เมืองชากังราวในจารึกสมัยสุโขทัย
เมืองชากังราว เป็นเมืองโบราณที่ปรากฏชื่อตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยพบชื่อเมืองนี้ในศิลาจารึกเขาสุมนกูฏ (พ.ศ. 1911) จัดเป็นหลักฐานชั้นต้นหรือปฐมภูมิ (primary source) อันเป็นหลักฐานที่ทำขึ้นร่วมสมัยกับเหตุการณ์นั้น ๆ ศิลาจารึกเขาสุมนกูฏ (พ.ศ. 1911) เขียนเป็นภาษาไทยด้วยตัวอักษรไทยแบบสุโขทัย ศิลาจารึกหลักนี้เดิมอยู่เขาสุมนกูฏ (เขาพระบาทใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย) ซึ่งพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) (ครองราชย์ พ.ศ. 1890 - 1911) ได้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเมื่อ พ.ศ. 1902 เขาสุมนกูฏหรือสมนตกูฏ เป็นชื่อภูเขาสำคัญที่มีรอยพระพุทธบาทในศรีลังกา คือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “อาดัมสปีก” (Adam’s Peak) นั้น เขาสุมนกูฏในเมืองสุโขทัยคงเอาชื่อลังกามาสมมติเรียก สันนิษฐานว่าศิลาจารึกหลักนี้สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 1902 – 1915
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 16-09-2026 ผู้เช้าชม 42
ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย
ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย ปราการเหล็กที่ไม่ยอมสยบ ปี พ.ศ. 1916 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือ "ขุนหลวงพะงั่ว" กษัตริย์สายลุยแห่งกรุงศรีอยุธยา กรีธาทัพหลวงขึ้นเหนือ เป้าหมายคือการกวาดล้าง "เมืองชากังราว" เมืองหน้าด่านสำคัญที่ยังคงแข็งเมือง ไม่ยอมก้มหัวให้อุ้งมือของอยุธยา ศึกครั้งนี้ไม่ใช่สงครามระหว่างสองมหาอำนาจที่ยกทัพชนกันเต็มกำลังอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในเวลานั้น อาณาจักรสุโขทัยในฐานะรัฐเอกภาพได้ล่มสลายลงเกือบหมดแล้ว! ขุนหลวงพะงั่วสยบดินแดนสุโขทัยไปตั้งแต่ พ.ศ. 1914 และหลังจากศึกชากังราวครั้งแรกนี้ อีกเพียง 2 ปี (พ.ศ. 1918) พระองค์ก็ยึด "เมืองสองแคว" (พิษณุโลก) ได้สำเร็จ พร้อมกวาดต้อนเจ้าเมืองและไพร่พลกลับลงใต้ แต่เหลือเพียงที่นี่ที่เดียว... "เมืองชากังราว" ปราการสุดท้ายที่แข็งขืนอย่างไม่เกรงกลัว จนขุนหลวงพะงั่วต้องยกทัพมาตีถึง 4 ครั้งตลอดรัชกาล! และการบุกครั้งแรกในปี พ.ศ. 1916 นี้เอง คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์สงครามยืดเยื้ออันยาวนาน
เปิดตัวแม่ทัพ: ใครเป็นใครในศึกนี้
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 54
วัดหมาผี : ตำนานหมาเฝ้าวัดแห่งชากังราว
หากพูดถึงอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร หลายคนคงนึกถึงความยิ่งใหญ่ของวัดช้างรอบหรือวัดพระสี่อิริยาบถ แต่น้อยคนนักที่จะคุ้นเคยกับโบราณสถานขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่ในเขตป่าอรัญญิก ซึ่งมีชื่อเรียกชวนขนลุกขนพองว่า "วัดหมาผี" ชื่อนี้ไม่ได้ถูกจารึกไว้บนศิลาแลงหรือหลักฐานร่วมสมัยในยุคสุโขทัย หากแต่เป็นชื่อที่สืบทอดผ่านมุขปาฐะหรือเรื่องเล่าปากต่อปากของชาวบ้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่ผู้คนในท้องถิ่นใช้เรื่องเล่าเพื่ออธิบายและจดจำร่องรอยของอดีต ตามมุขปาฐะที่เล่าสืบต่อกันมาในพื้นที่ เมื่อครั้งเขตอรัญญิกยังเป็นป่ารกชัฏ พรานป่าและชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าบางคนอ้างว่าเคยพบสุนัขสีดำรูปร่างใหญ่ผิดธรรมดา มีดวงตาวาวโรจน์ ยืนจ้องมองผู้ที่เดินเข้าใกล้โบราณสถานแห่งนี้ บางเรื่องเล่ายังกล่าวว่าสุนัขลึกลับตัวดังกล่าวสามารถผ่านกำแพงศิลาแลงได้ราวกับไร้ตัวตน หรือหายลับไปในเงามืดอย่างไร้ร่องรอย จึงเกิดความเชื่อว่าสุนัขปริศนานี้คือวิญญาณผู้พิทักษ์ หรือ "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" ที่คอยปกปักรักษาสมบัติและศาสนสถานไม่ให้ผู้ใดล่วงละเมิด จนเป็นที่มาของชื่อ "วัดหมาผี" ซึ่งชาวบ้านเรียกขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
16.5080227, 99.5156954
เผยแพร่เมื่อ 10-09-2026 ผู้เช้าชม 56
ศึกชากังราว (ตอนที่ 2/4) พ.ศ. 1919: เมื่อพันธมิตรเมืองน่านขอร่วมวง!
