![]()
พิพิธภัณฑ์นครแม่สอด
เผยแพร่เมื่อ 03-08-2022 ผู้ชม 887
[16.7557014, 98.4335232, พิพิธภัณฑ์นครแม่สอด]
ประวัติความเป็นมา
เทศบาลนครแม่สอด ได้ดำเนินการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์นครแม่สอด ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องขยายโอกาสทางการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายและรองรับการศึกษายุคปฏิรูปให้ทันกับโลกยุคการเรียนรู้ แบบไร้ขีดจำกัด (school without walls) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้นอกโรงเรียน ส่งเสริมการจัดกิจกรรมเพื่อการเติบโตของความรู้ สติปัญญา และความงอกงามของจิตใจเกิดความเข้าใจ เห็นคุณค่า รู้จักตนเองเกิดจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองรวมไปถึงเด็ก เยาวชน และประชาชนในชุมชน ให้มีพื้นที่ " มั่วสุมอย่างสร้างสรรค์ " ซึ่งเปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554 ซึ่งเป็นวันเด็กแห่งชาติและมีกระแสตอบรับที่ดีจาก ผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก
วัตถุประสงค์การจัดตั้ง
เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเยาวชนและประชาชน ได้เข้ามาศึกษาประวัติศาสตร์ของนครแม่สอดบุคคลสำคัญในอดีตของนครแม่สอด เส้นทางการค้าสมัยก่อนที่เดินทางผ่านนครแม่สอดในอดีตและข้อสันนิษฐานการก่อตั้งนครแม่สอดในอดีต ภายในพิพิธภัณฑ์นครแม่สอดได้มีการตกแต่งตามโซนต่างๆ ให้เข้ากับบรรยากาศตามโซน
ที่อยู่
อาคารศูนย์กลางการแสดงสินค้าและศูนย์ประชุมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (OTOP) ชั้น 1 ถ.สายเอเชีย ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก 63110
เบอร์โทรศัพท์
โทร. 055-533871
แผนผังโซนต่างๆ ภายในพิพิธภัณฑ์นครแม่สอด
1. โซนใต้ร่มพระบารมี ภายในโซน จะเก็บรวบรวมพระบรมฉายาลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงเสด็จมานครแม่สอดเมื่อครั้งอดีต
2. โซนพระราชประวัติรัชกาลที่ 9 โซนที่มีข้อมูล พระราชประวัติของรัชกาลที่ 9 รวมถึงสิ่งที่ท่านได้ทรงทำให้กับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2470 วันที่ 5 ธันวาคม เป็นวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ซึ่งต่อมาภายหลังวันมหามงคลนี้ได้รับการจัดตั้งให้เป็น 'วันพ่อแห่งชาติ' ในปีพ.ศ. 2523 และกลายเป็นโอกาสในการแสดง ความกตัญญูกตเวทิตาอันยิ่งใหญ่ทว่านับเนื่องจากการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 อันนำมาซึ่งความโศกเศร้าของพสกนิกรอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบการลงนามรับสนองพระราชโองการในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการกำหนดวันสำคัญของชาติไทย กล่าวคือให้วันที่ 5 ธันวาคม เริ่มตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป ถือเป็นวันสำคัญของชาติ โดยหมายรวมถึง
- วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
- วันชาติ
- วันพ่อแห่งชาติ
ตลอดจนได้เชิดชูสดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้ทรงเป็นพระบิดาแห่งศาสตร์ต่างๆ 9 แขนง อันได้แก่
- พระบิดาแห่งการจัดการทรัพยากรน้ำ
- พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย
- พระบิดาแห่งฝนหลวง
- พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย
- พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย
- พระบิดาแห่งการอนุรักษ์มรดกไทย
- พระบิดาแห่งการวิจัยไทย
- พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย
- พระบิดาแห่งการวิจัยและพัฒนาข้าวไทย
