เนื้อดินของพระเมืองกำแพงเพชร

เนื้อดินของพระเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 15-08-2019 ผู้ชม 4,449

[16.4821705, 99.5081905, เนื้อดินของพระเมืองกำแพงเพชร]

          เนื้อพระกำแพงเปรียบเทียบ ได้แก่ เนื้อทองคำ พระกำแพงสวยๆราคาแพงมาก สวยปานกลางแพงน้อยหน่อย ไม่สวยก็ยังแพงอยู่ดี พระกำแพงจึงได้ชื่อว่า กำ-แพง ไม่ว่าพระจะอยู่ในสภาพใด ราคาจะสูงกว่าจังหวัดอื่นในสภาพเดียวกันเสมอเพราะอะไร
           1. การสร้างพระเนื้อดิน วัสดุที่ผสมส่วนใหญ่คือดิน ดินของแต่ละแห่งก็ใช่ว่าจะเหมือนกัน แร่ธาตุที่อยู่ในดินเมื่อเผาแล้วจะเกิดเนื้อพระสวยงามแตกต่างกัน เนื้อดินกำแพงเพชรได้เปรียบหรือเผาแล้วมีสีสันสวยงามน่าใช้วงการนิยมว่าดูง่ายแยกง่าย
           2. การผสมเนื้อพระ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือพืชว่าน การผสมพืชว่านมากหรือน้อยอาจจะเกิดจากสัดส่วนที่โบราณาจารย์ได้กำหนดไว้หรือขึ้นอยู่กับการหาพืชว่านยากหรือง่าย การผสมว่านเข้ากับดินทำให้เกิดสภาพเนื้อแตกต่างกับการเผาดินธรรมดา เนื้อพระกำแพงจึงนุ่มตามากกว่าเนื้อพระแห่งอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การเผาเนื้อพระบางแห่งอาจจะมีสูตรผสมใกล้เคียง หรือเอาตำราไปเรียนแบบความแตกต่างอาจจะน้อย ถึงอย่างไรก็ดีถ้าได้ติดตามพระกำแพงบ่อยๆ เนื้อดินของแต่ละแห่งอาจจะใช้เป็นข้อแยกพระแต่ละจังหวัดได้
          3. การเผา เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเนื้อที่แตกต่างกัน เนื้อพระกำแพงใช้ความร้อนปานกลางและอ่อน จะเห็นได้ว่าเนื้อในของพระกำแพงอยู่ในลักษณะของเนื้อละเอียดอัดแน่นเข้าตำราว่าเนื้อผงจะหาเนื้อละลายยาก มีพระเพียงไม่กี่แบบทีใช้ไฟแรงจนเนื้อละลาย การเผาไฟอ่อนเกินไปทำให้เนื้อที่ยึดไม่แน่นเมื่อนำออกจากกรุ จะต้องระวังให้มาก บางองค์จะเห็นรอยระแหงเหี่ยวย่น คล้ายเอาเนื้อดินปนว่านดิบๆทำแล้วตาก ระหว่างเนื้อผิวแห้งหดตัวเนื้อในยังแห้งไม่ทันน้ำในเนื้อจะดันผิวที่แห้งก่อนจนกลายเป็นรอยระแหง รอยระแหงนี้จะพบในเนื้อพระสีดำบ่อยๆ
          4. ความโทรมของเนื้อพระกำแพง โดยเฉพาะเนื้อชั้นหนึ่งของทุ่งเศรษฐี ซึ่งเผาไฟปานกลางและไฟอ่อน เนื้อพระจะโทรมมากเพราะเนื้อรอบกรุและดินละลายแทรกซึมเข้าเนื้อดินละลายเข้าแทรกในเนื้อจะทำให้เกิดความเก่าทะลุเนื้อไม่ใช่เกาะเคลือบอยู่เฉยๆแม้จะพยายามล้างสักเท่าไรก็ตาม ดินที่เข้าแทรกปนอยู่ในเนื้อจะปรากฏอยู่เสมอ สำหรับเนื้อพระสีดำเมื่อดินแทรกในเนื้อ เนื้อจะกลายเป็นสีกะลาหรือเขาควาย ไม่ดำสนิท ส่วนองค์ที่ดินขี้กรุค่อนขางแดงแทรกเข้าเนื้อดำจะทำให้เกิดสีเขียวค้ำแบบยาเขียว ไม่ใช่เขียวหินปูนหรือหินครก พระสีเขียวสีหินทำครกจะต้องเป็นพระเผาไฟแรงร้อนจัดเช่นพระเม็ดขนุนเป็นต้น
          5. เนื่องจากพระกำแพงไม่แกร่งมาก น้ำและดินสามารถแทรกเข้าได้เวลาที่ฝังดินอยู่นาน เนื้อพระกับดินจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ตอนออกจากกรุต้องระวังให้มาก การล้างแรงๆจะทำให้ผิวของพระติดดินออกมาด้วย แต่การทีจะปล่อยให้ขี้กรุพอกหนาก็มองผิวพระไม่เห็นวงการไม่นิยม เพราะเกรงว่าพระจะชำรุดซ่อมเอาไว้ พระเนื้อเหลืองนวลหรือเหลืองปนแดง เนื้อพระจะแกร่งหน่อย เมื่อตอนออกจากกรุใหม่ๆไม่ควรจะล้างน้ำทันที เพราะจะทำให้ผิวพระอ่อนจะกลายเป็นดินตามสภาพเดิมหลุดออกได้ง่ายทิ้งไว้ให้แห้ง เนื้อดินเผาจะแข็งกว่าดินดิบตามธรรมซาติ ในตอนนั้นเราจะสามารถค่อยๆเอาดินดิบที่ไม่ฝังเนื้อแยกออกจากผิวพระได้ จะเรียบร้อยแค่ไหนก็แล้วแต่ฝีมือ
