การปลูกกล้วยไข่

การปลูกกล้วยไข่

เผยแพร่เมื่อ 20-01-2020 ผู้ชม 12,431

[16.4258401, 99.2157273, การปลูกกล้วยไข่]

          เราจะปลูกกล้วยไข่กำแพงเพชรให้ได้ผลผลิตที่สูง ลดการลงทุน ด้วยมาตรฐานการส่งออกได้อย่างไรกันนะ แรกสุดเรามาพิจารณาว่าพื้นที่สวนเรามีลักษณะที่กล้วยไข่กำแพงเพชรเติบโตได้ดีไหม สวนเราต้องเป็นที่ดอนหรือที่ราบที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ใกล้แหล่งน้ำธรรมชาติ มีดินร่วนหรือดินร่วนเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี หน้าดินลึกมากกว่า 40 เซนติเมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากกว่า 75 เซนติเมตร ค่าความเป็นกรดด่างของดินระหว่าง 5.5-7.0 มีอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 25-28 องศาเซลเซียล การเตรียมพื้นที่เริ่มที่ "การไถดะ" ด้วยรถไถแล้ว "ตากดิน" ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เพื่อปรับดินและกำจัดวัชพืช
          ปลูกเดือนไนอย่างไรดีนะ
          ช่วงที่ดีที่สุดคือปลายฤดูฝน ประมาณเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ไม่ควรเกินเดือนตุลาคม เพราะจะเป็นช่วงที่ได้รับน้ำฝนจากธรรมชาติ และหลังจาก 6-8 เดือน ก็จะเป็นช่วยให้ผลผลิตที่ตรงกับความต้องการของตลาด วิธีการปลูกเราจะเลือกหน่อจากต้นที่ตัดเครือแล่้ว มีลำต้นแข็งแรงตรงอวบใหญ่และเป็นหน่อที่มีใบแคบ เตรียมปลูกในระยะที่เหมาะสมที่สุดคือ 2x2 หรือ 2x3 เมตร ต้องขุดหลุมกว้าง 50x50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 3-5 กิโลกรัม วางหน่อพันธุ์ที่หลุม จัดวางหน่อพันธุ์ในด้านที่ติดกับต้นแม่อยู่ในทิศทางเดียวกัน กลบดินลงหลุมปลูกและกดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม
          ต้องปฏิบัติดูแลรักษาอย่างดี
          เราจะต้องพรวนดิน ภายหลังปลูกกล้วยไข่ประมาณ 1 เดือน เพื่อกำจัดวัชพืชและให้ดินเก็บความชึ้นจากน้ำฝน ในขณะที่รากกล้วยยังขยายไปไม่มากนัก และตัดหน่อกล้วยที่งอกขึึ้นมาให้ไม่ให้แย่งอาหารจากต้นแม่ที่เรียกว่า "การแต่งหน่อ" เราจะต้องมีการให้ปุ๋ยอินทรย์ใส่ 1 ครั้ง ปุ๋ยที่ดีคือปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ถ้าจะใช้ปุ๋ยเคมีก็สามารถใส่ได้ 4 ครั้ง วิธีการใส่ปุ๋ย ควรห่างจากต้น 30 เซนติเมตร หรือใส่ลงในหลุมเล็ก 10 เซนติเมตร ท้ั้ง 4 ด้าน แล้วพรวนดินกลบ
          ภูมิปัญญาที่สำคัญอีกประการหนึ่งของการปลูกกล้วยไข่กำแพงเพชร คือ "การแต่งหน่อ" หลังจากการปลูกกล้วยไข่สักเดือน กล้วยจะเริ่มทยอยแตกหน่อ หน่อเล็กๆ เหล่านี้จะแย่งน้ำและอาหารจากต้นหลัก ทำให้ผลเล็ก จำนวนหวีน้อย ชาวสวนจะต้องกำจัดหน่อ คือเกิดก่อนเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม โดยการเฉือนโคนหน่อทิ้งติดดิน แต่จะต้องเตรียมหน่อพันธุ์ที่ดีไว้ปลูกในฤดูต่อไป โดยเลือกหน่อที่อวบแข็งแรงไว้ 1 หน่อ หน่อพันธุ์ที่เลือกเป็นหน่อที่งอกประมาณเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน
          การให้น้ำในฤดูฝน เมื่อฝนทิ้งช่วงควรรีบให้น้ำ ส่วนในฤดูแล้งจะต้องให้น้ำมากขึ้น เร่ิมให้น้ำตั้งแต่หมดฝน ประมาณเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม ส่วนใหญ่ใช้วิธีสูบน้ำปล่อยเข้าแปลง หรือใช้ระบบน้ำแบบพ่น
