![]()
ส่างหม่องมีตัวตนจริงๆ ที่บ้านปากคลอง
เผยแพร่เมื่อ 20-04-2020 ผู้ชม 7,353
[16.4569421, 99.3907181, ส่างหม่องมีตัวตนจริงๆ ที่บ้านปากคลอง]
ส่างหม่องเป็นชาวไทยใหญ่มาจากเมืองกุกกิก ประเทศพม่า เป็นคหบดีหรือมหาเศรษฐี ในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นผู้มีการศึกษาดี มีชีวิตที่ทันสมัยเหมือนชาวตะวันตก ได้เดินทางมาอยู่คลองสวนหมากในสมัยเดียวกับพะโป้ ได้เข้ามาประกอบอาชีพการทำป่าไม้ ในราวพศ. ๒๔๒๐ และได้สมรสกับนางฝอยทอง มีบุตรธิดา ๔ คน เมื่อนางฝอยทองเสียชีวิตลง ส่างหม่องจึงได้แต่งงานใหม่กับนางเฮียงสาวชาวลาวเวียงจันทน์ที่อพยพมาอยู่คลองสวนหมาก และได้ย้ายมาปลูกบ้านเรือนไทยปั้นหยาห่างจากบ้านหลังเดิมเล็กน้อย ส่างหม่องและนางเฮียงไม่มีบุตรด้วยกัน ดังนั้นจึงขอนางเถาและนายหุ่นมาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมต่อมานางเถาได้สมรสกับนายบุญคง ไตรสุภา มีบุตรธิดา ๕ คน ส่วนนายหุ่นได้สมรสกับนางบน แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน และต่อมานางเถาได้เสียชีวิตลง
นายบุญคง ไตรสุภา จึงได้สมรสใหม่กับนางบนและได้ช่วยกันเลี้ยงดูบุตรของนายบุญคง และนางเถา นางกฤษณา เหลี่ยมเคลือบ (บุตรสาวนายบุญคง ไตรสุภาเป็นผู้ให้ข้อมูล ปัจจุบันอายุ ๗๘ ปี (๒๕๕๙) ) บ้านหลังนี้สันนิษฐานว่าควรสร้าง เมือง ๑๒๐ ปีมาแล้ว คือสร้างราวปี พ.ศ. ๒๔๓๙
ส่างหม่องเป็นบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการร่วมบูรณะพระบรมธาตุร่วมกับพะโป้ โดยเป็นผู้อัญเชิญยอดฉัตร วัดพระบรมธาตุมาจากมะระแหม่ง ประเทศพม่าส่างหม่องเสียชีวิตก่อนนางเฮียง แต่ไม่มีใครสามารถระบุปีที่เสียชีวิตได้ เพราะไม่มีหลักฐานสนับสนุน ดูจากรูปถ่าย อายุราว ๕๐ ปี แสดงว่าส่างหม่องน่าจะมีอายุกว่า ๕๐ ปี และสันนิฐานว่า เสียชีวิต ราวปี ๒๔๘๐ ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับวรรณกรรมเรื่องชั่วฟ้าดินสลาย ของครูมาลัย ชูพินิจ และมีตัวตนจริงๆ ในยุคเดียวกับพะโป้
บ้านส่างหม่อง เป็นเรือนทรง ปั้นหยา(สิ่งปลูกสร้างซึ่งมีหลังคาเอนเข้าหาอกไก่ทั้ง ๔ ด้าน ไม่มีหน้าจั่ว เรียกว่า เรือนปั้นหยา. (เปอร์เซีย ปั้นหย่า ว่า วัตถุที่ทําเป็นหัตถ์ของเจ้าเซ็นประดิษฐานอยู่ในกะดีซึ่งมีลักษณะหลังคาเช่นนั้น).) เรือนปั้นหยา เป็นเรือนไม้อิทธิพลยุโรป ในยุคล่าเมืองขึ้นของอังกฤษและฝรั่งเศส พระราชวังและบ้านเรือนขุนนางนิยมสร้าง แบบยุโรป มุงหลังคาด้วยกระเบี้อง หลังคาทุกด้านชนกันแบบพีระมิด ไม่มีหน้าจั่ว ถ้ามีหน้าจั่ว จะกลายเป็นทรงมะนิลาผสมกับปั้นหยา มีทั้งแบบใต้ถุนสูงและสองชั้น) ยกใต้ถุนสูง ใต้ถุนโล่งใช้เป็นพื้นที่เก็บของหลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ แบบยุโรป บ้านมีขนาดหน้ากว้าง ๑๒ เมตร ลึก ๘.๕๐ เมตร มีสองระดับ คือนอกชานขนาดใหญ่ มีระเบียงภายนอกขนาดกว้างประมาณ ๓ เมตร บริเวณทางเข้าสู่ตัวบ้านเป็นบันไดราว ๗ ขั้น เข้าสู่ชานบ้านภายใน พื้นที่โล่งส่วนกลางมีการยกพื้นราว ๐.๕๐ เมตร และยาวตลอดไปถึงพื้นที่ครัว ภายในบ้านมีห้องนอนใหญ่อยู่ด้านหน้า เป็นห้องนอนมีประตูบานเฟี้ยมส่วนด้านหลังมีห้องเก็บของ ๑ ห้อง ปัจจุบันใช้เป็นที่อาศัยเพียงด้านเรือนชานด้านหน้า เนื่องจากในห้องจะใช้เก็บข้าวของเครื่องใช้ เช่น เตียงโบราณ ตู้เก็บถ้วยจานโบราณ โต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งของใช้อยู่ในสภาพที่ดีทุกชิ้น หน้าถัง บานเฟี้ยม ขนาดใหญ่ มีลวดลายที่งดงาม ช่องลมมีลายที่งดงาม หน้าต่างเปิดออก ต่างกับ แบบเรือนไทย
