดมาตลอดชีวิตที่บ้านหลังนี้ จนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๐๗ อายุได้ ๘๐ ปี 
           ลักษณะสถาปัตยกรรม ตัวเป็นเรือนปั้นหยา (เรือนไม้แบบยุโรป มุงหลังคาด้วยกระเบี้อง หลังคาทุกด้านชนกันแบบพีระมิด ไม่มีหน้าจั่ว) ผสมกับเรือนมะนิลา (เรือนมะนิลาเป็นเรือนหลังคาปั้นหยาและมีจั่วด้านหน้า ได้เริ่มมีให้เห็นอย่างประปรายในสมัยรัชกาลที่ ๕ ถ้าเป็นเรือนชั้นเดียวมักทำด้านหน้าเป็นเฉลียงทางเดิน (Colonade) ที่หน้าจั่วจะไม่มีลวดลายฉลุ) โดยตัวเรือนใหญ่เป็นเรือนปั้นหยา แต่มีมุขออกไปด้านหน้าเป็นห้องรับแขก ตามแบบฉบับของผู้มีฐานะในสมัยรัชกาลที่ ๕ ต่อรัชกาลที่ ๖ เป็นเรือนไม้สักทั้งหลังยกใต้ถุนสูงประมาณสองเมตร ขนาดหน้ากว้าง ๗.๗ เมตร ลึก ๗.๗ เมตร ในอดีตจะมีเรือนชานต่อออกจากห้องรับแขก ซึ่งจะใช้เป็นเรือนครัวและห้องน้ำ และต่อจากเรือนชานจะเป็นเรือนปั้นหยาต่ออีก ๑ หลัง แต่เนื่องจากบ้านมีอายุมากกว่า ๑๐๖ ปี ทำให้บ้านมีสภาพผุพังไปตามกาลเวลา และได้มีการรื้อเรือนด้านหลังนอกชานออก ทำให้ปัจจุบันมีเรือนที่เป็นห้องนอนอยู่เพียง ๑ หลัง เท่านั้น บนบ้านหลังนี้ด้านหลังเป็นห้องนอนของขุนทรงราชพล มีบ้านประตูเป็นบานเฟี้ยม เปิดได้ทุกบาน แบบของประตูบานเฟี้ยมเป็นแบบฉบับดั้งเดิมของสถาปัตยกรรมมะนิลา คือ ด้านบนเป็นบานเกร็ด ด้านล่างเป็นฝาปะกันมีลวดลายงดงาม มีธรณปีระตูสูง ประมาณ ๖ นิ้ว ฝาบ้านตีตามขวางตามแบบเรือนทั่วไป พื้นเป็นไม้ขนาดหนาประมาณ ๑ นิ้ว หน้ากว้าง ราง ๑๐-๑๒ นิ้ว มีบันไดขึ้นลงทั้งสองด้าน ภายในมีเตียงเหลก็อายุกว่าร้อยปีอยู่สองหลัง เก็บรูปที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ไว้อย่างมากมาย ขอบคุณอาจารย์สุมาลี เกตุเจริญ หลานสาวผู้ดูแลบ้านหลังนี้มานานแสนนาน

คำสำคัญ : เรือนโบราณ, ขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

ที่มา : สันติ อภัยราช. (ม.ป.ป.). เอกสารประกอบการอบรมมัคคุเทศก์ เทศบาลเมืองกำแพงเพชร. กำแพงเพชร: เทศบาลเมืองกำแพงเพชร.

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1355&code_db=610007&code_type=01

Google : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

เสื้อลายดอก

เสื้อลายดอก

การสวมเสื้อลายดอกเป็นเอกลักษณ์สำคัญของภาคกลาง ในเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดกำแพงเพชร มีเอกลักษณ์การสวมเสื้อผ้าลายดอกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเทศกาลสำคัญประจำเมืองมรดกโลกกำแพงเพชร ด้วยเหตุดังกล่าว เสื้อลายดอกและผ้าไทย จึงเป็นที่น่าสนใจของทุกสถาบันพากันสวมเสื้อลายดอกกันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ทั้งระบบสถาบันและชาวกำแพงเพชร นิยมที่จะสวมใส่เสื้อลายดอกและผ้าไทยกันทุกรุ่นทุกวัย ทำให้กิจกรรมการตัดเย็บเสื้อผ้าลายดอกที่กำแพงเพชรจึงมีหลายร้าน ที่น่านิยมและสนใจ

เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 66

การตีมีดโบราณชนเผ่าม้ง

การตีมีดโบราณชนเผ่าม้ง

นายยูเล่ง แซ่ม้า อายุ ๖๔ ปี เรียนรู้การตีมีดจากพ่อ พ่อเรียนรู้มาจากปู่ ปู่เรียนรู้มาจากทวด สืบทอดมาแสนนาน เขาเริ่มตีมีดมาตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี โดยการใช้เหล็กแท่งหรือเหล็กแหนบ เป็นวัตถุดิบสำหรับตี เตาที่ใช้ตีมีดเป็นเตาแบบโบราณที่ใช้ปู้หรือไฟสำหรับเป่าให้เหล็กแดง ทำด้วยไม้เนื้ออ่อนเจาะเข้าไปให้เป็นโพรงเป็นกระบอกสูบและใช้ขนไก่สำหรับเป็นลูกสูบ การสูบเบาแรงมากแทบไม่ต้องออกแรง เพียงดึงเบาๆ ก็ทำให้เกิดลมอัดอย่างแรง ทำให้ไฟลุกอย่างคุโชน ทำให้เหล็กแดง เมื่อได้ที่แล้วจึงนำมาใช้ตี มีเทคนิคการตีที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

เผยแพร่เมื่อ 27-04-2020 ผู้เช้าชม 151

เรือนรัตนบรรพต

เรือนรัตนบรรพต

เรือนร้านค้านายทองทรัพย์ รัตนบรรพต ตั้งอยู่เลขที่ ๖๙ หมู่ที่๕ ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชรริมคลองสวนหมากตรงกับบ้านพะโป้ โดยมีคลองสวนหมากคั่นกลาง นายทองทรัพย์เป็นบุตรชายของพะโป้กับแม่ทองย้อย คหบดีชาวกะเหรี่ยง ผู้มาค้าไม้ในครองสวนหมาก เกิดในปีพุทธศักราช ๒๔๔๖ สันนิษฐานว่าจะสร้างบ้านหลังนี้ ราวปี ๒๔๖๕ บ้านหลังนี้จึงมีอายุราว ๙๔ ปี

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 177

เรือนสาวห้อม

เรือนสาวห้อม

ริมถนนเทศา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นับแต่วัดเสด็จขึ้นมา มีบ้านเรือนไทยอยู่มากมาย แต่ละหลังอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี รอดพ้นจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ในกำแพงเพชร เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๐๖ ทางด้านซ้ายมือ เมื่อขึ้นมาทางเหนือ ตามถนนเดินรถทางเดียว พบบ้านสามหลังต่อเนื่องกันยาวเหยียดลงในในสวนหลังบ้าน บ้านแต่ละหลังล้วนมีสถาปัตยกรรมเป็นของตนเอง หาชมที่อื่นใดไม่ได้อีกแล้ว

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 121

เรือนนายหอม รามสูต

เรือนนายหอม รามสูต

บ้านหลังนี้ เป็นบ้านทรงปั้นหยา (เรือนไม้แบบยุโรป มุงหลังคาด้วยกระเบื้อง หลังคาทุกด้านชนกันแบบพีระมิด ไม่มีหน้าจั่วเรือนปั้นหยาปรากฏมีอยู่ที่หลังคาพระราชวังต่าง ๆ ที่สร้างในสมัยต้นรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นแบบปั้นหยา จากเรือนปั้นหยาได้วิวัฒนาการมาเป็นเรือนมะนิลา คือบางส่วนเป็นเรือนหลังคาปั้นหยาแล้ว เปิดบางส่วนให้มีหน้าจั่ว ในสมัยที่เรือนแบบมะนิลาซึ่งคงจะแพร่หลายมาจากเมืองมะนิลา) เข้ามาสู่ความนิยมอย่างแพร่หลายในพระราชวัง แล้วสู่วังของเจ้านายในราชสำนัก และมาสู่เรือนของผู้มีอันจะกินในต่างจังหวัดในที่สุด