          6. สภาพของผิว ถ้าเป็นพระเนื้อเหลืองนวลหรือนวลแดง เมื่อล้างดินดิบออกเหลือแต่ดินฝังเนื้อแล้ว ผิวส่วนมากจะย่นแบบหนังไก่ ผิวพระที่ดินดิบออกหมดแล้วเหลือแต่ดินฝังเนื้อ จะเห็นเนื้อพระมีมวลสารสีต่างๆทั้งนี้เนื่องจากเนื้อพระมีแร่ผสมตามธรรมซาติประการหนึ่ง เนื้อที่เอาพืชว่านผสมอีกประการหนึ่ง การเผาซึ่งแร่บางอย่างเปลี่ยนสภาพเปลี่ยนสีไปเพราะความร้อนบันดาลให้เป็นเอกลักษณ์ในแบบต่างๆกัน ให้สีต่างกันไปสีดินซึ่งปกติเป็นสีเทาแบบดินเหนียว ก็กลายเป็นสีดำสีนวล สีนวลปนเหลือง สีนวลปนแดง สีเขียวหม่นฯลฯ สุดท้ายแต่ว่าพระองค์ไดได้รับความร้อนมากและน้อยในระหว่างเผาหรือเอกลักษณ์ของเนื้อตามส่วนผสม
          ท่านที่เคยอ่านหนังสือว่าเนื้อทุ่งต้องละเอียด นั้นต้องเข้าใจคำว่าละเอียด ให้ดีสมัยก่อนนักเล่นพระดูพระด้วยตาธรรมดา จะเห็นผิวพระกำแพงหนึกนุ่ม จึงเขียนไว้ว่าผิวพระกำแพงต้องละเอียดหนึกนุ่ม ผิวแก่ว่าน สมัยนี้นักเล่นพระใช้กล้องขยาย 10 เท่าขยายดู จะเห็นมวลสารหรือวัสดุผสมซึ่งวงการเรียกว่าเนื้อแก่ว่าน ลักษณะผิวย่นคล้ายหนังไก่ เนื้อนี้ถ้าไม่พิจารณาให้ลึกซึ้งจะตีความว่าเป็นเนื้อหยาบ พระบางองค์อาจจะมีกรวดปนอยู่ด้วย การศึกษาเนื้อแท้จึงเป็นบทเรียนที่ดี ดีกว่าการอ่านหนังสือแล้วผ่านเป็นไหนๆโปรดละวังเนื้อละเอียดยิบ ผิวเรียบเป็นมันปลาบ เนื้อจานเสียงเขาก็ว่ามีบทบาทมาเป็นเนื้อกำแพงกันแล้ว และมีวิธีอื่นๆที่ข้าพเจ้าไม่ได้เรียนรู้ เพราะเจ้าของปกปิดจึงไม่สามารถเล่าแจ้งแถลงไขถึงวิธีปลอมแปลงพระให้ทราบได้ เท่าที่เรียนมายืดยาวนี้เพื่อจะแจ้งให้ทราบว่าพระกำแพง แพงเพราะเนื้อพระมีค่าสูง เปรียบเสมือนทองคำธรรมซาติ จะเป็นรูปก้อนหรือรูปพรรณก็มีค่าทั้งสิ้น การที่ท่านกล่าวว่า พระกำแพงองค์นั้นองค์นี้ไม่สวยสักหน่อยราคาทำไมสูงนัก ก็ขอให้เข้าใจว่า ค่าของพระองค์นั้นๆจะสูงที่เนื้อพระก็เป็นได้           
          7.กรุตาพุ่มที่ขุดได้ครั้งสุดท้ายนี้อยู่ลึกมาก ฝังดินมานานกว่าพระทีออกก่อนเนื้อพระจึงโทรมมากกว่า ราดำเกาะมากกว่าหนากว่า รอให้แห้งแล้วเอาสำลีแตะเบาๆมองดูด้วยตาเปล่าท่านจะเห็นว่า ผิวหนึกนุ่มแบบแก่ว่าน ถือเป็นเนื้อครูได้เป็นอย่างดีถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะแพงสักหน่อย เราก็สามารถมั่นใจได้ว่า พระเนื้อนี้ผิวเป็นอย่างนี้ออกจากกรุตาพุ่มแน่ และเป็นเนื้อมาตรฐานของทุ่งเศรษฐีเนื้อพิเศษชั้นหนึ่ง ศึกษาให้ดีหนีการต้มตุ๋นได้ ส่วนพุทธคุณนั้นถ้าเราเชื่อว่าพระทุ่งเศรษฐีนั้นดีเลิศก็เท่ากับว่าเรามีพระที่ดีเลิศติดตัวแล้ว ปัญหาเกี่ยวกับพระเนื้อดินนั้นเป็นปัญหาใหญ่สำหรับวงการพระเครื่อง เพราะในวงการหาผู้ที่มีอาชีพทางทำเครื่องปั้นดินเผายากจะมีอยู่บ้างแทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อวงการแต่กลับเป็นโทษ ส่วนมากมักจะเป็นนักปลอมพระพวกนี้มีประสบการณ์ดีแต่ปกปิดหากินเพาะตัว เป็นปลิงในวงการพระเครื่อง เนื้อดินเผานั้นแยกออกได้มากมายหลายประเภท การศึกษาเนื้อดินเผาที่สร้างพระนั้นจึงใช้การสันนิษฐานและหาเหตุผลประกอบนั้นเป็นส่วนมาก           
           การศึกษาเนื้อพระควรศึกษาเพาะจังหวัด นอกจากนี้การฝังดินนานมากและน้อยแตกต่างกัน พื้นดินที่ฝังแตกต่างกัน ที่อยู่ของพระแตกต่างกัน เช่นอยู่ใต้เจดีย์และยอดเจดีย์ อยู่ในโอ่ง ในไห หรือผอบหรือวางกองไว้เฉยๆ การที่จะแนะนำให้ท่านศึกษาจึงควรศึกษาแนวกว้างๆเมื่อท่านต้องการศึกษาพระแบบใดก็หาเหตุผลสันนิษฐานเอาเอง ดูพระแท้บ่อยๆ ก็เกิดความชำนาญขึ้นทีละน้อยโดยตนเอง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป การจำแนกเนื้อพระโดยกว้างๆควรอาศัยเหตุผลดังนี้
          1. เนื้อดินละเอียด ดินละเอียดอาจจะอาศัยชั้นของดินมากกว่าจะใช้วิธีบดให้ละเอียดดินผิวส่วนมากหยาบดินละเอียดจึงเป็นดินที่ลึกจากพื้นผิว จะลึกมากหรือน้อยแล้วแต่ท้องถิ่น การคัดดินละเอียดหรือหยาบต้องอาศัยความรู้ความชำนาญ การใช้ผ้ากรองดินเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่สามารถคัดดินหยาบออกมาได้ แต่จะต้องเป็นงานน้อยหรือถ้าเป็นงานใหญ่ก็ต้องมีเครื่องมือใหญ่ การเผาดินเพื่อให้กลายเป็นดินเผา ถ้าดินละเอียดเนื้อจะละเอียดแต่กระด้าง อาจจะรักษารูปรอยที่สร้างไว้ได้ดี แต่เนื้อแบบนี้ด้อยค่าในด้านคุณสมบัติของเนื้อพระ ถ้าใช้ความร้อนสูงเนื้อผิวละลายกลายเป็นเปลือกหรือผิวคล้ายเคลือบ อาจมีรอยระแหงเนื่องจากการขยายตัวหรือหดตัวของดินไม่เสมอกัน
