วัดสิงคาราม

วัดสิงคาราม

วัดสิงคาราม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 328

[15.9900416, 99.8128136, วัดสิงคาราม]

ประวัติ
อยู่ที่ตำบลสลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี สนามกลางติดถนนสายสี่แยกไปอำเภอขาณุวรลักษบุรี และสายไปตำบลบ่อถ้ำ นครสวรรค์และกำแพงเพชร เป็นจุดศูนย์รวมหลายตำบล ถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระครูวชิรณิติโสพณ ได้มีการสร้างพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาธรรมสังเวช และเมรุ และเป็นที่นับถือของชาวสลกบาตร
เจ้าอาวาส      พระมหาพร้อมเพรียง ภูริญาโณ

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : ม.1

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=896&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดร่มโพธิญาณ

วัดร่มโพธิญาณ

ประวัติ        
    พระอาจารย์บุญเชิด อนามโย เจ้าอาวาสวัดร่มโพธิญาณ เลขที่ 88 หมู่ 10 บ้านดงดำ ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สร้างพระประธานในพระมหาเจดีย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระปฐมปางสมาธิทรงพุทธรัตนะหน้าตัก 10 ศอก 10 นิ้ว
            พระอาจารย์เล่าว่า...ตอนที่อาตมาเดินธุดงค์มาที่นี่ เมื่อปี 2541 มาอยู่รูปเดียว จิตออกจากร่าง ส่วนแรกที่ได้เห็นคือร่างของอาตมานอนอยู่ในกรด ส่วนที่ 2 ได้เห็นเทวบุตร ซึ่งเป็นอารักษ์อยู่ในเขตนี้ ยืนนิ่งสงบ ร่างสว่างนวล มีแสงออกจากทางส่วนอก เขียวอ่อนๆ เหลืองอ่อนๆ จางๆ ขาวนวล สีแพรวๆ พราวๆ เมื่อกลับมาที่ร่างก็พิจารณาว่าสภาพ เย็น สงบ สว่าง ในเทวบุตรที่เห็นในเขต 20 ไร่ เมื่อก่อนมีป่าพงล้อมรอบ มีศาลาหลังเดียว แร้นแค้นกันดาร 1 วันสรงน้ำครั้งหนึ่ง อาตมาสร้างขึ้นทั้งหมด พอออกนอกเขตก็เห็นพวกเปรต สัมพเวสี ปะปนกัน แต่ละท่านไม่มีความสงบในตัวเอง มีความสับสนกลับกลอกในอารมณ์ บ่นพร่ำเพ้อไปตามฐานะกรรม ที่ตนได้สร้างไว้ในอดีตและปัจจุบันด้วย