บ้านส่างหม่องที่เราไปค้นพบ เป็นบ้านที่มีสภาพสมบูรณ์มากเกือบร้อยเปอร์เซ็น ภายในบ้านมีเครื่องใช้ของส่างหม่อง ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ทันสมัยมากมาย อาทิ เครื่องกรองน้ำ ตู้เซพ ขนาดใหญ่ ๒ ตู้ โต๊ะทำงาน เพียงเหล็กขนาดเล็กและขนาดใหญ่ โต๊ะเครื่องแป้งขนาดใหญ่สวยมาก เครื่องมือใช้สอยครบถ้วน
บ้านส่างหม่องปัจจุบันเป็นของนายบุญคง ไตรสุภา ตกมาเป็น ของนางกฤษณา เหลี่ยมเคลือบตั้งอยู่ บ้านเลขที่ ๑๓๑ หมู่ที่ ๕ ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร อยู่เลยโรงเรียนบ้านนครชุม มาทางตลาดนครชุมนิดเดียว น่าเที่ยวชมที่สุด
บ้านส่างหม่องหลังนี้ สมควรที่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน ประจำจังหวัดกำแพงเพชรอย่างยิ่ง เพราะเหมาะสมทุกอย่างทุกประการ
คำสำคัญ : ส่างหม่อง
ที่มา : สันติ อภัยราช. (2549). จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร. http://www.sunti-apairach.com/letter/index.php?
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2563). ส่างหม่องมีตัวตนจริงๆ ที่บ้านปากคลอง. สืบค้น 5 กันยายน 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1428&code_db=610001&code_type=01
Google search
กำแพงเพชร มั่งคั่งบนแผ่นกระดาษ แต่ขาดแคลนบนความจริง? ตีแผ่ตัวเลข GPP ที่ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าชาวบ้าน หากเปิดดูรายงานจากสภาพัฒน์ฯ หรือตัวเลขทางเศรษฐกิจระดับภาค คุณจะพบชื่อ “จังหวัดกำแพงเพชร” ทะยานขึ้นมาอยู่อันดับต้นๆ ของภาคเหนืออย่างสง่างาม ด้วยรายได้เฉลี่ยต่อหัว (GPP Per Capita) ที่สูงจนน่าอิจฉา มายากลตัวเลข: เมื่อเศรษฐีกับคนจนถูกมัดรวมกัน ตัวเลขรายได้เฉลี่ยแสนกว่าบาทต่อปีที่ดูดีนั้น แท้จริงแล้วมันคือ “ค่าเฉลี่ยมายากล” เพราะในขณะที่รายได้มหาศาลไหลมาจาก ขุมทรัพย์ใต้ดิน (สัมปทานน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) และ ขุมทรัพย์บนดิน (โรงงานแปรรูปเกษตรขนาดใหญ่)
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 33
เมืองคณฑี ตั้งอยู่ในเขตตำบลคณฑี ริมฝั่งแม่น้ำปิงทางด้านตะวันออก เยื้องตรงข้ามกับวัดวังพระธาตุลงมาทางใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร แม้ไม่มีการตรวจพบร่องรอยของคูน้ำและคันดิน แต่เหนือบ้านโคนขึ้นไปมีร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโดยรอบ มีผุ้พบซากเจดีย์ร้าง และเศษโบราณวัตถุเป็นจำนวนมากในป่าก่อนจะถูกปรับไถให้โล่งเตียน โดยเฉพาะบริเวณวัดกาทิ้งได้ปรากฏร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโอบล้อม มีซากโบราณสถานและเศษโบราณวัตถุ โคกเนินต่าง ๆ แม้จะถูกชาวบ้านปรับไถที่ดินทำไร่ทำนา จนหมดสิ้น
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 3,430
