มาลััย ชูพินิจ

มาลััย ชูพินิจ

เผยแพร่เมื่อ 13-02-2018 ผู้ชม 31

[16.4336195, 99.4094765, มาลััย ชูพินิจ]

             มาลัย ชูพินิจ เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2449 ที่บ้านริมฝั่งแม่น้ำปิง ตำบลคลองสวนหมาก (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นตำบลนครชุม) อำเภอเมืองกำแพงเพชร บิดา-มารดา คือนายสอน และนางระเบียบ ชูพินิจประวัติของตระกูลชูพินิจนี้ นางขนิษฐา ณ บางช้าง บุตรสาวของครูมาลัย ชูพินิจ เล่าว่า“ เป็นตระกูลที่สืบต่อมาจากตระกูลบางช้าง ” ซึ่งนิยมรับราชการสืบต่อกันมาจนกระทั่งถึงชั้นของครูมาลัย ชูพินิจ และได้ย้ายมารับราชการที่จังหวัดกำแพงเพชร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมารดาของ ครูมาลัย ชูพินิจ ไม่ได้รับราชการ แต่ประกอบอาชีพค้าไม้สักและไม้กระยาเลยซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของจังหวัดกำแพงเพชร ครูมาลัย ชูพินิจ ใช้ชีวิตในวัยเด็กอยู่ที่ตำบลคลองสวนหมาก ได้รับการศึกษาชั้นต้นที่วัดพระบรมธาตุซึ่งอยู่ใกล้บ้าน แล้วย้ายไปเรียนที่โรงเรียนประจำจังหวัดกำแพงเพชร จนอายุ 10 ปี จึงเดิน ทางไปศึกษาที่กรุงเทพฯ ใน พ.ศ. 2459 โดยพักที่บ้านญาติเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนบพิธพิมุข เรียนจบ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใน พ.ศ. 2464 ต่อมาได้เข้าเรียนวิชาครูที่โรงเรียนวิชาครู ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอาชีพที่ไม่มีความก้าวในสมัยนั้น เพราะเห็นว่าวิชาครูเป็นวิชาที่เรียนได้โดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน ทั้งนี้เนื่องจากฐานะทางบ้านในขณะนั้นอยู่ในภาวะที่ขาดแคลนมาก การค้าไม้ของบิดามารดาประสบกับการขาดทุนจากความตกต่ำของตลาดไม้ใน พ.ศ. 2463 ในฐานะที่เป็นลูกคนโตและได้มีโอกาสเข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ จึงได้รับผลกระทบอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องยอมรับ และต่อสู้กับความจำเป็นนั้นอย่างสุขุมรอบคอบ ได้เข้าพักอาศัยอยู่กับพระมหาอำมาตยาธิบดี เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ที่ตำบลยศเส จนสำเร็จการศึกษา เมื่อสำเร็จการศึกษาประโยคครูประถมจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เมื่อ พ.ศ. 2465 ได้เข้าเรียนวิชาสามัญระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 7 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และสำเร็จมัธยมศึกษาปีที่ 8 เมื่อพ.ศ. 2467 ในขณะที่เรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้ใช้เวลาตอนกลางคืนเรียนกวดวิชาภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ด้ว ครูมาลัย ชูพินิจ เริ่มอาชีพที่โรงเรียนวัดสระเกศ เมื่อ พ.ศ. 2467 โดยสอนอยู่ที่ “ศรียาภัย” รับราชการ ได้เพียง 2 ปี ก็ลาออกเพราะชีวิตการทำงานในอาชีพครูต้องปฏิบัติตามกรอบและระเบียบซึ่งไม่ตรงกับความรู้สึกของท่าน เนื่องจากขณะนั้นอยู่ในวัยรุ่นต้องการใช้ชีวิตที่เป็นอิสระ การท่องเที่ยวผจญภัยการเป็นตัวของตัวเองถึงจะยากลำบากก็ตาม เมื่อลาออกจากอาชีพครู ได้เข้าทำงานด้านหนังสือพิมพ์ในหน้าที่บรรณาธิการ ชึ่งประกอบอาชีพหนังสือพิมพ์ครั้ง นั้นทำให้มีโอกาสเริ่มงานอาชีพนักประพันธ์

