เชียง แซ่แต้

เผยแพร่เมื่อ 12-03-2018 ผู้ชม 574

[16.4264988, 99.215725, เชียง แซ่แต้]

         นายเซียง แซ่แต้ เกิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2454 มีภูมิกำเนิดที่อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เป็นบุตรของนายจุง นางฮวย แซ่แต้ บิดามารดาเป็นคนจีนอพยพมาจากประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ นายเซียงจึงเป็นผู้ที่มีเชื้อสายจีน แต่สัญชาติไทย ด้วยถือกำเนิดในประเทศไทย 
         ขณะเมื่ออายุได้ไม่ถึงขวบ ต้องอพยพไปประเทศจีนแผ่นดินใหญ่อีกครั้งหนึ่งและดำเนินชีวิตอยู่ในประเทศจีนเป็นเวลา 8 ปี และเมื่อจำความได้ ได้พบเห็นการดำรงชีวิตที่ยากจนและเป็นทุกข์ของชาวจีน ครอบครัวของเด็กชายเซียง แซ่แต้ ก็ไม่อาจทดความทุกข์ยากในประเทศจีนได้จึงต้องพากันอพยพมาประเทศไทย ต่อมาไม่นานบิดาของเด็กชายเซียงก็เสียชีวิต เด็กชายเซียงจึงอยู่ในความดูแลของนางฮวยผู้เป็นมารดาและพี่น้องอีกแปดคน 
         นางเซียง แซ่แต้ มีชีวิตในวัยเด็กอยู่กับความยากจนลำบาก แต่ก็ไม่เคยท้อถอย พี่น้องคนอื่น ๆ รวมทั้งตัวนายเซียง แซ่แต้ต่างช่วยกันทำงานสารพัดเท่าที่จะทำได้ เช่น ขายหนังสือพิมพ์ ขายไอศกรีม ขายก๋วยเตี๋ยว ขายขนมหวาน ฯลฯ เพื่อให้มีรายได้เลี้ยงทุกชีวิตในครอบครัว ด้วยเหตุนี้ เด็กชายเซียงจึงไมได้เรียนหนังสือในระบบโรงเรียนเช่นเด็กในวัยเรียนคนอื่น ๆ แม้ว่านางเซียง และพี่น้องคนอื่น ๆ จะทำงานหนักอย่างขยันขันแข็งแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น นายเซียงและครอบครัวจึงได้อพยพไปอยู่ที่ตำบลหนองตม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นายเซียง ยังคงทำงานหนักรับจ้างหักล้างถางป่า ขุดบ่อน้ำ และสร้างเตาเผาถ่าน ในระยะนั้นคนในหมู่บ้านนิยมเผาถ่านจำหน่ายกันมาก นายเซียงได้รับจ้างสร้างเตาเผาถ่านหลายแห่ง จนหมู่บ้านบริเวณนั้นได้ชื่อว่า “บ้านเตาถ่าน” มาจนทุกวันนี้ 
          ครอบครัวของนายเซียงได้อาศัยอยู่ที่บ้านเตาถ่านระยะหนึ่ง แต่เห็นว่าไม่มีอะไรดีขึ้น จึงได้อพยพไปประกอบอาชีพที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เมื่ออยู่ได้ระยะหนึ่งก็ไม่มี อะไรดีขึ้นมาอีก นายเซียงและครอบครัวจึงได้อพยพไปอยู่ที่ตลาดในเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยประกอบอาชีพรับจ้างทำงานทั่วไปและขายขนมไปด้วย และด้วยเหตุนั้นเองจึงทำให้นายเซียง แซ่แต่ได้มีโอกาสพบกันนางสาวเมี้ยน คชเถื่อน ธิดานายกอน คชเถื่อน ผู้ใหญ่บ้านบ้านโรงสูบ หมู่ 1 อำเภอขานุวรลักณบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ต่อมาไม่นานนทั้งสองก็ได้สมรสกัน 
         เมื่อนายเซียง แซ่แต้ได้สมรสกับนางเมี้ยน คชเถื่อนในระยะแรกยังคงอาศัยร่วมอยู่กับบิดามารดาของภรรายา เนื่องจากนางเมี้ยนเป็นธิดาคนเดียวของบิดามารดา เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้จากการทำงานก็ยังคงเป็นเจ้าของบ้าน ทำให้นายเซียงเกิดความเหนื่อยหน่ายท้อแท้ แต่ด้วยความดีของนางเมี้ยน ผู้ภรรยาเป็นสายใยผูกใจ นายเซียง แซ้แต้ให้คงอยู่กับครอบครัวต่อไป 
         นายเซียง แซ้แต้ต่อสู้ชีวิตด้วยความยากแค้น แต่ก็ได้กำลังใจที่ดีจากภรรยาคู่ชีวิต แต่ก็ต้องพบอุปสรรคอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งสำคัญถึงขั้นต้องโทษจำคุก เนื่องจากเกิดความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายเซียง แซแต้ จึงถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน อุทรณ์แล้วลดเหลือ 3 เดือน 
         การที่นายเซียง แซแต้ ถูกจำคุกครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นจุดผกผันของชีวิต ทำให้นายเซียงได้รู้จักข้าราชการผู้ใหญ่ของจังหวัดกำแพงเพชรหลายคน เนื่องจากบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย นายเซียง แซ่แต้ เป็นคนขยันอยู่แล้วจึงทำให้พัศดีในขณะนั้น คือ นายละม้าย จันทร์เพ็ญ รักใคร่นายเซียงมาก แม้กระทั่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็ชอบพอรักใคร่ เมื่อได้เห็นผลงานของนายเซียง ซึ่งเป็นผู้ทำงานจริง ๆ จัง ๆ ขยันขันแข็ง ดังนั้นขณะที่นายเซียงถูกจำคุกจึงเข้า ๆ ออก ๆ เรือนจำเป็นประจำเพราะ ผู้ใหญ่ไว้วางใจเรียกใช้เสมอ 
         ดังนั้นชีวิตของนายเซียง แซ่แต้จึงเริ่มเปลี่ยนแปลง เพราะได้รับความเกื้อหนุนจากผู้ใหญ่ นำให้มีช่องทางทำมาหากินที่ดีขึ้น เนื่องจากเมื่อผู้ใหญ่ในจังหวัดท่านใดย้าย มาประจำที่จังหวัดกำแพงเพชร มักจะเดินทางไปเยื่ยมเยียนนายเซียงถึงบ้าน และได้พบว่านายเซียง แซ่แต้ ขยันขันแข็งทำมาหากินทุกอย่าง เจ้านายระดับต่าง ๆ ในจังหวัดมีความรักใคร่นายเซียงและมีความเชื่อถือในตัวนายเซียงมากขึ้นเป็นลำดับ 
        ครั้งหนึ่งนายสุวรรณ รื่นยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ได้เดินทางไปเยี่ยมเยือน นายเซียงที่บ้าน ทำให้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน และปัญหาของชาวบ้าน โดยเฉพาะปัญหาการเดินทาง โจรผู้ร้ายชุกชุม จึงได้ดำเนินการจัดส่งปืนเล็กขาวและปืนคาร์บิน รวม 2 กระบอก ให้นายเซียงเพื่อไว้ใช้ ในการปราบโจรกลุ่มก่อการร้ายในหมู่บ้านของตนและหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งนายเซียง ภาคภูมิใจมากที่ได้รับการให้เกียรติอย่างสูงสุดจากผู้ว่าราชการจังหวัดในครั้งนั้น นายเซียง แซ่แต้ จึงเกิดความมุ่งมั่นที่กระตำทุกอย่างเพื่อความสงบสุขของชาวบ้าน 

