ย้อนรอยตำนาน

ย้อนรอยตำนาน "นารีวิทยา" โรงเรียนสตรีแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร

จุดเริ่มต้นการเรียนการสอนของโรงเรียนสตรีในจังหวัดกำแพงเพชร เกิดขึ้นเพื่อทดแทน "โรงเรียนจวนเก่า" (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า) ที่ได้เลิกกิจการไปเมื่อปี พ.ศ. 2465 ทางการจึงได้เชิญ นางสาวสมสนิท รามสูต ครูใหญ่ในขณะนั้น กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง และได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2469 โดยใช้อาคารพลับพลาไม้รับเสด็จเดิมบริเวณติดกับวัดชีนางเกาเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน ภายใต้ชื่อ "โรงเรียนประจำจังหวัดกำแพงเพชร แผนกสตรี" หรือที่ชาวบ้านในยุคนั้นมักเรียกกันว่า "โรงเรียนสตรีพลับพลา" ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป อาคารพลับพลาเดิมเริ่มชำรุดทรุดโทรมและไม่กว้างขวางพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ทางจังหวัดพร้อมด้วยคณะธรรมการจึงได้ร่วมกันบอกบุญระดมทุนบริจาคจากข้าราชการ พ่อค้า ราษฎร คณะครู และสุภาพสตรีในท้องถิ่น นำมารวมกับเงินรายได้สนับสนุนจากมณฑลพิษณุโลกและไม้ปลูกสร้างที่มีผู้บริจาค เพื่อจัดสร้าง อาคารเรียนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยา หลังใหม่ขึ้นในบริเวณติดกับวัดชีนางเกาได้สำเร็จ ในช่วงที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ และต่อมาโรงเรียนได้รับการเปลี่ยนชื่อทางการเป็น "โรงเรียนสตรีกำแพงเพชร 'นารีวิทยา'"

16.420153, 99.3354372

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 5


หอนาฬิกาเมืองกำแพงเพชร จากเวลาสากลยุคสร้างชาติ สู่สัญลักษณ์ประจำเมือง

หอนาฬิกาเมืองกำแพงเพชร จากเวลาสากลยุคสร้างชาติ สู่สัญลักษณ์ประจำเมือง

ประวัติศาสตร์การสร้างหอนาฬิกาในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นจากการปรับตัวเข้าสู่ความเป็นสากล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ชาติตะวันตกเริ่มเข้ามามีอิทธิพลและวิจารณ์ว่าการนับเวลาแบบเดิมของไทยยังขาดมาตรฐาน พระองค์ผู้ทรงเชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง "พระที่นั่งภูวดลทัศไนย" ขึ้นเป็นหอนาฬิกาแห่งแรกของสยาม เพื่อกำหนดเวลามาตรฐานและแสดงให้เห็นถึงความศิวิไลซ์ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ต่อมาในยุคหลัง พ.ศ. 2475 หอนาฬิกาได้ขยายตัวจากวังหลวงกระจายสู่ท้องถิ่นตามนโยบายสร้างชาติของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยในปี พ.ศ. 2497 กระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือสั่งการให้ทุกจังหวัดและเทศบาลเมืองจัดสร้างหอนาฬิกาสาธารณะขึ้นใจกลางเมือง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกวินัยการตรงต่อเวลาให้แก่ประชาชนในยุคที่นาฬิกาข้อมือยังเป็นของหายาก และเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ศูนย์กลางผังเมืองในการกระจายเส้นทางคมนาคม

16.420153, 99.3354372

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 9


กำแพงเพชร ในวันที่ต้องเปิดประตูรับผู้รุกราน

กำแพงเพชร ในวันที่ต้องเปิดประตูรับผู้รุกราน

จุดเริ่มต้นของหน้าประวัติศาสตร์ความผันผวนเกิดขึ้นในยุคศึกสายเลือดช่วงปี พ.ศ. 1921 เมื่อ "สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1" หรือขุนหลวงพะงั่ว กษัตริย์นักรบผู้เก่งกล้าแห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงต้องการขยายอำนาจและรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว จึงได้ทรงกรีฑาทัพขึ้นเหนือมาปิดล้อมเมือง ยุทธการครั้งนี้กินเวลานานและมีการตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ฝ่ายอยุธยาต้องยกทัพมาล้อมถึง 4 ครั้ง จนในที่สุดพระมหาธรรมราชาที่ 2 ทรงประเมินสถานการณ์แล้วว่าหากดึงดันรบต่อไปจะเกิดความสูญเสียแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน จึงทรงตัดสินพระทัยเปิดประตูเมืองออกมายอมจำนน นับเป็นครั้งแรกที่เมืองแกร่งแห่งนี้ต้องเปลี่ยนฐานะ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุโขทัยต้องเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาอำนาจของอยุธยาอย่างเต็มตัว