          การกำจัดวัชพืช ในแปลงกล้วยไข่ทั้งวัชพืชใบแคบและใบกว้าง เกษตรกรชาวสวนกล้วยไข่กำแพงเพชรมักจะใช้แรงงานในการดายหญ้าในแปลงปลูกหรือใช้รถไถ หากมีความจำเป็นต้องใช้สารกำจัดวัชพืชกลุ่มพาราควอท หรือที่รู้จักในชื่อกรัมมอกโซน ใช้ในอัตราที่กำหนดพ่นโดยไม่ให้ถูกใบและลำต้นกล้วยไข่
          การเก็บเกี่ยว
          จะเป็นวันหลังจากวัดที่ตัดปลี ห่อผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว 30 วันจะได้กล้วยไข่ที่มีคุณภาพสูง ขนาดใหญ่ สีสวย หรือที่เรียกว่า "เกรด A" การเก็บเกี่ยวต้องใช้มีดสะอาดและคมตัดเครือกล้วยไข่ไม่ให้เครือกล้วยสัมผัสพื้นดิน ขนย้ายด้วยพาหนะท่ี่สะอาดและมีวัสดุหนานิ่มรองรับเพื่อไม่ให้กล้วยช้ำ
          ลดต้นทุนได้ด้วยหน่อที่สองในการปลูกรุ่นสอง  หลังจากตัดหน่อ 1 ให้ผลผลิตโดยการตัดเครือแล้ว เกษตรกรต้องฟันต้นต่อแม่จากดินประมาณ 70 เซนติเมตร เจาะลำต้นบริเวณกลางลำต้นให้เป็นหลุมแบบหลุมขนมครก เพื่อใส่ปุ๋ยสูตรเสมอประมาณ 1 ช้อนแกง เพื่อบำรุงหน่อลูกหรือต้นที่ 2 ส่วนโคนต้นใส่ขี้นกกระทา ประมาณ 3 ขีด ช่วงเร่งให้หน่อลูกเติบโตสร้างปลีดอกหรือลำต้นแข็งแรง ใส่ปุ๋ยสูตร 15-5-25 ประมาณ 200 กรัม/ต้น จนกล้วยออกปลีใช้เวลาประมาณ 15 วัน
           ลูกโต หวีใหญ่ สีสวยทำได้อย่างไร
           เมื่อปลีกล้วยคลี่หมด ให้เกษตรกรเลือกหวีที่สมบูรณ์เอาไว้ตัด "หวีเต่า" หรือลูกเล็กทิ้งเหลือหวีกล้วยที่มีคุณภาพประมาณ 5 หวี ตลาดจะต้องการและเรียกว่ากล้วยไข่เกรด A ใช้ถุงฟรอยล์ห่อกล้วย มัดให้แน่นพอสมควร ให้น้ำโคนต้นปกติ
           เคล็ดเด็ดพิชิตลมพายุ
           ภัยธรรมชาติที่มีปัญหาต่อชาวสวนกล้วยไข่กำแพงเพชร คือ ลมฤดูร้อน ซึ่่งจะมี 2 ครั้ง คือ ลมพายุฤดูร้อนในเดือนมีนาคมถึงเมษายน อันเป็นช่วงที่กล้วยไข่กำแพงเพชรกำลังเจริญเติบโต กับลมพายุฤดูฝนในเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เป็นช่วงที่กล้วยไข่กำลังตกเครือให้ผลผลิต ทำให้เกิดความเสียหายกับสวนกล้วยไข่กำแพงเพชร มีวิธีดังนี้
           วิธีแรก  "การพูนโคนกล้วยไข่" โดยการโกยดินเข้าสุมโคนกล้วย ช่วยลดปัญหาการโค่นล้มของต้นกล้วย เมื่อมีลมแรง
           วิธีที่สอง "การปลูกไม้บังลม" เพื่อบรรเทาความรุนแรงของกระแสลมในสวน ไม้บังลมที่มีคุณลักษณะดีควรจะมีลำต้นชูสูง แต่แข็งแรงระบบรากลึกมั่นคง ไม่คลอนแคลนหรือโค่นล้มง่าย ทรงพุ่มแคบแต่มีใบแน่น มีการเติบโตเร็วไม่ต้องดูแลรักษามากนัก อายุยืนศัตรูโรคแมลงน้อย ไม่บังลมที่ดี ยกตัวอย่างได้เช่น ใผ่รวก
            วิธีที่สาม "การค้ำยัน" ในหลายพื้นที่ใช้ไม่ค้ำยัน โดยใช้ไม่ใผ่รวกที่มีลำต้นตรงสูง ประมาณ 4 เมตร ดอกริมลำต้นกล้วยไข่เมื่อเริ่มติดปลีแล้วมัดต้นกล้วยไข่ให้กับกับลำไผ่รวก เป็นการเสริมให้กลำต้นของกล่วยไข่แข็งแรง ไม่หักโค่นง่าย แม้มีการโยกไปตามลม
            โรคที่สำคัญของกล้วยไข่กำแพงเพชร ก็คือโรคใบไหม้และโรคใบจุด ที่เกิดจากเชื้อราบางชนิด ทำลายรากและท่อน้ำ ท่ออาหารของกล้วย ทำให้ใบอุดตันมีอาการขาดน้ำ มีสีเหลือง ชงักการเติบโต การรักษาโรคระบาดทางดิน ต้องรักษาความสะอาดโคนกล้วยไข่ไม่ทำให้รก ระบายน้ำดี หากพบอาจต้องมีการเปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกพืชชนิดอื่นสัก 2-3 ปี อาจมีการใช้ยาฆ่าเชื่อรา เช่น การราดด้วยแคปแทน 40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ร่วมด้วย