          2. เนื้อดินหยาบ ดินหยาบส่วนมากเป็นดินผิว ซึ่งเป็นดินเพิ่งแปรสภาพจากพืชกลายเป็นดินหรือสิ่งที่เหลือใช้กลายเป็นดิน ดินหยาบจึงไม่เป็นที่นิยมในการทำครื่องปั้นดินเผานัก แต่ดินหยาบก็มีประโยชน์เช่นกัน เช่นอิฐก่อสร้างบ้าน อิฐต้องการให้น้ำซีเมนต์ซึมเข้าเนื้อได้สะดวกเพื่อใช้น้ำซีเมนต์ยึดอิฐต่อๆกันไปจนกลายเป็นผนังฝาบ้านมีความแข็งแกร่งเหมือนยกอิฐทั้งแผ่นทำฝาบ้าน การเผาจะใช้ไฟปานกลางเพื่อมิให้ดินละลายกลายเป็นสิ่งกั้นน้ำ เนื้อดินแบบนี้ไม่นิยมทำเป็นเนื้อพระ
          3. เนื้อดินสร้างพระ ดินสำหรับสร้างพระจะต้องเป็นดินที่มีส่วนผสมสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีอิทธิฤทธิ์ในด้านไสยศาสตร์ เช่นจากพืชที่มีชื่อมงคลหรือว่านที่มีประสิทธิภาพพิเศษหรือกรวดแร่ที่เชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์ เนื้อดินที่สร้างพระจะต้องมีตำราระบุไว้แตกต่างกันในด้านประสิทธิภาพหลายแขนง
                3.1. เนื้อดินสร้างพระละเอียด หมายถึงการนำดินละเอียดมาผสมกับพืชและแร่ที่ตำรากำหนดฉะนั้นการดูเนื้อพระว่าละเอียดหรือหยาบให้ดูเนื้อดินเป็นหลัก ส่วนพืชหรือแร่ที่นำมาผสมนั้นถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมมาต่างหาก
                3.2. เนื้อดินสร้างพระละเอียด หมายถึงการนำดินหยาบมาผสมสร้างพระ ไม่คำนึงถึงส่วนผสมอื่นที่นำมารวม การนำพืชก็ดี นำแร่หรือกรวดก็ดีมารวมสร้างทำให้เกิดเนื้อดินเผาที่แปลกกว่าดินเผาธรรมดาโดยไม่คำนึงว่าควรจะให้น้ำซึมหรือไม่ พระแต่ละกรุต่างเผาในวิธีการที่แตกต่างกัน
          การนำพืชผสมกับดินมาก ทำให้เกิดที่ว่างในเนื้อมากพืชไหม้กลายเป็นเถ้าจึงเกิดช่องว่างดินมีแร่ผสมอยู่ เมื่อแร่ได้รับความร้อนสูงจะละลายไหลในช่องว่างที่พืชทิ้งไว้ แร่จะผสมกับเถ้าของพืชกลายเป็นเนื้อที่มีสีสันแปลกตาไป แร่ในดินเมื่อได้รับความร้อนจะเปลี่ยนสีไปด้วยเนื้อพระที่ได้รับความนิยมสูงส่วนมาก เนื้อมีสีสันสลับ พระแบบใดที่ใช้ความร้อนต่ำ พืชอาจกลายสภาพจากพืชสดเป็นถ่าน สีจึงดำหรือสีน้ำตาลไหม้ เนื้อที่ผสมพืชมากผิวจะย่นมากเหมือนผิวส้ม ทั้งนี้เพราะหลุมที่พืชทิ้งไว้จะมีดินขี้กรุอยู่ประการหนึ่งหรือดินละลายไหลเข้าแทนที่อีกอย่างหนึ่ง การมีช่องว่างทำให้เกิดผิวสูงต่ำ ผิวจึงย่น ผิวแบบนี้วงการนิยม เรียกว่าผิวแก่ว่าน ถ้าใช้กล้องขยาย 10 เท่าจะดูคล้ายเนื้อหยาบ พระผิวว่านสมัยก่อนเมื่อดูพระด้วยตาเปล่าได้รับความนิยมมาก ฉะนั้นการดูพระด้วยกล้องขยายควรจะมีหลักเกณฑ์ในการดู เนื้อที่ผสมแร่กรวด แร่หรือกรวดอาจจะไม่ละลายเมื่อใช้ความร้อนต่ำอย่าทึกทักว่าเนื้อพระหยาบ ความจริงเนื้อดินละเอียด แต่มีส่วนผสมอื่นทำให้เห็นว่าหยาบ การตัดสินจึงควรมีเหตุผลดังที่กล่าวมาแล้ว พระกรุตาพุ่มเป็นเนื้อที่ผสมพืชว่านสูงฝังดินลึก อยู่ในกรุมานานกว่ากรุเก่า จึงมีสภาพโทรมมาก ความชัดเจนน้อยกว่า แต่คุณภาพของพระเข้าทำนอง รูปชั่วตัวดำน้ำใจดี ความสวยของพระเป็นจุดนิยมสูง สำหรับนักพระเครื่องสมัยนี้แต่ควรจะถือหลักว่า ถ้าเป็นทองกับทอง ทองรูปพรรณอาจมีค่าสูงกว่าทองคำแท่ง แต่ถ้าตะกั่วรูปสวยหรือจะเทียบกับทองได้ จึงขอเตือนว่าอย่าเพิ่งโยนพระที่ไม่สวยทิ้งจนกว่าจะทราบว่า พระองค์นั้นมิใช่พระเนื้อทอง พระกรุตาพุ่ม พระเนื้อทอง ที่ยังคงเหลืออยู่สำหรับอนุชนรุ่นหลัง มีค่าทางด้านคุณภาพ มีค่าในการศึกษาเนื้อพระสกุลทุ่งเศรษฐีแท้ชั้นหนึ่ง จึงรีบควรหาไว้ถ้ามีโอกาส
 