16.3833469, 99.2020379

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 6


คลองขลุง สายน้ำ ผืนป่า และอารยธรรมแห่งแม่ปิง

คลองขลุง สายน้ำ ผืนป่า และอารยธรรมแห่งแม่ปิง

เมื่อพูดถึงชื่อ “คลองขลุง” ก็มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจสืบทอดกันมาหลายสาย เรื่องหนึ่งเล่าว่าแต่เดิมบริเวณที่คลองวังไทรไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปิงมีลักษณะเป็นคุ้งน้ำ จึงเรียกกันว่า “คลองคลุ้ง” หรือ “บ้านคลองคลุ้ง” อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับช้าง เพราะบริเวณนี้เคยมีการเลี้ยงช้างจำนวนมากเพื่อใช้ในการชักลากซุง จึงมีชื่อว่า “คลองโขลง” และยังมีอีกเรื่องที่กล่าวถึงจระเข้และตะโขงในลำน้ำ จนเกิดชื่อ “คลองโขง” ก่อนที่ชื่อเรียกเหล่านี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงและกลายมาเป็น “คลองขลุง” ในที่สุด เรื่องของชื่อจึงเป็นเสมือนภาพสะท้อนธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ทั้งคุ้งน้ำ ช้าง ป่าไม้ และสายน้ำ ล้วนฝากร่องรอยเอาไว้ในชื่อบ้านนามเมืองแห่งนี้

16.2352595, 99.6036215

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 5


ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย

ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย

ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย ปราการเหล็กที่ไม่ยอมสยบ ปี พ.ศ. 1916 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือ "ขุนหลวงพะงั่ว" กษัตริย์สายลุยแห่งกรุงศรีอยุธยา กรีธาทัพหลวงขึ้นเหนือ เป้าหมายคือการกวาดล้าง "เมืองชากังราว" เมืองหน้าด่านสำคัญที่ยังคงแข็งเมือง ไม่ยอมก้มหัวให้อุ้งมือของอยุธยา ศึกครั้งนี้ไม่ใช่สงครามระหว่างสองมหาอำนาจที่ยกทัพชนกันเต็มกำลังอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในเวลานั้น อาณาจักรสุโขทัยในฐานะรัฐเอกภาพได้ล่มสลายลงเกือบหมดแล้ว! ขุนหลวงพะงั่วสยบดินแดนสุโขทัยไปตั้งแต่ พ.ศ. 1914 และหลังจากศึกชากังราวครั้งแรกนี้ อีกเพียง 2 ปี (พ.ศ. 1918) พระองค์ก็ยึด "เมืองสองแคว" (พิษณุโลก) ได้สำเร็จ พร้อมกวาดต้อนเจ้าเมืองและไพร่พลกลับลงใต้ แต่เหลือเพียงที่นี่ที่เดียว... "เมืองชากังราว" ปราการสุดท้ายที่แข็งขืนอย่างไม่เกรงกลัว จนขุนหลวงพะงั่วต้องยกทัพมาตีถึง 4 ครั้งตลอดรัชกาล! และการบุกครั้งแรกในปี พ.ศ. 1916 นี้เอง คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์สงครามยืดเยื้ออันยาวนาน