คำสำคัญ : กล้วยไข่

ที่มา : ศูนย์ภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น. (2559). กล้วยไข่กำแพงเพชร นวัตกรรมภูมิสารสนเทศเพื่อการสนับสนุนด้านเกษตรกรรม จังหวัดกำแพงเพชร. กำแพงเพชร: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2563). การปลูกกล้วยไข่. สืบค้น 13 มกราคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1278&code_db=610007&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1278&code_db=610007&code_type=01

Google search

Mic

ดินสอพองกำแพงเพชร

ดินสอพองกำแพงเพชร

จะมีคนกำแพงเพชรสักกี่คนที่ทราบว่า ใต้แผ่นดินอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรที่เต็มไปด้วยศิลาแลง อันทรงคุณค่าต่อเมืองมรดกโลก มีดินขาว ที่เรียกกันว่าดินสอพองจำนวนมาก ดินสอพอง หมายถึง ดินขาว เราเองก็ไม่เคยทราบเช่นกัน ว่ามีดินสอพองใต้แผ่นดินกำแพงเพชร และได้ถูกนำมาผลิตดินสอพองมานับร้อยปี นับเป็นภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดมาอย่างควรบันทึกไว้ในรายการโทรทัศน์วัฒนธรรมของเรา

เผยแพร่เมื่อ 24-04-2020 ผู้เช้าชม 2,307

แคนหรือเก้งชนเผ่าม้ง

แคนหรือเก้งชนเผ่าม้ง

แคนหรือเก้งชนเผ่าม้ง ดนตรีชาวเขาเผ่าม้ง ไพเราะแว่วมาอย่างโหยหวน แสดงความสูญเสีย ที่สลับซับซ้อน ชาวม้ง เรียกดนตรีชิ้นนี้ว่า เก้ง คนพื้นราบเรียกกันว่า แคน แต่เดิมดนตรีที่เรียกว่าเก้งใช้ในการเป่าเพื่อส่งวิญญาณของผู้ตาย เมื่อได้ยินเพลงจากแคน แสดงถึงมีการตาย มีการลั่นกลองประกอบ เมื่อมีการตายชาวม้งต้องนำศพไปฝังบนเขาผู้นำขบวนจะเดินเป่าแคนเพื่อส่งวิญญาณไปสวรรค์ จากการสัมภาษณ์ นายหวั่งเซ้ง จังเจริญกุล ชาวเขาเผ่าม้ง อายุ 63 ปี มีอาชีพทำแคนขายท่านเล่าให้ฟังว่า ดนตรีประจำชาวเขาเผ่าม้งที่สำคัญ คือ แคนหรือเก้ง ใช้เป่าเพื่อส่งวิญญาณผู้ตายไปสู่สวรรค์ 