3. โซนห้องฉาย Wide Screen เป็นห้องฉายภาพยนตร์แบบจอกว้าง พร้อมเสียงบรรยาย ระบบเสียงรอบทิศทาง โดยโซนนี้จะฉายภาพยนตร์ในรูปแบบของระบบ widescreen ซึ่งต้องใช้โปรเจ็คเตอร์ทั้งหมด 2 เครื่อง ฉายภาพที่ออกมา มีความยาว รองรับภาพระบบ Full HD มีระบบเสียงที่ครอบคลุมไปทั่วห้องพร้อมที่นั่งของผู้เข้าชมไม่น้อยกว่า 80 ที่นั่ง
4. โซนข้อมูลโถงทางเดินโซนที่บอกเล่าเรื่องราวของอำเภอแม่สอด ที่ตั้งของสถานที่สำคัญ และบุคคลที่ชาวแม่สอดเคารพ นับถือ โดยจะมีข้อมูลต่างๆ มากมายบอกเล่าให้ผู้เข้าชมได้ศึกษา
5. โซนวิถีชีวิตโซนที่จัดเก็บอุปกรณ์เครื่องมือของคนสมัยก่อนที่ใช้ในการทำมาหากิน ดำรงชีวิตในอดีต มีทั้งอุปกรณ์ของชาวนา ตกปลา และพาหนะข้ามชายแดน
6. โซนนครแม่สอดโซนที่แนะนำประวัติความเป็นมาของแม่สอดพร้อมทั้งรูปภาพประกอบ มีรูปภาพของแม่สอดสมัยก่อน ประวัติบุคคลสำคัญ และข้อมูลชาติพันธุ์ต่างๆ ที่มาอาศัยที่แม่สอด
7. โซนสถานที่ท่องเที่ยวแม่สอดโซนที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่อยู่ในแม่สอดเนื่องจากจุดขายของอำเภอแม่สอด คือสถานที่ท่องเที่ยว ดังนั้นนิทรรศการนี้จะเน้นให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวพร้อมทั้งแง่มุม และเกร็ดต่างๆ ของสถานที่นั้นๆ เสริมด้วยให้ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ สำหรับเด็กและเยาวชนรวมทั้งผู้สนใจทั่วไปเข้าไปค้นคว้าเรื่องราวของอำเภอแม่สอดและสถานที่ใกล้เคียงที่มีความคาบเกี่ยวกัน
8. โซนเศรษฐกิจโซนที่รวบรวมข้อมูลการค้าขายเศรษฐกิจของแม่สอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันไว้ให้ศึกษาหาความรู้ โดยเฉพาะ เส้นทางการค้า ESAT-WEST ECONOMIC CORRIDOR (เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออก-ตะวันตก)สืบเนื่องจากที่ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีน ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนอุตสาหกรรม การเกษตร และบริการ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยสนับสนุนให้มีการติดต่อและการแข่งขันระหว่างกัน รัฐบาลจากประเทศสมาชิก GMS จึงได้กำหนดแนวพื้นที่เศรษฐกิจในลุ่มแม่น้ำโขงจำนวน 9 เส้นทางหลักให้เป็นแนวพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจของอนุภูมิภาค และหนึ่งในเส้นทางที่ขณะนี้กำลังเริ่มปรากฏผลเชิงรูปธรรมได้แก่ เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC)หรือเส้นทางหมายเลข 9 (R9)EWEC มีระยะทางยาว 1,450 กม. อยู่ในเขตไทยเป็นระยะทางยาวที่สุดคือประมาณ 950 กม.เส้นทางเริ่มจากเมืองท่าดานังของเวียดนาม ผ่านเมืองเว้และเมืองลาวบาว (Lao Bao) อันเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนามซึ่งติดกับชายแดน สปป. ลาว จากนั้นเส้นทางหมายเลข 9 จะผ่านเข้าแขวงสะหวันนะเขตใน สปป. ลาว และมาข้ามสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต) ข้ามแม่น้ำโขงสู่ไทยที่จังหวัดมุกดาหาร ผ่านจังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น เพชรบูรณ์ พิษณุโลก จนไปสุดที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตากและเข้าไปยังประเทศพม่าจนทะลุ อ่าวเมาะตะมะที่เมืองเมาะลำไย หรือมะละแหม่ง (Mawlamyine/ Mawlamyaing) เป็นการเชื่อมจากทะเลจีนใต้ไปสู่มหาสมุทรอินเดีย ซึ่งอาจจะสามารถเชื่อมต่อไปยังอินเดียและตะวันออกกลางต่อไป ขณะนี้โครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงประเทศทั้งสี่เข้าด้วยกันในเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตกนี้ สามารถเปิดใช้แล้วในระยะไทย-เวียดนาม มีเพียงช่วงหนึ่งในดินแดนพม่าที่ยังก่อสร้างอยู่
คำสำคัญ : พิพิธภัณฑ์ เทศบาลนครแม่สอด
ที่มา : https://www.nakhonmaesotcity.go.th/web/mm/agencies/8/page/musium.html
