ธงประจำจังหวัดกำแพงเพชร

ธงประจำจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 30-08-2019 ผู้ชม 4,441

[, , ธงประจำจังหวัดกำแพงเพชร]

        ธงประจำจังหวัดกำแพงเพชร เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีพื้นสีอยู่ 3 สี คือ สีเหลือง สีแดง และสีเขียวใบไม้ มีรูปตราประจำจังหวัดกำแพงเพชรอยู่ตรงกลางแถบสีแดง
        แถบสีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองกำแพงเพชร โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางพระพุทธศาสนา กำแพงเพชรมีโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมายและย่ิงใหญ่ที่สุดจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย กำแพงเพรมีพระเครื่องนับพันพิมพ์ จนได้รับการยกย่องให้เป็นจังหวัดที่ีพระเครื่องมากที่สุด และทรงคุณค่ามากที่สุดจนเป็นคำขวัญประจำจังหวัดวรรณหนึ่งว่า "กรุพระเครื่อง"
        แถบสีเขียว หมายถึง เมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ เต็มไปด้วยป่าไม้ น้ำตก และพืชพันธุ์ธัญญาหาร เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญ มีประชากรจากทุกสารทิศอพยพเข้ามาสู่เมืองกำแพงเพชรอย่างมากมาย
         ความหมายโดยรวม เมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างย่ิงทางด้านพระพุทธศาสนา ประชาชนมีความกล้าหาญในการสงครามอย่างหาที่เปรียบมิได้ มีความอุดมสมบูรณ์ในการเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไทยมาโดยตลอด

คำสำคัญ : ธงประจำจังหวัด

ที่มา : ศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยจังหวัดกำแพงเพชร. (2542). เอกสารประกอบการอบรมเยาวชนเพื่อการอนุรักษ์แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2562). ธงประจำจังหวัดกำแพงเพชร. สืบค้น 17 ตุลาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=1215&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1215&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

กำแพงเพชร : สมัยสุโขทัย

กำแพงเพชร : สมัยสุโขทัย

ข้อความในจารึกหลักที่ 2 ศิลาจารึกวัดศรีชุม ในหนังสือประชุมศิลาจารึกภาคที่ 1 หน้าที่ 37-39 ในบรรทัดที่ 21-40 อธิบายโดยสรุปว่า พ่อขุนศรีนาวนาถม ได้ครอบครองเมืองสุโขทัยและ เมืองศรีสัชนาลัยมาก่อน หลังสิ้นพ่อขุนศรีนาวนาถมแล้ว พ่อขุนบางกลางหาว ได้เข้ามาครอบครอง ต่อมาถูกขอมขยายอำนาจยึดเมืองต่าง ๆ ได้ พ่อขุนบางกลางหาวจึงต้องขอความช่วยเหลือไปยังพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราดซึ่งเป็นโอรสของพ่อขุนศรีนาวนาถม พ่อขุนผาเมืองได้สั่งให้พ่อขุนบางกลางหาวไปนำทหารของพระองค์ที่เมืองบางยางมาสู้รบ พ่อขุนบางกลางหาวก็ยังไม่สามารถที่จะชนะขอมสบาดโขลญลำพงได้ จนทำให้พ่อขุนผาเมืองต้องยกทัพออกมาช่วย จนในที่สุดได้เมืองบางขลัง ศรีสัชนาลัย  และเมืองสุโขทัยคืน ได้และพ่อขุนผาเมืองได้อภิเษกพ่อขุนบางกลางหาวขึ้นเป็นเจ้าเมืองสุโขทัยทรงพระนามว่า “ศรีอินทรบดินทราทิตย์” 

เผยแพร่เมื่อ 24-02-2020 ผู้เช้าชม 6,943

เมืองนครชุมล่มสลายกลายมาเป็นบ้านปากคลอง

เมืองนครชุมล่มสลายกลายมาเป็นบ้านปากคลอง

เมืองนครชุม เป็นเมืองโบราณ เดิมเป็นเมืองอิสระ มีกษัตริย์ปกครองตนเอง มีกำแพงเมืองใหญ่ก่อนร่วมอาณาจักรกับสุโขทัย สถาปนามาก่อนพุทธศักราช ๑๘๐๐ ได้ยกฐานเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรสุโขทัย (เมืองลูกหลวงหมายถึง เมื่อพระมหากษัตริย์สุโขทัยมีราชโอรสจะส่งมาปกครอง) เมืองนครชุมเจริญรุ่งเรืองสูงสุด ในสมัยของพญาลิไทกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย โดยเสด็จมาเมืองนครชุม และสถาปนา พระบรมสาริกธาตุ และพระศรีมหาโพธิ์ขึ้นที่เมืองนครชุมแห่งนี้ เมืองนครชุมเจริญรุ่งเรืองถึงราว พุทธศักราช ๒๐๐๐ เกิดน้ำกัดเซาะรวมทั้งเกิดไข้ป่าและโรคระบาด ทำให้เมืองนครชุม ถึงกาลล่มสลาย

เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 4,713

มอกล้วยไข่...จากเนินดินริมทาง สู่ตำนานกล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร

มอกล้วยไข่...จากเนินดินริมทาง สู่ตำนานกล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร

หากเอ่ยถึงจังหวัดกำแพงเพชร หลายคนคงนึกถึงเมืองโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกวัดวาอารามเก่าแก่ และกำแพงศิลาแลงอันสง่างาม แต่สำหรับนักเดินทางที่มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ ภาพจำอีกอย่างหนึ่งคือร้านรวงสองฟากถนนพหลโยธินที่วางกล้วยผลสีเหลืองทองเรียงรายพร้อมเสียงเชื้อเชิญให้แวะชิมกล้วยไข่เมืองกำแพง สถานที่แห่งนั้นคือมอกล้วยไข่ตลาดของฝากที่เติบโตจากแผงขายผลไม้ริมทางจนกลายเป็นจุดแวะพักสำคัญของผู้เดินทาง และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชร ทว่าเรื่องราวของมอกล้วยไข่ไม่ได้เริ่มต้นจากตลาด หากเริ่มต้นจากการเดินทางของกล้วยสายพันธุ์หนึ่งซึ่งใช้เวลาหลายชั่วอายุคนกว่าจะหยั่งรากลึกในผืนดินลุ่มแม่น้ำปิง

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 101

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 4 (เมืองหน้าด่าน “เนินทอง” อยู่ที่หนองปลิง)

ย้อนรอย “เที่ยวเมืองพระร่วง” ตอนที่ 4 (เมืองหน้าด่าน “เนินทอง” อยู่ที่หนองปลิง)

บทพระราชนิพนธ์ เที่ยวเมืองพระร่วง ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบันทึกเอาไว้ ตอนหนึ่งมีความว่า “…ยังมีสิ่งที่ทำให้น่าเชื่อถือมากขึ้นคือถนนระหว่างกำแพงเพชรกับสุโขทัยนั้นได้ผ่านไปใกล้เมืองย่อมๆ 3 เมืองตรงตามความในหลักศิลา แต่เมื่อข้าพเจ้าเดินตามถนนนั้นได้เห็นปลายถนนทางด้านตะวันตกไปหมดอยู่เพียงขอบบึงใหญ่อันหนึ่ง ห่างจากเมืองกำแพงเพชรกว่า 100 เส้น พระวิเชียรปราการแสดงความเห็นว่าน่าจะข้ามบึงไป แต่น้ำได้พัดทำลายไปเสียหมดแล้ว ข้อนี้ก็อาจจะเป็นได้ แต่ข้าพเจ้ายังไม่สู้จะเชื่อนัก ยังนึกสงสัยอยู่ว่าคงจะมีต่อไปจนถึงเมืองเชียงทอง แต่เมื่ออยู่ที่กำแพงเพชรก็ยังไม่ได้ความ

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 1,716

ทำเนียบเจ้าเมืองชากังราว กำแพงเพชร

ทำเนียบเจ้าเมืองชากังราว กำแพงเพชร

พระยางั่ว สมเด็จพระยาดำรงราชานุภาพ กล่าวไว้ในประชุมปาฐกถาตอนที่ว่าด้วย "พงศาวดารกรุงสุโขทัยคราวเสื่อม" ถึงเรื่องเมืองชากังราว น่าจะสร้างขึ้นเป็นเมืองลูกหลวง คู่กับเมืองศรีสัชนาลัยอยู่ และพระยางั่ว ครองเมืองซากังราว และได้เกิดชิงราชสมบัติกันกับพระยาลิไทย พระยาลิไทยเป็นผู้ชนะและได้สมบัติ พระยางั่วจึงเป็นผู้ครองเมืองกำแพงเพชร อยู่ก่อนที่พระยาไทยจะขึ้นเสวยราชย์ คือราว พ.ศ.1890 ซึ่งเป็นปีเสวยราชย์ของพระยาลิไทย

