![]()
พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม
เผยแพร่เมื่อ 17-04-2020 ผู้ชม 2,079
[16.4569421, 99.3907181, พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม]
ในกำแพงเพชรมีเรื่องเล่าขาน ถึงพระบรมสารีริกธาตุ ขนาดเท่าผลส้มเกลี้ยงสุกสว่าง ลอยวนไปมาเหนือพระเจดีย์ อยู่หลายแห่ง อาทิเจดีย์วัดวังพระธาตุ เจดีย์วัดเสด็จ (ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน) เจดีย์วัดกะโลทัย เจดีย์วัดพระบรมธาตุ และเจดีย์วัดบ้านธาตุ มีเรื่องเล่าว่า ในวันเดือนมืดสนิท จะมีดวงไฟขนาดใหญ่ออกจากพระเจดีย์ดังกล่าว ลอยทักษิณาวรรต ๓ รอบ ณ พระเจดีย์แล้ว ทุกดวงจะเสด็จมาที่เจดีย์วัดพระบรมธาตุ แสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นบ่อยครั้ง จนเป็นที่เล่าขานกันต่อมา หลายยุคหลายสมัย อาจเป็นที่มาของ เมืองนครพระชุม หรือพระบรมธาตุชุมนุมมีผู้คนมากมายพบเห็น เล่าขานกันมาแสนนาน เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองทางวัดพระบรมธาตุ ได้บันทึกภาพ ลักษณะดวงไฟคล้ายพระบรมสารีริกธาตุ ตรงกลางพระเจดีย์ ทางวัดยังได้นำภาพไปเป็นปฏิทินขนาดใหญ่แจกจ่ายทั่วไป ในสมัยโบราณ เมื่อพระนเรศวรเคลื่อนทัพ พระบรมธาตุเสด็จกลางวันด้วยซ้ำดังในพงศาวดารที่ว่า ส่วนพระนเรศร์จึงแต่งองค์แล้วก็เสด็จขึ้นยืนอยู่บนเกยชัย อันช้างพระที่นั่งอยู่ที่ริมเกยกับนายควาญช้าง เมื่อจักมีบรมโพธิสมภาร จึงบันดาลให้ประจักษ์ในทัพขันธ์ ในเวลากลางวันก็บันดาลให้มีอัศจรรย์มา พระอาทิตย์นั้นก็ทรงกลด อันแดดนั้นก็มิได้ต้ององค์ ร่มอยู่สักศอกปลาย ส่วนที่นอกนั้นก็เป็นแสงแดดอยู่ ก็แลเห็นเป็นอัศจรรย์ทั่วกันไปสิ้นทั้งทัพ แล้วแลเห็นพระบรมธาตุเสด็จมาบนกลางอากาศ มีพระรัศมีเป็นอันมาก ปาฏิหาริย์มาที่หน้าพลับพลาไป (คำให้การของขุนหลวงหาวัด ฉบับหลวง หน้า18) เรื่องปาฏิหาริย์ของพระบรมธาตุ นั้น แม้ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที ๖ ขณะทรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมาร เสด็จประทับที่พระราชวังสนามจันทร์ ได้ทอดพระเนตรเห็นปาฏิหาริย์ที่องค์พระปฐมเจดีย์ ดังบันทึกตอนหนึ่งว่า “… ได้เห็นองค์พระปฐมเจดีย์รัศมีสว่างพราวออกทั้งองค์ ดูประหนึ่งว่าองค์พระปฐมเจดีย์ด้านตะวันตกคือด้านที่เล็งตรงกับสนามจันทร์นั้นทาด้วยฟอสฟอรัส พราวเรือง ๆ …” ครั้นเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วก็ได้ทอดพระเนตรเห็นปาฏิหาริย์ที่องค์พระปฐมเจดีย์อีกใน พ.ศ.๒๔๕๗
ดังนั้นเรื่องพระบรมสารีริกเสด็จนี้ นี้เป็นเรื่องที่ชาวพุทธเชื่อถือกัน และเคารพบูชากันมาช้านาน จนเป็นประเพณีการไหว้พระธาตุในวันเพ็ญเดือนสาม ที่วัดพระบรมธาตุนครชุม มาจนทุกวันนี้
คำสำคัญ : พระบรมธาตุ, พระบรมธาตุนครชุม
ที่มา : สันติ อภัยราช. (2549). จดหมายเหตุวัฒนธรรมกำแพงเพชร. http://www.sunti-apairach.com/letter/index.php?