เผยแพร่เมื่อ 05-03-2020 ผู้เช้าชม 214

การขึ้นตาล

การขึ้นตาล

ตาลถูกกล่าวขานเปรียบเทียบในวรรณกรรมมาช้านาน ตาลจึงเป็นพืชที่ชาวไทยรู้จักเป็นอย่างดีและนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางและเหมาะสม ทุกส่วนของตาลล้วนนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งสิ้น ตาลโตนด เป็นต้นไม้ตระกูลเก่าแก่ มีมากกว่า 4,000 ชนิด ขึ้นอยู่ทั่วประเทศไทย มีอายุยืนนับร้อย ๆ ปี นักชีววิทยามีความเห็นว่า ตาลโตนดมีถิ่นกำเนิดทางฝั่งตะวันออกของอินเดีย ขยายไปสู่ศรีลังกา สหภาพเมียนม่าร์ ไทย อินโดนีเซีย กัมพูชา ในประเทศไทยพบมากที่จังหวัดเพชรบุรี สุพรรบุรี นครปฐม มีปลูกมาก่อนสมัยทวารวดี ตาดโตนดเป็นพืชตระกูลปาล์มพัด มีชื่อหลายชื่อด้วยกัน เช่น ตาลใหญ่ ตาลนา ภาคเหนือเรียก ปลีตาล ภาคใต้เรียกโนด เขมรเรียกตะนอย ตาลโตนดที่พบในจังหวัดกำแพงเพชร มี 3 สายพันธุ์

เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 47

แหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม

แหล่งเรียนรู้การทำพระเครื่องนครชุม

พระเครื่องของจังหวัดกำแพงเพชรมีชื่อเสียงในด้านความสง่างามด้วยศิลปะอันเกิดจากประติมากรรมของสกุลช่างกำแพงเพชร ในอดีตมีผู้ค้นพบกรุพระพิมพ์หรือที่เรียกกันในปัจจุบันว่า “พระเครื่อง” บริเวณพระมหาธาตุเจดีย์ที่ถูกปล่อยให้รกร้างเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาก็ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของกรุพระเครื่องตระกูลทุ่งเศรษฐี รวมถึงได้มีการพบตำนานการสร้างพระพิมพ์ซึ่งจารึกในแผ่นลานเงินรวมอยู่ในกรุที่ถูกค้นพบ ทำให้คนรุ่นหลังได้ทราบถึงตำนานความเป็นมาของพระเครื่องนครชุมที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน  ด้วยเหตุนี้กำแพงเพชรจึงกลายเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในด้านพระเครื่อง

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 206

กล้วยไข่กำแพงเพชร

กล้วยไข่กำแพงเพชร

กล้วยไข่นับว่าเป็น "ของดีของเมืองกำแพง" ที่ชาวบ้านปลูกกันมานับร่วมร้อยปี จนกลายเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด และผูกพันกับประเพณีวิถีชีวิตของคนกำแพงมายาวนาน ทั้งงานบุญ งานสารทไทยกล้วยไข่ ควบคู่ไปกับวัฒนธรรมการกินกระยาสารทของคนกำแพงเพชร คนกำแพงเพชรปลูกกล้วยไข่กันมากในแทบทุกพื้นที่ เนื่องจากทั้งดิน น้ำ และอากาศที่เหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตที่ดีมีเอกลักษณ์โดดเด่น

เผยแพร่เมื่อ 20-01-2020 ผู้เช้าชม 239

ดินสอพองกำแพงเพชร

ดินสอพองกำแพงเพชร

จะมีคนกำแพงเพชรสักกี่คนที่ทราบว่า ใต้แผ่นดินอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่เต็มไปด้วยศิลาแลง อันทรงคุณค่าต่อเมืองมรดกโลก มีดินขาว ที่เรียกกันว่าดินสอพองจำนวนมาก ดินสอพอง หมายถึง ดินขาว เราเองก็ไม่เคยทราบเช่นกัน ว่ามีดินสอพองใต้แผ่นดินกำแพงเพชร และได้ถูกนำมาผลิตดินสอพองมานับร้อยปี นับเป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาอย่างควรบันทึกไว้ในรายการโทรทัศน์วัฒนธรรมของเรา

เผยแพร่เมื่อ 24-04-2020 ผู้เช้าชม 75

เรือนขุนทวีจีนบำรุง

เรือนขุนทวีจีนบำรุง

เป็นเรือนไม้สักพักอาศัย ๒ ชั้น ทรงมนิลาประยุกต์หลังคาปั้นหยามีมุขยื่นด้านหน้าประดับไม้ฉลุแบบเรือนขนมปังขิง (เรือนขนมปังขิง เป็นชื่อเรียกอาคารประเภทหนึ่ง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ซึ่งแพร่เข้ามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการประดับตกแต่ลวดลายฉลุที่วิจิตรพิสดาร หรูหรา สวยงาม เหมือนขนมปังขิง) หลังคามุงกระเบื้องดินเผาทางเข้าหน้าบ้านและหน้าเรือนที่เฉลียงมีซุ้มประตู ตัวเรือนยกพื้นสูงเกือบ ๒ เมตร 

เผยแพร่เมื่อ 05-03-2020 ผู้เช้าชม 143