![]()
ต้นไม้ประจำจังหวัดกำแพงเพชร
เผยแพร่เมื่อ 30-08-2019 ผู้ชม 5,382
[, , ต้นไม้ประจำจังหวัดกำแพงเพชร]
คำสำคัญ : ต้นไม้ประจำจังหวัด
ที่มา : https://www.panmai.com/PvTree/tr_05.shtml
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2562). ต้นไม้ประจำจังหวัดกำแพงเพชร. สืบค้น 13 ตุลาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=1217&code_db=610001&code_type=01
Google search
เมื่อราวปลายรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระยากำแพงเพชร( น้อย) ได้ปลงศพท่านผู้หญิงแพง ซึ่งท่านเป็นธิดาของพระยารามรณรงคสงครามรามภักดีอภัยพิริยะปรากรมพาหุ (พระยากำแพงเพชร นุช) กับท่านผู้หญิงชี นามกาว ผู้สร้างวัดชีนางเกา ท่านผู้หญิงแพงมีศักดิ์เป็นมารดาของพระยากำแพง (น้อย) และมีศักดิ์เป็นป้าของหลวงพ่อโต ได้รับพระราชทานไฟพระราชทานและจัดการศพที่หาดทรายหรือตรงข้ามโรงสีนายล้อม นุตตโยธินซึ่งเป็นบ้านของท่านมาแต่เดิม ปัจจุบันได้สูบทรายขึ้นมาเป็นสิริจิตอุทยาน ในการนี้สมเด็จพุฒาจารย์โต ได้เสด็จมาในงานด้วย เพราะท่านผู้หญิงแพง เป็นป้าสมเด็จพุฒาจารย์
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 4,018
ถ้าใครสักคนถามว่า “เกาะทวีอยู่ตรงไหนของกำแพงเพชร” คำตอบในวันนี้อาจไม่ง่ายนัก เพราะไม่มีเรือให้โดยสาร ไม่มีสะพานให้ข้าม และไม่มีแม่น้ำล้อมรอบเหมือนเกาะในความทรงจำ เกาะทวีตั้งอยู่กลางเมืองกำแพงเพชร ท่ามกลางถนน บ้านเรือน และร้านค้า แต่คนในพื้นที่ก็ยังคงเรียกมันว่า “เกาะทวี” แม้แม่น้ำปิงจะเปลี่ยนสายและเมืองขยายเข้ามาแทนที่ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการตามหาว่าเกาะเคยอยู่ตรงไหน คือคำถามที่ว่า เมื่อเกาะหายไปแล้ว เหตุใดความเป็นเกาะจึงยังอยู่? คำตอบซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตและประเพณี "กลางบ้าน" ของชุมชนแห่งนี้
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 56
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพรจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือพระพุทธเจ้าหลวงของปวงชนชาวไทย ได้เสด็จประพาสต้นหัวเมืองทางเหนือโดยมีจุดปลายปลายทางอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร ในการเสด็จประพาสต้นในครั้งนั้นพระองค์ได้ทรงบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ทอดพระเนตรและทรงให้บันทึกเรื่องราวเอาไว้เป็นบทพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้น ซึ่งมีเนื้อเรื่องบางตอนเกี่ยวข้องกับเมืองไตรตรึงษ์ ดังข้อความดังนี้
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 2,021
หากวันนี้เราเดินทางข้ามแม่น้ำปิงจากตัวเมืองกำแพงเพชรไปยังฝั่งนครชุม เราจะพบชุมชน บ้านเรือน วัดวา และวิถีชีวิตที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายชั่วอายุคน แต่ย้อนกลับไปในอดีต พื้นที่แห่งนี้เคยเป็น “นครชุม” เมืองโบราณสำคัญแห่งหนึ่งของสุโขทัย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ตรงข้ามเมืองกำแพงเพชร และยังมีร่องรอยของกำแพงเมือง วัดวา และโบราณสถานหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน เมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง นครชุมค่อย ๆ เสื่อมความสำคัญ ผู้คนโยกย้ายออกจากเมืองเก่า เหลือพื้นที่รกร้างและโบราณสถานอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จากเมืองโบราณจึงค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ของชุมชนรุ่นใหม่ และหนึ่งในกลุ่มคนที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ คือชาวลาวจากเวียงจันทน์ประมาณ 100 ครอบครัว เรื่องราวของพวกเขาปรากฏอยู่ในเอกสารประวัติศาสตร์ท้องถิ่นหลายแห่ง