เปิดตัวแม่ทัพ: ใครเป็นใครในศึกนี้

16.420153, 99.3354372

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 12


ชุมชนโบราณบ้านสระตาพรหม

ชุมชนโบราณบ้านสระตาพรหม

ลองนึกภาพว่าคุณขับรถผ่านทุ่งนาเขียวขจีใน ต.ดอนแตง อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร สองข้างทางมีเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่มีป้ายบอกทางหรือซุ้มประตูเมืองโบราณให้ถ่ายรูปเช็กอิน แต่ใต้พื้นดินของ บ้านสระตาพรหม (หมู่ที่ 1) และ บ้านโคกเลาะ (หมู่ที่ 3) กลับซ่อนเรื่องราวของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ตรงนี้มาแล้วกว่า 800 ปี พวกเขาขุดคูน้ำ ก่อคันดิน สร้างศาสนสถาน และทิ้งร่องรอยไว้ให้เราค้นหา คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ "มีอะไรอยู่ตรงนี้" แต่คือ "ทำไมพวกเขาถึงเลือกอยู่ที่นี่" เพราะร่องรอยทุกชิ้นที่พบล้วนเกิดจากการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

16.0502792, 99.7121819

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 5


ชุมชนโบราณบ้านหัวถนน

ชุมชนโบราณบ้านหัวถนน

นอกจากหลักฐานทางโบราณคดีนี้แล้ว ในพื้นที่ตำบลทุ่งทรายยังมีเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาในหมู่ชาวบ้าน ซึ่งควรทำความเข้าใจแยกจากข้อมูลทางวิชาการข้างต้น เพราะเป็นคนละลักษณะกัน เรื่องเล่านี้เรียกกันว่า "ทุ่งขอม" ปัจจุบันพื้นที่ที่กล่าวถึงในตำนานอยู่ในเขตหมู่ที่ 5 บ้านหนองไผ่ ตำบลทุ่งทราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่แยกตัวออกมาจากบ้านทุ่งทรายในภายหลัง องค์ประกอบของทุ่งขอมประกอบด้วยสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมและแนวประตูทางเข้าโบราณ ชาวบ้านที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่ปี 2490 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากจังหวัดอ่างทอง ชัยนาท และภาคอีสาน เชื่อกันว่าสระโบราณแห่งนี้คือแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงให้ทุ่งขอมเติบโตขึ้นเป็นหมู่บ้านใหญ่ในเวลาต่อมา

16.2687697, 99.595433

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 3


วัดหมาผี : ตำนานหมาเฝ้าวัดแห่งชากังราว

วัดหมาผี : ตำนานหมาเฝ้าวัดแห่งชากังราว

หากพูดถึงอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร หลายคนคงนึกถึงความยิ่งใหญ่ของวัดช้างรอบหรือวัดพระสี่อิริยาบถ แต่น้อยคนนักที่จะคุ้นเคยกับโบราณสถานขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตป่าอรัญญิก ซึ่งมีชื่อเรียกชวนขนลุกขนพองว่า "วัดหมาผี" ชื่อนี้ไม่ได้ถูกจารึกไว้บนศิลาแลงหรือหลักฐานร่วมสมัยในยุคสุโขทัย หากแต่เป็นชื่อที่สืบทอดผ่านมุขปาฐะหรือเรื่องเล่าปากต่อปากของชาวบ้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่ผู้คนในท้องถิ่นใช้เรื่องเล่าเพื่ออธิบายและจดจำร่องรอยของอดีต ตามมุขปาฐะที่เล่าสืบต่อกันมาในพื้นที่ เมื่อครั้งเขตอรัญญิกยังเป็นป่ารกชัฏ พรานป่าและชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าบางคนอ้างว่าเคยพบสุนัขสีดำรูปร่างใหญ่ผิดธรรมดา มีดวงตาวาวโรจน์ ยืนจ้องมองผู้ที่เดินเข้าใกล้โบราณสถานแห่งนี้ บางเรื่องเล่ายังกล่าวว่าสุนัขลึกลับตัวดังกล่าวสามารถผ่านกำแพงศิลาแลงได้ราวกับไร้ตัวตน หรือหายลับไปในเงามืดอย่างไร้ร่องรอย จึงเกิดความเชื่อว่าสุนัขปริศนานี้คือวิญญาณผู้พิทักษ์ หรือ "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" ที่คอยปกปักรักษาสมบัติและศาสนสถานไม่ให้ผู้ใดล่วงละเมิด จนเป็นที่มาของชื่อ "วัดหมาผี" ซึ่งชาวบ้านเรียกขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