ประวัติการทำงานมีดังนี้
พ.ศ. 2469 ทำหนังสือ “ไทยใต้” ที่จังหวัดสงขลา ตามคำชักชวนของนายบุญทอง เลขะกุล ซึ่งเป็นเพื่อนคนหนึ่ง
พ.ศ. 2470 เดินทางกลับกรุงเทพฯ ตามคำชักชวนของนายกุหลาบ สายประดิษฐ์ เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์รายวัน“บางกอกการเมือง” รับผิดชอบงานในแผนกสารคดี
พ.ศ. 2471 ร่วมก่อตั้ง “หนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ” มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการ นับเป็นงานที่ประสบความสำเร็จ มียอดขายถึง 4,000 ฉบับ พ.ศ. 2473 ร่วมกันทำหนังสือพิมพ์ใหม่รายวัน มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกสารคดีและบันเทิงได้รับเงินเดือนชั้นหลังสุดที่ได้รับก่อนลาออกจากครู ทำได้ 1 ปี คณะผู้จัดทำลาออกทั้งคณะ เพราะถูกบีบบังคับจากนายทุนผู้ดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พ.ศ. 2475 ร่วมดำเนินงานจัดทำหนังสือพิมพ์ประชาชาติมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกสารคดีและบันเทิงคดี ต่อมาได้เลื่อนเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการ และบรรณาธิการ การทำงานด้านหนังสือพิมพ์นี้ ครูมาลัย ชูพินิจ ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยในการทำหนังสือพิมพ์ทีเดียว ทำงานอยู่ 7 ปี จึงลาออก ด้วยเหตุผลทางการเมือง เมื่อ พ.ศ.2480
พ.ศ. 2480 ไปทำไร่ถั่วเหลือง ที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
พ.ศ. 2481 รวบรวมพรรคพวกตั้งบริษัทจำกัด “ไทยวิวัฒน์” (ต่อมาเป็นบริษัท อักษรนิติ) ออกหนังสือพิมพ์ฉบับบ่าย“ประชามิตร” รายวัน ตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการ และหนังสือพิมพ์ “สุภาพบุรุษ” ฉบับเช้า ตำแหน่งบรรณาธิการ จนถึงพ.ศ. 2486 จึงลาออกเพราะสุขภาพไม่ดี และขณะนั้นประเทศไทยอยู่ในภาวะสงคราม
พ.ศ. 2486 ไปทำสวนมะพร้าวที่อ่าวพนังตัก จังหวัดชุมพร เป็นเวลา 1 ปี พ.ศ. 2488 ร่วมกับคุณอารีย์ ลีวีระ ก่อตั้งบริษัทไทยพณิชยการ จำกัด จัดทำหนังสือรายวันสยามนิกร “พิมพ์ไทย” “สยามสมัย” ตำแหน่งที่ปรึกษาของหนังสือพิมพ์ไทยและเป็นนักเขียนประจำของบริษัท ไทยพณิชยการ จำกัด ทำงานอยู่นานถึง 17 ปีจากประวัติศาสตร์การทำงานหนังสือพิมพ์ของครูมาลัย ชูพินิจ จะเห็นลักษณะเด่นประการหนึ่งคือ ท่านจะทำงานอยู่ในกลุ่มนักหนังสือพิมพ์หนุ่มที่ชอบริเริ่มก่อตั้งหนังสือพิมพ์ขึ้นมาใหม่ โดยอาศัยทุนจากเจ้าของสำนักพิมพ์ด้วยเหตุนี้นักหนังสือพิมพ์กลุ่มนี้จึงต้อง “ตบเท้าออก” เนื่องจากมีความขัดแย้งทางนโยบายกับเจ้าของทุนอยู่เสมอ การริเริ่มออกหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ขึ้นมาสู่ตลาดหนังสือ การลาออกจากความขัดแย้งกับนายทุน เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะนิสัยของครูมาลัย ชูพินิจ ได้อย่างชัดเจนว่าท่านเป็นบุคคลที่มีความคิดริเริ่ม มีความมานะ ความเชื่อมั่นในตนเอง และกล้าเสี่ยง กล้าทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับการงานที่ทำโดยไม่หวั่นกลัวต่อความล้มเหลว แม้ล้มและลุกซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง ก็ไม่มีความย่อท้อ และไม่ยอมอ่อนข้อให้กับนายทุนในสิ่งที่เห็นว่าไม่สมควร ซึ่งแสดงถึงความมีจรรยาบรรณของนักหนังสือพิมพ์ และความอิสระในการทำงาน ที่ไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติของผู้มีเงินแต่ปราศจากอุดมการณ์ซึ่งท่านได้ถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตไว้ในวรรณกรรมเรื่องทุ่งมหาราชของท่านไว้ “ชีวิตมีค่าอะไร ถ้ามันจะราบรื่นไปเสียทุกอย่าง ปราศจากอุปสรรคที่จะดิ้นรน ปราศจากอันตรายที่จะต่อสู้ และปราศจากผู้ที่จะร่วมรับความสุข ความภาคภูมิใจเพราะชัยชนะที่เราได้รับมา”