งานด้านประโยชน์ต่อสังคม 
         นายเชียง แซ่แต้ ได้ประกอบคุณงามความดีอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมหลายประการดังนี้ 
          1) การบำเพ็ญตนเป็นพลเมืองดี 
             นายเชียง แซ่แต้ กล่าวว่าสิ่งที่นายเชียงเกลียดที่สุดคือ “โจร” ดังนั้นนายเชียงจึงได้อาสาตามจับโจรผู้ร้ายให้บ้านเมืองอย่างไม่เกรงกลัวอันตรายใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง 
         2) การเสียสละทุนเพื่อประโยชน์ต่อสังคม 
            นายเชียง แซ่แต้ เป็นคนขยัน อดทน จึงทำให้มีที่ดินเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในสมัยนั้นในการจับจองที่ดินทำกิน ใครถางป่าได้มากเท่าใดก็ได้สิทธิในที่ดินมาก เท่านั้น ต่อมานายเชียงเห็นว่าการมีที่ดินมาก ๆ โดยให้คนอื่นเช่าทำกินนั้น ทำให้หมู่บ้านมีคนอาศัยอยู่น้อย จึงได้ขายที่ดินให้กับคนที่เช่าที่ดินในราคาที่ถูก รายใดไม่มีเงินพอก็ให้ผ่อนส่งทีละเล็กทีละน้อย จนปัจจุบันเป็นหมู่บ้านที่มีการพัฒนาคือ “บ้านไร่ใหม่” อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร มีโรงเรียนประจำหมู่บ้านชื่อ โรงเรียนบ้านไร่ใหม่ (เชียงทองอุปถัมภ์) โดยมีนายเชียงเป็นผู้บริจาคที่ดินที่ตั้งของโรงเรียน เงินส่วนตัวซื้อวัสดุก่อสร้าง และอุปถัมภ์การเรียนต่าง ๆ ตลอดจนให้ทุน การศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่ยากจน จนโรงเรียนได้ยกระดับเป็นโรงเรียนดีเด่นระดับจังหวัดโรงเรียนหนึ่ง นายเชียง แซ่แต้ เป็นบุคคลหนึ่งที่เล็งเห็นความสำคัญของชุมชน ได้บริจาคเงินส่วนตัวเพื่อประโยชน์ จึงได้รับรางวัลชนะเลิศในการสนับสนุนช่วยเหลือจากสำนักงานประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ในปี พ.ศ. 2541 