16.5080227, 99.5156954

เผยแพร่เมื่อ 10-09-2026 ผู้เช้าชม 12


ตำนานลานกระบือ

ตำนานลานกระบือ

ที่มาของชื่อ "ลานกระบือ" ในปัจจุบันก็มีเกร็ดน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะแต่เดิมทางราชการเห็นว่าคำว่า "ควาย" ฟังดูไม่เหมาะสม ประกอบกับมีชาวอีสานอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมาก การเรียก "ลานควาย" ด้วยสำเนียงอีสานยิ่งฟังดูไม่เหมาะ จึงเปลี่ยนมาเป็น "ลานกระบือ" และต่อมาได้ยกฐานะเป็นกิ่งอำเภอในปี พ.ศ. 2520 ก่อนเป็นอำเภอเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2527

16.6162037, 99.7964173

เผยแพร่เมื่อ 10-09-2026 ผู้เช้าชม 8


กำแพงเพชรใต้อิทธิพลสุโขทัยและราชวงศ์สุพรรณภูมิ

กำแพงเพชรใต้อิทธิพลสุโขทัยและราชวงศ์สุพรรณภูมิ

เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ 20 นครรัฐกำแพงเพชรตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทั้งอาณาจักรสุโขทัยและราชวงศ์สุพรรณภูมิแห่งอยุธยาในเวลาไล่เลี่ยกัน หลักฐานสำคัญของช่วงเวลานี้มีอยู่สามหลัก คือจารึกวัดบูรพาราม จารึกวัดตาเถรขึงหนังที่ได้กล่าวถึงไปแล้วในตอนที่ 1 และจารึกกฎหมายลักษณะโจร หลังจากสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งอยุธยาเสด็จสวรรคต พระมหาธรรมราชาที่ 2 แห่งสุโขทัยทรงถือโอกาสประกาศชัยชนะเหนือดินแดนโดยรอบ ดังที่ปรากฏในจารึกวัดบูรพาราม แม้ชื่อเมืองกำแพงเพชรจะไม่ปรากฏชัดเจนในจารึกหลักนี้เนื่องจากตัวอักษรบางส่วนลบเลือนไปตามกาลเวลา แต่เมื่อพิจารณาประกอบกับจารึกวัดตาเถรขึงหนังที่กล่าวถึงไปในตอนก่อน จะพบว่าระหว่างปี พ.ศ. 1943/1944 ถึง 1946 มีการอาราธนาพระสงฆ์จากกำแพงเพชรไปช่วยเป็นประธานควบคุมการสร้างวัดศรีพิจิตรกิรติกัลยารามที่เมืองสุโขทัย เหตุการณ์นี้ทำให้นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่านครรัฐกำแพงเพชรในช่วงเวลาดังกล่าวอาจมีสถานะเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีพระเถระที่ได้รับความเคารพนับถือถึงขนาดที่สุโขทัยต้องอาราธนาไปช่วยงานสำคัญ

16.420153, 99.3354372

เผยแพร่เมื่อ 08-09-2026 ผู้เช้าชม 13

     

Google search

Mic

ตำนานหลวงพ่ออุโมงค์

ตำนานหลวงพ่ออุโมงค์

หลวงพ่ออุโมงค์ วัดสว่างอารมณ์ วัดสว่างอารมณ์ อยู่ในตำบลนครชุม เป็นพระพุทธรูปแบบเชียงแสนขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 2.87 เมตร สูงเกือบ 3 เมตร มีพุทธลักษณะ

น้ำตกแม่กาษา

น้ำตกแม่กาษา

น้ำตกแม่กาษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทางเดินขึ้นไปบนเขาสูง มีถ้ำ และธารน้ำกว้างประมาณ 5 เมตร เป็นทางจากปากถ้ำถึงน้ำตก จากเส้นทาง

พิธีเรียกขวัญของชาวเขา

พิธีเรียกขวัญของชาวเขา

เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการเรียกขวัญ เมื่อประชาชนอาข่าไปในป่าหรือสถานที่ที่ใดที่หนึ่ง แล้วไปสะดุ้งกลัวและเกิดความไม่สบายขึ้นม

ขนมเส่งเผ่ และฮาละหว่า

ขนมเส่งเผ่ และฮาละหว่า

เส่งเผ่ และฮาละหว่า เป็นชื่อของขนมหวานที่มาจากประเทศพม่า “เส่งเผ่” มีลักษณะคล้ายขนมข้า


© 2026 ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ผู้เข้าชมทั้งหมด 9,392,673 คน