![]()
ขนมดอกดิน
เผยแพร่เมื่อ 02-04-2019 ผู้ชม 13,658
[16.483188, 99.4917312, ขนมดอกดิน]
"ขนมดอกดิน" ซึ่งเป็นขนมที่นิยมทำเพื่อรับประทานเป็นของว่างของหวานกันมาตั้งแต่โบราณ โดยใช้ดอกดิน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มาเป็นส่วนผสมในการทำขนมชนิดนี้
ดอกดินเป็นดอกไม้ที่เกิดตามภูเขาในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ชาวบ้านจะขึ้นไปเก็บดอกดินบนภูเขา จากนั้นจะนำดอกดินที่ได้ มาล้างน้ำเพื่อทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำใส่ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม แล้วนำไปแช่ในช่องฟรีซ เพื่อใช้ความเย็นเก็บรักษาคุณภาพไว้สำหรับทำขนม เนื่องจากดอกดินเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม และเมื่อเก็บรักษาไว้นาน ความหอมก็ยังอยู่ ชาวบ้านจึงนิยมนำมาทำเป็นขนม สำหรับวิธีการทำได้ปรับสูตรจากดั้งเดิมของบรรพบุรุษ เดิมทีจะไม่ใส่กะทิ แต่สูตรของขนมนี้จะใส่กะทิ เพื่อให้ขนมมีความหอม ความนุ่ม และความมัน
เครื่องปรุงส่วนผสม
1. ดอกดิน (บานแล้วทั้งต้นทั้งดอก ) 100 กรัม
2. หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
3. เกลือป่น ครึ่งช้อนชา
4. แป้งข้าวเหนียวชนิดผง 1 ถ้วยตวง
5. กะทิ 2 ถ้วยตวง
6. น้ำตาลปิ๊บ
วิธีทำ
วิธีการทำขนมดอกดินนั้น เริ่มจากนำดอกดินที่แช่ช่องฟรีซ มาแช่น้ำละลายน้ำแข็ง จากนั้นนำดอกดิน 500 กรัม ไปปั่นเข้ากับกะทิ 1 กล่องใหญ่ ซึ่งหากเป็นกะทิสด จะยิ่งทำให้ขนมมีรสชาติดี เมื่อปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว นำมาเทใส่ภาชนะขนาดกว้าง จากนั้นใส่เกลือครึ่งช้อนโต๊ะ ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม ใช้ตะกร้อคนจนส่วนผสมทั้งหมดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วเทแป้งข้าวเหนียวจำนวน 1 กิโลกรัม ลงไป และใช้ตะกร้อคนจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วหมักทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง เมื่อครบเวลาแล้ว นำกระทงใบตองที่เตรียมไว้ วางเรียงในชั้นซึ้งนึ่ง หยอดน้ำมันพืชใส่กระทงใบตอง แล้วจึงหยอดแป้งที่เตรียมไว้ลงไปในกระทง โรยหน้าขนมด้วยมะพร้าวทึนทึก จากนั้นนำไปนึ่งบนเตาโดยใช้ไฟแรง ใช้เวลาในการนึ่งประมาณ 25 นาที เมื่อขนมสุกจะมีกลิ่นหอมของขนมดอกดินจะลอยขึ้นมากับไอน้ำ ชวนให้น่ารับประทาน และเนื้อขนมในขณะนึ่งสุกใหม่ ๆ จะมีความเหนียวนุ่ม ให้รสชาติหวานมัน
คำสำคัญ : ขนมพื้นบ้าน
ที่มา : http://www.xn--42cfic6dbo4daghhh7c4e9f8b4h8ff.com/Food7.html
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2562). ขนมดอกดิน. สืบค้น 10 สิงหาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=1115&code_db=610008&code_type=01
Google search
แกงมัสมั่น ซึ่งเป็นเมนูอาหารไทย ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณซึ่งถือว่าเป็นอาหารที่มีการผสมผสาน อาหารไทยและอาหารต่างชาติที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและเครื่องเทศ จึงเป็นอาหารที่มีความลงตัวในเรื่องของโภชนาการอาหารและคุณค่าทางสมุนไพรเป็นสำคัญ ด้านความเชื่อการได้รับประทานแกงมัสมั่นกล้วยไข่ที่มีคุณค่าทางด้านอาหารแป้งและโปรตีนกล้วยไข่ ซึ่งให้ประโยชน์ในหลายๆ อย่าง เช่น ให้พลังงานสูงช่วยรักษาแผลในลำไส้ ลดอาการกระเพาะอาหารอักเสบช่วยลดการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลในหลอดเลือดเราจึงได้นำกล้วยไข่มาทำแกงมัสมั่นกล้วยไข่แทนมันเทศ จึงเป็นการต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับกล้วยไข่