           ด้านอาชีพนักประพันธ์ ซึ่งแยกไม่ค่อยออกกับงานหนังสือพิมพ์ ครูมาลัย ชูพินิจ เริ่มสนใจงานประพันธ์อย่างจริงจังขณะเป็นครูสอนอยู่ที่โรงเรียนวัดสระเกศ ระหว่าง พ.ศ. 2467-2468 โดยใช้เวลาว่างจากการสอนเขียนเรื่องสั้นส่งไปลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันและรายสัปดาห์ที่เผยแพร่ในขณะนั้นจนกระทั่งมาประกอบอาชีพนักประพันธ์โดยตรง ครูมาลัย ชูพินิจ มีผลงานเขียนทั้งประเภทเขียน ประเภทบันเทิงคดีและสารคดีจำนวนมากกว่า 2,500เรื่อง บางเรื่องออกอากาศทางวิทยุติดต่อกันถึง 5 ปี คือเรื่อง “ล่องไพร” ที่ส่วนหนึ่งของเรื่องใช้ฉากในจังหวัดกำแพงเพชร
           ชีวิตครูมาลัย ชูพินิจ เป็นวิถีชีวิตการทำงานอย่างแท้จริง และได้เคยกล่าวถึงตัวเองไว้ว่า “ นักเขียนเล็กๆ คนหนึ่ง ซึ่งทั้งเนื้อทั้งตัวมีสมบัติติดกายอยู่ชิ้นเดียว คืองาน 12 ถึง 18 ชั่วโมง ในหนึ่งวัน 7 วัน ในหนึ่งสัปดาห์ และ 52 สัปดาห์ ในหนึ่งปี ทำนองเดียวกับข้าพเจ้าเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีมาแล้ว” ประสบการณ์การทำงานและการต่อสู้ชีวิตด้วยความอดทนเข้มแข็ง และเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ของครูมาลัย ชูพินิจ มักแสดงออกในงานเขียนเสมอ เช่น “ชีวิตคือการต่อสู้ชีวิตที่มีคุณต่าคือชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมซึ่งถือเป็นหลักในการครองชีวิตของนักประพันธ์ผู้นี้
            ครูมาลัย ชูพินิจ ใช้นามปากกาในการเขียนหนังสือเป็นจำนวนมาก ตามประเภทของงานเขียน ได้แก่ สมิงกะหร่อง และแบตตลิ่งกรอบ (นำ ม.ชูพินิจแม่อนงค์ เรไร ผุสดี อาตมา ลดารักษ์ นายดอกไม้ น้อย อินทนนท์ หนอนหนังสือ เรียมเอง อุมา นายฉันทนา จิตรตา ฮ.ฮ.ฮ.ก.ก.ก.ฐ.ฐ.ฐ.น.น.น.ส.ส.ส. นอกจากผลงานด้านการประพันธ์แล้วครูมาลัย ชูพินิจ ยังมีผลงานที่อุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่สังคมโดยให้ความสนใจงานด้านการศึกษา และงานเกี่ยวกับเยาวชนการปฏิบัติเพื่อสังคม ดังนี้
- กรรมการในคณะกรรมการฝ่าย Mass Communication ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ
- กรรมการบริหารมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลนในพระบรมราชินูปถัมภ์
- กรรมการมูลนิธิราชประชาสมาสัย
- กรรมการสภาสังคมสงเคราะห์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์
- ที่ปรึกษาสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์
- กรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
- อุปนายกสมาคมภาษาและหนังสือ
- อุปนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย การดำรงชีวิตในครอบครัว ครูมาลัย ชูพินิจ สมรสกับนางสงวน จันทร์สิงห์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2479 มีบุตรธิดา 5 คน คือ นายสุคต ชูพินิจ นายกิตติ ชูพินิจนางขนิษฐา ณ บางช้าง นางโสมนัส นครจารุพงศ์ และนางสาวสมาพร ชูพินิจ ครอบครัวครูมาลัย ชูพินิจ เป็นครอบครัวแบบไทยแท้ คือพ่อบ้านเป็นผู้รับผิดชอบด้านการเงิน ส่วนความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวเป็นหน้าที่ของภรรยา ซึ่งมิได้ทำงานนอกบ้านนอกจากนั้นด้วยความเป็นผู้ที่มีความเอื้อเฟื้อจึงมีบุคคลอื่นอาทิ ญาติ ผู้รู้จักพักอาศัยอยู่ทั้งครอบครัว จึงเป็นภาระหน้าที่ของครูมาลัย ชูพินิจ ที่ต้องดูแลเรื่องการใช้จ่าย ในบั้นปลายชีวิตของครูมาลัย ชูพินิจ ประสบความสำเร็จในชีวิตที่เป็นที่ยอมรับของสังคมเป็นอย่างมาก ประมวลได้ดังนี้
พ.ศ. 2502 ได้รับการแต่งตั้ง เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. 2505 รับพระราชทานปริญญาบัตร วารสารดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในด้านการต่างประเทศ ได้รับเชิญไปปฏิบัติงานในต่างประเทศหลายครั้ง คือ
            - ได้รับเชิญจากรัฐบาลเยอรมันตะวันตก ไปสัง- เกตสถานการณ์ ในนครเบอร์ลินและเยอรมันตะวันตก พ.ศ. 2502
            - ได้รับเชิญไปประชุม APACL (องค์การต่อต้านคอมมิวส์นิสต์) ครั้ง- ที่ 5 ที่นครเซอูล ประเทศเกาหลี ประเทศเกาหลีใต้
            - ได้รับเชิญจากรัฐบาลไต้หวัน ให้ไปสังเกตการณ์ ณ เกาะคีมอย (QUEMOR)
            - ได้รับเชิญไปประชุม APACL ครั้งที่ 6 ณ กรุงไทเป และดูงานไต้หวัน เมื่อพ.ศ. 2503
            - ได้รับการแต่งตั้งรวมคณะผู้แทนไทยไปร่วมสัมมนาขององค์การซีโต้ ณ เมืองละฮอร์ ประเทศปากีสถาน
            - ได้รับเชิญจากเยอรมันไปสังเกตสถานการณ์เบอร์ลิน เยอรมันตะวันตก พร้อมทั้งรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนาง- เจ้าพระบรมราชินีนาถ
            - ได้รับเชิญจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อสัง- เกตการณ์เศรษฐกิจ ศึกษาวัฒนธรรม และเพื่อความเข้าใจอันดีระหว่างกันเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2504
            - ได้รับเชิญจากสมาคมการประพันธ์ฟิลิปปินส์ ให้ไปประชุมที่บาเกียว
            - ได้รับเชิญจากบริษัทการบิน SWISS AIR และรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์
         ครูมาลัย ชูพินิจ เป็นบุคคลที่ถือว่าเป็นเพชรน้ำหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ที่สร้างชื่อเสียงให้กับท้องถิ่น มีบทบาทในวรรณกรรมเป็นอย่างมาก ทุกคนเรียกว่าท่านเป็น “ครู” เป็นนักเขียนผู้ผ่านการสู้ในสนามชีวิต ทั้งอาชีพครูนักประพันธ์ และนักหนังสือพิมพ์ที่ต้องทำงานหนักมาตลอด ตั้งแต่งานหนังสือพิมพ์ฉบับแรก คือ “ไทยใต้” เมื่อพ.ศ.2463 เรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2489 ต้องรับผิดชอบงานที่ปรึกษาไทยพณิชยการ จำกัด ซึ่งออกหนังสือพิมพ์หลายฉบับ อาทิ พิมพ์ไทย สยามนิกร สยามสมัย กระดึงทอง เพื่อนบ้าน ฯลฯ ตลอดจนเสียสละเวลาเพื่องานสังคมสงเคราะห์โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพของตน จึงทำให้สุขภาพทรุดโทรมมาก ต่อมาเข้ารับรักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากการตรวจสอบ ของแพทย์ พบว่า เป็นโรคมะเร็งในปอดขั้นรุนแรง และถึงแก่กรรม ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2506 รวมอายุได้ 57 ปี เป็นความภูมิใจของชาวกำแพงเพชร ที่ครูมาลัย ชูพินิจ ได้รจนาเรื่องราวของกำแพงเพชรไว้อย่างงดงามในวรรณกรรมชื่อ ทุ่งมหาราช...