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2563). พระบรมธาตุเสด็จออกจากเจดีย์พระบรมธาตุนครชุม. สืบค้น 9 กันยายน 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=1417&code_db=610001&code_type=01
Google search
หากวันนี้เราเดินทางข้ามแม่น้ำปิงจากตัวเมืองกำแพงเพชรไปยังฝั่งนครชุม เราจะพบชุมชน บ้านเรือน วัดวา และวิถีชีวิตที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายชั่วอายุคน แต่ย้อนกลับไปในอดีต พื้นที่แห่งนี้เคยเป็น “นครชุม” เมืองโบราณสำคัญแห่งหนึ่งของสุโขทัย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ตรงข้ามเมืองกำแพงเพชร และยังมีร่องรอยของกำแพงเมือง วัดวา และโบราณสถานหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน เมื่อบ้านเมืองเปลี่ยนแปลง นครชุมค่อย ๆ เสื่อมความสำคัญ ผู้คนโยกย้ายออกจากเมืองเก่า เหลือพื้นที่รกร้างและโบราณสถานอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จากเมืองโบราณจึงค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ของชุมชนรุ่นใหม่ และหนึ่งในกลุ่มคนที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในช่วงนี้ คือชาวลาวจากเวียงจันทน์ประมาณ 100 ครอบครัว เรื่องราวของพวกเขาปรากฏอยู่ในเอกสารประวัติศาสตร์ท้องถิ่นหลายแห่ง
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 28
ผู้เขียนกล่าวไว้ในบทความเรื่อง “เล่าเรื่องเมืองชากังราว” มาแล้วว่า เมืองชากังราวนั้นได้ตรวจสอบเอกสารจากหลายฉบับ พบว่าเป็นชื่อของเมืองซึ่งซ้ำกัน 2 เมือง คือเมืองกำแพงเพชร และเมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) และในข้อความสุดท้ายว่า พระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐ ในหนังสือประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 1 หน้า 212-213 ได้กล่าวถึง “สมเด็จพระบรมราชาธิราช (พะงั่ว) ที่ 1” ได้ยกทัพมาปราบปรามเมือง “ชากังราว” ถึง 4 ครั้งนั้น ท่านปราบปราม “เมืองชากังราว” ไหนแน่ ผู้เขียนพยายามสืบค้นจากเอกสารหลายฉบับ พบว่ามีเอกสารที่สามารถจะวินิจฉัยได้ว่า “เมืองชากังราว” ที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) ยกทัพมาปราบปรามนั้นหมายถึง “เมืองศรีสัชนาลัย” ตามหลักฐานจากเอกสารที่สืบค้น ได้แก่
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 6,633
เมืองไตรตรึงษ์เป็นเมืองโบราณที่เก่าแก่อีกเมืองหนึ่งของจังหวัด กำแพงเพชรพบหลักฐานแสดงว่าเป็นเมืองเก่าในสมัยทวารวดีต่อเนื่องมาถึงสมัยสุโขทัย ดังหลักฐานวัตถุโบราณจากการขุดค้นภายในบริเวณเมืองพบเศษภาชนะ ดินเผา ตะกรันขี้เหล็กจ้านวนมาก พบตะเกียงดินเผาสมัยทวาราวดี จึงสันนิษฐานว่าเมืองนี้น่าจะพัฒนามาตั้งแต่สมัยทวารวดีหรือก่อนหน้านั้น
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 2,235
เมื่อพูดต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือใช้เป็นพยานแล้ว หากผิดคำพูดเชื่อกันว่าจะส่งผลเสียต่อชีวิต เช่น เจ็บป่วยชีวิตติดขัด หรือการเงินฝืดเคือง ซึ่งความเชื่อนี้มักถูกโยงเข้ากับแนวคิดเรื่อง กรรมที่ติดตัวมา สาบานที่ไหน กับใครตามธรรมเนียมความเชื่อไทย การสาบานมักทำใน 2 ลักษณะสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระพุทธรูปในบ้านหรือวัด ศาลพระภูมิหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองนับถือเป็นการส่วนตัว บางกรณีก็ไปสาบานที่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ระดับประเทศ เช่นวัดพระแก้วและศาลหลักเมือง เพื่อเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้คำพูด
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 44