เผยแพร่เมื่อ 24-04-2020 ผู้เช้าชม 6,645

เรือนสาวห้อม

เรือนสาวห้อม

ริมถนนเทศา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร นับแต่วัดเสด็จขึ้นมา มีบ้านเรือนไทยอยู่มากมาย แต่ละหลังอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปี รอดพ้นจากไฟไหม้ครั้งใหญ่ในกำแพงเพชร เมื่อเดือนเมษายน 2506 ทางด้านซ้ายมือ เมื่อขึ้นมาทางเหนือ ตามถนนเดินรถทางเดียว พบบ้านสามหลังต่อเนื่องกันยาวเหยียดลงในในสวนหลังบ้าน บ้านแต่ละหลังล้วนมีสถาปัตยกรรมเป็นของตนเอง หาชมที่อื่นใดไม่ได้อีกแล้ว

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 2,070

เรือนขุนทวีจีนบำรุง

เรือนขุนทวีจีนบำรุง

เป็นเรือนไม้สักพักอาศัย 2 ชั้น ทรงมนิลาประยุกต์หลังคาปั้นหยามีมุขยื่นด้านหน้าประดับไม้ฉลุแบบเรือนขนมปังขิง (เรือนขนมปังขิง เป็นชื่อเรียกอาคารประเภทหนึ่ง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ซึ่งแพร่เข้ามาในประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการประดับตกแต่ลวดลายฉลุที่วิจิตรพิสดาร หรูหรา สวยงาม เหมือนขนมปังขิง) หลังคามุงกระเบื้องดินเผาทางเข้าหน้าบ้านและหน้าเรือนที่เฉลียงมีซุ้มประตู ตัวเรือนยกพื้นสูงเกือบ 2 เมตร 

เผยแพร่เมื่อ 05-03-2020 ผู้เช้าชม 2,043

ของที่ระลึกจากแป้งข้าวเหนียว

ของที่ระลึกจากแป้งข้าวเหนียว

ของที่ระลึกจากแป้งข้าวเหนียว ทำจากแป้งข้าวเหนียวมาปั้นเป็นส่วนประกอบของสินค้า ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ของกล้วยไข่ เช่น ลำต้น เครือกล้วยไข่ แล้วนำมาประกอบเป็นต้นกล้วยไข่และทำเป็นพวงกุญแจ ใช้เป็นของที่ระลึก ของฝาก หรือทำเป็นของตกแต่งก็ดูสวยงาม

เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 5,600

เรือนนายหอม รามสูต

เรือนนายหอม รามสูต

บ้านหลังนี้ เป็นบ้านทรงปั้นหยา (เรือนไม้แบบยุโรป มุงหลังคาด้วยกระเบื้อง หลังคาทุกด้านชนกันแบบพีระมิด ไม่มีหน้าจั่วเรือนปั้นหยาปรากฏมีอยู่ที่หลังคาพระราชวังต่างๆ ที่สร้างในสมัยต้นรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นแบบปั้นหยา จากเรือนปั้นหยาได้วิวัฒนาการมาเป็นเรือนมะนิลา คือบางส่วนเป็นเรือนหลังคาปั้นหยาแล้ว เปิดบางส่วนให้มีหน้าจั่ว ในสมัยที่เรือนแบบมะนิลาซึ่งคงจะแพร่หลายมาจากเมืองมะนิลา) เข้ามาสู่ความนิยมอย่างแพร่หลายในพระราชวัง แล้วสู่วังของเจ้านายในราชสำนัก และมาสู่เรือนของผู้มีอันจะกินในต่างจังหวัดในที่สุด

เผยแพร่เมื่อ 05-03-2020 ผู้เช้าชม 1,736

เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

เรือนขุนทรงราชผล (พลี ศุภดิษฐ์)