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 1,719

วัดจันทาราม

วัดจันทาราม

ประวัติ      
      ตั้งอยู่ที่ 1 บ้านวังแขม หมู่ที่ 1 ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 17 ไร่ 83 ตารางวา อยู่ริมแม่น้ำปิงทางด้านทิศตะวันออก สร้างขึ้นเป็นวัดมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2225 เคยเป็นวัดที่ร้างมาเป็นเวลานาน และ ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านในแทบนั้นมักนิยมเรียกชื่อวัดตามชื่อของหมู่บ้านว่า  “วัดวังแขม” และ ต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นหลักฐานมั่นคงเริ่มมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2420 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ได้เคยเสด็จประพาททางชลมารค และทรงแวะประทับพักแรมที่ปะรำพิธีที่หาดทรายหน้าวัดนี้ด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 วัดจันทาราม จึงได้รับการพัฒนาเรื่อย ๆ มา จนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2523
            วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปที่สาคัญคือ หลวงพ่อศรีมงคล พระประธานในอุโบสถหลังเก่า “ปางมารวิชัย” เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนเป็นอย่างมาก และตามที่ นายร่อน มีชัย อายุ  81 ปี  ได้เล่าว่า วิหารที่หลวงพ่อศรีมงคล ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบันนี้ สันนิฐานว่าชาวพม่าเป็นผู้สร้างขึ้น เพราะว่าวิหารหลวงพ่อศรีมงคลได้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นทิศของประเทศของพม่า และไม่ทราบว่าสร้างในปีใดและพ.ศ.ใด ทราบแต่ว่าเป็นวิหารที่เก่าแก่มาก ตามที่คนเก่าแก่เล่ามา เป็นเวลานับหลายร้อยปี(จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ผู้มาบูรณปฏิสังขรณ์ทราบว่า สร้างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวรัชกาลที่2-3)
ส่วนรอยพระพุทธบาทจำลองที่เป็นเนื้อโลหะ ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงพ่อศรีมงคล ไม่มีใครทราบที่แน่ชัดว่าได้มาอย่างไร และตั้งแต่เมื่อปีใด และ พ.ศ.ใด จากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ เช่น ลุงร่อน มีชัยและลุงเหรียญ นาคนาม ที่เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงกับวัด มาโดยตลอด บอกว่าตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน อยู่โรงเรียนวัดก็ได้เห็นรอยพระพุทธบาทมีอยู่ในวิหารหลวงพ่อศรีมงคลแล้ว ต่อจากนั้นลุงเหรียญยังบอก รอยพระพุทธบาทจำลอง อีกว่ามีตัวอักษรอยู่ที่ใบสีมาวิหารหลวงพ่อศรีมงคล และเป็นตัวเลข ว่า ร.ศ.120 (เป็นรัตนโกสินทร์ศักราช ถ้าเราต้องการแปลงเป็นพุทธศักราช ให้ใช้ 2324 บวก ร.ศ. จะได้เป็นปีพุทธศักราช) เมื่อทางวัดมีงานเทศกาล ใดๆ เช่น งานประจำปีปิดทองไหว้พระ ก็จะยกรอยพระพุทธบาทจำลองออกมาให้ชาวบ้านได้ปิดทองรอยพระพุทธบาทกันเป็นประจำ ต่อมาทางคณะกรรมการวัด ก็จะนำออกมาให้ชาวบ้านได้ปิดทองกันในวันงานเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ในตอนนี้ฝาที่สาหรับปิด-เปิดไว้ใส่ปัจจัย ได้ถูกพวกมิจฉาชีพลักไปเสียแล้ว ทางวัดก็ไม่ทราบว่าถูกลักไปตั้งแต่เมื่อไรเช่นกัน สำหรับในตอนนี้พระที่วัดได้ช่วยกันเอาไปเก็บไว้ที่อุโบสถหลังใหม่(ราว พ.ศ.2538 ได้ไปสำรวจวัดจันทาราม พบพระวิหารหลวงพ่อศรีมงคล และรอยพระพุทธบาทอยู่สภาพทิ้งร้าง เพราะพระวิหารชำรุด

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 402

วัดอินทาราม

วัดอินทาราม

ประวัติ      
           เมืองบางจันทร์ เป็นเมืองสำคัญ ในสมัยสุโขทัย คู่กับเมืองบางพาน นักโบราณคดีคิดว่าหายสาบสูญไปจากสังคมไทย แต่เมื่อมาชมวัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้แล้ว ทำให้หวนคิดถึงเมืองบางจันทร์ ที่หายสาบสูญไป น่าจะใช่เมืองบางจันทร์ เมื่อชมโบราณสถานและโบราณวัตถุแล้ว ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ว่าใช่เมืองบางจันทร์อย่างแน่นอน
           นัดกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัชวาลย์ ธรรมสอน แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร พบกันที่วัดอินทาราม เพื่อค้นหา เมืองบางจันทร์ด้วยกัน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2550 โดย มี อาจารย์เรืองศักดิ์ แสงทอง นักค้นคว้า ไปสังเกตการณ์ด้วย เมื่อพบโบสถ์ และวิหารวัดอินทารามรู้สึกประทับอย่างยิ่ง สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุถึงสมัยสุโขทัย อาจเป็นวัดหลวงแห่งเมืองบางจันทร์ที่เราตามหาก็อาจเป็นไปได้
           เดิมบริเวณนี้เรียกว่าดงตาจันทร์ บ้านตาจันทร์ ไปคล้องกับชื่อ เมืองบางจันทร์โดยบังเอิญ หรือโดยจริงแท้ ยังไม่สามารถสรุปได้ ประวัติการสร้างวัด อินทาราม สร้างเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2347 ราวสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ชื่อว่าเป็นวัดอินทารามโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2351 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2355 มีหลวงพ่อแก้ว เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และนายจันทร์เป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัด
           วัดอินทารามมีเจ้าอาวาส ติดต่อกันมา 12 รูป เจ้าอาวาสท่านปัจจุบันคือ พระครูถาวรวชิรสาร ท่านครองวัดตั้งแต่พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน
           วัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร มีพระอุโบสถและพระวิหาร ที่มีลักษณะงดงามมาก พบพระพุทธรูปโบราณอย่างมากมาย ศิลปะเชียงแสน สุโขทัย อยุธยา มากมายหลายองค์ แต่ที่น่าสังเกตคือ ทั้งโบสถ์และวิหาร ทำลูกกรงเหล็กล้อมพระไว้อย่างน่าสงสัยว่า ทำไมผู้ร้าย นักโจรกรรมทำไมมากมายนัก น่าสลดหดหู่กับภาพที่เห็น
           เมืองไทยเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา แต่การโจรกรรม พระพุทธรูปพระบูชาพระเครื่อง
ยังมีอยู่ทุกหัวระแหง อาจต้องตั้งคำถามว่าทำไม พระพุทธรูปต้องถูกล้อมกรอบด้วยลูกกรงเช่นนี้
แล้วเรายังไม่มีความอับอาย ชาวต่างชาติหรือคนไทยร่วมชาติ หรือ ใครจะตอบได้ช่วยพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
           เราไม่สามารถค้นพบ แนวกำแพงเมืองแนวคูเมืองเมืองบางจันทร์ได้ พบเพียงวัดอินทารามที่พอเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า บ้านท่าไม้ อาจเป็นที่ตั้งของเมืองบางจันทร์ ในสมัยสุโขทัย การค้นพบในวันนี้ อาจตอบได้ว่า เมืองบางจันทร์มีจริง และสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ ในบริเวณนี้อย่างแน่นอน แม้ยังไม่สามารถยืนยันด้วยหลักฐานทางโบราณคดีได้