ผลงานด้านภูมิปัญญา 
            นายเชียง แซ่แต้ นอกจากจะยึดมั่นในการทำความดีแล้ว ตลอดระยะเวลาการดำเนินชีวิตของนายเชียงจะมีความฉลาดทั้งในด้านการทำมาหากินและการดำรงชีวิต เมื่อนายเชียงพบเห็นอะไรก็จะจดจำและนำมาใช้เป็นประโยชน์โดยเฉพาะ “ยาพื้นบ้าน” นายเชียงมีความสนใจที่จะสืบเสาะหาความรู้เกี่ยวกับสมุนไพร เพื่อปรุงยาพื้นบ้าน โดยสอบถามจากผู้รู้ เช่น คุณยาย หมอพื้นบ้าน ผู้รู้สูตรยาพื้นบ้าน หรือผู้ที่เคยทดลองใช้ยาพื้นบ้านขนาดใดได้ผล สูตรยาบางขนานได้มาจากประเทศเขมร นายเชียงนำสูตรยาต่างๆ ที่ได้มาทดลองทำ ทดลองใช้เมื่อได้ผลดีจึงแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านทดลองใช้ไว้รักษาโรคต่างๆ สืบมาจนถึงปัจจุบันนี้ แม้นายเชียง แซ่แต้ จะมีอายุ 90 ปีแล้ว แต่ร่างกายยังไม่แข็งแรงมิได้เจ็บป่วยแต่อย่างใด แต่ยังมุ่งมั่นที่จะผลิตยาพื้นบ้านนี้ไว้ช่วยเหลือคนเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ อยู่เสมอมานับว่านายเชียง ทำเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นโดยแท้ 
            นายเชียง แซ่แต้ ปรุงยาสมุนไพรรักษาโรคต่างๆ ดังนี้ 
               1. ยารักษาโรคริดสีดวงทวาร,และโรคเชื้อรา 
               2. ยาห้ามเลือด 
               3. ยารักษาโรคลงท้อง 
               4. ยารักษาโรคมะเร็ง 
               5. ยารักษาโรคบิด 
               6. น้ำมันขโมย(รักษาแผลไฟไหม้ , น้ำร้อนลวก) 
               7. ยารักษาโรคความอ้วน 
               8. ยารักษาโรคปวดศีรษะ 
               9. ยารักษาโรคเริม(งูสวัด) 
               10. ยารักษาโรคปวดฟัน 
               11. ยารักษาโรคปวดข้อ

 

คำสำคัญ : บุคคลสำคัญ

ที่มา : http://province.m-culture.go.th/kamphangphet/page/seang_per.htm

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2561). เชียง แซ่แต้. สืบค้น 28 มิถุนายน 2565, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=628&code_db=610003&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=628&code_db=610003&code_type=01

Google search

Mic

รุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์

รุ่งธรรม ศรีวรรธนศิลป์

 นายรุ่งธรรม ธรรมปิยานันท์  เป็นอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร มีผลงานทางด้านศิลปะประดิษฐ์มากมาย เป็นผู้นิยมความเป็นไทย และรักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีของไทยตลอดมา ผู้ริเร่ิมก่อตั้งศูนย์บริรักษ์ไทยวิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร รวบรวมผลงานศิลปะประดิษฐ์ที่นักศึกษาจัดทำขึ้นไว้เป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษา เยาวชน และผู้ที่สนใจทั่วไปได้ศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้ ศูนย์บ่มเพาะงานศิลปะประดิษฐ์ ประณีตศิลป์ มีผลงานดีเด่นด้านศิลปะหัตถศิลป์มากกว่าหนึ่งพันชิ้น ศูนย์บริรักษ์ไทยจัดขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาจนถึงปัจจุบัน และจะยังดำเนินการเรียนการสอนต่อไปในอนาคต

