น้ำพุร้อนแม่ภาษา

น้ำพุร้อนแม่ภาษา

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้ชม 68

[16.8869671, 98.6339841, น้ำพุร้อนแม่ภาษา]

          น้ำพุร้อนแม่ภาษา  ตั้งอยู่ใน ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด  จังหวัดตาก การเดินทางไปน้ำพุร้อนสะดวกสบาย ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณยี่สิบกว่านาที จากเมืองแม่สอด  น้ำพุร้อนแม่กาษา บริเวณโดยรอบบ่อน้ำพุร้อนมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีการปรับปรุงตกแต่งสนามหญ้าและสวนหย่อม มีน้ำพุร้อนให้สำหรับต้มไข่ มีบ่อน้ำแร่ให้แช่เท้า และมีห้องอาบน้ำแร่ น้ำพุร้อนแม่ภาษา  เป็นน้ำพุขนาดเล็กที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและไร่นาของชาวบ้าน ผุดขึ้นมาจากดิน มีความร้อนประมาณ 70-80 องศาเซลเซียส ธารน้ำร้อนที่พุ่งออกมาผสมกับน้ำจากผิวดินที่เป็นน้ำเย็น เกิดเป็นธารน้ำอุ่น มีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ และไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมา ตาน้ำร้อนมี 2 แห่ง ถ้าเป็นแห่งเล็กชาวบ้านนำหินไปวางล้อมไว้ ที่ปากบ่อจะมีน้ำเดือดผุดขึ้นมา สามารถต้มไข่ได้ ส่วนตาน้ำอีกแห่งมีขอบบ่อกั้นไว้ สามารถต้มไข่โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ  10 นาที  น้ำพุร้อนแม่ภาษา  เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวมามากมายมานั่งแช่เท้า โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์ อาทิตย์  ปัจจุบันมีห้องบริการอาบน้ำแร่และบ่ออาบน้ำ ซึ่งไม่มีกลิ่นฉุนจากก๊าซกำมะถัน สามารถแช่น้ำร้อนในห้องอาบน้ำ ถ้าไปเป็นหมู่คณะ ห้องละ 300 บาท หรือแช่เท้าน้ำอุ่นที่ไหลผ่านธารน้ำซึ่งแช่ฟรี

การเดินทาง

ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 105 (แม่สอด-แม่ระมาด) แยกขวาตรงหลักกิโลเมตรที่ 13 ผ่านหมู่บ้านแม่กาษาถึงน้ำพุร้อนแม่กาษา

 

คำสำคัญ : น้ำพุร้อนแม่ภาษา, สถานที่ท่องเที่ยว

ที่มา : https://www.paiduaykan.com

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1843&code_db=610002&code_type=TK007

Google : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

วัดไทยวัฒนาราม

วัดไทยวัฒนาราม

วัดไทยวัฒนาราม เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมของพุทธศาสนานิกายมหายาน ได้รับอิทธิพลศิลปะแบบไทยใหญ่ของพม่า จึงมีความงดงาม และวิจิตรบรรจง ในส่วนภายในวัดไทยวัฒนารามนั้นมีวิหาร  ศาลา และพระพุทธรูปที่น่าสนใจดังที่ทีมงาน ท่องเที่ยว.com (ท่องเที่ยวดอทคอม) จะพาไปชมกัน

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 1,078

 ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

 ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน  อยู่ทางขวามือริมเส้นทางสายตาก-แม่สอด ตรงกิโลเมตรที่ 71-72 เป็นศาลเจ้าริมทางลักษณะเดียวกับศาลเจ้าพ่อพะวอ ศาลนี้ทำพิธีเปิดเมือ่ปลายปี 2523 สาเหตุที่สร้างศาลนี้เล่ากันว่า มีคหบดีท่านหนึ่งเจ็บป่วยอัมพาตมาช้านาน ได้ฝันว่ามีผู้มาบอกให้สร้างศาลเจ้าพ่อขุนสามชนขึ้นที่บริเวณที่เป็นศาลเจ้าปัจจุบัน คหบดีผู้นั้นจึงสร้างศาลขึ้นถวาย เรียกกันว่า ศาลเจ้าพ่อขุนสามชนนับแต่นั้นมาอาการของคหบดีนั้นก็เป็นปกติ ชาวบ้านเคารพนับถือมาก

