เปิดบันทึกประวัติศาสตร์: “พะโป้” คหบดีป่าไม้ผู้ศรัทธาแห่งนครชุม กับตำนาน “บ้านห้าง ร.5”

เปิดบันทึกประวัติศาสตร์: “พะโป้” คหบดีป่าไม้ผู้ศรัทธาแห่งนครชุม กับตำนาน “บ้านห้าง ร.5”

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 57

[16.4845365, 99.4903428, เปิดบันทึกประวัติศาสตร์: “พะโป้” คหบดีป่าไม้ผู้ศรัทธาแห่งนครชุม กับตำนาน “บ้านห้าง ร.5”]

         เปิดบันทึกประวัติศาสตร์: “พะโป้” คหบดีป่าไม้ผู้ศรัทธาแห่งนครชุม กับตำนาน “บ้านห้าง ร.5”
เรียบเรียงโดย สำนักข่าวกาขาว
         ท่ามกลางชุมชนเก่าแก่ริมลำน้ำปิงแห่งนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร ยังมีเรือนไม้หลังหนึ่งยืนหยัดอยู่ท่ามกลางกาลเวลา ชาวบ้านเรียกขานกันว่า “บ้านห้าง ร.5” หรือในบางเอกสารเรียกว่า “บ้านห้างล่ำซำ” เรือนไม้หลังนี้มิได้เป็นเพียงสถาปัตยกรรมเก่าแก่ หากแต่เป็นร่องรอยของยุคสัมปทานป่าไม้ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนต่างเชื้อชาติในสยาม และเรื่องราวของ “พะโป้” คหบดีชาวกะเหรี่ยงผู้ฝากรอยศรัทธาไว้กับแผ่นดินนครชุมตราบจนปัจจุบัน รากเหง้าจากมะละแหม่ง สู่คหบดีไม้แห่งลุ่มน้ำปิง
“พะโป้” หรือ “หม่องสุภอ” เป็นชาวกะเหรี่ยงจากเมืองมะละแหม่ง ประเทศพม่า ซึ่งในยุคนั้นอยู่ภายใต้อิทธิพลของอังกฤษ ก่อนจะเข้ามาดำเนินกิจการสัมปทานป่าไม้ในสยามช่วงรัชกาลที่ 5 ข้อมูลจากบันทึกท้องถิ่นและงานเรียบเรียงประวัติศาสตร์หลายแห่งระบุว่า พะโป้มีสถานะเป็น “คนในบังคับอังกฤษ” ซึ่งเอื้อให้สามารถดำเนินธุรกิจสัมปทานไม้ในยุคนั้นได้สะดวกยิ่งขึ้น พื้นที่ทำไม้สำคัญของพะโป้อยู่บริเวณคลองสวนหมาก เมืองนครชุม และพื้นที่ในเขตมณฑลนครสวรรค์ ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของชุมชนริมแม่น้ำปิง ความสัมพันธ์กับ “พญาตะก่า” และการบูรณะพระบรมธาตุนครชุม บันทึกประวัติศาสตร์ท้องถิ่นหลายสายกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพะโป้กับ “พญาตะก่า” หรือ “หม่องจันวงศ์” คหบดีชาวพม่าผู้มีบทบาทสำคัญในการบูรณะวัดพระบรมธาตุนครชุม โดยมีข้อมูลระบุว่า พญาตะก่าเป็นผู้ริเริ่มการบูรณะองค์พระบรมธาตุในช่วงรัชกาลที่ 5 สมัยรัตนโกสินทร์ ก่อนที่พะโป้จะเข้ามารับช่วงดำเนินการต่อภายหลัง การบูรณะครั้งสำคัญดังกล่าว ทำให้เกิดเจดีย์ทรงมอญ-พม่าขนาดใหญ่ซึ่งครอบองค์เจดีย์เดิมไว้ภายใน อันสะท้อนอิทธิพลศิลปกรรมพม่าและแรงศรัทธาของกลุ่มคหบดีป่าไม้ในยุคนั้น อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงโบราณคดีเกี่ยวกับโครงสร้างเดิมภายในองค์พระเจดีย์ ยังเป็นประเด็นที่นักประวัติศาสตร์และผู้ศึกษาท้องถิ่นบางส่วนตีความแตกต่างกัน “บ้านห้าง ร.5” ร่องรอยแห่งยุคสัมปทานไม้ หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่สุดของยุคพะโป้ คือ “บ้านห้างพะโป้” เรือนไม้สองชั้นริมคลองสวนหมาก ซึ่งปัจจุบันยังคงปรากฏอยู่ในชุมชนนครชุม ตัวอาคารมีลักษณะสถาปัตยกรรมตะวันตกผสมพื้นถิ่น สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งหรือ “ไม้เบญจพรรณ” ที่หาได้จากป่าไม้ในพื้นที่กำแพงเพชรยุคนั้น สะท้อนความรุ่งเรืองของกิจการสัมปทานไม้ในอดีต ข้อมูลจากวารสารเมืองโบราณ บันทึกท้องถิ่น และเว็บไซต์หน่วยงานท้องถิ่นหลายแห่ง ระบุสอดคล้องกันว่า บ้านห้างหลังนี้ “เล่ากันว่า” พะโป้ซื้อต่อมาจาก “พระยาราม” ก่อนใช้เป็นทั้งบ้านพักและสำนักงานห้างทำไม้ แม้ปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานสัญญาซื้อขายหรือเอกสารกรรมสิทธิ์ยุคแรกอย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลดังกล่าวปรากฏซ้ำในเอกสารและคำบอกเล่าท้องถิ่นต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน  วันที่นครชุมต้อนรับพระมหากษัตริย์ หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของบ้านห้างพะโป้ คือการมีความเกี่ยวข้องกับการเสด็จประพาสต้นของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2449 บันทึกจากพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้นกล่าวถึงพะโป้และ “อำแดงทองย้อย” ภรรยาของพะโป้ ซึ่งเป็นหญิงไทยในพื้นที่นครชุม โดยข้อมูลท้องถิ่นหลายแห่งระบุว่าอำแดงทองย้อยเป็นบุตรสาวของผู้ใหญ่บ้านในชุมชน นอกจากนี้ ยังมีบันทึกว่าพระองค์เสด็จขึ้นไปทอดพระเนตรและฉายพระรูปร่วมกับชาวบ้านบริเวณบ้านพะโป้และบ้านผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ในปัจจุบัน พบว่าพระองค์เสด็จกลับไปประทับแรมบนเรือพระที่นั่ง มิได้ประทับค้างคืนบนเรือนดังกล่าว เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เรือนไม้หลังนี้กลายเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวนครชุมว่า “บ้านห้าง ร.5” มาจนถึงปัจจุบัน  สายสกุล “รัตนบรรพต” และการสืบทอดความทรงจำ ภายหลังยุคของพะโป้ ทายาทสายตระกูลได้ใช้นามสกุล “รัตนบรรพต” ซึ่งเชื่อมโยงกับความศรัทธาที่มีต่อองค์พระบรมธาตุนครชุม ปรากฏชื่อ “นายทองทรัพย์ รัตนบรรพต” ในฐานะบุตรของพะโป้และอำแดงทองย้อย และต่อมา “อาจารย์กัลยา รัตนบรรพต” ผู้เป็นทายาทรุ่นหลัง ได้มีบทบาทในการถ่ายทอดข้อมูลประวัติศาสตร์ของบ้านห้างและชุมชนนครชุมแก่คณะผู้ศึกษาและนักวิชาการท้องถิ่น “บ้านห้างล่ำซำ” กับสถานะในยุคปัจจุบัน ปัจจุบัน อาคารแห่งนี้ปรากฏชื่อในสื่อและเอกสารสาธารณะบางแห่งว่า “บ้านห้างล่ำซำ” สะท้อนความเกี่ยวข้องของตระกูลล่ำซำกับการครอบครองอาคารในระยะหลัง อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบเอกสารกรรมสิทธิ์สาธารณะที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดทางกฎหมายได้ครบถ้วนทั้งหมดแม้ตัวอาคารจะชำรุดไปตามกาลเวลา และบางช่วงมีการติดประกาศห้ามขึ้นบนตัวเรือนเพื่อความปลอดภัย แต่ “บ้านห้างพะโป้” ยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของประวัติศาสตร์นครชุม และเป็นหลักฐานมีชีวิตของยุคสัมปทานไม้ในลุ่มน้ำปิง ​พะโป้: ตัวตนในตำนาน และชีวิตจริงที่นครชุม ​หลายคนรู้จัก “พะโป้” ผ่านโศกนาฏกรรมรักจากปลายนิ้วของนักเขียน แต่สำหรับชาวนครชุม พะโป้คือชายผู้สร้างตำนานที่จับต้องได้มากกว่านั้น ​เขาคือคหบดีผู้มั่งคั่งที่ใช้หยาดเหงื่อจากธุรกิจป่าไม้ มาทำนุบำรุงพระศาสนาและวางรากฐานเศรษฐกิจให้ชุมชนริมน้ำปิงจนรุ่งเรืองถึงขีดสุด ​แม้ในวันนี้บ้านห้างหลังเก่าจะทรุดโทรมไปบ้างตามวัย หรือความจริงบางแง่มุมจะยังพร่าเลือนอยู่ในร่องรอยประวัติศาสตร์ แต่ทุกครั้งที่มองไปยังยอดเจดีย์วัดพระบรมธาตุฯ เราจะรู้ดีว่าจิตวิญญาณของพะโป้ไม่เคยจากไปไหน...ท่านยังคงสถิตอยู่ในความศรัทธาและความทรงจำของชาวนครชุม ตราบชั่วฟ้าดินสลาย หมายเหตุจากสำนักข่าวกาขาว บทความนี้เรียบเรียงจากข้อมูลในพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้น เอกสารประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วารสารเมืองโบราณ ฐานข้อมูลท้องถิ่น และคำบอกเล่าของผู้ศึกษาในพื้นที่ เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการเผยแพร่ความรู้ทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลบางส่วนยังเป็นประเด็นที่มีการตีความแตกต่างกันในหมู่นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และอาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีการค้นพบหลักฐานใหม่เพิ่มเติมในอนาคต
           อ้างอิงข้อมูล
  ศิลาจารึกนครชุม หลักที่ 3 พระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้น พ.ศ. 2449
  ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ 20
  วารสารเมืองโบราณ ปีที่ 19 ฉบับที่ 2
  ฐานข้อมูลท้องถิ่นมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร
  ข้อมูลเทศบาลตำบลนครชุม
  งานเรียบเรียงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดย อ.สันติ อภัยราช