บนถนนเทศา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งแต่วัดเสด็จขึ้นมาจนถึงการประปากำแพงเพชร มีบ้านเรือนไทยเก่าแก่อายุนับร้อยปีจำนวนมาก เป็นโชคดีของกำแพงเพชรที่บ้านเหล่านี้เหลือจากไฟไหม้ใหญ่ที่กำแพงเพชร เมื่อวันศุกร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2506 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ ค.ศ. 1963 เวลาประมาณ 10 น. เกิดไฟไหม้กำแพงเพชรครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ไหม้บ้านเรือนบนถนนเทศาทั้งสายประมาณร้อยหลังคาเรือน 

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 1,572

เรือนครูมาลัย ชูพินิจ

เรือนครูมาลัย ชูพินิจ

บ้านที่มีอายุกว่า 120 ปี และยังรักษาสภาพเดิมๆ ไว้ได้กว่าร้อยละ 80 คือ บ้านครูมาลัย ชูพินิจ อยู่ปากซอยชากังราว อยู่เลยวัดพระบรมธาตุมาทางนครชุมเล็กน้อย ตามถนนสายหน้าเดิม ติดกับคลองสวนหมาก โดยหันหน้าออกไปทางคลองสวนหมาก และแม่น้ำปิง ครูมาลัยเป็นบุตรของกำนันสอน และนางระเบียบ ชูพินิจ กำนันตำบลปากคลองสวนหมาก อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เดิมกำนันสอนตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณเดียวกันกับบ้านหลังนี้ บ้านหลังนี้เป็นฉากสำคัญในนวนิยายเรื่องทุ่งมหาราช

เผยแพร่เมื่อ 06-03-2020 ผู้เช้าชม 1,950

มะขามป้อม สุดยอดสมุนไพรไทย แก้ไอ เจ็บคอ บำรุงกล่องเสียง

มะขามป้อม สุดยอดสมุนไพรไทย แก้ไอ เจ็บคอ บำรุงกล่องเสียง

ที่วัดโขมงหัก หมู่ที่ 13 ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร มีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแพทย์แผนไทยหมอพื้นบ้านได้รวมกลุ่มกัน เพื่อทำยาอมมะขามป้อมเพชร เพื่อใช้รักษาบรรเทาอาการเจ็บคอ แก้ไอ บำรุงกล่องเสียง แก้เสมหะที่ลำคอ แก้เสลดหางวัว ยาอมมะขามป้อมเพชร ประกอบไปด้วย มะขามป้อม มะขามเปียก ดอกดีปลี ดอกช้าพลู เกลือ น้ำตาล ที่ถูกนำไปตากแห้งและอบ จากนั้นนำมาเคี่ยวในกระทะที่ร้อนคลุกเคล้าให้เข้ากันใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง 

เผยแพร่เมื่อ 12-05-2020 ผู้เช้าชม 1,932

วิสาหกิจชุมชนผ้าทอมือบ้านใหม่ศรีอุบล ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

วิสาหกิจชุมชนผ้าทอมือบ้านใหม่ศรีอุบล ตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

การจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผ้าทอมือบ้านใหม่ศรีอุบล เกิดขึ้นจากการร่วมกลุ่มของประชาชนที่มีความรู้และทักษะของการทอผ้า ที่สืบทอดกันมาจากครอบครัว เป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาสู่รุ่นต่อรุ่นได้มีการรวมตัวของประชาชนหลังจากว่างงานเกษตรกร โดยมีหัวหน้ากลุ่ม ได้แก่ นางสาวธโยธร ลายทอง เป็นหัวหน้ากลุ่มกลุ่มผ้าทอมือบ้านใหม่ศรีอุบล เริ่มผลิตผ้าจากการปั่นด้าย จนกระทั่งถึงการทอผ้า ตัดเย็บ ขายปลีกและขายส่งอย่างครบวงจร มีระบบและสามารถเลี้ยงตนเองได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดกำแพงเพชร และองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งโพธิ์ทะเลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนมีรายได้จากการทอผ้า ตัดเย็บและเลี้ยงตัวได้ หลังจากการทำไร่ทำนา หรือว่างจากการทำเกษตรกรรมนับว่าเป็นตัวอย่างที่ดี สำหรับการรวมกลุ่มการทำงานอย่างเข้มแข็ง ของประชาชน ทำให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งมากขึ้น

เผยแพร่เมื่อ 01-08-2022 ผู้เช้าชม 1,691