![]()
พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้ชม 2,061
[16.4569421, 99.3907181, พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม]
ในกำแพงเพชรมีเรื่องเล่าขาน ถึงพระบรมสารีริกธาตุ ขนาดเท่าผลส้มเกลี้ยงสุกสว่าง ลอยวนไปมาเหนือพระเจดีย์ อยู่หลายแห่ง อาทิเจดีย์วัดวังพระธาตุ เจดีย์วัดเสด็จ (ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน) เจดีย์วัดกะโลทัย เจดีย์วัดพระบรมธาตุ และเจดีย์วัดบ้านธาตุ มีเรื่องเล่าว่า ในวันเดือนมืดสนิท จะมีดวงไฟขนาดใหญ่ออกจากพระเจดีย์ดังกล่าว ลอยทักษิณาวรรต ๓ รอบ ณ พระเจดีย์แล้ว ทุกดวงจะเสด็จมาที่เจดีย์วัดพระบรมธาตุ แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นบ่อยครั้ง จนเป็นที่เล่าขานกันต่อมา หลายยุคหลายสมัย อาจเป็นที่มาของ เมืองนครพระชุม หรือพระบรมธาตุชุมนุมมีผู้คนมากมายพบเห็น เล่าขานกันมาแสนนาน เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองทางวัดพระบรมธาตุ ได้บันทึกภาพ ลักษณะดวงไฟคล้ายพระบรมสารีริกธาตุ ตรงกลางพระเจดีย์ ทางวัดยังได้นำภาพไปเป็นปฏิทินขนาดใหญ่แจกจ่ายทั่วไป ในสมัยโบราณ เมื่อพระนเรศวรเคลื่อนทัพ พระบรมธาตุเสด็จกลางวันด้วยซ้ำดังในพงศาวดารที่ว่า ส่วนพระนเรศร์จึงแต่งองค์แล้วก็เสด็จขึ้นยืนอยู่บนเกยชัย อันช้างพระที่นั่งอยู่ที่ริมเกยกับนายควาญช้าง เมื่อจักมีบรมโพธิสมภาร จึงบันดาลให้ประจักษ์ในทัพขันธ์ ในเวลากลางวันก็บันดาลให้มีอัศจรรย์มา พระอาทิตย์นั้นก็ทรงกลด อันแดดนั้นก็มิได้ต้ององค์ ร่มอยู่สักศอกปลาย ส่วนที่นอกนั้นก็เป็นแสงแดดอยู่ ก็แลเห็นเป็นอัศจรรย์ทั่วกันไปสิ้นทั้งทัพ แล้วแลเห็นพระบรมธาตุเสด็จมาบนกลางอากาศ มีพระรัศมีเป็นอันมาก ปาฏิหาริย์มาที่หน้าพลับพลาไป (คำให้การของขุนหลวงหาวัด ฉบับหลวง หน้า18) เรื่องปาฏิหาริย์ของพระบรมธาตุ นั้น แม้ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที ๖ ขณะทรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมาร เสด็จประทับที่พระราชวังสนามจันทร์ ได้ทอดพระเนตรเห็นปาฏิหาริย์ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ดังบันทึกตอนหนึ่งว่า “… ได้เห็นองค์พระปฐมเจดีย์รัศมีสว่างพราวออกทั้งองค์ ดูประหนึ่งว่าองค์พระปฐมเจดีย์ด้านตะวันตกคือด้านที่เล็งตรงกับสนามจันทร์นั้นทาด้วยฟอสฟอรัส พราวเรือง ๆ …” ครั้นเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วก็ได้ทอดพระเนตรเห็นปาฏิหาริย์ที่องค์พระปฐมเจดีย์อีกใน พ.ศ.๒๔๕๗
ดังนั้นเรื่องพระบรมสารีริกเสด็จนี้ นี้เป็นเรื่องที่ชาวพุทธเชื่อถือกัน และเคารพบูชากันมาช้านาน จนเป็นประเพณีการไหว้พระธาตุในวันเพ็ญเดือนสาม ที่วัดพระบรมธาตุนครชุม มาจนทุกวันนี้
คำสำคัญ : พระบรมธาตุ, พระบรมธาตุนครชุม
ที่มา : สันติ อภัยราช. (2549). จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร. http://www.sunti-apairach.com/letter/index.php?