เนื้อพระกำแพงเพชร 
           1. เนื้อแกร่ง หมายถึงพระเนื้อละเอียด เผาด้วยความร้อนสูง พระส่วนมากจะเป็นเนื้อสีเหลืองนวล แบบผิวไม้รวกแห้ง บางองค์เนื้อละลายกลายเป็นเนื้อเขียวหินครกก็มี เท่าที่พบ พระแบบนี้ส่วนมากคือ พระกำแพงเม็ดขนุน พระในกรุทุ่งเศรษฐีบางชนิดเนื้อแกร่งแบบนี้ก็มี แต่พบไม่มากนัก
           2. เนื้อว่านจัด หมายถึงพระเนื้อละเอียดผสมพืชว่าน ตอนเผาไฟใช้ไม่สูงนักความร้อนทำให้วัสดุผสมในเนื้อพระแปรสภาพกลายเป็นสีแดง ซึ่งมีบางคนเรียกว่าว่านดอกมะขาม ถ้าเผาไฟร้อนสูงขึ้นแทนที่วัสดุนั้นจะแดงขึ้นเรื่อยๆกลับจะละลายเปลี่ยนสีผสมกลายเป็นเนื้อพระไปเลย
เนื้อพระว่านจัด หมายถึงวัสดุสีแดงมากเมื่อฝังดินนานน้ำจะแทรกซึมเข้าเนื้อทำให้เนื้อยุ่ย ถ้าใช้พระเนื้อนี้สมบุกสมบันผิวจะหลุดเห็นเนื้อข้างใน ก้อนวัสดุสีแดงจะปรากฏชัดมาก(บางคนบอกว่าแร่ลอย) การที่พระเสียผิวไปเพราะใช้มากก็ดีหรือล้างไม่เป็น ผิวเสียก็ดี ด้านที่ใช้หรือล้างผิดนั่นแหละ จะถูกกล่าวหาจากนักเล่นบางท่านว่า เป็นพระแกะทันที บางคนทักโดยไม่ส่องกล้องก็มี การซื้อพระแบบนี้ เรามีสิทธิที่จะผิดพลาด และเราก็มีสิทธิที่จะถูกเท่าๆกันพระมีปัญหาราคามักจะถูกเพราะอิทธิพลของลมปากเชียนพ่นทับถม ใครตาดีก็ได้ไป พระกำแพงซุ้มกอพิมพ์ใหญ่และพิมพ์กลาง มักจะเป็นเนื้อแบบนี้หาเนื้อแกร่งยาก
          3. เนื้อผงดินเผา ข้าพเจ้าเชื่อว่าการผสมเนื้อพระอาจจะลอกเลียนแบบกันมาแต่ความอยากดีอยากเด่นกว่าคนอื่นของมนุษย์ทำให้นักสร้างพระไม่อยากจะทำตามคนอื่น คนอื่นเผาให้กลายเป็นเนื้อกระเบื้อง ผู้ที่อยากจะสร้างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะคนก็เผาไฟอ่อน ให้ว่านเกรียมเป็นถ่านเท่านั้นโดยให้เหตุผลว่า ต้องการคุณสมบัติของว่านเหลือไว้ให้มาก การใช้ความร้อนลดลงพอที่จะทำให้เนื้อยึดได้พอสมควรเท่านั้นไม่แข็งแกร่งมาก พระเนื้อดินเผาจึงมีสีน้ำตาลไหม้หรือสีดำ ถ้าท่านลองเอาพืชมาเผาเมื่อพืชร้อนมากจะเริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลก่อน แล้วค่อยกลายเป็นสีดำ เรียกว่าถ่าน เมื่อความร้อนสูงขึ้นแล้วหยุดเพียงแค่นนั้น พระสีดำและสีน้ำตาลไหม้ ไม่ค่อยมีใครกล้าเล่น เพราะสีทั้งสองแบบทึบและดูยากดูให้เห็นเนื้อในไม่ได้และอาจจะปลอมง่ายใครๆจึงกลัวกันนัก แต่ถ้าท่านไม่เล่นพระเนื้อผงเผา ท่านอาจจะหาพระเครื่องเนื้ออื่นได้ยากเพราะ พระเนื้อผงเผามีจำนวนมากกว่าครึ่งของพระเนื้อสีอื่นรวมกันเสียอีก
          4. เนื้อกระเบื้อง เนื้อนี้สันนิษฐานว่าถูกความร้อนมาก เนื้อย่นจนบางท่านดูว่าเนื้อหยาบ ความจริงถ้าพืชว่านมาก เมื่อพืชว่านกลายเป็นเถ้าทิ้งเนื้อไว้มาก เนื้อดินและโลหะก็จะละลายเข้าแทนที่ ทำให้ขนาดพระย่อมลงไปมากจนเห็นถนัดตา พระเนื้อนี้ไม่เหมือนเนื้อแกร่งเหมือนที่กล่าวมาในข้อ 1 แต่ไม่ทราบว่าจะกล่าวแยกอย่างไรจึงจะเข้าใจดี นอกจากได้เห็นพระแล้วนำมาเทียบเคียง สมัยนี้จะหาพระแต่ละองค์ก็ยากยิ่งแล้วจะหาพระมาเทียบเคียง และเป็นของเราเองก็น่าเห็นใจว่าทำได้ยาก จะยืมใครดูก็ไม่มีใครไว้ใจใคร ต่างเก็บซ่อนไว้อย่างดี ที่ซ่อนที่นิยมสุดก็คือธนาคาร
          5. เนื้อผสมกรวด พระเนื้อผสมกรวดนี้มิใช่จะเนื้อจากคนทำเกียจคร้านไม่กรองเนื้อหรือไม่ป่นเนื้อให้ละเอียดก่อนทำเป็นเนื้อพระ ความจริงเนื้อป่นละเอียดแล้ว แต่มีความประสงค์ที่จะผสมกรวดทรายละเอียดลงไปด้วย เพื่อผลประโยชน์ด้านคุณวิเศษ เรียกว่าเป็นการจงใจ เช่น กรุผู้ใหญ่เชื้อ เคยพบพระเนื้อผสมกรวดก็มี ไม่ผสมก็มี มีตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า พระที่มีอานุภาพร้อนแรงแกร่งกล้า มักจะมีกรวดแม้ว่ากรวดจะทำให้เนื้อไม่แข็งแรง ไม่น่ารัก แต่ก็มีสิ่งตอบแทนน่าใช้มากเลยทีเดียว
 