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 47
ท่ามกลางมรดกอารยธรรมสุโขทัยและโบราณสถานศิลาแลงอันโดดเด่นของเมืองกำแพงเพชร ยังมีศูนย์รวมศรัทธาอีกแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในเขตเมือง นั่นคือวัดบาง วัดราษฎร์ในตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปสำริดที่ชาวกำแพงเพชรเคารพนับถือในฐานะพระพุทธรูปสำคัญของเมือง วัดบางมีสถานะเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. 2420 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2430 อย่างไรก็ตาม ปีที่ปรากฏในทะเบียนราชการควรเข้าใจว่าเป็นหลักฐานการรับรองสถานะวัดในยุคเอกสาร มิได้ยืนยันว่าพื้นที่ศาสนสถานหรือชุมชนบริเวณนี้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ตำนานและที่มาของชื่อวัดบาง คำบอกเล่าท้องถิ่นอธิบายว่า ชื่อ “วัดบาง” น่าจะเกี่ยวข้องกับภูมิประเทศเดิมของพื้นที่ กล่าวคือบริเวณวัดเคยอยู่ใกล้คลองหรือทางน้ำสายหนึ่งที่แยกจากแม่น้ำปิงไปสู่หนองรี ชาวบ้านเรียกคลองสายนั้นว่า “บาง” เมื่อมีการตั้งวัดริมทางน้ำจึงเรียกชื่อวัดตามภูมิประเทศว่า “วัดบาง”
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 52
เมืองคณฑีหรือบ้านโคน มีการสืบเนื่องของชุมชนมาช้านานแล้ว แม้ในปัจจุบันไม่ปรากฏร่องรอยของคูน้ำแนวคันดินอันเป็นที่ตั้งของเมือง แต่มีวัดและซากโบราณเก่าแก่ที่ทำให้เชื่อได้ว่าครั้งหนึ่งบริเวณบ้านโคนเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ คือ เมืองคณฑี มีตำนานเล่าเรื่องถึงชาติภูมิหรือบรรพบุรุษของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระมหาธรรมราชหรือพระเจ้าโรจน หรือที่เรียกกันในภาษาพื้นบ้าน ว่าพระร่วง
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,804
จุดเริ่มต้นการเรียนการสอนของโรงเรียนสตรีในจังหวัดกำแพงเพชร เกิดขึ้นเพื่อทดแทน "โรงเรียนจวนเก่า" (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า) ที่ได้เลิกกิจการไปเมื่อปี พ.ศ. 2465 ทางการจึงได้เชิญ นางสาวสมสนิท รามสูต ครูใหญ่ในขณะนั้น กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง และได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2469 โดยใช้อาคารพลับพลาไม้รับเสด็จเดิมบริเวณติดกับวัดชีนางเกาเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน ภายใต้ชื่อ "โรงเรียนประจำจังหวัดกำแพงเพชร แผนกสตรี" หรือที่ชาวบ้านในยุคนั้นมักเรียกกันว่า "โรงเรียนสตรีพลับพลา" ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป อาคารพลับพลาเดิมเริ่มชำรุดทรุดโทรมและไม่กว้างขวางพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ทางจังหวัดพร้อมด้วยคณะธรรมการจึงได้ร่วมกันบอกบุญระดมทุนบริจาคจากข้าราชการ พ่อค้า ราษฎร คณะครู และสุภาพสตรีในท้องถิ่น นำมารวมกับเงินรายได้สนับสนุนจากมณฑลพิษณุโลกและไม้ปลูกสร้างที่มีผู้บริจาค เพื่อจัดสร้าง อาคารเรียนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยา หลังใหม่ขึ้นในบริเวณติดกับวัดชีนางเกาได้สำเร็จ ในช่วงที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ และต่อมาโรงเรียนได้รับการเปลี่ยนชื่อทางการเป็น "โรงเรียนสตรีกำแพงเพชร 'นารีวิทยา'"