คำสำคัญ : บุคคลสำคัญ

ที่มา : https://th.wikipedia.org/wiki/มาลัย ชูพินิจ

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=127&code_db=610003&code_type=01

Google-Scholar : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

พระยาวิเชียรปราการ

พระยาวิเชียรปราการเดิมชื่อ (ฉาย  อัมพเศวต)  เจ้าเมืองกำแพงเพชรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2447 - 2454 เดิมเป็นหลวงสรรค์บุรารักษ์ นายอำเภอสรรค์บุรี เมืองชัยนาทต่อมาได้เลื่อนเป็นพระวิเชียรปราการ ผู้ช่วยราชการเมืองกำแพงเพชร ต่อมาได้เป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชร และได้เลื่อนเป็นพระยาวิเชียรปราการ พระยาวิเชียรปราการเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชรอยู่ 7 ปีได้ทำประโยชน์แก่เมืองกำแพงเพชรมาก  ความดีของพระยาวิเชียรปราการ เด่นชัดตอนรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จเมืองกำแพงเพชร ในปีพ.ศ. 2449 ตามที่ปรากฏในหนังสือเสด็จประพาสต้นของรัชกาลที่ 5 ได้นำเสด็จฯ ชมโบราณสถานด้วยความสันทัดจัดเจน 

เผยแพร่เมื่อ 13-02-2018 ผู้เช้าชม 64

พระครูอรรถกิจนันทคุณ (นพดล นนทโน)

พระครูอรรถกิจนันทคุณ (นพดล นันทโน) เจ้าคณะตำบลคลองแม่ลาย (ธรรมยุติ) และเจ้าอาวาสวัดป่าดอยลับงา ต.ท่าขุนราม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ และระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตสาขาบัณฑิตอาสาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับปริญญาดุษฏีบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์ส่ิ่งแวดล้อม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 32