ราดำ 
           เป็นราชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากความชื้นภายในกรุเกาะติดอยู่บนเนื้อพระ ล้างออกได้ยากมีลักษณะเป็นแผ่นหรือเป็นจุดๆสีดำ บางครั้งสีดำปนน้ำตาลมีพระบางพิมพ์ที่ไม่มีหรือเกือบไม่ราดำเลย เช่นพระกำแพงซุ้มกอ พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน พระยืนหรือพระลีลาก็มีราดำเกาะติดเป็นส่วนน้อยนานๆจะพบสักที
 
แร่ดอกมะขาม 
            สีของแร่ดอกมาขามมักจะแดงคล้ำ ส่วนใหญ่จะแทรกเป็นจุๆในเนื้อพระมักจะไม่ลอย บางครั้งจะเห็นเป็นแผ่นใหญ่ๆปรติเห็นไม่ชัดเจนแต่ถ้าเช็ดด้วยผ้าเนื้ออ่อนพระเป็นเงาจะเห็นชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเนื้อพระที่มีสีเหลืองหรือเหลืองปนแดงอ่อนๆ จะเห็นแร่ดอกมาขามเป็นจุดๆชัดเจน จุดๆนนี้บางครั้งก็ติดกันเป็นแผ่นๆ
 
สีของพระเครื่องเมืองกำแพงเพชร 
           สีของพระเครื่องเมืองกำแพงเพชรมีหลายสี แต่พระเครื่องที่ปรากฏเป็นสีต่างๆนั้นน่าจะมาจากสีของว่านเกสรและผงต่างๆเช่น สีแดงของว่านดอกมะขาม สบู่เลือดและอื่นๆ สีเหลืองของดอกไม้นานาชนิด สีดำของผงใบลานเผา สีขาวจากผงพระพุทธคุณและว่านบางชนิดจึงทำให้เกิดพระเครื่องสีต่างๆขึ้นตามแต่จะมีส่วนผสมว่านและเกสรหรือผงอะไรมากก็ดูออกเป็นสีนั้นๆ มากเช่น
           - สีแดง  มีทั้งแดงจัด(คล้ายครั่ง) แดงชมพู(แดงปนขาว) แดงหม้อใหม่(แดงปนเหลือง)แดงคล้ำ(แดงปนดำ)
           - สีดำ  มีทั้งดำจัด(แบบเนื้อผงใบลาน)เทาดำ(ดำปนขาว)ดำม่วง(ดำปนแดง)จะมีสีคล้ายสีหว้าหรือดอกมะเขือเข้มๆ
           - สีเหลือง มีทั้งสีเหลืองเกสรดอกไม้(สีพิกุลแห้ง) เหลืองจำปา(เหลืองปนแดง) เหลืองอ่อนละสำหรับเหลืองปนดำทำให้เกิดสีที่สวยงามอีกสีหนึ่งคือสีขาว
           - สีเขียว มีทั้งสีเขียวมอย(เขียวเทาๆ) แลเขียวแก่เกี่ยวกับพระเครื่องที่ปรากฏเป็นสีเขียวนี้ คุณวินัย ศักดิ์เสนีย์เขียนไว้ในหนังสือนามานุกรมพระเครื่องหน้าที่ 127 ว่า ผู้รู้กล่าวว่าเพราะองค์พระมีส่วนผสมว่านมาก แต่ทำให้เกิดสีเขียวน่าจะไม่เป็นความจริงที่ว่านทำให้เกิดสีเขียวได้น่าจะเป็นผงหินสีเขียว แต่ข้าพเจ้าค่อนข้างจะเห็นกับฝ่ายที่ว่าเกิดจากการผสมว่านมากกว่า และว่านนั้นเป็นว่านที่มีสีเขียวด้วยเพราะข้าพเจ้าเคยเห็นจุดสีเขียวของเนื้อพระที่มีสีเขียวอ่อนๆบางองค์มีว่านอยู่บางจุดเป็นสีเขียวอ่อน เนื้อพระที่มีสีเขียวกับสีดำของผงใบลานเผา ถ้ามีผสมใบลานเผาน้อยว่านมากก็เป็นสีเขียวเกือบดำเลยก็มี ส่วนความแกร่งของเนื้อพระทีดูคล้ายกับหินน่าจะเป็นเพราะการเผาและความแกร่งของเนื้อที่ดูคล้ายกับหินนั้นน่าจะเป็นเพราะการเผาและความเก่าของเนื้อดินมากกว่าที่จะเป็นหินเพราะพระเครื่องที่มีอายุเก่าแก่ส่วนมากก็มีลักษณะเนื้อแกร่งแบบเนื้อหินทั้งนั้นแต่หาใช่ทำด้วยหินไม่เพราะน้ำหนักไม่บอกเลยว่าเป็นหิน 