เว้นช่วงไป 3 ปีให้หลังจากการรบครั้งแรกที่ "พญาไสแก้ว" ต้องจบชีวิตลงกลางสนามรบ... สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) กษัตริย์สายลุยแห่งอยุธยา ก็ไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ค้างคา ทรงยกทัพหลวงขึ้นเหนือกลับมาเช็กบิลเมืองชากังราวเป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ. 1919 ทว่าเที่ยวนี้ พญาคำแหง เจ้าเมืองชากังราวผู้รอดชีวิตจากศึกก่อน ไม่ได้ยืนเดียวดายอีกต่อไป! เพราะเขาได้ดึง ท้าวผาคอง เจ้าเมืองน่าน ซึ่งเป็นมิตรแท้สายตรงของสุโขทัย เข้ามาร่วมวงต้านทัพอยุธยาด้วย ทำให้ศึกครั้งนี้ฉากทัศน์ขยายใหญ่เกินกว่าแค่เรื่องของชากังราวเมืองเดียวไปเสียแล้ว สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) แม่ทัพใหญ่แห่งอยุธยา ผู้ยกทัพขึ้นเหนือมาอีกหน หมายปราบชากังราวให้สยบใต้รอยไถให้ได้ พญาคำแหง เจ้าเมืองชากังราวสายเหนียว รอดจากศึกแรกมาได้ ก็รีบดึงพันธมิตรมาผนึกกำลังแท็กทีมวางแผนสู้ศึก ท้าวผาคอง เจ้าเมืองน่าน พันธมิตรสายตรงผู้พาคนจากเมืองน่านมาร่วมต้านการขยายอำนาจของอยุธยา ด้วยเหตุผลด้านความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับฝ่ายสุโขทัยที่มีมาแต่เดิม
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 54
ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว
ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว หลังจากศึกใหญ่ในปี พ.ศ. 1919 ผ่านไปได้เพียงสองปี สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือขุนหลวงพะงั่ว ยังไม่ทรงละความพยายามในการขยายอำนาจขึ้นสู่ดินแดนทางเหนือ ปี พ.ศ. 1921 กองทัพอยุธยาเคลื่อนพลขึ้นสู่เมืองชากังราวอีกครั้ง นับเป็นการยกทัพครั้งที่สาม และเป็นศึกที่แม้พระราชพงศาวดารจะบันทึกไว้เพียงไม่กี่บรรทัด แต่กลับทิ้งคำถามสำคัญให้ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ถกเถียงกันมาจนถึงปัจจุบัน ครั้งนี้ ผู้บัญชาการฝ่ายเมืองชากังราวถูกเรียกว่า "มหาธรรมราชา" พระนามนี้เองที่กลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะพงศาวดารไม่ได้อธิบายว่ามหาธรรมราชาพระองค์นี้คือใครกันแน่
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 105
ศึกชากังราว (ตอนที่ 4/4 - ตอนจบ) พ.ศ. 1931: ศึกครั้งสุดท้ายและวาระสุดท้ายของขุนหลวงพะงั่ว
สิบปีให้หลังจากศึกครั้งที่สามในปี พ.ศ. 1921 ซึ่งจบลงด้วยเหตุการณ์ "มหาธรรมราชาออกถวายบังคม" สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) ยังคงต้องยกทัพขึ้นไปเอาเมืองชากังราวอีกเป็นครั้งที่สี่ในปี พ.ศ. 1931 ข้อเท็จจริงข้อนี้เองเป็นเครื่องยืนยันว่า ชัยชนะในศึกครั้งก่อนหน้ายังไม่ใช่บทสรุปที่เด็ดขาดของความขัดแย้งระหว่างสองฝ่าย และศึกครั้งที่สี่นี้ก็จะกลายเป็นบทสุดท้ายในชีวิตของกษัตริย์นักรบพระองค์นี้ด้วยเช่นกัน พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ บันทึกเหตุการณ์นี้ไว้อย่างสั้นและตรงไปตรงมาว่า ในปี พ.ศ. 1931 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 เสด็จไปเอาเมืองชากังราวอีกครั้ง แต่ระหว่างการทัพนั้นพระองค์ทรงประชวรหนัก จึงเสด็จกลับคืน และเมื่อขบวนเสด็จมาถึงกลางทาง พระองค์ก็เสด็จสวรรคต
16.4202896, 99.1705931
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 76
เมื่อดอกไม้ผลิบาน...ทุ่งคอสมอสแห่งชากังราว ที่ใครก็ต้องแวะ