นายประเสริฐ ศรีสุวพันธุ์

นายประเสริฐ ศรีสุวพันธุ์ เป็นบุตรของนายสีและนางอินทร์ ศรีสุวพันธุ์ มีกำเนิดเมื่อวันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พุทธศักราช 2470 ณ บ้านเลขที่ 5 ตำบลคลองสวนหมาก อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันคือตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เมื่อเจริญวัยขึ้นมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับวัดเนื่องจากน้าชายอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดท่าหมัน จึงเข้าไปรับใช้เป็นลูกศิษย์ของหลวงหน้าเป็นพระภิกษุที่เข้มงวด เป็นผู้อบรมสั่งสอนหนังสือ นับได้ว่าเป็นการศึกษาก่อนถึงวัยเกณฑ์การศึกษาจริง ขณะที่ศึกษาระดับประถมศึกษมาที่โรงเรียนวัดท่าหมัน ก็ยัคงเป็นลูกศิษย์วัดอยู่ด้วย  เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ได้ศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) ที่โรงเรียนวัชรราชฏร์วิทยาลัย ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็ได้ศึกษาต่อและได้สมัครรับราชการครู ได้ดำรงตำแหน่ง ครูประชาบาลโรงเรียนบ้านหนองปลิงในปีพุทธศักราช 2493 ด้วยความเป็นผู้ใฝ่ศึกษา นายประเสริฐก็ได้สมัครสอบชุดครูมล และสามารถสอบได้ 3 ชุดในคราวเดียวกัน เป็นที่สนใจและยอมรับของวงการครู ตำแหน่งที่สูงขึ้น คือเป็นผู้บริหารโรงเรียนบ้านทุ่งสวน และก็ทำหน้าที่ครูผู้สอนไปด้วย หลังจากนั้นผู้บังคับบัญชาได้ขอให้โอน ไปช่วยปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเสมียนแผนกศึกษาธิการจังหวัด

เผยแพร่เมื่อ 12-03-2018 ผู้เช้าชม 13

นายมาณพ ศิริไพบูลย์

นายมาณพ  ศิริไพบูลย์  เกิดวันที่ 18 กันยายน 2487 บุตรนายมานิตย์  ศิริไพบูลย์ และนางวิมล  ศิริไพบูลย์ สถานที่เกิด ณ บ้านเลขที่ 080 หมู่ที่ 5 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร การศึกษา จบชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนบ้านนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร  เมื่อ พ.ศ.  2498  จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 (ม.6) ที่โรงเรียนกำแพงเพชร “วัชรราษฎรวิทยาลัย” ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร  จังหวัดกำแพงเพชร พ.ศ. 2504

เผยแพร่เมื่อ 13-02-2018 ผู้เช้าชม 31

สันติ อภัยราช

นายสันติ นามสกุล อภัยราช เกิดเมื่อ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๐ อายุ ๖๐ ปี เชื่อชาติไทย สัญชาติไทย ภูมิลำเนา(บ้านเกิด) จังหวัดกำแพงเพชร ที่อยู่ปัจจุบัน (ที่สามารถติดต่อได้) บ้านเลขที่ ๒๐๒/๑๔ ซอยอภัยราช ถนนกำแพงเพชร นครชุม หมู่ที่ ๓ ตำบล นครชุม อำเภอ เมือง จังหวัด กำแพงเพชร รหัสไปรษณีย์ ๖๒๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๕๕ ๗๓๘ ๘๒๔ โทรศัพท์มือถือ ๐๘๑ ๔๗๕๕๕๕๗  สถานที่ทำงาน โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ตำบลนครชุม อำเภอเมือง กำแพงเพชร  โทรศัพท์ ๐๕๕ ๗๙๙๐๓๔ ต่อ ๑๑๐ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ ๓ ระดับ ๙ ด้านภาษาและวรรณกรรม ตำแหน่งพิเศษ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ๒ สมัย ตำแหน่งพิเศษ รองประธานสภาวัฒนธรรมภาคเหนือ

เผยแพร่เมื่อ 14-02-2018 ผู้เช้าชม 116

นายรุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์

 นายรุ่งธรรม ธรรมปิยานันท์  เป็นอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร มีผลงานทางด้านศิลปะประดิษฐ์มากมาย เป็นผู้นิยมความเป็นไทย และรักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทยตลอดมา ผู้ริเร่ิมก่อตั้งศูนย์บริรักษ์ไทยวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร รวบรวมผลงานศิลปะประดิษฐ์ที่นักศึกษาจัดทำขึ้นไว้เป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษา เยาวชน และผู้ที่สนใจทั่วไปได้ศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้ ศูนย์บ่มเพาะงานศิลปะประดิษฐ์ ประณีตศิลป์ มีผลงานดีเด่นด้านศิลปะหัตถศิลป์มากกว่าหนึ่งพันชิ้น ศูนย์บริรักษ์ไทยจัดขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจนถึงปัจจุบัน และจะยังดำเนินการเรียนการสอนต่อไปในอนาคต