เผยแพร่เมื่อ 30-05-2025 ผู้เช้าชม 538
เมี่ยงโบราณ เป็นของว่างของคนนครชุมในอดีต มี 2 รสคือ เมี่ยงหวาน และเมี่ยงเปรี้ยว เครื่องปรุงประกอบด้วย มะพร้าวหั่นเป็นชิ้นๆ ตามแนวยาว ถั่วลิสง น้ำตาล กระเทียมปอกเปลือก ใบเมี่ยง วิธีทำเริ่มจากการตั้งกระทะให้ร้อน นำมะพร้าวที่หั่นแล้ว ถั่วลิสง น้ำตาล กระเทียม ใส่ลงในกระทะ ผัดจนเข้ากัน ใบเมี่ยงที่หมักครบกำหนดแล้ว จะมีรสเปรี้ยวอมฝาด และอมหวาน สามารถเก็บไว้ได้นานปี เมี่ยงเป็นอาหารว่างที่คนเมืองนิยมรับประทานใช้รับแขกบ้านแขกเมือง โดยจะนำใบเมี่ยงที่ผ่านการหมักแล้ว ดึงเส้นใบออก เอามาห่อเกลือ น้ำตาล มะพร้าวคั่ว ขิง เป็นเมี่ยงส้ม (เปรี้ยว) หรือเมี่ยงหวานตามชอบ เรียกว่าเมี่ยงอม หรือเอาใบเมี่ยงมาห่อเกลือ จะทำให้รสชาติอร่อยไปอีกแบบหนึ่ง การรับประทานเมี่ยงจะใช้การอม หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว
เผยแพร่เมื่อ 13-03-2018 ผู้เช้าชม 4,707
มะพร้าวเป็นของคู่กับวัฒนธรรมท้องถิ่นแห่งนี้มาช้านาน หลังจากได้ใช้ประโยชน์จากน้ำมะพร้าวในการดื่มกินเป็นน้ำผลไม้เรียบร้อยแล้ว เนื้อของมะพร้าวจะเสียง่าย เพียงแค่เก็บไว้ไม่นานช่วงข้ามคืนก็จะเสียไม่สามารถรับประทานได้อีก อีกทั้งภูมิประเทศและอากาศที่ร้อนจึงทำให้เนื้อมะพร้าวนั้นเสียง่าย ภูมิปัญญาท้องถิ่นแห่งนี้จึงคิดวิธีการนำเนื้อมาพร้าวนี้มาสู่กระบวนการแปรรูป เพื่อเป็นการยืดอายุของอาหาร พร้อมทั้งรสชาติที่แปลกใหม่น่ารับประทาน โดยการนำมากวนเป็นมะพร้าวกวนหรือเรียกอีกอย่างว่า “มะพร้าวเสวย"
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 3,325
กล้วยน้ำว้าของเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกกล้วย โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้ามีจำนวนมากมายสามารถที่จะให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ด้วยเหตุนี้เอง ก่อให้เกิดแนวคิดสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำว้าแปรรูปเพื่อนำออกขาย เช่น กล้วยอบ กล้วยอบกรอบ กล้วยม้วนนิ่ม นอกเหนือจากขายกล้วยสด หรือกล้วยตากเท่านั้นหนึ่งในสินค้า กล้วยน้ำว้า แปรรูปที่ว่านั้นก็ได้แก่กล้วยกวน ซึ่งกรรมวิธีค่อนข้างจะง่าย แต่ก็ต้องใช้เวลาและพละกำลังกันพอสมควร กล่าวคือเมื่อได้เนื้อกล้วยที่จำเป็นจะต้องสุกงอม เพื่อความสะดวกในการกวนแล้ว จะต้องนำมาบดอัดก่อนใส่กระทะกวนด้วยไฟร้อนๆ
เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 4,839
ขนมเทียนไส้เค็ม ขนมเทียนนอกจากนิยมทำในพิธีงานมงคลต่างๆแล้ว ยังเป็นขนมที่ใครๆหลายคนขื่นชอบ เพราะรสชาติที่หวาน เค็ม และเผ็ดจากพริกไทย ซึ่งพอรวมกันแล้วจะได้ความเหนียวนุ่มน่ารับประทาน และเป็นขนมอีกอย่างที่ชาวจังหวัดกำแพงเพชรนิยมรับประทานกันแต่ส่วนมากจะนิยมทำกันแค่ในช่วงเทศกาล
เผยแพร่เมื่อ 01-03-2017 ผู้เช้าชม 8,844
แกงมัสมั่น เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลมาจากอาหารมลายู ชาวไทยมุสลิมเรียกแกงชนิดนี้ว่า ซาละหมั่น แกงมัสมั่นแบบไทย ออกรสหวานในขณะที่ตำรับดั้งเดิมของชาวมุสลิมออกรสเค็มมัน เอกลักษณ์ที่สำคัญของแกงชนิดนี้คือหอมเครื่องเทศนานาชนิด ได้แก่ ลูกผักชีป่น ยี่หร่าป่น กานพลู อบเชย สามารถแกงกับเนื้อสัตว์หลายชนิด คนไทยนิยมแกงมัสมั่นไก่ เนื้อวัว และหมู แกงนี้มีไขมันค่อนข้างสูง จึงทำให้มีพลังงานสูง มีโปรตีนจากเนื้อไก่ ใยอาหารและสรรพคุณทางยา จากเครื่องแกง ได้แก่ อบเชย ช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน หัวหอมแขกช่วยบรรเทาอาการหวัด น้ำมะขามเปียกมีวิตามินซี และเป็นยาระบายอ่อนๆ ยี่หร่า กานพลู ช่วยขับลม ขับเสมหะ ส่วนขิงช่วยลดไขมันในเลือดได้
เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 5,878
ขนมจีบแป้งสด ขนมพื้นบ้านของคนจังหวัดกำแพงเพชร โดยนำแป้งข้าวเจ้ากวนกับน้ำให้สุก และนำลงมานวดพร้อมแป้งมันสำปะหลัง ขั้นตอนการทำไส้ขนมจีบ นำหน่อไม้ หมูสับ กุ้งแห้ง พริกไทยป่น ต้นหอม ผักชีสับผสมให้เข้ากัน นำแป้งนวดแยกเป็นก้อนขนาดเท่าหัว รีดแป้งให้บาง นำแป้งที่รีดแผ่นห่อกับไส้ที่ได้ และนำไปนึ่งประมาณ 15 นาที ขนมจีบสุขดีแล้ว นำลงมาคลุกกับน้ำมัน และคุกกับน้ำมัน โรยกระเทียมเจียว เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียง แตงกวา ผักชีใบยาว พริกขี้หนู
เผยแพร่เมื่อ 02-04-2019 ผู้เช้าชม 8,433
ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ที่จังหวัดกำแพงเพชร จะมีแมง "แมงอีนูน" หรือแมงนูน ออกจากที่ซ่อนเพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ โดยแมงนูนเป็นแมงปีกแข็งตัวสีน้ำตาล ลำตัวกลมขนาดหัวแม่มือ มีขา 6 ขา อาศัยอยู่ใต้ดินทราย สามารถนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น ฉู่ฉี่ ต้ม คั่ว รวมไปถึงทอดในน้ำมันเดือดๆ อย่างไรก็ตามช่วงนี้เป็นช่วงที่แมงอีนูนจะมีไข่เต็มท้อง "แมงนูนจะมีรสชาติหอมมันเพราะมีไข่เต็มท้อง แต่ถ้าล่วงเลยจากเดือนนี้ไปแล้ว แมงอีนูนจะพากันขุดรูวางไข่ ดังนั้นในตัวจึงมีแต่เลือดซึ่งรับประทานไม่ได้ โดยปีที่ผ่านมาแมงอีนูนมีไม่มากเท่าปีนี้ สาเหตุเพราะปีนี้เกษตรกรไม่ได้ไถหน้าดินทำให้มีพงหญ้าและต้นอ้อยขึ้นหน้า แน่น แมงนูนจึงไม่ถูกทำลาย ดังนั้นในปีนี้จึงจับได้เป็นจำนวนมาก"
เผยแพร่เมื่อ 02-04-2019 ผู้เช้าชม 3,161
ขนมถ้วยฟู เป็นขนมโบราณที่นำเข้ามาในเมืองไทยเราโดยคนจีน และเป็นอีก 1 ใน 9 ของขนมมงคลของคนไทย ชาวจีนเรียกขนมถ้วยฟูว่า ฮวดโก้ย หมายถึง มีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เฟื่องฟู จึงเป็นอีกขนมหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในงานมงคล ชาวจีนและชาวไทย นิยมนำไปไหว้เจ้า หรือประกอบพิธีงานมงคลต่างๆ ในงานแต่งงานนิยมทำขนมถ้วยฟูเป็นสีแดง ใช้ไหว้เจ้าหรืองานมงคลต่างๆนิยมใช้สีชมพู ใช้ในงานอวมงคล หรือไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วนิยมใช้สีขาว ในปัจจุบันยังหาทานได้ง่าย มีหลากหลายสี เช่น ชมพู เขียว ขาว ฟ้า
เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 7,911
แกงขี้เหล็ก เป็นการนำใบอ่อน ดอกและยอดของต้นขี้เหล็ก ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย มาปรุงเป็นอาหาร นอกจากจะรับประทานในครัวเรือน ยังนิยมปรุงเลี้ยงแขกเทศกาลงานต่างๆ เช่น งานบวช งานแต่งงาน งานศพ ด้วยรสชาติของขี้เหล็กมีรสขม ก่อนปรุงจึงต้องนำมาต้มน้ำทิ้งก่อน ช่วย ลดสารที่เป็นพิษ และทำให้มีรสชาติดีขึ้นเมื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร แกงขี้เหล็กช่วยให้ถ่ายง่าย สบายท้อง ในยอดอ่อน และใบขี้เหล็ก ประกอบด้วย เบตาคาโรทีน ใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ในปริมาณที่สูงกว่าผักชนิดอื่นๆ การรับประทานแกงขี้เหล็ก จึงเหมือนกับรับประทานยาด้วยเช่นกัน
เผยแพร่เมื่อ 10-04-2020 ผู้เช้าชม 2,540