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2563). พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม. สืบค้น 16 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1417&code_db=610001&code_type=01
Google search
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินเมืองกำแพงเพชร เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2514 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิริธร ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้ากฐินส่วนพระองค์ ณ วัดคูยาง อำเภอเมืองกำแพงเพชร และทรงถวายพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อเป็นทุนเริ่มต้นในการก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่
เผยแพร่เมื่อ 18-02-2020 ผู้เช้าชม 2,195
หากเดินทางผ่านตัวเมืองกำแพงเพชร เลียบแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก เราอาจพบชื่อสถานที่แห่งหนึ่งที่ฟังดูสะดุดหูอยู่เสมอว่า "เกาะแขก" วันนี้บริเวณดังกล่าวไม่ได้มีสภาพเป็นเกาะให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่มีมัสยิด ไม่มีสุสาน และแทบไม่มีสิ่งใดบอกผู้คนรุ่นหลังได้โดยตรงว่า ครั้งหนึ่งพื้นที่แห่งนี้เคยเกี่ยวข้องกับผู้คนที่นับถือศาสนาอิสลามจากแดนไกล ชื่อ "เกาะแขก" จึงดูเหมือนเป็นเพียงชื่อย่านธรรมดาชื่อหนึ่งของกำแพงเพชร... หากแต่เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชื่อนี้กลับพาเราเดินทางย้อนเวลาไปไกลกว่าที่คิด เพราะเบื้องหลังชื่อดังกล่าวมีทั้งเรื่องของสงคราม การโยกย้ายผู้คน และการตั้งถิ่นฐานของชาวปัตตานีในเมืองกำแพงเพชร
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 3
เอกสารจากพงศาวดารฉบับปลีก ซึ่งนายไมเคิล ริคคารี่ ได้นำลงในหนังสือสยามสมาคม มีข้อความสรุปได้ว่า เมืองสุโขทัยได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอยุธยาอีกครั้งเมื่อสมัยของพระบรมราชาธิราชที่ 2 และได้แบ่งอาณาจักรสุโขทัยออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ให้พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาลมหาธรรมราชา) ครองเมืองอยู่ที่สองแควหรือพิษณุโลก ส่วนที่ 2 ให้พระยารามครองเมืองอยู่ที่สุโขทัย ส่วนที่ 3 ให้พระยาเชลียงครองเมืองอยู่ที่สวรรคโลก และส่วนที่ 4 ให้เจ้าแสนสอยดาว ครองเมืองอยู่กำแพงเพชร
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 2,146
พระแสงราชศัสตราแห่งเมืองกำแพงเพชร เป็นพระแสงประจำเมืองเล่มเดียวในประเทศที่เป็นของเก่าที่แท้จริง เนื่องด้วยเป็นพระแสงที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ให้เป็นบำเหน็จความดีความชอบในการศึกปัตตานี ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์แก่พระยากำแพงเพชร (นุช ) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชรคนที่ 2 ต่อจากบิดา ส่วนพระแสงประจำเมืองของจังหวัดอื่น ๆ ล้วนสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,034
ในสมัยกรุงศรีอยุธยาแม้ความสำคัญของการเป็นเมืองร่วมสมัยกับกรุงสุโขทัยอาจลดลงไป แต่ก็ยังเป็นชุมชนสืบเนื่องต่อกัน ดังหลักฐานในพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ กล่าวไว้ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถได้ยกทัพไปตีเมืองเถิน ระหว่างที่เดินทางขึ้นมาได้นำทัพหลวงไปตั้งพักทัพที่ตำบลบ้านโคน ดังข้อความในประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 3 กล่าวไว้ว่า “ศักราช 804 ปีจอจัตวาศก (พ.ศ.1985) แต่ทัพไปเอาเมืองศรีสพเถิน ครั้งนั้นเสด็จหนุนทัพขึ้นไปตั้งทัพหลวงตำบลบ้านโคน” ข้อความนี้ในพระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐกล่าวว่าเป็น ศักราช 818 ชวดศก (พ.ศ. 1999)
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,529
