พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่

พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้ชม 1,165

[16.763951, 98.4902793, พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่]

พระธาตุดอยหินกิ่ว ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอที่ไม่ควรพลาด  องค์พระธาตุที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูง โดยมีหินก้อนใหญ่บนหน้าผานั้น ซึ่งชาวบ้านต่างพากันขนานนามว่า “เจดีย์หินพระอินทร์แขวน” อีกทั้งหินที่อยู่บนดอยนี้ยังมีสีดำหรือน้ำตาลไหม้ บางคนจึงเรียกพระธาตุองค์นี้ว่า “พระธาตุดอยดินจี่” ซึ่งหมายถึงดินที่ถูกไฟไหม้นั่นเอง ภายในเจดีย์มีพระธาตุประดิษฐานอยู่เรียกกันว่า “พญาล่อง” ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียง บริเวณวัดพระธาตุฯ ยังมีเรือโบราณที่มีอายุประมาณ 200 ปี โดยชาวบ้านวังตะเคียนได้ช่วยกันกู้ขึ้นมาเก็บรักษาไว้ที่เชิงดอยดินจี่เรือลำนี้ ภายในเรือมีช่องสำหรับสอดไม้กระดานเพื่อทำเป็นที่นั่งจำนวน 4 ช่อง โดยมีระยะห่างไม่เท่ากัน ซึ่งจากรูปและขนาดของเรือ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรือที่ใช้ในการขนส่งอาหารหรือสินค้าระหว่างทั้งสองฝั่งแม่น้ำเมย  เมื่อมองลงมาจากองค์พระธาตุจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของอำเภอแม่สอด และด้วยศรัทธาในองค์พระธาตุชาวอำเภอแม่สอดและผู้คนฝั่งพม่าจะจัดงานนมัสการพระธาตุหินกิ่วดอยดินจี่ขึ้นเป็นประจำในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

 

dew_5631

 

สิ่งที่น่าสนใจบนพระธาตุดอยหินกิ่ว 
พระธาตุหินกิ่ว (พระธาตุหินพระอินทร์แขวน)

ตั้งอยู่เชิงหน้าผา  ห่างจากถ้ำฆ้องถ้ำกลองมาทางด้านซ้ายมือประมาณ 300 เมตร  ความสูงอยู่ประมาณกึ่งกลางของดอยดินจี่ พระธาตุจะประดิษฐานอยู่บนหินกิ่วที่มีลักษณะคล้ายกับพระธาตุอินทร์แขวนที่ประเทศพม่า  ข้าง  ๆ องค์พระเจดีย์จะมีรูปปั้นเทพารักษ์หลายองค์ศิลปะแบบพม่าและไทยใหญ่  ใกล้ ๆ กับพระธาตุจะมีศาลาให้พุทธศาสนิกชนพักเหนื่อยและสำหรับสวดมนต์

 

dew_5621

dew_5624

dew_5630

dew_5634

dew_5635

dew_5638

 

เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่เกือบชั้นบนสุดของยอดดอย  ระยะความสูงจากด้านล่างนับเป็นขั้นบันไดได้ 413 ขั้น  แต่ถ้าเดินจากถ้ำฆ้องถ้ำกลองก็เดินอีกแค่ 130 ขั้นเท่านั้น  ภายในเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของมีค่า  เงินรูปี  เหรียญตรา และพระพุทธรูปทองคำ 5 องค์  ที่ผู้สร้างนำติดตัวมาจากประเทศพม่า ถัดลงมาคือรอยพระบาท

 

dsc_7653

dsc_7651

dsc_7660

รอยพระพุทธบาท

สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นรอยเท้าพระอรหันต์องค์ใดองค์หนึ่งมาประทับเอาไว้ให้อนุชนรุ่นหลังสักการะบูชา  เพราะคนธรรมดาจะไม่สามารถเหยียบหินแล้วให้เป็นรอยแบบนี้ได้  ในปัจจุบันชาวบ้านได้สร้างตู้กระจกครอบรอยเท้าเอาไว้แล้ว  เพื่อป้องกันการชำรุด

 

dsc_7658

 

พระพุทธรูปปางลีลา

เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นดอย  ด้านหน้าองค์พระเป็นบันไดนาคราช 2 ตัวทอดยาวต้อนรับผู้ที่จะเดินขึ้นมานมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ด้านขวามือขององค์พระเป็นรูปปั้นคนสร้างพระธาตุนี้ขี่ม้าคือนายพะส่วยจาพอ
เมืองลับแล  ถัดจากรอยเท้าพระอรหันต์และเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุมาที่จุดสูงสุดของดอย จะเป็นปากทางเข้า

 

dsc_7675

 