คำสำคัญ : พระเครื่อง, กำแพงเพชร

ที่มา : http://www.dopratae.com/บทความ/เนื้อดินของพระเมืองกำแพงเพชร/66/

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1155&code_db=610005&code_type=01

Google : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

กรุหนองพิกุล

กรุหนองพิกุล

ที่ตั้งกรุพระวัดหนองพิกุล อยุู่ตรงข้ามของท่ารถ บขส. ไปประมาณ 400 เมตร ประเภทพระที่พบ ได้แก่ พระซุ้มกอมีกนกพิมพ์ใหญ่ พระซุ้มกอพิมพ์กลาง พระซุ้มกอพิมพ์เล็ก-พิมพ์จิ๋ว พระซุ้มกอดำไม่มีกนกพิมพ์ใหญ่ พระเม็ดขนุนพิมพ์ใหญ่-กลาง พระพลูจีบ พระฝักดาบ พระลีลาเชยคางข้างเม็ดพิมพ์ใหญ่ พระลีลาเชยคางข้างเม็ดพิมพ์กลาง พระลีลาเชยคางข้างเม็ดพิมพ์เล็ก พระลีลาเชยคางข้างเม็ดพิมพ์เล็ก พระกำแพงขาวพิมพ์ใหญ่-กลาง-เล็ก พระเปิดโลกเม็ดทองหลาง พระกำแพงหย่อง พระเปิดโลกพิมพ์ใหญ่ พระท่ามะปราง พระซุ้มยอ พระเม็ดมะลื่น พระเล็บมือนาง พระใบพุทรา พระนางพญากำแพงท้องลอน พระนางพญากำแพงพิมพ์ตื้น พระนางพญากำแพงพิมพ์เล็ก พระนางพญากำแพงพิมพ์เม็ดแตง พระนางพญากำแพงตราตาราง พระนาคปรก พระกลีบบัว พระเจ่้าสามพระองค์ พระเจ้าสี่พระองค์ พิืมพ์เชตุพน พระร่วงนั่งสนิมตีนดา พระเชตุพนพิมพ์ปีกกว้าง  พระเชตุพน พิมพ์เล็ก พระงบน้ำอ้อยสิบพระองค์ และพิมพ์อื่นๆ

เผยแพร่เมื่อ 19-08-2019 ผู้เช้าชม 423

พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ กรุฤาษี

พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ กรุฤาษี

เมื่อได้พูดถึงพระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ว่า ได้มีการพบหลายกรุ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ว่ามิได้มีการจำแนกกรุอย่างชัดเจนสำหรับการศึกษาในยุคหลังๆ เพราะพระเครื่องในสมัยนั้นเป็นการลักลอบขุดเสียเป็นส่วนมาก ส่วนที่ฟังจากนักขายพระในยุคนี้ก็เป็นการพูดเพื่อสร้างราคาค่านิยมเสียมากกว่า ผมเคยพยายามศึกษาจากผู้ที่ ( อ้างว่า ) รู้ หลายคน ครั้นสืบสาวซักไซ้เข้าจริงก็เป็นประเภทเขาบอกมาว่า ทั้งนั้น ไม่มีใครรู้แน่ คนรุ่นเก่าที่พอจะรู้เรื่องเหล่านี้ก็หมดไป พระซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่องค์นี้ เจ้าของเดิมยืนยันว่า เป็นกรุฤาษี ซึ่งเป็นบริเวณวัดโบราณที่เรียกกันต่อๆมา ว่าวัดฤาษี อยู่ใกล้กับสถานีขนส่ง ปัจจุบันนี้ไม่ได้มีสภาพเป็นวัดโบราณอีกต่อไป การขุดพระจากกรุวัดฤาษีนี้เริ่มมีการลักลอบขุดมาเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ( ข้อมูลจาก พระเครื่องเรื่องของขลัง โดย ประชุม กาญจนวัฒน์ พ.ศ. ๒๕๐๙ ) พระซุ้มกอกรุฤาษี เป็นที่นิยมมากตั้งแต่มีการพบ เพราะมีความลึก ชัด และมีลายละเอียดสวยงามมากกว่ากรุอื่นๆที่พบก่อนหน้านี้ นอกจากนั้นที่กรุฤาษีนี้ยังพบพิมพ์ที่มีกำไลเท้าสามปล้อง มีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย ( ข้อมูล อ้างแล้ว ) พระซุ้มกอกรุฤาษีพิมพ์กำไลเท้าสามปล้องนี้เนื่องจากมีจำนวนน้อยมากปัจจุบันจึงไม่ได้พบเห็นเลย