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 206

วัดอ่างทอง

วัดอ่างทอง

ประวัติ
วัดอ่างทองเป็นวัดใหม่เริ่มสร้างเมื่อก่อนปี พ.ศ.2480 เจ้าอาวาสเริ่มแรก หลวงพ่อโบ หลวงพ่อวุฒิ หลวงพ่อพระครูวชิระ ปัจจุบันยังไม่มีเจ้าอาวาส แต่มีพระบำรุงอภิชโว เทียนสี  ( พระรักษาการ ) พระบุศยืน ( พระผู้ช่วย ) ที่ดินจำนวน 12 ไร่ 3 งาน มีอุโบสถ 1 หลัง ศาลาการเรียนรู้ 1 หลัง กุฏิสงฆ์เกือบ 20 ห้อง หอฉัน 

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 99

วัดหนองปลิง

วัดหนองปลิง

ประวัติ           
บนเนินเขา ริมสายน้ำปิงลมพัดโบกโบยเย็นสบายตลอดทั้งวัน...ริมคลองบางทวน ดินแดนทางประวัติศาสตร์ ติดกับค่ายลูกเสือในปัจจุบัน....สถานที่งดงามตอนเหนือของตัวเมืองกำแพงเพชรที่ตำบลหนองปลิง สร้างตามหลักของฮวงจุ้ย มีวัดขนาดใหญ่วัดหนึ่งที่ดูสงบเงียบและงดงามและมีระเบียบ ออกจะแตกต่างจากวัดทั่วๆไป ที่สร้างตามแบบของกรมการศาสนา ที่มีการจัดวางและออกแบบเป็นพิมพ์เดียวกันหมดทำให้ขาดความน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์
        วัดที่สวยงามและออกแบบแปลกไม่เหมือนใครนี้คือวัดหนองปลิง การจัดการของวัดยึดประโยชน์การใช้สอย ให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชน มากกว่า ท่านเจ้าอาวาส พระครูวิเชียรธรรมนาท หรือหลวงพ่อสีหนาท ใช้เวลาเพียง 6 ปี จัดการวัดหนองปลิง จนอยู่ในสภาพที่ เกิดประโยชน์และรับใช้สังคม มากกว่า เน้นไปที่การปฏิบัติ วิปัสนากรรมฐาน เพื่อให้มนุษย์เข้าใจในการมีสติ เมื่อปฏิบัติงาน ทุกประเภทการออกแบบ การใช้พื้นที่ของวัดด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ของพระครูวิเชียรธรรมนาททำให้อาคารขนาดใหญ่ สามชั้นที่ประกอบด้วย ..ห้องพัก ชั้นดีสำหรับผู้มาอาศัยปฏิบัติธรรม ชั้นที่2 เป็นห้องสำหรับประกอบพิธีบุญ และชั้นที่ 3 เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ใช้อบรมสัมมนา ทำให้การจัดการของวัดนี้ จึงแตกต่างจากวัดอื่นๆ... ที่มุ่งสร้างคุณภาพของชีวิตของผู้คน..มากกว่าที่จะรับประโยชน์จากผู้คน
        ด้วยบุคลิกที่เป็นนักประชาสัมพันธ์. นักจัดการ นักบริหารและนักปกครอง ของท่านเจ้าอาวาส ทำให้วัดหนองปลิง กลายเป็นวัดที่น่าสนใจในสายตาของปัญญาชนอาจจะแปลกแยกกับวัดทั่วไปทำให้คนทั่วไปในบริเวณใกล้เคียงที่มีวิสัยทัศน์ดั้งเดิม มองวัดหนองปลิงด้วยสายตาที่แตกต่างและยังไม่เข้าใจดีพอพราะ เจตนารมณ์ของการสร้างวัดหนองปลิงอยู่ที่การสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนโชคดีของชาวกำแพงเพชร ที่ได้พบทางธรรมที่แตกต่างไม่สามัญเหมือนที่ปฏิบัติธรรมแห่งใด