พระพุทธรูปพระพักตร์งามภายในถ้ำฆ้องถ้ำกลอง  

เป็นพระพุทธรูปที่ใบหน้างามที่สุดในโลก  สร้างแบบศิลปพม่า  ประดิษฐานอยู่ในถ้ำฆ้องถ้ำกลอง  ชื่อถ้ำมาจากเมื่อโยนหินไปในถ้ำ หินกระทบผนัง จะได้ยินเสียงคล้ายเสียงฆ้องและเสียงกลอง  ถัดหลังองค์พระจะเป็นถ้ำพญานาค  มีลักษณะใหญ่เรียวเป็นรูเล็กลงจนกระทั่งมุดตามเข้าไปไม่ได้  ลักษณะของถ้ำพญานาคก็คือ  มีน้ำซึมไหลออกตลอดปี  เพราะนาคขาดน้ำไม่ได้  หากจะเข้าถ้ำพญานาค ควรมีไฟฉายมาด้วย

เมืองลับแล

บรรยากาศและต้นไม้จะแปลก ๆ ไม่เหมือนป่าทั่วไป  ผู้มีสัมผัสที่ 6 จะรู้ได้  การขึ้นมาทำบุญสิ้นสุดเพียงเท่านี้  เพราะถัดจากนี้ไปจะเข้าสู่เขตเมืองลับแล  ไปแล้วอาจไม่ได้กลับมา
เรือโบราณ 200 ปี

เรือลำนี้ในอดีตแล่นอยู่ในแม่น้ำเมย  รับส่งสินค้าแก่ประชาชนสองฟากฝั่ง  ต่อมาในระหว่างสงครามถูกทำให้จมน้ำเพื่อซ่อนไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ประโยชน์  ด้วยความหวังว่าเมื่อผ่านสงครามแล้วจะกู้ขึ้นมาอีก  แต่โชคร้ายคนเหล่านั้นตายหมด  เรือก็เลยจมน้ำมานับร้อยปี  แต่เรือทุกลำก็มีแม่ย่านางอยู่  เมื่อถึงเวลาอันสมควร แม่ย่านางก็ไปดลใจให้คนไปพบและกู้ขึ้นมา ปัจจุบันชาวบ้านไม่ได้ใช้ประโยชน์จากเรือลำนี้เหมือนเดิมแล้ว  แต่ใช้ประโยชน์จากการขูดหาตัวเลขเสี่ยงดวง

 

 

ตำนานแห่งพระธาตุ

มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ผู้สร้างเป็นชาวกะเหรี่ยงในสมัยที่อังกฤษปกครองพม่า ชื่อว่านายพะส่วยจาพอ ได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก เขานำเงินตราเหรียญรูปีบรรทุกหลังช้างมาเพื่อหาที่สำหรับสร้างเจดีย์ถวาย เป็นพุทธบูชา ครั้นมาถึงบริเวณผาหินกิ่ว (หรือดินจี่) ก็มองเห็นหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงชัน และมีลักษณะคล้ายกับเจดีย์พระอินทร์แขวนในประเทศพม่า จึงได้ทำการก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จแล้วได้นำพระสารีสริกธาตุบรรจุไว้ในองค์เจดีย์พร้อมกับพระพุทธรูปทองคำจำนวน 5 องค์

 

การเดินทางไปพระธาตุดอยหินกิ่ว

เริ่มต้นที่ตลาดริมเมย  อ.แม่สอด  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 105 ผ่านวัดไทยวัฒนาราม  หมู่บ้านท่าอาจ และหมู่บ้านวังตะเคียน จะพบทางแยกขวามือมีป้ายบอกทางไปพระธาตุหินกิ่ว  3 กิโลเมตร  ระยะทางจากตลาดริมเมยไปพระธาตุประมาณ 11 กิโลเมตร

เมื่อมาถึงด้านหน้าวัด จากนั้นต้องขึ้นบันไดเพื่อไปชมองค์พระธาตุ ซึ่งปัจจุบันบันไดทางขึ้นมี 2 ทาง เส้นทางเดิมขึ้นบริเวณบันไดนาคจำนวน 413 ขั้น โดยจะผ่านไปยังจุดต่าง ๆ ก่อน ได้แก่ รอยพระพุทธบาท เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  และสุดท้ายคือ เจดีย์พระธาตุหินกิ่ว  ส่วนเส้นทางใหม่ขึ้นบันไปประมาณ 200 กว่าขั้น ระยะทางจะสั้นกว่า โดยจะขึ้นไปแล้วเจอเจดีย์พระธาตุหินกิ่ว  ก่อน จากนั้นจะเป็นรอยพระบาทเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

 

ทางเดินขึ้นพระธาตุจุดใหม่ ระยะทางจะสั้นกว่า

 

dew_5616

dew_5618

dew_5619

 

คำสำคัญ : พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่

ที่มา : https://www.thai-tour.com/place/tak/maesot/1020

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2561). พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่. สืบค้น 5 กรกฎาคม 2565, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=821&code_db=610002&code_type=TK007