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 690

พระวิเชียรโมลี

พระวิเชียรโมลี

"พระวิเชียรโมลี" อดีตเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร และอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ ต.นครชุม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พระภิกษุผู้ทรงวิทยาคุณ ที่ชาวเมืองกำแพงเพชร ให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง เป็นเถระผู้ทรงวิทยาคุณ ได้รับอาราธนาเข้าร่วมในพิธีปลุกเสก พระกริ่งชนะสงคราม ที่รัฐบาลในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นมิ่งขวัญกำลังใจแก่ทหารหาญ นับว่าเป็นเถระผู้ทรงวิทยาคุณที่มีชื่อเสียงมากรูปหนึ่งในสมัยนั้น สมัยสงครามอินโดจีน ท่านยังได้ทำเสื้อยันต์แดง แจกทหารผู้ไปราชการสงคราม ทำให้มีผู้เลื่อมใสในตัวท่านเป็นอันมาก เนื่องจากประจักษ์ในวิทยาคม จนได้รับอาราธนาให้นั่งเครื่องบินเพื่อหว่านทรายเสกให้ประชาชนและทหารรอดพ้น จากอันตรายจากภัยสงคราม     

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2018 ผู้เช้าชม 4,159

นพ.พนมกร ดิษฐสุวรรณ์

นพ.พนมกร ดิษฐสุวรรณ์

นพ.พนมกร เขียนบทความรความรู้สุขภาพทางอินเทอร์เน็ต และตอบปัญหาสุขภาพ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพทางเว็บไซต์ เช่น พันธ์ุทิพย์ ไทยคลินิก เฟสบุ๊ค โดยใช้นามแฝงว่า "หมอหมู" เป็นผู้ให้ความสำคัญแก่เยาวชนและศิลปวัฒนธรรมเป็นอย่างย่ิง เป็นผู้ริเร่ิมจัดรวมกลุ่มชมรมศิลป์ในสวนให้เยาวชน นำผลงานศิลปะ การแสดงดนตรี มาแสดงออกซึ่งความรู้ความสามารถอยากหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นนักอนุรักษ์ เป็นผู้ริเริ่มและร่วมเป็นกรรมการจัดพิธีบวชต้นโพธิ์ (เป็นต้นโพธิ์เก่าแก่ คู่เมืองกำแพงเพชร)

เผยแพร่เมื่อ 12-03-2018 ผู้เช้าชม 577

พระศรีวชิราภรณ์ (วีระ วรปญโญ)

พระศรีวชิราภรณ์ (วีระ วรปญโญ)

สถานะเดิม ชื่อ วีระ นามสกุล ภูมิเมือง เกิด ๒ ฯ๑ ๘ ปีกุน วันที่ ๖ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๒ นามบิดา นายทวี ภูมิเมือง นามมารดา นางบาง ภูมิเมือง บ้านเลขที่ ๖๐ หมู่ที่ ๕ ตำบลวังควง อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร อุปสมบท วัน ๗ ฯ ๕ ปีกุน วันที่ ๒๒ เดือน มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๒ ณ พัทธสีมา วัดสุวรรณาราม ตำบลวังควง อำเภอพราน กระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร  นามพระอุปัชฌาย์ เจ้าอธิการประสิทธิ์ เตชวโร (ปัจจุบัน พระครูวชิรวราภรณ์ เจ้าคณะอำเภอ ลานกระบือ) วัดราษฎร์บูรณะ ตำบลวังตะแบก อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร 

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2018 ผู้เช้าชม 851

หลวงพ่อทำนอง

หลวงพ่อทำนอง

ร้อยเอกทำนอง โยธินธนสมบัติ เป็นบุตรนายผ่าน-นางทองสุข ปัสสา เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคม พ.ศ. 2467 ที่จังหวัดชัยนาท เป็นบุตรคนที่ 5 ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 13 คน สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนวิชัยบำรุงราษฏร์ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท จากนั้นได้ประกอบอาชีพครู ต่อมาได้รับราชการทหาร และใน พ.ศ.2525 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุประจำอยู่ที่วัดศรีโยธินจนถึงทุกวันนี้