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 249

วัดโขมงหัก

วัดโขมงหัก

ประวัติ
หลวงพ่อโตเป็นพระพุทธรูปสร้างด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ ในสมัยอาณาจักรสุโขทัยยังรุ่งเรือง โดยมีกำแพงเพชร เป็นเมืองหน้าด่าน เรียกว่า เมืองชากังราว ได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปขึ้นมากมาย ทั้งพระพุทธรูปตามวัดวาอารามต่างๆ และพระบูชา สันนิฐานว่าจะสร้างสมัย พระเจ้าลิไท พระราชโอรสของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมัยสุโขทัยยุคกลาง คือทำตามแบบสุโขทัยยุคต้น ส่วนมากมีอยู่ตามกรุเก่าตามแนวแม่น้ำมากมายหลายกรุ*หลวงพ่อโต*วัดโขมงหักเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปี ค้นพบอยู่เดิมที่วัดโขมงหักแห่งนี้มานานแล้ว ก่อนที่วัดจะจัดตั้งเป็นวัดอย่างเป็นทางการ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๐๐

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 488

วัดศรีโยธิน

วัดศรีโยธิน

ประวัติ
ที่วัดศรีโยธิน ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นวัดที่สร้างโดยรอ.ทำนอง โยธินธนสมบัติ ต่อมาท่านได้บวชและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส นาม หลวงพ่อทำนอง คุณังกะโร เมื่อท่านสร้างวัด ท่านนิมิตว่า มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งมาเข้านิมิตและจะมาช่วยสร้างวัด เมื่อท่านตื่นขึ้นก็ไปเที่ยวหาพระตามนิมิต และพบพระพุทธรูป โกลนศิลาแลง ขนาดหน้าตักกว้าง 6 เมตร จมดินอยู่บริเวณหลัง ฌาปนสถานของเทศบาล ในลักษณะฝังดินอยู่ ได้ทำพิธี อัญเชิญขึ้นมามีชิ้นส่วนหลายชิ้น ตามหลักการสร้างพระโกลนศิลาแลงขนาดใหญ่ เมื่ออัญเชิญขึ้นมาเกิดพายุใหญ่ ลมหมุน มืดครึ้มไปทั่วบริเวณ ได้ยกขึ้นมาพบแมงป่องจำนวนมาก อยู่ใต้ฐานพระ ยกมาประดิษฐานเป็นพระประธานในวัดศรีโยธิน ได้ตกแต่งให้เป็นองค์พระที่งดงาม เดิมเรียกกันว่าหลวงพ่อศิลาแลงภายหลังขนานนามท่านว่าหลวงพ่อศรีสรรเพชญ์
        เมื่อนำผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีมาตรวจสอบพบว่า หลวงพ่อศรีสรรเพชญ์องค์นี้ น่าจะเป็นพระพุทธรูปที่วัดพระแก้วภายในกำแพงเมืองกำแพงเพชรที่ถูกเคลื่อนย้ายไป และนำไปซ่อนไว้ที่พบพระและไม่สามารถนำไปได้ด้วยเหตุผลหลายประการ เมื่อหลวงพ่อทำนองมาพบและนำไปประดิษฐานเป็นพระประธานในโบสถ์วัดพระศรีสรรเพชญ์ เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดมหัศจรรย์หลายประการต่อมามีผู้โชคดีจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลที่นำเงินที่ได้มาส่วนหนึ่งมาสร้างวัด ทำให้วัดศรีโยธินเจริญอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นความเชื่อของผู้คนในยุคสมัย หลวงพ่อศรีสรรเพชญ์ วัดศรีโยธิน จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งที่พบในเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 301