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2565). พิพิธภัณฑ์นครแม่สอด. สืบค้น 10 พฤษภาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=2143&code_db=610002&code_type=TK007
Google search
สนามกีฬา 5 อำเภอชายแดน (นานาชาติ) อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นสนามกีฬาของอาเซียน ที่รองรับเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนตาก จากการเชื่อมโยง ด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ระหว่างประเทศได้ และรองรับโรงเรียนกีฬาของเทศบาลนครแม่สอด สำหรับสนามกีฬา 5 อำเภอชายแดนเป็นสนามกีฬามาตรฐาน มีลู่วิ่งยางสังเคราะห์ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากการวิ่งบนถนน และสามารถใช้แข่งขั้นกีฬาในระดับภูมิภาคจนไปสู่ระดับชาติได้ สถานที่จัดการเรียนการสอนของโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครแม่สอดอย่างเป็นทางการ
เผยแพร่เมื่อ 03-08-2022 ผู้เช้าชม 1,381
สถานที่ตั้งวัดโพธิคุณก่อนปีพุทธศักราช 2523 ยังเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่เคยมีที่พักสงฆ์ สำนักสงฆ์ หรือวัดมาก่อนเลย มีประชาชนในตัวอำเภอแม่สอดมาจับจองแผ้วถางทำไร่พืชผักผลไม้อยู่ 5 เจ้าของด้วยกัน ประชาชนหมู่ที่ 6 ตำบลแม่ปะเป็นชาวพุทธทั้งสิ้น เพราะมีร่องรอยที่จะทำเป็นที่พักสงฆ์อยู่ทั้งที่บ้านห้วยหินฝนและบ้านห้วยเตย (เรื่องชื่อบ้านนั้นเอาไว้เล่าในเรื่องสันติเกนิทาน) แต่ไม่มีพระภิกษุ-สามเณรมาอยู่ประจำ ทั้งนี้ทั้งนั้นยากแก่การสันนิษฐาน แต่พออนุมานได้ว่า อาจเป็นเพราะสถานที่ตรงนี้ขณะนั้นยังมีไข้ป่า เช่น ไข้มาลาเรียชุกชุมก็เป็นได้ และชาวบ้านโดยรวมมีความเป็นอยู่ไม่ค่อยจะสมบูรณ์นัก
เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 3,397
อำเภอแม่สอด ได้รับงบประมาณตามแผนปฏิบัติไทยเข็มแข็ง 2555 ของจังหวัดตาก โครงการก่อสร้างศูนย์กีฬาและสวนสาธารณะอเนกประสงค์จังหวัดตาก งบประมาณ 25,000,000 บาท (ยี่สิบห้าบาทถ้วน) เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ อำเภอแม่สอด ได้ขอให้จังหวัดตากส่งมอบศูนย์กีฬาและสวนสาธารณะอเนกประสงค์จังหวัดตากให้กับเทศบาลนครแม่สอดเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการใช้งาน และเป็นผู้ควบคุมดูแลบำรุงรักษาจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น
เผยแพร่เมื่อ 03-08-2022 ผู้เช้าชม 1,217
วัดไทยสามัคคีเดิม มีชื่อว่า วัดเหนือ หรือวัดใหม่ ตั้งอยู่ บ้านแม่กื้ดหลวงหมู่ที่ 1 ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สร้างเมื่อปี พ.ศ.2482 โดยมี ท่านพระครูอุทัย (ครูบามูล) เจ้าคณะตำบลแม่สอด มาเป็นประธานการก่อสร้าง โดยมีนายจักร แผ่กาษา ได้มอบที่ดินถวายให้สร้างวัด ต่อมาคณะศรัทธาสาธุชนได้ร่วมแรงกันสร้างกุฏิไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยแฝกพอเป็นที่พักพิงอาศัยของพระภิกษุสงฆ์และสามเณรขึ้นมา 1 หลัง เพื่อประกอบการบำเพ็ญกุศล เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ท่านพระครูอุทัยก็ได้จัดให้พระวัน (ครูบาวัน) มารักษาการแทนเจ้าอาวาสได้ 11 พรรษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2493 ได้นิมนต์พระทอหล่อ กันทะวํโส มาเป็นแทนเจ้าอาวาส ปี 2501 ท่านได้มรณภาพไป จึงได้นิมนต์พระบุญช่วย โสปาโก มาเป็นเจ้าอาวาส ได้ 9 พรรษาท่านก็ได้ย้ายไปอยู่ที่อื่น
เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 3,130
วัดมณีไพรสณฑ์ ตั้งอยู่ถนนอินทรคีรี เขตเทศบาลเมืองแม่สอด พื้นที่ตั้งหน้าวัดติดถนนใหญ่ด้านหลังติดลำห้วยแม่สอด สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2328 ภายในวัดมีปูชนียวัตถุโบราณสถาน
เผยแพร่เมื่อ 26-01-2021 ผู้เช้าชม 1,160