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 1,707

ตลาดริมเมย

ตลาดริมเมย

ตลาดริมเมย หรือ สุดประจิมที่ริมเมย สะพานมิตรภาพไทย-พม่า (ประตูเชื่อมอันดามันสู่อินโดจีน) ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าสายลวด สุดทางหลวงหมายเลข 105 (สายตาก-แม่สอด) เป็นสะพานสร้างข้ามแม่น้ำเมยระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กับ เมืองเมียวดีสหภาพเมียนมาร์ (หรือพม่าเดิม) มีความยาว 420 เมตร กว้าง 13 เมตร สร้างเพื่อเชื่อมถนนสายเอเซียจากประเทศไทยสู่สหภาพเมียนมาร์ ตลอดจนภูมิภาคเอเซียใต้ ถึงตะวันออกกลางและยุโรป เป็นประตูสู่ อินโดจีนและอันดามัน แม่น้ำเมย หรือแม่น้ำต่องยิน เป็นเส้นกั้นเขตแดนไทย เมียนมาร์ที่ยาวถึง 327 กิโลเมตร 

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 690

คอกช้างเผือก

คอกช้างเผือก

ตั้งอยู่เขตบ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 105 ก่อนถึงตลาดริมเมยประมาณ 1 กม. เลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดไทยวัฒนารามตามทางลาดยางประมาณ 2 กม. จะพบโบราณสถานคอกช้างเผือก หรือพะเนียดช้างทำเป็นกำแพงก่อด้วยอิฐมอญ มีความสูงประมาณ 1 เมตรเศษ กว้างประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 80 เมตร

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 664

สะพานมิตรภาพไทย-พม่า

สะพานมิตรภาพไทย-พม่า

 สะพานมิตรภาพ ไทย–พม่า 2 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเมยขนาดใหญ่แห่งที่สอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านวังตะเคียนใต้ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตากของประเทศไทย เข้ากับบ้านเยปู หมู่ที่ 5 เมืองเมียวดี จังหวัดเมียวดี ของประเทศพม่า

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 112

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

เมื่อเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น มูเซอดำ ม้ง ลีซอ ฯลฯ จึงได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขาบ้านอุมยอม” เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว ของวิถีชีวิตที่น่าสนใจของชนเผ่าต่างๆ โดยมีการจัดนิทรรศการแสดงเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ จำลองของชาวมูเซอ และบริเวณด้านนอกยังจัดทำเป็นลานเต้น “จะคึ” ซึ่งคือการเต้นรำของเผ่ามูเซอที่นิยมเต้นกันในงาน “กินวอ” หรืองานขึ้นปีใหม่นั่นเอง  ซึ่งจะเต้นกันในงาน”กินวอ”หรืองานขึ้นปีใหม่นั่นเอง นอกจากเรื่องราวของวัฒนธรรมชนเผ่าแล้ว ยังมีการจัดเส้นทางศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอุมยอม ชมบ้านพักอาศัย ตลอดทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เช่น สวนกาแฟ สวนชา พืชไร่ต่างๆ ข้าว แหล่งน้ำซับ ซึ่งระหว่างทางจะได้เพลิดเพลินไปกับสายน้ำตกอันบริสุทธิ์อีกด้วย โดยเส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางไปกลับราว 1 วัน 
 