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินเมืองกำแพงเพชร เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2521 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรได้เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้านของอำเภอต่างๆ 117 รุ่น ณ อำเภอเมืองกำแพงเพชร และทรงเยี่ยมราษฏรที่มาเข้าเฝ้ารับเสด็จฯ อยู่ในบริเวณนั้น ในครั้งนั้นได้มีราษฏรกิโล 2 บ้านกิโล 3 บ้านกิโล 6 และชาวบ้านใกล้เคียงในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชรได้กราบบังคมทูลของพระราชทานให้ทรงช่วยเหลือจัดหาน้ำให้ราษฏรเพื่อใช้ในการเพาะปลูก และอุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปี เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบถึงทุกข์ของชาวบ้านกำแพงเพชร จึงได้ทรงให้กรมชลประทานดำเนิน “โครงการพระราชดำริคลองท่อทองแดง”
เผยแพร่เมื่อ 18-02-2020 ผู้เช้าชม 2,705
อาคารศาลเจ้าบนเกาะกลางแม่น้ำปิง คือภาพที่ชาวกำแพงเพชรคุ้นตากันมานาน หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็ก หลายคนเติบโตมาพร้อมกับอาคารหลังนี้ แต่ตลอดเวลากว่า 30 ปี มันไม่เคยสร้างเสร็จ และไม่เคยได้ใช้งานจริง ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2535 โครงการแห่งนี้เกิดขึ้นจากพลังศรัทธาของพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันบริจาคเงินกว่า 10 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างสวนสาธารณะและศาลเจ้าเพื่อน้อมเกล้าฯ ในวโรกาสสำคัญ แต่ด้วยอุปสรรคหลายประการ โครงการจึงหยุดชะงัก และกลายเป็นอาคารที่ถูกทิ้งร้างอยู่กลางแม่น้ำปิงมาจนถึงทุกวันนี้
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 26
เมืองคณฑี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่เมืองหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงทางฝั่งตะวันออก ตัวกำแพงเมืองหรือร่องรอยของเมืองเกือบไม่เหลือร่องรอยให้เห็นในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาอย่างน้อยในช่วง พ.ศ. 1176-1204 เมื่อครั้งพระนางจามเทวี พระราชธิดาของกษัตริย์ละโว้ (พระยากาฬวรรณดิส) ซึ่งเสด็จโดยทางชลมารคจากนครละโว้ (ลพบุรี) ขึ้นไปสร้างเมืองที่นครหริภุญชัย (ลำพูน) ระหว่างทางที่เสด็จพระนางจามเทวีได้เสด็จขึ้นมาประทับที่เมืองคณฑี แล้วจึงไปพักที่เมืองกำแพงเพชร ผ่านเมืองตากไปจนถึงลำพูน
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,076
ย้อนหลังไปเมือง พ.ศ. 2450 หรือ 107 ปี ที่ผ่านมา ชาวกำแพงเพชรได้มีโอกาสต้อนรับการเสด็จมาของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่ง ดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ซึ่งทรงสนพระทัยเกี่ยวกับเรื่องราวของเมืองพระร่วงคือเมืองกำแพงเพชร สุโขทัยและศรีสัชนาลัย และได้เสด็จขึ้นมาตรวจตราโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศึกษาข้อมูลตามตำนานในท้องถิ่น แล้วทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้เป็นหนังสือเรื่อง “เที่ยวเมืองพระร่วง” ซึ่งยอมรับกันว่าเป็นหนังสือนำเที่ยวเมืองไทยเล่มแรกที่มีคณุค่ายิ่งนัก และถือเป็นหนังสือดีอีกเล่มหนึ่งที่ชาวกำแพงเพชรควรต้องอ่าน ด้วยความสำนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงเสด็จเที่ยวเมืองกำแพงเพชรและทรงบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญเอาไว้อย่างละเอียดเป็นบทพระราชนิพนธ์ “เที่ยวเมืองพระร่วง”