เผยแพร่เมื่อ 16-08-2019 ผู้เช้าชม 4,439

กรุวัดพระแก้ว

กรุวัดพระแก้ว

ที่ตั้งกรุพระวัดพระแก้ว อยู่ติดด้านใต้ของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ริมถนนกำแพงเพชร พรานกระต่าย ประเภทพระที่พบ ได้แก่ พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ พระซุ้่มกอพิมพ์เล็ก พระพลูจีบ พระซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ พระสังกัจจาย พระร่วงนั่งฐานยิก พระเปิดโลก พระนางพญาเข่ากว้าง พระอู่ทองกำแพง พระปรุหนังกำแพง พระซุ้มกอพิมพ์กลาง พระพลูจีบ พระกำแพงขาว พระเปิดโลกเม็ดทองหลาง พระกำแพงห้าร้อย พระร่วงนั่ง พระนางพญาเศียรโต พระเชตุพนพิมพ์ฐานเรียบ พระลูกแป้งเดี่ยว พระสามพี่น้อย และพิมพ์อื่นๆ

เผยแพร่เมื่อ 20-08-2019 ผู้เช้าชม 1,305

กรุวัดเชิงหวาย

กรุวัดเชิงหวาย

ที่ตั้งกรุพระวัดเชิงหวาย อยู่ถนนกำแพงพรานกระต่ายเข้าทางกรุวัดดงหวาย เรียบถนนริมคลองประมาณ 700 เมตร ประเภทพระที่พบ ได้แก่ พระกำแพงขาว พระท่ามะปราง พระร่วงประทานพร พระยอดขุนพลพิมพ์ใหญ่ พระซุ้มยอพิมพ์เล็ก พระซุ้มจิก พระนางพญากำแพงพิมพ์ใหญ่ พระนางพญากำแพงพิมพ์เล็ก พระโพธิบัลลังก์ พระลีลากำแพง พระกำแพงห้าร้อย พระร่วงนั่งทรงสมาธิ พระซุ้มยอพิมพ์ใหญ่ พระอู่ทองกำแพงพิมพ์ใหญ่ พระอู่ทองกำแพงพิมพ์กลาง พระอู่ทองกำแพงพิมพ์เล็ก พระกำแพงคืบ และพิมพ์อื่นๆ

เผยแพร่เมื่อ 20-08-2019 ผู้เช้าชม 508

พระกำแพงกลีบจำปา ว่านหน้าทอง

พระกำแพงกลีบจำปา ว่านหน้าทอง

พระกำแพงพลูจีบองค์นี้เป็นพระที่พบจากกรุวัดกระแก้ว ในบริเวณอุทธยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ในคราวบูรณะเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นที่ทราบกันว่า พระว่านหน้าทองที่พบจากวัดพระแก้ว เป็นพระที่ลงกรุโดยบรรจุอยู่ในภาชนะอีกทีหนึ่งจึงยังคงสภาพสวยงามสมบูรณ์ อ.สันติ อภัยราช วัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร เขียนเล่าในคราวที่พบกรุพระว่านหน้าทองครั้งนี้ ว่า “ มีพระเครื่องที่เรียกกันว่าพระว่านหน้าทองจำนวนมาก และพระว่านหน้าทองทั้งหมด ได้หายไปจากกำแพงเพชรเกือบทั้งสิ้น เพียงไม่ข้ามวัน สนนราคาเช่ากันขณะร้อนๆ เพียงเลข ห้าหลัก ปัจจุบันบางส่วนอยู่ในมือคหบดี พ่อค้า ที่หักคอผู้พบไป... ปัจจุบันราคาอยู่ที่ เลขหกหลัก “

เผยแพร่เมื่อ 15-08-2019 ผู้เช้าชม 664

กรุวัดป่ามืด

กรุวัดป่ามืด

ที่ตั้งกรุพระวัดป่ามืด ถนนกำแพง-พรานกระต่ายจากศาลเจ้าพ่อหลักเมือง 200 เมตร เลี้่ยวซ้ายไปประมาณ 900 เมตร ถึงวัดป่ามืดนอก แล้ววัดป่ามืดอยู่ทิศตะวันตกติดกัน ประเภทพระที่พบ ได้แก่ พระเม็ดขนุน พระเปิดโลก พระเปิดโลกพิมพ์ใหญ่ พระลีลากำแพงเพชร  พระเม็ดมะลื่น พระยอดขุนพลพิมพ์ใหญ่-กลาง พระนางพญาท้องลอน พระนางพญากำแพงพิมพ์ใหญ่ พระเล็บมือนาง พระเชตุพนพิมพ์บัวสองชั้น พระเชตุพน พระอู่ทองกำแพงพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก พระฝักดาบ พระกลีบจำปา พระเปิดโลกทิ้งดิ่ง พระประทานพร พระซุ้มยอ พระท่ามะปราง พระนาคปรก พระนางพญากำแพงพิมพ์ใหญ่ พระนางพญากำแพงพิมพ์เล็ก พระนางพญากำแพงพิมพ์ตื้น พระกลีบบัว พระเชตุพนพิมพ์ใหญ่ พระอู่ทองซุ้มเสมา พระกำแพงใบตำแย และพิมพ์อื่นๆ