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 445

 วัดมณีไพรสณฑ์

วัดมณีไพรสณฑ์

 วัดมณีไพรสณฑ์ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ตัวอำเภอแม่สอด สิ่งที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ต้องเข้าไปเยี่ยมชมคือ “เจดีย์วิหารสัมพุทเธ” เป็นเจดีย์ศิลปกรรมแบบพม่า ลักษณะเป็นเจดีย์ที่บนเจดีย์จะประกอบไปด้วยเจดีย์องค์เล็ก ๆ จำนวนมากล้อมรอบตัวเจดีย์องค์ใหญ่ และในแต่ละองค์เจดีย์จะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก (ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอมของเราได้ถ่ายรูปมากฝากให้ชมด้วย)

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 927

อ่างเก็บน้ำห้วยลึก

อ่างเก็บน้ำห้วยลึก

เป็นอ่างเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค และผลิดกระแสไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของชาวแม่สอดเพราะว่าถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นสถานที่พักผ่อนได้เลยทีเดียว เนื่องจากมีบรรยากาศดี ด้านทิศตะวันออกจะมองเห็นหุบเขาพะวอ ซึ่งมองเห็นได้ชัดเจน พอตกตอนเย็นก็จะมีประชาชนมาเที่ยวพักผ่อน มาออกกำลังกาย และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นบรรยากาศดีมาก ชาวแม่สอดของยืนยันกับอีกหนึ่งความประทับใจนี้ จึงอยากให้มาเยี่ยมชมกันด้วย

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 60

ตลาดดอยมูเซอ

ตลาดดอยมูเซอ

เดินถนนคนเดินกันก็บ่อยแล้ว เดินตลาดสมัยใหม่กันมาก็เยอะเหมือนกัน คราวนี้เราขอเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินตลาดสดกันบ้าง มีโอกาสมาเที่ยวถึงจังหวัดตากทั้งที ตลาดดังที่ห้ามพลาดเลยก็คือ “ตลาดดอยมูเซอ” ริมทางหลวงหมายเลข 105 (แม่สอด – ตาก) ตลาดสดที่รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรของชาวไทยภูเขาที่มีดีเกินความคาดหมาย

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 830

วัดโพธิคุณ

วัดโพธิคุณ

  สถานที่ตั้งวัดโพธิคุณก่อนปีพุทธศักราช 2523  ยังเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ  ไม่เคยมีที่พักสงฆ์  สำนักสงฆ์  หรือวัดมาก่อนเลย  มีประชาชนในตัวอำเภอแม่สอดมาจับจองแผ้วถางทำไร่พืชผักผลไม้อยู่ 5 เจ้าของด้วยกัน  ประชาชนหมู่ที่ 6  ตำบลแม่ปะเป็นชาวพุทธทั้งสิ้น  เพราะมีร่องรอยที่จะทำเป็นที่พักสงฆ์อยู่ทั้งที่บ้านห้วยหินฝนและบ้านห้วยเตย (เรื่องชื่อบ้านนั้นเอาไว้เล่าในเรื่องสันติเกนิทาน )  แต่ไม่มีพระภิกษุ-สามเณรมาอยู่ประจำ  ทั้งนี้ทั้งนั้นยากแก่การสันนิษฐาน  แต่พออนุมานได้ว่า  อาจเป็นเพราะสถานที่ตรงนี้ขณะนั้นยังมีไข้ป่า  เช่น ไข้มาลาเรียชุกชุมก็เป็นได้  และชาวบ้านโดยรวมมีความเป็นอยู่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก   ส่วนมากมีอาชีพรับจ้างและหาของป่ายังชีพกันตามมีตามได้  และความเป็นอยู่ก็กระจัดกระจายเปลี่ยนแปลงโยกย้ายกันอยู่ตามที่ที่จับจองห่างๆกัน  ไฟฟ้าไม่มีใช้  น้ำกินน้ำใช้ก็อาศัยน้ำตามลำธาร  ยังไม่มีระบบการบริหารและจัดการให้เป็นองค์รวมอย่างมีกฎเกณฑ์เหมือนอย่างเป็นหมู่บ้านแล้วในปัจจุบันนี้

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 565