หลวงพ่อโม้ วัดเทพโมฬี หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันติดปากว่า วัดหลวงพ่อโม้ มิใช่เพียงเรื่องเล่าปรัมปราแต่คือร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ผสานเข้ากับพลังศรัทธาของชาวเมืองกำแพงเพชรอย่างเหนียวแน่นจากซากปรักหักพังกลางป่ารกชัฏ สู่พุทธสถานศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจในปัจจุบัน
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 37
เดิมถนนราชดำเนิน เป็นทางล้อเกวียน เส้นทางสัญจรทางบกของชาวกำแพงเพชร ยาวตั้งแต่กำแพงเมือง (หลังไปรษณีย์กำแพงเพชรเก่า) ตรงไปสิ้นสุดยังวัดบาง ผ่านด้านหลังวัดเสด็จ ตัดโดยพระวิเชียรปราการเจ้าเมืองกำแพงเพชรท่านใหม่ ที่รัชกาลที่ 5 โปรดให้มาปฏิรูปเมืองกำแพงเพชร ถนนเส้นนี้ กว้างราว 6 เมตร มีบ้านเรือน ราษฎรปลูกอยู่บ้างแล้ว ตรง กว้าง งดงามมาก พระวิเชียรปราการ ตั้งใจที่จะรับเสด็จพระพุทธเจ้าหลวงด้วย
เผยแพร่เมื่อ 14-03-2019 ผู้เช้าชม 4,071
เมืองคณฑีหรือบ้านโคน มีการสืบเนื่องของชุมชนมาช้านานแล้ว แม้ในปัจจุบันไม่ปรากฏร่องรอยของคูน้ำแนวคันดินอันเป็นที่ตั้งของเมือง แต่มีวัดและซากโบราณเก่าแก่ที่ทำให้เชื่อได้ว่าครั้งหนึ่งบริเวณบ้านโคนเคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณ คือ เมืองคณฑี มีตำนานเล่าเรื่องถึงชาติภูมิหรือบรรพบุรุษของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ พระมหาธรรมราชหรือพระเจ้าโรจน หรือที่เรียกกันในภาษาพื้นบ้าน ว่าพระร่วง
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,784
เมืองคณฑี เป็นเมืองโบราณเก่าแก่เมืองหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงทางฝั่งตะวันออก ตัวกำแพงเมืองหรือร่องรอยของเมืองเกือบไม่เหลือร่องรอยให้เห็นในปัจจุบัน ทั้งที่เป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาอย่างน้อยในช่วง พ.ศ. 1176-1204 เมื่อครั้งพระนางจามเทวี พระราชธิดาของกษัตริย์ละโว้ (พระยากาฬวรรณดิส) ซึ่งเสด็จโดยทางชลมารคจากนครละโว้ (ลพบุรี) ขึ้นไปสร้างเมืองที่นครหริภุญชัย (ลำพูน) ระหว่างทางที่เสด็จพระนางจามเทวีได้เสด็จขึ้นมาประทับที่เมืองคณฑี แล้วจึงไปพักที่เมืองกำแพงเพชร ผ่านเมืองตากไปจนถึงลำพูน
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 2,077
จังหวัดกำแพงเพชร เป็นเมืองโบราณที่สำคัญยิ่ง มาตลอดยุคสมัย และเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทยมาโดยตลอด อาจนับตั้งแต่ พระร่วงโรจนราช กษัตริย์ต้นราชวงศ์พระร่วง
จากตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ว่ามาจากบ้านโคน เมืองคณฑี จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งชาวบ้านโคนถือกันว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้ตำนานท้าวแสนปม ได้กล่าวถึงท้าวแสนปมเป็นพระราชบิดาของ พระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา..เป็นความเชื่อทั้งสองเรื่องที่คู่กับจังหวัดกำแพงเพชรเล่าขานสืบต่อกันมาช้านาน…ว่าปฐมกษัตริย์ทั้งกรุงสุโขทัย และอยุธยามาจากกำแพงเพชรทั้งสองพระองค์ …. จากตำนานสิงหนวติกุมาร ฉบับสอบค้น ของนายมานิต วัลลิโภดม ได้กล่าวถึงกำแพงเพชรที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์หลายตอน
เผยแพร่เมื่อ 21-01-2020 ผู้เช้าชม 4,177
เมืองคณฑี ตั้งอยู่ในเขตตำบลคณฑี ริมฝั่งแม่น้ำปิงทางด้านตะวันออก เยื้องตรงข้ามกับวัดวังพระธาตุลงมาทางใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร แม้ไม่มีการตรวจพบร่องรอยของคูน้ำและคันดิน แต่เหนือบ้านโคนขึ้นไปมีร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโดยรอบ มีผุ้พบซากเจดีย์ร้าง และเศษโบราณวัตถุเป็นจำนวนมากในป่าก่อนจะถูกปรับไถให้โล่งเตียน โดยเฉพาะบริเวณวัดกาทิ้งได้ปรากฏร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโอบล้อม มีซากโบราณสถานและเศษโบราณวัตถุ โคกเนินต่าง ๆ แม้จะถูกชาวบ้านปรับไถที่ดินทำไร่ทำนา จนหมดสิ้น
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 3,432