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=821&code_db=610002&code_type=TK007

Google search

Mic

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา

เมื่อเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น มูเซอดำ ม้ง ลีซอ ฯลฯ จึงได้มีการจัดตั้ง “ศูนย์วัฒนธรรมชาวเขาบ้านอุมยอม” เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว ของวิถีชีวิตที่น่าสนใจของชนเผ่าต่างๆ โดยมีการจัดนิทรรศการแสดงเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องใช้ จำลองของชาวมูเซอ และบริเวณด้านนอกยังจัดทำเป็นลานเต้น “จะคึ” ซึ่งคือการเต้นรำของเผ่ามูเซอที่นิยมเต้นกันในงาน “กินวอ” หรืองานขึ้นปีใหม่นั่นเอง  ซึ่งจะเต้นกันในงาน”กินวอ”หรืองานขึ้นปีใหม่นั่นเอง นอกจากเรื่องราวของวัฒนธรรมชนเผ่าแล้ว ยังมีการจัดเส้นทางศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอุมยอม ชมบ้านพักอาศัย ตลอดทั้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เช่น สวนกาแฟ สวนชา พืชไร่ต่างๆ ข้าว แหล่งน้ำซับ ซึ่งระหว่างทางจะได้เพลิดเพลินไปกับสายน้ำตกอันบริสุทธิ์อีกด้วย โดยเส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางไปกลับราว 1 วัน 
 

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 742

น้ำตกแม่กาษา

น้ำตกแม่กาษา

 น้ำตกแม่กาษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา  เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทางเดินขึ้นไปบนเขาสูง มีถ้ำ และธารน้ำกว้างประมาณ 5 เมตร เป็นทางจากปากถ้ำถึงน้ำตก จากเส้นทางสายแม่สอด - แม่ระมาด (ทางหลวงหมายเลข 105) ประมาณกิโลเมตรที่ 13-14 มีป้ายทางเข้าเขียนว่า บ้านแม่กื๊ดสามท่า  จากปากทางเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร  และมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร  เป็นทางแคบขรุขระ สองข้างทางเป็นไม้ล้มลุกขึ้นสูง ในฤดูฝนมีน้ำมากแต่ในฤดูแล้งไม่มีน้ำเลย  ทางเข้าน้ำตกนี้ยังไม่ดี และในบริเวณน้ำตกยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 925

คอกช้างเผือก

คอกช้างเผือก

ตั้งอยู่เขตบ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 105 ก่อนถึงตลาดริมเมยประมาณ 1 กม. เลี้ยวขวาผ่านหน้าวัดไทยวัฒนารามตามทางลาดยางประมาณ 2 กม. จะพบโบราณสถานคอกช้างเผือก หรือพะเนียดช้างทำเป็นกำแพงก่อด้วยอิฐมอญ มีความสูงประมาณ 1 เมตรเศษ กว้างประมาณ 25 เมตร ยาวประมาณ 80 เมตร

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 1,393

น้ำพุร้อนแม่ภาษา

น้ำพุร้อนแม่ภาษา

น้ำพุร้อนแม่ภาษา  ตั้งอยู่ใน ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด  จังหวัดตาก การเดินทางไปน้ำพุร้อนสะดวกสบาย ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณยี่สิบกว่านาที จากเมืองแม่สอด  น้ำพุร้อนแม่กาษา บริเวณโดยรอบบ่อน้ำพุร้อนมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีการปรับปรุงตกแต่งสนามหญ้าและสวนหย่อม มีน้ำพุร้อนให้สำหรับต้มไข่ มีบ่อน้ำแร่ให้แช่เท้า และมีห้องอาบน้ำแร่

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 398

วัดไทยสามัคคี

วัดไทยสามัคคี

วัดไทยสามัคคี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 516 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 1 แยกซ้ายมือเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่ชุมทางประตูน้ำพระอิน ผ่าน จ.สิงห์บุรี จ.ชัยนาท เข้า จ.นครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้งผ่าน จ.กำแพงเพชร ถึง จ.ตาก รวมระยะทาง 426 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง รถประจำทาง (บขส.) มีรถออกจากสถานีขนส่งสายเหนือทุก 2 ชั่วโมง โดยประมาณ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 22.30 น. สำหรับรถเอกชน ติดต่อ บริษัท ทันจิตต์ทัวร์ โทร. (02) 9363210 – 13, บริษัท เชิดชัยทัวร์ โทร. (02) 9360199 ทางเครื่องบิน สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึง แม่สอด โดยเครื่องบินโดยสารของบริษัทการบินไทย มีเฉพาะวันจันทร์, พฤหัส, เสาร์และอาทิตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ บริษัท การบินไทย จำกัด โทร. (02) 280-0060, 280-0100-110