เผยแพร่เมื่อ 14-11-2023 ผู้เช้าชม 2,196

ตำนานบึงสาปพระร่วง

ตำนานบึงสาปพระร่วง

ตำนาน “บึงสาป” เป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านที่ชาวกำแพงเพชรสืบทอดกันมาช้านาน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า “บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และถือเป็นหนึ่งในตำนานที่เชื่อมโยงกับพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งในคติความเชื่อโบราณทรงเป็นกษัตริย์ผู้มีบุญญาธิการและมี “วาจาสิทธิ์” คือเมื่อกล่าววาจาแล้วสิ่งนั้นย่อมบังเกิดขึ้นได้ ตามเรื่องเล่า เมื่อครั้งพระร่วงเจ้าเสด็จประพาสป่าและล่าสัตว์ในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นจังหวัดกำแพงเพชร นายพรานที่ตามเสด็จได้จับไก่ป่าตัวหนึ่งซึ่งมีลักษณะงดงามและเสียงขันไพเราะมาถวาย พระองค์มีพระประสงค์จะนำไก่ป่าตัวนั้นมาปรุงเป็นพระกระยาหาร แต่บริเวณดังกล่าวเป็นป่าทุรกันดาร ไม่มีบ้านเรือนผู้คน จึงไม่มีทั้งไฟและน้ำร้อนสำหรับลวกไก่เพื่อถอนขน

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 46

เมืองแปบ หรือวังแปบ

เมืองแปบ หรือวังแปบ

ที่บริเวณบ้านหัวยาง ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ตรงกับตีนสะพานข้ามลำน้ำปิง ฝั่งนครชุม มีสถานที่หนึ่ง ชาวบ้านเรียกกันว่า บ้านวังแปบ เล่ากันว่า เดิมเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่ง ที่เรียกขานกันว่าเมืองแปบ เป็นเมืองโบราณ อายุกว่าพันปี ปัจจุบันน้ำกัดเซาะจนเมืองเกือบทั้งเมืองตกลงไปในลำน้ำปิง เหลือโบราณสถานไม่กี่แห่งที่เป็นหลักฐานว่า บริเวณแห่งนี้ เคยเป็นเมืองสำคัญมาก่อน มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า 

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 2,416

ตามรอยพระร่วงที่กำแพงเพชร

ตามรอยพระร่วงที่กำแพงเพชร

หากกล่าวถึงชื่อ “พระร่วง” หลายคนอาจนึกถึงตำนานหรือเรื่องเล่าพื้นบ้าน แต่ในทางประวัติศาสตร์ ชื่อนี้สัมพันธ์กับกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย และปรากฏอยู่ในหลักฐานสำคัญหลายชิ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งยังคงหลงเหลือทั้งจารึก โบราณสถาน ระบบน้ำ และแนวเส้นทางโบราณที่สะท้อนความเจริญของรัฐสุโขทัยในอดีต

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 53

ย้อนรอยตำนาน

ย้อนรอยตำนาน "นารีวิทยา" โรงเรียนสตรีแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร

จุดเริ่มต้นการเรียนการสอนของโรงเรียนสตรีในจังหวัดกำแพงเพชร เกิดขึ้นเพื่อทดแทน "โรงเรียนจวนเก่า" (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า) ที่ได้เลิกกิจการไปเมื่อปี พ.ศ. 2465 ทางการจึงได้เชิญ นางสาวสมสนิท รามสูต ครูใหญ่ในขณะนั้น กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง และได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2469 โดยใช้อาคารพลับพลาไม้รับเสด็จเดิมบริเวณติดกับวัดชีนางเกาเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน ภายใต้ชื่อ "โรงเรียนประจำจังหวัดกำแพงเพชร แผนกสตรี" หรือที่ชาวบ้านในยุคนั้นมักเรียกกันว่า "โรงเรียนสตรีพลับพลา" ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป อาคารพลับพลาเดิมเริ่มชำรุดทรุดโทรมและไม่กว้างขวางพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ทางจังหวัดพร้อมด้วยคณะธรรมการจึงได้ร่วมกันบอกบุญระดมทุนบริจาคจากข้าราชการ พ่อค้า ราษฎร คณะครู และสุภาพสตรีในท้องถิ่น นำมารวมกับเงินรายได้สนับสนุนจากมณฑลพิษณุโลกและไม้ปลูกสร้างที่มีผู้บริจาค เพื่อจัดสร้าง อาคารเรียนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยา หลังใหม่ขึ้นในบริเวณติดกับวัดชีนางเกาได้สำเร็จ ในช่วงที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ และต่อมาโรงเรียนได้รับการเปลี่ยนชื่อทางการเป็น "โรงเรียนสตรีกำแพงเพชร 'นารีวิทยา'"

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 38

กำเนิดเมืองกำแพงเพชร ริมฝั่งแม่น้ำปิง

กำเนิดเมืองกำแพงเพชร ริมฝั่งแม่น้ำปิง

เมืองกำแพงเพชรที่เรารู้จักกันในปัจจุบันไม่ได้ตั้งอยู่ ณ จุดเดิมมาตั้งแต่แรก ก่อนหน้านั้นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนแถบนี้อยู่ที่ "เมืองนครชุม" ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ก่อนจะมีการย้ายศูนย์กลางข้ามมาสร้างเมืองใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าการย้ายเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20

เผยแพร่เมื่อ 08-09-2026 ผู้เช้าชม 38