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 32
หากจะเอ่ยถึงนิทานพื้นบ้านไทยที่มีความซับซ้อน แฝงไปด้วยเงื่อนปมทางประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์วิทยา และการเมืองโบราณมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คงไม่มีใครปฏิเสธชื่อของ “ตำนานท้าวแสนปม” เรื่องราวที่ดูเผิน ๆ เหมือนนิทานจักร ๆ วงศ์ ๆ ทั่วไป แต่หากพินิจเลาะกะเทาะเปลือกนอกออกทีละชั้น จะพบร่องรอยประวัติศาสตร์การสร้างบ้านแปงเมืองของชนชาติไทย-สยาม และการเปลี่ยนผ่านอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ก่อกำเนิดราชธานีศรีอยุธยา
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 71
คำว่า ชินบัญชร นั้นแปลว่า กรง หรือ เกราะป้องกันภัยของพระพุทธเจ้า คำว่า ชิน หมายถึง พระพุทธเจ้า คำว่า บัญชร หมายถึง กรง หรือ เกราะ โดยที่เนื้อหาในคาถาในชินบัญชรนั้นจะเป็นการอัญเชิญพระพุทธเจ้าจำนวน 28 พระองค์ เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าพระนามว่าตัณหังกร เป็นต้น เดินทางลงมาสถิตอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เพื่อเป็นการเสริมให้ตนเองนั้นมีพลังพุทธคุณให้ยิ่งใหญ่ จากนั้นจึงอัญเชิญพระอรหันต์ที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน 80 องค์ซึ่งเป็นผู้มีบารมีธรรมที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังได้มีการอาราธนาพระสูตรอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ทรงอานุภาพในด้านต่างๆ
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 4,204
กำแพงเพชรบุรีศรีวิมาลาสน์ ชื่อเมืองกำแพงเพชรที่มีความไพเราะและมีความน่าสนใจอย่างยิ่ง ซึ่งชื่อนี้ พบในจารึกหลักที่ ๓๘ กฎหมายลักษณะโจร หรืออาญาลักพา ซึ่งมีเนื้อหาที่น่าสนใจอย่างยิ่งสมควรอ่านไว้เป็นเครื่องประดับสติปัญญาครับ จารึกหลักที่ ๓๘นี้ จารึกลงบนแผ่นหินชนวน รูปใบเสมา จำนวนด้าน ๒ ด้าน ด้านที่ ๑ มี ๔๕ บรรทัด ด้านที่ ๒ มี ๕๔ บรรทัด จารึกลักษณะลักพา/โจร แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๒ ตอน ตอนแรกเป็นอารัมภกถา บอกเหตุที่พระเจ้าแผ่นดิน ทรงตราพระราชบัญญัติขึ้น ตอนที่สองเป็นตัวบทมาตราต่าง ๆ ที่อธิบายลักษณะความผิดและโทษตามพระราชศาสตร์แต่ในวันนี้จะได้ยกนำบทความในตอนที่ ๑ อารัมภบท มากล่าวเพราะชื่อของเมืองกำแพงเพชรปรากฏ ความว่า วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ. ๑๙๔๐ วันเพ็ญเดือน ๖ วันหนไทยตรงกับวันลวงเม้า ลักคนาในผคุนี ในเพลาค่ํา สมเด็จบพิตรมหาราชบุตรธรรมราชาธิราชศรีบรมจักรพรรดิราช ผู้เสด็จขึ้นเสวยราชย์อภิรมย์สมดังพระราชมโนรถ (ความปรารถนา) ทดแทนพระราชบิดาในแดนพระธรรมราชสีมานี้ อันเปรียบเสมือนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ (บรรทัดที่ ๑-๔)
เผยแพร่เมื่อ 16-08-2019 ผู้เช้าชม 5,661