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 492

เนินพิศวง

เนินพิศวง

อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 68 สายตาก-แม่สอด มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินที่แปลก คือเมื่อนำรถไปจอดไว้ตรงทางขึ้นเนินโดยไม่ได้ติดเครื่องรถจะไหลขึ้นเนินไปเอง

เผยแพร่เมื่อ 26-01-2021 ผู้เช้าชม 164

น้ำตกธารารักษ์

น้ำตกธารารักษ์

น้ำตกธารารักษ์ หรือน้ำตกผาชัน อยู่ในเขตบ้านเจดีย์โคะ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติเป็นน้ำตกขนาดเล็กมีชั้นเดียว มีลักษณะเป็นน้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาหินปูนสูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกแห่งนี้มีลักษณะพิเศษคือมีเจดีย์อยู่ข้างตัวน้ำตก ในบริเวณนั้นเป็นเทือกเขาไม่สูงนัก ด้านหน้ามีหนองน้ำซึ่งเด็กในพื้นที่จะไปเล่นน้ำกันที่นี่ เนื่องจากเป็นที่ค่อนข้างโล่งกว้าง และมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ใต้น้ำตกจึงมีลมเย็นๆ พัดตลอดน่าเป็นที่พักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นไปดูเจดีย์บนยอดเขาได้ โดยการขับรถไปตามทางหลวงห่างจากน้ำตกประมาณ  700 เมตรจะมีทางเข้าไปตามถนนผ่านหมู่บ้านเจดีย์โค๊ะ ลัดเลาะไปตามไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน แล้วเลี้ยซ้ายเข้าไปตามป้ายจะมีบอก หรือไม่ก็ถามชาวบ้านละแวกนั้นดู ไปได้ไม่ยาก เมื่อมาถึงบนยอดเขาแล้วจะเห็นเจดีย์ตั้งตระหง่าน พร้อมด้วยเส้นทางไปดูต้นทางของน้ำตกได้

เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 769

 วัดมณีไพรสณฑ์

วัดมณีไพรสณฑ์

 วัดมณีไพรสณฑ์ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่ตัวอำเภอแม่สอด สิ่งที่เป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ต้องเข้าไปเยี่ยมชมคือ “เจดีย์วิหารสัมพุทเธ” เป็นเจดีย์ศิลปกรรมแบบพม่า ลักษณะเป็นเจดีย์ที่บนเจดีย์จะประกอบไปด้วยเจดีย์องค์เล็ก ๆ จำนวนมากล้อมรอบตัวเจดีย์องค์ใหญ่ และในแต่ละองค์เจดีย์จะประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก (ทีมงานท่องเที่ยวดอทคอมของเราได้ถ่ายรูปมากฝากให้ชมด้วย)

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 1,435

เนินพิศวง

เนินพิศวง

เนินพิศวง อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 68 สายตาก - แม่สอด  มีลักษณะเป็นทางขึ้นเนินที่แปลก คือเมื่อนำรถไปจอดไว้ตรงทางขึ้นเนินโดยไม่ได้ติดเครื่องรถจะไหลขึ้นเนินไปเอง  มีนักวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ถึงสาเหตุนี้พบว่า เกิดจากเป็นภาพลวงตา เนื่องจากได้มีการวัดระดับความสูงของเนินลูกนี้แล้วปรากฏว่า ช่วงที่มองเห็นเป็นที่สูงนั้น มีระดับความสูงต่ำกว่าช่วงที่เห็นเป็นทางลงเนิน ดังนั้นรถที่เรามองเห็นไหลขึ้นนั้นที่จริงไหลลงสู่ที่ต่ำกว่า แต่ก็ไม่มีผู้ใดสามารถบอกได้ว่าเหตุใดจึงมองเห็นเป็นภาพลวงตาเช่นนั้นได้

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 747

 ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน

 ศาลเจ้าพ่อขุนสามชน  อยู่ทางขวามือริมเส้นทางสายตาก-แม่สอด ตรงกิโลเมตรที่ 71-72 เป็นศาลเจ้าริมทางลักษณะเดียวกับศาลเจ้าพ่อพะวอ ศาลนี้ทำพิธีเปิดเมือ่ปลายปี 2523 สาเหตุที่สร้างศาลนี้เล่ากันว่า มีคหบดีท่านหนึ่งเจ็บป่วยอัมพาตมาช้านาน ได้ฝันว่ามีผู้มาบอกให้สร้างศาลเจ้าพ่อขุนสามชนขึ้นที่บริเวณที่เป็นศาลเจ้าปัจจุบัน คหบดีผู้นั้นจึงสร้างศาลขึ้นถวาย เรียกกันว่า ศาลเจ้าพ่อขุนสามชนนับแต่นั้นมาอาการของคหบดีนั้นก็เป็นปกติ ชาวบ้านเคารพนับถือมาก

เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 2,860