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 6,441
มีหลักฐานเกี่ยวกับเมืองไตรตรึงษ์และพระเจ้าอู่ทองว่าเป็นใครมาจากไหน ปรากฏอยู่ในหนังสือประชุมพงศาวดาร ฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 1 ซึ่งเขียนไว้มีความว่า ในกาลครั้งนั้นยังมีบุรุษผู้หนึ่ง มีสรีรกายเป็นปมเปาหูดต่อมทั่วทั้งตัว เป็นคนไพร่อยู่ในบ้านนอกใต้เมืองไตรตรึงษ์ อันชื่อว่าเมืองแปปนั้นลงมาทางไกลวันหนึ่ง ทำไร่ปลูกฟักแฟงแตงน้ำเต้าพริกมะเขือต่าง ๆ กล้วย อ้อย เผือก มัน ขายแลกเลี้ยงชีวิต หาภริยามิได้มาช้านาน มะเขือต้นหนึ่งอยู่ใกล้บันไดเรือน บุรุษนั้นไปเบาลงที่ริมต้น มะเขือนั้นเนือง ๆ ลูกมะเขือนั้นใหญ่โตงามกว่าทุกต้นในไร่นั้น ผลมะเขือนั้นเป็นที่รักที่ชอบใจยิ่งนักครั้งนั้นยังมีราชธิดาแห่งพญาไตรตรึงษ์พระองค์หนึ่ง มีพระรูปพระโฉมงามพร้อมบริบูรณ์ด้วยเบญจกัลป์ยานี
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 1,199
เมืองนครชุม เป็นเมืองโบราณ เดิมเป็นเมืองอิสระ มีกษัตริย์ปกครองตนเอง มีกำแพงเมืองใหญ่ก่อนร่วมอาณาจักรกับสุโขทัย สถาปนามาก่อนพุทธศักราช ๑๘๐๐ ได้ยกฐานเป็นเมืองลูกหลวงของอาณาจักรสุโขทัย (เมืองลูกหลวงหมายถึง เมื่อพระมหากษัตริย์สุโขทัยมีราชโอรสจะส่งมาปกครอง) เมืองนครชุมเจริญรุ่งเรืองสูงสุด ในสมัยของพญาลิไทกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัย โดยเสด็จมาเมืองนครชุม และสถาปนา พระบรมสาริกธาตุ และพระศรีมหาโพธิ์ขึ้นที่เมืองนครชุมแห่งนี้ เมืองนครชุมเจริญรุ่งเรืองถึงราว พุทธศักราช ๒๐๐๐ เกิดน้ำกัดเซาะรวมทั้งเกิดไข้ป่าและโรคระบาด ทำให้เมืองนครชุม ถึงกาลล่มสลาย
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 4,685
เดิมถนนราชดำเนิน เป็นทางล้อเกวียน เส้นทางสัญจรทางบกของชาวกำแพงเพชร ยาวตั้งแต่กำแพงเมือง (หลังไปรษณีย์กำแพงเพชรเก่า) ตรงไปสิ้นสุดยังวัดบาง ผ่านด้านหลังวัดเสด็จ ตัดโดยพระวิเชียรปราการเจ้าเมืองกำแพงเพชรท่านใหม่ ที่รัชกาลที่ 5 โปรดให้มาปฏิรูปเมืองกำแพงเพชร ถนนเส้นนี้ กว้างราว 6 เมตร มีบ้านเรือน ราษฎรปลูกอยู่บ้างแล้ว ตรง กว้าง งดงามมาก พระวิเชียรปราการ ตั้งใจที่จะรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงด้วย
เผยแพร่เมื่อ 14-03-2019 ผู้เช้าชม 4,071
เมื่อพูดต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือใช้เป็นพยานแล้ว หากผิดคำพูดเชื่อกันว่าจะส่งผลเสียต่อชีวิต เช่น เจ็บป่วยชีวิตติดขัด หรือการเงินฝืดเคือง ซึ่งความเชื่อนี้มักถูกโยงเข้ากับแนวคิดเรื่อง กรรมที่ติดตัวมา สาบานที่ไหน กับใครตามธรรมเนียมความเชื่อไทย การสาบานมักทำใน 2 ลักษณะสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระพุทธรูปในบ้านหรือวัด ศาลพระภูมิหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองนับถือเป็นการส่วนตัว บางกรณีก็ไปสาบานที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศ เช่นวัดพระแก้วและศาลหลักเมือง เพื่อเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้คำพูด
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 43