วัดสลกบาตร

วัดสลกบาตร

ประวัติ
วัดสลกบาตร ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลสลกบาตรอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร วัดสลกบาตรตั้งวัดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคมพ.ศ 2528 วัดสลกบาตรเดิมใช้ชื่อว่าสำนักพุทธรักษา สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ๒๕๒๔นำโดยพระมหาแก้ว พุทธรกขิโตซึ่งชาวบ้านได้นิมนต์ท่านมาพำนักอยู่จำพรรษา เนื่องจากเป็นป่าธรรมชาติเหมาะแก่การเจริญสมณธรรม ต่อมาคุณจอย และคุณจันทร์เรืองศรีจันทร์และครอบครัว ได้ยกที่ดินจำนวน 6 ไร่เพื่อใช้สร้างวัด ใช้ชื่อว่าสำนักสงฆ์พุทธรักษา และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นลำดับ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมพ.ศ 2528 ได้ประกาศตั้งวัดใช้ชื่อว่าวัดสลกบาตรโดยมีพระครูวชิรประภากร เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสในขณะนั้น เจ้าอาวาสคือพระอธิการวิเชียร นิภาธโร

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 583

วัดสังฆานุภาพ

วัดสังฆานุภาพ

มโนปณิธานในการก่อสร้างวัดสังฆานุภาพ

         หลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ตั้งใจจะพัฒนาพุทธอุทยานประวัติศาสตร์ 5,000 ปี ให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งประทานนามอารามขึ้นมาใหม่ว่า “วัดสังฆานุภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา, เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ, เพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี หลวงพอ่ วัดปากน้ำ ผู้เป็น มหาปูชนียาจารย์, เพื่อเป็นสถานที่ประกอบบุญพิธีของ พุทธศาสนิกชน, เพื่ออนุรักษ์และเชิดชูศิลปกรรม หรือ สถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ประการสำคัญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเอง และเพื่อการสร้างบุญกุศลเพิ่มขึ้นแก่พุทธศาสนิกชน ผู้ได้ ถวายจตุปัจจัยในโอกาสที่ได้รับอาราธนาไปปฏิบัติศานสกิจใน ที่ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ ทุนทรัพย์การสร้างวัดในครั้งนี้ นอกจากคณะสงฆ์และสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมบริจาคแล้ว “ที่เหลือล้วนเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทั้งสิ้น”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 287