เผยแพร่เมื่อ 24-04-2020 ผู้เช้าชม 352

สันติ อภัยราช

สันติ อภัยราช

นายสันติ นามสกุล อภัยราช เกิดเมื่อ ๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๐ อายุ ๖๐ ปี เชื่อชาติไทย สัญชาติไทย ภูมิลำเนา(บ้านเกิด) จังหวัดกำแพงเพชร ที่อยู่ปัจจุบัน (ที่สามารถติดต่อได้) บ้านเลขที่ ๒๐๒/๑๔ ซอยอภัยราช ถนนกำแพงเพชร นครชุม หมู่ที่ ๓ ตำบล นครชุม อำเภอ เมือง จังหวัด กำแพงเพชร รหัสไปรษณีย์ ๖๒๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๕๕ ๗๓๘ ๘๒๔ โทรศัพท์มือถือ ๐๘๑ ๔๗๕๕๕๕๗  สถานที่ทำงาน โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ตำบลนครชุม อำเภอเมือง กำแพงเพชร  โทรศัพท์ ๐๕๕ ๗๙๙๐๓๔ ต่อ ๑๑๐ ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง อาจารย์ ๓ ระดับ ๙ ด้านภาษาและวรรณกรรม ตำแหน่งพิเศษ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร ๒ สมัย ตำแหน่งพิเศษ รองประธานสภาวัฒนธรรมภาคเหนือ

เผยแพร่เมื่อ 14-02-2018 ผู้เช้าชม 1,153

กชกร ด้วงเงิน

กชกร ด้วงเงิน

ข้าราชการบำนาญ (ครู) สอนวิชาจริยศึกษา และวิชาพระพุทธศาสนา จนเกษียณ สอนเด็กนั่งพับเพียบ สวดมนต์ไหว้พระ กราบคุณครูก่อนเร่ิมการเรียนการสอน ส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรมให้นักเรียน รู้จักกตัญญูต่อบิดามารดา รู้จักนำหลักคำสอนทางศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวัน สอนให้เด็กศึกษาคุณค่าศิลปวัฒนธรรมอนุรักษ์มรดกโลก

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 463

เรืองศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์

เรืองศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์

นายเรืองศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เกิดเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2490 อายุ 57 ปี ที่อยุู่ปัจจุบัน เลขที่ 444 หจก. นครชุมบริการ หจก.ก๊อดการสุรา หจก. ชุมนครก่อสร้าง ตำบลนครชุม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร จบจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน หลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน พุทธศักราช 2530 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย วันที่ 8 ตุลาคม 2542 จากศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอเมืองกำแพงเพชร วุฒิการศึกษาสูงสุด สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชรรุ่นแรก สาขาพัฒนาชุมชน

เผยแพร่เมื่อ 09-09-2019 ผู้เช้าชม 303

เสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์

เสริมวุฒิ สุวรรณโรจน์

"ดอกผลของธุรกิจช่วยพัฒนาสังคม" อดีตรับข้าราชการตำแหน่งพนักงานขับรถของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน อำเภอเมืองกำแพงเพชร ปัจจุบันประกอบอาชีพธุรกิจเฉาก๊วยชากังราว เป็นสินค้าผ่านการคัดสรรค์ OTOP กำแพงเพชร เป็นคนคิดดี พูดดี ทำดี ซื่อสัตย์ในอาชีพ ยึดหลักของเศรษฐกิจพอเพียง เรียบง่าย ช่วยเหลือผู้ยากไร้ สร้างวัด ด้วยเงินกว่า 30 ล้านบาท ล่าสุดบริจาคเงินซื้อเครื่องส่องสว่างในการผ่าตัด เครื่องช่วยหายใจ บริจาคเงินสร้างวัดไทยในประเทศเยอรมัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 1,656

ประสิทธิ์ วัฒนศิริ

ประสิทธิ์ วัฒนศิริ

นายประสิทธิ์ วัฒนศิริ เกิดเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๔๔๗ ในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ปากคลองลุน (บ้านโคนใต้) ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในเขตหมู่ที่ ๑ ตำบลคณฑี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร บิดาชื่อนายพวง แซ่ลิ้ม มารดาชื่อ นางปุย ได้เรียนหนังสือจนอ่านออก เขียนได้ ทั้งภาษาไทยและภาษาขอม จากสำนักเรียนวัดปราสาท บ้านโคนใต้ จากนั้นในปี ๒๔๖๑ ได้เรียนจบการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จากโรงเรียนประชาบาล อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชรหลังจากนั้นท่านได้ย้ายตามบิดาไปอยู่ตำบลหูกวาง อ.บรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ในทางธรรมท่านสอบได้นักธรรมตรี หลังจากนั้นท่านได้อพยพกลับมาที่ตำบลคณฑีอีกครั้ง มาบุกเบิกบ้านโคนจนสำเร็จดังใจหมาย

เผยแพร่เมื่อ 30-07-2020 ผู้เช้าชม 732