คำสำคัญ : สำนักข่าวกาขาว  พะโป้  บ้านห้างร5  บ้านห้างล่ำซำ  รัตนบรรพต  นครชุม  กำแพงเพชร  ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  ประพาสต้น วัดพระบรมธาตุ

ที่มา : สำนักกาข่าว กำแพงเพชร

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). เปิดบันทึกประวัติศาสตร์: “พะโป้” คหบดีป่าไม้ผู้ศรัทธาแห่งนครชุม กับตำนาน “บ้านห้าง ร.5”. สืบค้น 12 ตุลาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2418&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2418&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

จากเมืองนครชุม มาเป็นบ้านปากคลองสวนหมาก จากบ้านปากคลองสวนหมาก มาเป็นตำบลนครชุม

จากเมืองนครชุม มาเป็นบ้านปากคลองสวนหมาก จากบ้านปากคลองสวนหมาก มาเป็นตำบลนครชุม

นครชุม เป็นชื่อของเมืองโบราณในสมัยสุโขทัยต่อมาได้กลายเป็นเมืองร้างกว่า ๓๐๐ปี ในสมัยรัตนโกสินทร์ไม่มีชื่อเป็นที่รู้จัก ผู้คนทั่วไปคงเรียกบริเวณที่ตั้งบ้านเรือนของราษฎรบริเวณนี้ว่า “ปากคลองสวนหมาก” เพราะมีคลองสวนหมากไหลมาออกแม่น้ำปิง ราษฎรส่วนใหญ่เป็นชาวลาวที่อพยพมาจากเวียงจันทน์ ที่มารู้จักว่าชื่อแต่เพียงบ้านปากคลองสวนหมาก ไม่มีใครรู้จัก เมืองนครชุม ตำบลคลองสวนหมาก เป็นชุมชนที่สร้างตัวขึ้นมาในสมัยพระพุทธเจ้าหลวงจากเหย้าเรือนฝาขัดแตะไม่กี่หลังคาเรือน แต่มีที่ทำกินในผืนดินอันอุดมสมบูรณ์เนื่องจากมีแม่น้ำปิงไหลผ่านและมีคลองสวนหมากไหลมาจากป่าโป่งน้ำร้อนให้น้ำหล่อเลี้ยงมาอย่างต่อเนื่อง

เผยแพร่เมื่อ 16-04-2020 ผู้เช้าชม 2,984

เมืองไตรตรึงษ์สมัยรัตนโกสินทร์

เมืองไตรตรึงษ์สมัยรัตนโกสินทร์

มีหลักฐานจากการตรวจค้นและศึกษาข้อมูลของจิตร์ ภูมิศักดิ์ ได้พบว่าเมืองไตรตรึงษ์ยังคงมีสภาพเป็นบ้านเมืองแต่อาจลดขนาดเป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ต่อมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ดังหลักฐานที่พบรายชื่อเมืองในจารึกวัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) ซึ่งจารึกไว้ในคราวซ่อมแซมวัดครั้งใหญ่ระหว่าง พ.ศ. 2374-2381 สมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีใบบอกเมืองขึ้นของเมืองกำแพงเพชร (เมืองโท) ว่ามี 5 เมือง คือ   เมืองโกสามพิน 1 (น่าจะหมายถึงเมืองโกสัมพี) เมืองบงการบุรี 1 (ไม่รู้ว่าเป็นเมืองใด) เมืองโบราณราช 1 (ไม่รู้ว่าเป็นเมืองใด) เมืองนาถบุรี 1 (ไม่รู้ว่าเป็นเมืองใด) เมืองไตรตรึงษ์ 1

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 1,638

หนึ่งพันปีเมืองกำแพงเพชร

หนึ่งพันปีเมืองกำแพงเพชร

จังหวัดกำแพงเพชร เป็นเมืองโบราณที่สำคัญยิ่ง มาตลอดยุคสมัย และเกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ไทยมาโดยตลอด อาจนับตั้งแต่ พระร่วงโรจนราช กษัตริย์ต้นราชวงศ์พระร่วง
จากตำนานชินกาลมาลีปกรณ์ว่ามาจากบ้านโคน เมืองคณฑี จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งชาวบ้านโคนถือกันว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้ตำนานท้าวแสนปม ได้กล่าวถึงท้าวแสนปมเป็นพระราชบิดาของ พระเจ้าอู่ทอง ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา..เป็นความเชื่อทั้งสองเรื่องที่คู่กับจังหวัดกำแพงเพชรเล่าขานสืบต่อกันมาช้านาน…ว่าปฐมกษัตริย์ทั้งกรุงสุโขทัย และอยุธยามาจากกำแพงเพชรทั้งสองพระองค์ …. จากตำนานสิงหนวติกุมาร ฉบับสอบค้น ของนายมานิต วัลลิโภดม ได้กล่าวถึงกำแพงเพชรที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์หลายตอน