ชมความมหัศจรรย์แห่งองค์พระธาตุที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูง โดยมีหินก้อนใหญ่ซึ่งมีฐานคอดกิ่วราวกับจะแยกขาด จากกันวางตัวอยู่บนหน้าผานั้น ซึ่งชาวบ้านต่างพากันขนานนามว่า “เจดีย์หินพระอินทร์แขวน” อีกทั้งหินที่อยู่บนดอยนี้ยังมีสีดำหรือน้ำตาลไหม้ บางคนจึงเรียกพระธาตุองค์นี้ว่า “พระธาตุดอยดินจี่” ซึ่งหมายถึงดินที่ถูกไฟไหม้นั่นเอง ทั้งนี้ภายในเจดีย์มีพระธาตุประดิษฐานอยู่ ที่เรียกกันว่า “พญาล่อง” ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของ ชาวจังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียง และในบริเวณวัดพระธาตุฯ ยังมีเรือโบราณที่มีอายุประมาณ 200 ปี พบเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2539 โดยชาวบ้านวังตะเคียนได้ช่วยกันกู้ขึ้นมาเก็บรักษาไว้ที่เชิงดอยดินจี่เรือลำนี้เป็นเรือขุดจากไม้ซุงทั้งต้น
เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 5,785
สะพานมิตรภาพ ไทย–พม่า 2 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเมยขนาดใหญ่แห่งที่สอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านวังตะเคียนใต้ ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตากของประเทศไทย เข้ากับบ้านเยปู หมู่ที่ 5 เมืองเมียวดี จังหวัดเมียวดี ของประเทศพม่า
เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 4,038
น้ำตกแม่กาษา อยู่ที่ตำบลแม่กาษา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทางเดินขึ้นไปบนเขาสูง มีถ้ำ และธารน้ำกว้างประมาณ 5 เมตร เป็นทางจากปากถ้ำถึงน้ำตก จากเส้นทางสายแม่สอด - แม่ระมาด (ทางหลวงหมายเลข 105) ประมาณกิโลเมตรที่ 13-14 มีป้ายทางเข้าเขียนว่า บ้านแม่กื๊ดสามท่า จากปากทางเข้าไปประมาณ 4 กิโลเมตร และมีทางแยกเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร เป็นทางแคบขรุขระ สองข้างทางเป็นไม้ล้มลุกขึ้นสูง ในฤดูฝนมีน้ำมากแต่ในฤดูแล้งไม่มีน้ำเลย ทางเข้าน้ำตกนี้ยังไม่ดี และในบริเวณน้ำตกยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
เผยแพร่เมื่อ 17-08-2018 ผู้เช้าชม 2,714
น้ำพุร้อนแม่กาษานั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 บ่อ วางตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติโดยน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิสูงถึง 75 องศาเซลเซียส โดยปัจจุบันมีห้องบริการอาบน้ำแร่และบ่ออาบน้ำซึ่งปราศจากกลิ่นฉุนจากก๊าซกำมะถัน ความสำคัญเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวอำเภอแม่สอด และชาวประเทศเพื่อนบ้าน
เผยแพร่เมื่อ 26-01-2021 ผู้เช้าชม 3,597
น้ำตกธารารักษ์ หรือน้ำตกผาชัน อยู่ในเขตบ้านเจดีย์โคะ เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติเป็นน้ำตกขนาดเล็กมีชั้นเดียว มีลักษณะเป็นน้ำตกไหลลงมาจากหน้าผาหินปูนสูงประมาณ 30 เมตร น้ำตกแห่งนี้มีลักษณะพิเศษคือมีเจดีย์อยู่ข้างตัวน้ำตก ในบริเวณนั้นเป็นเทือกเขาไม่สูงนัก ด้านหน้ามีหนองน้ำซึ่งเด็กในพื้นที่จะไปเล่นน้ำกันที่นี่ เนื่องจากเป็นที่ค่อนข้างโล่งกว้าง และมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ใต้น้ำตกจึงมีลมเย็นๆ พัดตลอดน่าเป็นที่พักผ่อน นักท่องเที่ยวสามารถขับรถขึ้นไปดูเจดีย์บนยอดเขาได้ โดยการขับรถไปตามทางหลวงห่างจากน้ำตกประมาณ 700 เมตรจะมีทางเข้าไปตามถนนผ่านหมู่บ้านเจดีย์โค๊ะ ลัดเลาะไปตามไร่ข้าวโพดของชาวบ้าน แล้วเลี้ยซ้ายเข้าไปตามป้ายจะมีบอก หรือไม่ก็ถามชาวบ้านละแวกนั้นดู ไปได้ไม่ยาก เมื่อมาถึงบนยอดเขาแล้วจะเห็นเจดีย์ตั้งตระหง่าน พร้อมด้วยเส้นทางไปดูต้นทางของน้ำตกได้
เผยแพร่เมื่อ 21-12-2020 ผู้เช้าชม 4,933