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 62

พระวิเชียรธรรมนาท

พระวิเชียรธรรมนาท เจ้าอาวาสวัดหนองปลิง ท่านมีจิตตั้งมั่น ต้องต่อสู้กับนานาอุปสรรคกว่าที่จะประสบความสำเร็จในการสร้างวัดหนองปลิงให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ตั้งแต่ถูกหลอกขายที่ดินสร้างวัด ๒๑ ไร่ด้วยโฉนดปลอม จนต้องขอให้จังหวัดช่วยจึงออกโฉนดได้ ท่านยังถูกลอบยิง ๒ ครั้งและเป็นคดีความบ่อยๆ แต่ที่สุดทุกอย่างก็ผ่านไปได้

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2018 ผู้เช้าชม 11

นพ.พนมกร ดิษฐสุวรรณ์

นพ.พนมกร เขียนบทความรความรู้สุขภาพทางอินเทอร์เน็ต และตอบปัญหาสุขภาพ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพทางเว็บไซต์ เช่น พันธ์ุทิพย์ ไทยคลินิก เฟสบุ๊ค โดยใช้นามแฝงว่า "หมอหมู" เป็นผู้ให้ความสำคัญแก่เยาวชนและศิลปวัฒนธรรมเป็นอย่างย่ิง เป็นผู้ริเร่ิมจัดรวมกลุ่มชมรมศิลป์ในสวนให้เยาวชน นำผลงานศิลปะ การแสดงดนตรี มาแสดงออกซึ่งความรู้ความสามารถอยากหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นนักอนุรักษ์ เป็นผู้ริเริ่มและร่วมเป็นกรรมการจัดพิธีบวชต้นโพธิ์ (เป็นต้นโพธิ์เก่าแก่ คู่เมืองกำแพงเพชร)

เผยแพร่เมื่อ 12-03-2018 ผู้เช้าชม 49

นางกชกร ด้วงเงิน

ข้าราชการบำนาญ (ครู) สอนวิชาจริยศึกษา และวิชาพระพุทธศาสนา จนเกษียณ สอนเด็กนั่งพับเพียบ สวดมนต์ไหว้พระ กราบคุณครูก่อนเร่ิมการเรียนการสอน ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมให้นักเรียน รู้จักกตัญญูต่อบิดามารดา รู้จักนำหลักคำสอนทางศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวัน สอนให้เด็กศึกษาคุณค่าศิลปวัฒนธรรมอนุรักษ์มรดกโลก

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 23

ขุนอินทรเสนา

ขุนอินทรเสนา เป็นข้าราชการชั้นกรมการเมือง เป็นขุนนางฝ่ายทหารของเมือง กำแพงเพชร ขุนอินทรเสนาเป็นข้าราชการของพระมหาธรรมราชาที่ 2 ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปกครองหัวเมืองฝ่ายเหนือ รัชกาลของพระมหาจักรพรรดิ ครั้นต่อมาพระมหาธรรมราชาที่ 2 และสมเด็จพระมหินทราธิราชผิดใจกัน เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิและสมเด็จพระมหินทราธิราชไปรับพระวิสุทธิกษัตริย์และพระเอกาทศรถที่เมืองพิษณุโลกไปไว้ที่กรุงศรีอยุธยา ตอนนั้นพระมหาธรรมราชาที่ 2 ไปกรุงหงสาวดี ขากลับจากเมืองพิษณุโลกสมเด็จพระมหินทราธิราชได้ทูลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิว่า เมืองกำแพงเพชรเป็นทางศึกและจะเป็นกำลังแก่ข้าศึกยึดได้ จึงขอทำลายเมืองกำแพงเพชร เพื่อกวาดต้อนครอบครัวและอพยพผู้คนมายังเมืองหลวง

เผยแพร่เมื่อ 14-02-2018 ผู้เช้าชม 37