เผยแพร่เมื่อ 21-01-2020 ผู้เช้าชม 4,209

เมืองไตรตรึงษ์กับตำนานนิทานพื้นบ้านของชาวบ้านตำบลไตรตรึงษ์

เมืองไตรตรึงษ์กับตำนานนิทานพื้นบ้านของชาวบ้านตำบลไตรตรึงษ์

มีนิทานอันลือชื่อในท้องถิ่นของชาวไตรตรึงษ์เรื่อง “ท้าวแสนปม” ซึ่งเล่าสืบต่อกันมาแต่ครั้งโบราณถือเป็น นิทานฉบับท้องถิ่นโดยมีการถอดความจากการเล่าของนายสรวง ทองสีอ่อน ชาวบ้านวังพระธาตุ ตำบลวังพระ ธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งได้เล่าไว้ดังนี้ “ประวัติเรื่องท้าวแสนปม เดิมทีท้าวแสนปมไม่ใช่คนที่อยู่ในจังหวัดกำแพงเพชร บ้านช่องพ่อแม่อยู่ที่ระแหง อยู่เหนือจังหวัดกำแพงเพชรขึ้นไป แต่พ่อแม่ของเจ้าแสนนี้ไม่ปรากฏว่าชื่ออะไร พอมีลูกชายก็ตั้งชื่อว่าเจ้าแสน เจ้าแสนคนนี้มีรูปร่างอัปลักษณ์ คือว่าผิวเนื้อของแกมีแต่ปุ่มเป็นปมขรุขระเหมือนผิวมะกรูด

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 1,907

เปิดบันทึก 700 ปี ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

เปิดบันทึก 700 ปี ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

 1. ยุคสถาปนาเมืองและกำเนิดหลักเมืองโบราณ (ราวพุทธศตวรรษที่ 19–20) จากหลักฐานทางโบราณคดีของกรมศิลปากร สันนิษฐานว่า “หลักเมืองกำแพงเพชร” มีความเกี่ยวข้องกับการวางผังเมืองกำแพงเพชรในสมัยสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ 19–20 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการก่อสร้างวัดพระแก้ว กำแพงเมือง และศาสนสถานสำคัญภายในเขตเมืองชากังราวตัวเสาหลักเมืองดั้งเดิมเป็น “เสาศิลาแลง” ทรงกระบอก ปักอยู่บริเวณด้านเหนือของวัดพระแก้ว ภายในเขตกำแพงเมืองเก่า โดยพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางการปกครองและประกอบพิธีกรรมของเมืองในสมัยสุโขทัย แม้จะยังไม่พบหลักฐานจารึกที่ระบุปีการสร้างอย่างชัดเจน แต่จากรูปแบบผังเมืองและตำแหน่งที่ตั้ง นักโบราณคดีส่วนหนึ่งสันนิษฐานว่า หลักเมืองแห่งนี้อาจสร้างขึ้นในช่วงเดียวกับการพัฒนาเมืองกำแพงเพชรให้เป็น “เมืองลูกหลวง” ของอาณาจักรสุโขทัย ในระยะต่อมา ได้มีการสร้าง “เศียรเทพารักษ์” ประดิษฐานเหนือเสาหลักเมือง ตามคติความเชื่อเรื่องเทพผู้คุ้มครองบ้านเมือง ซึ่งเป็นคติที่พบในเมืองสำคัญหลายแห่งของไทย
              แหล่งข้อมูลอ้างอิง
   รายงานสำรวจโบราณสถานเมืองกำแพงเพชร กรมศิลปากร
   ฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวชุมชน CBT Thailand
   เอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 79

ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ

ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว

ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว หลังจากศึกใหญ่ในปี พ.ศ. 1919 ผ่านไปได้เพียงสองปี สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือขุนหลวงพะงั่ว ยังไม่ทรงละความพยายามในการขยายอำนาจขึ้นสู่ดินแดนทางเหนือ ปี พ.ศ. 1921 กองทัพอยุธยาเคลื่อนพลขึ้นสู่เมืองชากังราวอีกครั้ง นับเป็นการยกทัพครั้งที่สาม และเป็นศึกที่แม้พระราชพงศาวดารจะบันทึกไว้เพียงไม่กี่บรรทัด แต่กลับทิ้งคำถามสำคัญให้ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ถกเถียงกันมาจนถึงปัจจุบัน ครั้งนี้ ผู้บัญชาการฝ่ายเมืองชากังราวถูกเรียกว่า "มหาธรรมราชา" พระนามนี้เองที่กลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะพงศาวดารไม่ได้อธิบายว่ามหาธรรมราชาพระองค์นี้คือใครกันแน่

เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 87

ประวัติบ้านโคน

ประวัติบ้านโคน

ในยุคแรกของบ้านโคนนั้น มีเรื่องราวที่กล่าวถึงชุมชนบ้านโคนในหลักศิลาจารึกสุโขทัยและในตำนาน “ ชินกาลมาลีปกรณ์ “ มีข้อความระบุว่าบ้านโคน ยังมีชายหนุ่มรูปงามมีกำลังมาก ท่องเที่ยวอยู่ในป่า มีนางเทพธิดาองค์หนึ่งเห็นชายคนนั้นแล้วใคร่อยากร่วมสังวาสด้วย จึงแสดงมารยาหญิง ชายคนนั้นก็ร่วมสังวาสกับเทพธิดาองค์นั้น จึงเกิดบุตรชาย และบุตรชายคนนั้นก็มีกำลังมาก รูปงาม เพราะฉะนั้นชาวบ้านทั้งปวงจึงพร้อมใจกันทำราชาภิเษกบุตรชายนั้น…. ครองราชสมบัติในเมืองสุโขทัย ปรากฏพระนามในครั้งนั้นว่า “ โรจราจ “ บ้านโคนเป็นชุมชนที่เก่าแก่มากในทางประวัติศาสตร์เกิดมานานกว่า 700 ปีมาแล้ว สภาพทางภูมิศาสตร์มีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำปิงไหลผ่านเหมาะต่อการทำมาหากิน ชุมชนบ้านโคนเดิมตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก 

เผยแพร่เมื่อ 03-04-2019 ผู้เช้าชม 3,884

ดาบที่สร้างจากประวัติศาสตร์

ดาบที่สร้างจากประวัติศาสตร์

พระแสงราชศัสตราแห่งเมืองกำแพงเพชร เป็นพระแสงประจำเมืองเล่มเดียวในประเทศที่เป็นของเก่าที่แท้จริง เนื่องด้วยเป็นพระแสงที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ให้เป็นบำเหน็จความดีความชอบในการศึกปัตตานี ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์แก่พระยากำแพงเพชร (นุช ) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชรคนที่ 2 ต่อจากบิดา ส่วนพระแสงประจำเมืองของจังหวัดอื่น ๆ ล้วนสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,064

พระยาแสนสอยดาว

พระยาแสนสอยดาว

หลักฐานที่พาเราเข้าสู่ยุคของกษัตริย์กำแพงเพชรพระองค์ต่อมาคือ จารึกลานเงินเสด็จพ่อพระยาสอย ซึ่งเป็นแผ่นเงินขนาดเล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างเพียง 4.7 เซนติเมตร ยาว 22.7 เซนติเมตร ขุดพบที่พระเจดีย์เก่าหน้าวัดพระยืน นอกกำแพงเมืองเก่าด้านตะวันออกของจังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จารึกด้านที่ 1 กล่าวถึงเสด็จพ่อพระยาสอยและการขึ้นเสวยราชย์ของพระองค์ ระบุศักราชตรงกับวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 1963 ส่วนด้านที่ 2 กล่าวถึงสมเด็จพระมหามุนีรัตนโมลีและการประดิษฐานผอบพระรัตนธาตุ น่าเสียดายที่ปลายแผ่นเงินชำรุดขาดหายไปบางส่วน ทำให้ข้อความไม่ต่อเนื่องสมบูรณ์

เผยแพร่เมื่อ 08-09-2026 ผู้เช้าชม 32

กำเนิดเมืองกำแพงเพชร ริมฝั่งแม่น้ำปิง

กำเนิดเมืองกำแพงเพชร ริมฝั่งแม่น้ำปิง

เมืองกำแพงเพชรที่เรารู้จักกันในปัจจุบันไม่ได้ตั้งอยู่ ณ จุดเดิมมาตั้งแต่แรก ก่อนหน้านั้นศูนย์กลางการปกครองของดินแดนแถบนี้อยู่ที่ "เมืองนครชุม" ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ก่อนจะมีการย้ายศูนย์กลางข้ามมาสร้างเมืองใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าการย้ายเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นราวต้นพุทธศตวรรษที่ 20

เผยแพร่เมื่อ 08-09-2026 ผู้เช้าชม 34