ในช่วงเวลาที่ธรรมชาติกำลังแต่งแต้มสีสันให้กับผืนดิน จังหวัดกำแพงเพชรมีอีกหนึ่งจุดหมายที่เต็มไปด้วยความสดใสและเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแบบเรียบง่าย "ไร่เมล่อนชากังราว ฟาร์ม" สถานที่ที่ผสมผสานความงดงามของทุ่งดอกคอสมอสเข้ากับบรรยากาศฟาร์มเกษตรได้อย่างลงตัว ที่นี่ไม่เพียงเป็นสถานที่ถ่ายภาพสวย ๆ แต่ยังเป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อน สัมผัสธรรมชาติ และเรียนรู้วิถีเกษตรที่อบอุ่น
16.5508526, 99.7355093
เผยแพร่เมื่อ 21-07-2026 ผู้เช้าชม 37
ตำนานพระฤาษีสามตนแห่งเมืองชากังราว ความเชื่อ คติชน และความสัมพันธ์กับพระกรุกำแพงเพชร
ตำนานพระฤาษีแห่งเมืองกำแพงเพชร นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของท้องถิ่นซึ่งได้รับการถ่ายทอดผ่านคำบอกเล่าและความเชื่อของผู้คนสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนเรื่องราวดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พระพุทธศาสนาความเชื่อเรื่องอิทธิฤทธิ์ของนักพรต และคติชนพื้นบ้านจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดกำแพงเพชร
16.4198237, 99.3354377
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 95
ผ่านไปผ่านมากว่า 10 ปี... สงสัยกันไหม ตึกคอนกรีตยักษ์ตรงสามแยกวัดคูยาง คือตึกอะไรกันแน่
หลายคนที่ผ่านไปผ่านมาแถวสามแยกข้างวัดคูยาง จังหวัดกำแพงเพชร คงจะเคยเหลียวมองโครงสร้างคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น แล้วเกิดคำถามในใจกันมานานว่า "ตึกนี้คืออะไร สร้างขึ้นมาทำไม แล้วข้างในเขาจะทำเป็นอะไรกันแน่" วันนี้เราจะพาย้อนเวลากลับไปเปิดพิมพ์เขียวและแกะรอยเพื่อเฉลยคำตอบ ย้อนเวลาสู่ปี 2555: จุดเริ่มของมหากาพย์ หากเราย้อนเวลากลับไปในวันที่ 6 เมษายน 2555 ณ บริเวณพื้นที่ข้างวัดคูยาง บรรยากาศในวันนั้นเต็มไปด้วยความคึกคัก เพราะเป็นวันที่ทางวัดได้ปักป้ายประกาศผืนใหญ่ เชิญชวนชาวเมืองกำแพงเพชรมาร่วมพิธีสำคัญ นั่นคือ "พิธีวางศิลาฤกษ์ อาคารศาลานครชากังราว"
16.4915903, 99.2681592
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 62
ชากังราว: เมืองที่หายไป
ชื่อเมืองที่ปรากฏในจารึกสุโขทัย พงศาวดารอยุธยา และเอกสารโบราณหลายฉบับ แต่จนถึงวันนี้ นักวิชาการยังไม่สามารถตอบได้อย่างเด็ดขาดว่า ชากังราวคือกำแพงเพชรจริง หรือเป็นเมืองอีกแห่งหนึ่งที่เลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์
16.4202896, 99.170579
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 76
Google search
-
ฐานข้อมูล - 231 ประวัติความเป็นมา
- 213 แหล่งท่องเที่ยว
- 38 บุคคลสำคัญ
- 196 ประเพณีและวัฒนธรรม
- 122 พระเครื่อง
- 60 วรรณกรรมพื้นบ้าน
- 210 ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- 137 อาหารพื้นบ้าน
- 144 โบราณสถาน
- 445 สมุนไพรพื้นบ้าน
- 179 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
- 64 โบราณวัตถุ
- 102 หน่วยงานราชการ
- 171 โรงแรมและที่พัก
- 46 ของฝาก
ยาสมุนไพร ยา น้ำมนต์ที่อาบให้บทหนึ่ง ชินบัญชรนี้ สัมพุทโธ รวม แล้วอ้ายพวกต่ออายุนะโมเม มะหิติโต เอาแต่หัวข้อก็ได้ แล้วตำราของพ่อแม่ที่เป็นของปู่ สม
ต้นกระทิงเป็นไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้างเป็นพุ่มกลมหรือรูปไข่ ทรงพุ่มแน่นทึบ แตกกิ่งในระยะต่ำ ลำต้นมักจะบิด
ทรี.เจ.เกรสเฮ้าส์ ให้บริการเกสท์เฮาส์แบบเรียบง่ายในกำแพงเพชร สิ่งอำนวยความสะดวก มีอาหารเช้าบริการ ร้านกาแฟ/คาเฟ่ เครื่องปรับอากาศ บริกา