วัดปางมะค่า

วัดปางมะค่า

ประวัติความเป็นมาของวัดปางมะค่า

​            เดิมทีที่ตั้งวัดปางมะค่าเมื่อก่อนเป็นป่าไม้ มีต้นมะค่าขึ้นเยอะ  เป็นที่ของนายพัน  พรนิคม  เป็นที่ขึ้นของไม้นาๆชนิดเพราะติดกับแม่น้ำแม่วงศ์   และยังเป็นที่ขึ้นน้ำยางของพวกทำน้ำมันยางโดยขึ้นทางหลังวัด  ปัจจุบันเป็นถนนคอนกรีตซอยเข้าวัดปางมะค่าลงไปถึงแม่น้ำ   และเมื่อก่อนก็เป็นปางไม้ที่คนนำไม้มาเก็บและแปรรูป   คนที่สร้างวัดทีแรกก็คือนายพัน   พรนิคม   ได้ร่วมมือกับนายสนิท   อิทรานุสรซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นลูกเขยของนายพัน  พรนิคมอีกด้วย  และยังมีนายทองหล่อศรียันต์  นายทองใบ  พวงสมบัติ   เริ่มแรกสร้างศาลาไม้  ๑  หลังโดยมีกุฎีอยู่ในศาลาพระองค์แรกที่มาอยู่นี้สืบค้นไม่ได้  เพราะเริ่มสร้างวัดทีแรกนั้นประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๗คนเก่าแก่ก็ได้เสียชีวิตไปหมดแล้วที่เหลืออยู่ก็จำไม่ได้   หลวงพ่อองค์แรกที่มาอยู่ก็อยู่ได้ไม่กี่ปีก็จากไปต่อมาก็หลวงพ่อจันที   ก็มาอยู่สร้างศาลาหลังใหม่ซึ่งเป็นศาลาไม้แต่ยังไม่ทันเสร็จก็ไปอยู่ที่หนองแสงซึ่งอยู่ติดกับปางมะค่าโดยอยู่ที่วัดปางมะค่านี้ประมาณ  ๒  ปีต่อมาก็หลวงพ่อฟอง   มาอยู่ก็สร้างศาลาที่หลวงพ่อจันที   สร้างค้างไว้มาสร้างจนเสร็จแต่อยู่ดูแลวัดปางมะค่าได้ประมาณ  ๕  ปีก็จากไปอีกต่อมาก็มีพระมาอยู่อีกหลายองค์แต่ก็อยู่ได้ไม่นานที่สืบได้ก็คือมหาภาดี   องค์เดียวเมื่อมหาภาดีจากไปก็มีหลวงพ่อสุทิน   ฐิตวุธฺโธมาอยู่ซึ่งหลวงพ่อสุทินองค์นี้มาอยู่นานและได้สร้างเสนาสนะมากมายสร้างความเจริญให้แก่วัดปางมะค่าเป็นอย่างมากเช่น  อุโบสถกลางน้ำ    วิหารหลวงพ่อเพ็ชร    หอระฆัง    ศาลาการเปรียญหลังใหญ่    รอยพระพุทธบาท    แต่น่าเสียดายที่หลวงพ่อต้องมาจากไปในปี พ.ศ. ๒๕๓๔   ด้วยโรคประจำตัวและข่าวร้ายที่ได้รับคือ  ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ได้พังทลายลงมาเมื่อแต่ก่อนที่ศาลาจะพังลงมาอุโบสถกลางน้ำก็ถูกน้ำท่วมพัดพาไปให้เสียหายก็ทีหนึ่ง   ปัจจุบันจึงเหลือแต่  วิหารหลวงพ่อเพ็ชร  หอระฆัง  และรอยพระพุทธบาท

ต่อมาก็มีอาจารย์เทพ   ฐิตสวโร มาอยู่สร้างกำแพงวัดทางด้านทิศเหนือและตะวันตกเสร็จมาอยู่ได้  ๒  ปีก็ลาสิกขาไป  ต่อมาก็อาจารย์น้อย   มาอยู่สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ยังไม่ทันเสร็จก็ลาสิกขาออกไปรวมแล้วมาอยู่ได้ประมาณ  ๓  ปี  ก็มีมาอยู่อีกองค์หนึ่งแต่อยู่ไม่ถึงปีก็จากไปต่อมาในปี   พ.ศ. ๒๕๔๑  ก็ได้   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร    มาอยู่โดยได้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดปางมะค่า โดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เพราะได้รับตราตั้งวัดที่ถูกต้องในวันที่   ๒๖

ตุลาคม  ๒๕๓๗   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร  มาอยู่ก็ได้สร้างศาลาการเปรียญจนแล้วเสร็จและสร้างศาลาธรรมสังเวศ   เมรุ   และกำลังสร้างวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช   แต่ยังไม่แล้วเสร็จก็ลาสิกขาไปในปีพ.ศ.  ๒๕๔๖ เป็นเจ้าอาวาสได้   ๕  ปี ต่อมาก็มีพระอนุวัต   อนุวตฺตโกมาอยู่ได้ปีเดียวก็ลาสิกขาไป  แล้วก็ว่างเจ้าอาวาสไปสองปีในปีพ.ศ.  ๒๕๕๒  หลวงพ่อเจ้าคณะตำบลก็แต่งตั้งพระสุทัศน์   ปิยสีโล  รักษาการเจ้าอาวาสวัดปางมะค่าจนถึงปัจจุบัน  ตอนนี้ทางวัดปางมะค่ากำลังก่อสร้างอุโสถอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 394