เผยแพร่เมื่อ 20-08-2019 ผู้เช้าชม 839

พระปิดตา “สี่ทิศ”

พระปิดตา “สี่ทิศ”

พระปิดตาสี่ทิศ กรุวัดคูยาง จังหวัดกำแพงเพชร สร้างเมื่อปี พ.ศ.2445-2448 โดยพระครูธรรมาธิมุติมุนี (สมภารกลึง) เจ้าอาวาสวัดคูยาง สร้างแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งถวาย รัชกาลที่ 5 ครั้งเมื่อเสด็จประพาสเมืองกำแพงเพชร และอีกส่วนหนึ่งบรรจุพระเจดีย์ยอดปรางค์ เป็นเนื้อดินละเอียดมีคราบรารัก มีว่านดอกมะขามใกล้เคียงพระกรุทุ่งเศรษฐี รูปทรงกลม หลังอูม มีรูปพระปิดตาสี่องค์ (ประจำสี่ทิศ) พระที่ขึ้นกรุนี้มีมากกว่า 30 พิมพ์ ส่วนใหญ่ใช้พระกรุเก่าทุ่งเศรษฐีกดพิมพ์ เช่น พิมพ์ซุ้มกอ นางแขนอ่อน ลีลาเขย่ง ซุ้มยอ เปิดโลกฯลฯ

เผยแพร่เมื่อ 17-01-2020 ผู้เช้าชม 1,161

“พระซุ้มกอ” กำแพงเพชร มีอีกชื่อว่า “พระฤๅษี” สุดยอดหนึ่งในชุดเบญจภาคี

“พระซุ้มกอ” กำแพงเพชร มีอีกชื่อว่า “พระฤๅษี” สุดยอดหนึ่งในชุดเบญจภาคี

ย้อนกลับไปในสมัยสุโขทัย ราวปี พ.ศ. 1800 พญาเลอไทยได้บูรณะเมืองชากังราวและยกฐานะขึ้นเป็นเมืองลูกหลวงเช่นเดียวกับเมืองศรีสัชนาลัย และโปรดเกล้า ฯ ให้พระราชโอรสพระองค์หนึ่งมาครองเมือง ครั้นเมื่อพระเจ้าอู่ทองทรงตั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของอาณาจักรทางใต้ ล่วงมาถึงรัชสมัยของสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) พระองค์ยกทัพมาตีสุโขทัย ผลของสงครามทำให้สุโขทัยถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ดินแดนทางริมฝั่งแม่น้ำปิงส่วนหนึ่ง และดินแดนทางริมฝั่งแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านอีกส่วนหนึ่ง ทางด้านแม่น้ำปิงได้รวมเมืองชากังราว และเมืองนครชุมเข้าเป็นเมืองเดียวกัน แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “เมืองกำแพงเพชร” ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองราชธานีปกครองดินแดนทางลุ่มแม่น้ำปิงในย่านนี้ ส่วนทางลุ่มแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน ให้เมืองพิษณุโลกเป็นราชธานี โปรดเกล้าฯ ให้พญาไสลือไทย หรือพระมหาธรรมราชาที่ 2 เป็นเจ้าเมือง ล่วงมาถึงรัชสมัยพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือเจ้าสามพระยา การแบ่งเขตการปกครองออกเป็นสองส่วนดังกล่าว มีเรื่องไม่สงบเกิดขึ้นเสมอ ดังนั้น จึงรวมเขตการปกครองทั้งสองเข้าด้วยกัน โดยยุบเมืองกำแพงเพชรจากฐานะเดิมแล้วให้ทุกเมืองขึ้นต่อเมืองพิษณุโลกเพียงแห่งเดียว

เผยแพร่เมื่อ 16-08-2019 ผู้เช้าชม 541

พระซุ้มชินราช

พระซุ้มชินราช

พระซุ้มชินราช กำเนิดที่วัดร้าง คือวัดหัวมีนาและวัดโพธิ์ ตำบลท่าเรือ จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดสองวัดนี้ปัจจุบันไม่มีแล้วเพราะสถานที่ทั้งสองกลายเป็นโรงเรียนนาฏศิลป์ไปแล้ว พระถูกค้นพบเมื่อประมาณพ.ศ. ๒๔๙๖ นอกจากจะพบพระซุ้มชินราชแล้งยังพบพระพิมพ์อื่นปนออกมาหลายพิมพ์ เช่นพิมพ์วงเขน พิมพ์ตรีกรายฯ ส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อดิน ส่วนเนื้อชินมีน้อย ศิลปะของพระกรุนี้จะเป็นยุคอยุธยาตอนต้น

เผยแพร่เมื่อ 23-02-2017 ผู้เช้าชม 2,054

อมตพระกรุ เมืองกำแพงเพชร พระกำแพงซุ้มกอ

อมตพระกรุ เมืองกำแพงเพชร พระกำแพงซุ้มกอ

พระกำแพงซุ้มกอ จัดเป็นพระที่สุดยอด และเป็นเอกของเมืองกำแพงเพชรเป็นพระที่อมตะทั้งพุทธศิลป์ และพุทธคุณถูกจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีที่สูงสุดของพระเครื่องเมืองไทย พระกำแพงซุ้มกอ พระที่ทำจากเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ และทำจากเนื้อชินก็มีพุทธลักษณะของพระซุ้มกอนั้นองค์พระเป็นประติมากรรมในสมัยสุโขทัย นั่งสมาธิมีลายกนกอยู่ด้านข้างขององค์พระ นั่งประทับอยู่บนบัวเล็บช้าง ขอบของพิมพ์พระจะโค้งมนลักษณะคล้ายตัว ก.ไก่ คนเก่า ๆ จึงเรียกว่า “พระซุ้มกอ”
         

เผยแพร่เมื่อ 15-08-2019 ผู้เช้าชม 2,089