ในยุคแรกของบ้านโคนนั้น มีเรื่องราวที่กล่าวถึงชุมชนบ้านโคนในหลักศิลาจารึกสุโขทัยและในตำนาน “ ชินกาลมาลีปกรณ์ “ มีข้อความระบุว่าบ้านโคน ยังมีชายหนุ่มรูปงามมีกำลังมาก ท่องเที่ยวอยู่ในป่า มีนางเทพธิดาองค์หนึ่งเห็นชายคนนั้นแล้วใคร่อยากร่วมสังวาสด้วย จึงแสดงมารยาหญิง ชายคนนั้นก็ร่วมสังวาสกับเทพธิดาองค์นั้น จึงเกิดบุตรชาย และบุตรชายคนนั้นก็มีกำลังมาก รูปงาม เพราะฉะนั้นชาวบ้านทั้งปวงจึงพร้อมใจกันทำราชาภิเษกบุตรชายนั้น…. ครองราชสมบัติในเมืองสุโขทัย ปรากฏพระนามในครั้งนั้นว่า “ โรจราจ “ บ้านโคนเป็นชุมชนที่เก่าแก่มากในทางประวัติศาสตร์เกิดมานานกว่า 700 ปีมาแล้ว สภาพทางภูมิศาสตร์มีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำปิงไหลผ่านเหมาะต่อการทำมาหากิน ชุมชนบ้านโคนเดิมตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก
เผยแพร่เมื่อ 03-04-2019 ผู้เช้าชม 3,842
ในสมัยโบราณ การติดต่อระหว่างเมืองประเทศราช เมืองพระยามหานคร และเมืองต่างๆ ในพระบรมโพธิสมภาร มีการติดต่อและรายงานโดยการใช้ใบบอก มีประโยชน์ในการรายงาน เรื่องราชการ ใบบอกเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอย่างหนึ่ง อาจมีข้อเท็จจริงอยู่ในใบบอกประสมกันอยู่ แต่อาจเป็นต้นเค้าของหลักฐานในการสืบค้นให้ลึกลงไปในอดีตที่ยังไม่มีใครสนใจนัก ประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงของราชธานี ส่วนประวัติศาสตร์ของหัวเมืองมิใคร่มีผู้ใดใส่ใจ ใบบอกจึงเป็นหลักฐานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ฉายภาพในอดีตของแต่ละเมืองอย่างชัดเจนในสมัยนั้นๆ
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 8,611
เว้นช่วงไป 3 ปีให้หลังจากการรบครั้งแรกที่ "พญาไสแก้ว" ต้องจบชีวิตลงกลางสนามรบ... สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) กษัตริย์สายลุยแห่งอยุธยา ก็ไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ค้างคา ทรงยกทัพหลวงขึ้นเหนือกลับมาเช็กบิลเมืองชากังราวเป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ. 1919 ทว่าเที่ยวนี้ พญาคำแหง เจ้าเมืองชากังราวผู้รอดชีวิตจากศึกก่อน ไม่ได้ยืนเดียวดายอีกต่อไป! เพราะเขาได้ดึง ท้าวผาคอง เจ้าเมืองน่าน ซึ่งเป็นมิตรแท้สายตรงของสุโขทัย เข้ามาร่วมวงต้านทัพอยุธยาด้วย ทำให้ศึกครั้งนี้ฉากทัศน์ขยายใหญ่เกินกว่าแค่เรื่องของชากังราวเมืองเดียวไปเสียแล้ว สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) แม่ทัพใหญ่แห่งอยุธยา ผู้ยกทัพขึ้นเหนือมาอีกหน หมายปราบชากังราวให้สยบใต้รอยไถให้ได้ พญาคำแหง เจ้าเมืองชากังราวสายเหนียว รอดจากศึกแรกมาได้ ก็รีบดึงพันธมิตรมาผนึกกำลังแท็กทีมวางแผนสู้ศึก ท้าวผาคอง เจ้าเมืองน่าน พันธมิตรสายตรงผู้พาคนจากเมืองน่านมาร่วมต้านการขยายอำนาจของอยุธยา ด้วยเหตุผลด้านความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับฝ่ายสุโขทัยที่มีมาแต่เดิม
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 4
หลายคนที่ผ่านไปผ่านมาแถวสามแยกข้างวัดคูยาง จังหวัดกำแพงเพชร คงจะเคยเหลียวมองโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น แล้วเกิดคำถามในใจกันมานานว่า "ตึกนี้คืออะไร สร้างขึ้นมาทำไม แล้วข้างในเขาจะทำเป็นอะไรกันแน่" วันนี้เราจะพาย้อนเวลากลับไปเปิดพิมพ์เขียวและแกะรอยเพื่อเฉลยคำตอบ ย้อนเวลาสู่ปี 2555: จุดเริ่มของมหากาพย์ หากเราย้อนเวลากลับไปในวันที่ 6 เมษายน 2555 ณ บริเวณพื้นที่ข้างวัดคูยาง บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความคึกคัก เพราะเป็นวันที่ทางวัดได้ปักป้ายประกาศผืนใหญ่ เชิญชวนชาวเมืองกำแพงเพชรมาร่วมพิธีสำคัญ นั่นคือ "พิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารศาลานครชากังราว"
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 16
ชาวบ้านปากคลองมีหลายชนชาติมาอาศัยอยู่มาก นอกจากลาวเวียงจันทน์แล้วยังมีชาวกะเหรี่ยง รวมถึงชาวเขาเผ่าต่างๆ ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ อพยพมาอยู่กันมากมาย คนที่มาอยู่บ้านปากคลองได้ ต้องเป็นคนเข้มแข็ง และแกร่งจริงๆ เพราะเล่ากันว่า เมื่อจะขึ้นล่องจากปากน้ำโพไปเมืองตาก ต้องผ่านบ้านปากคลอง ว่าต้องหันหน้าไปมองทางฝั่งกำแพง ถ้ามองมาทางบ้านปากคลองจะเป็นไข้ป่าตายเป็นสิ่งที่คนกลัวกันมากจนลือกันไปทั่วกำแพง ปากน้ำโพ และเมืองระแหง
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้เช้าชม 2,262
