ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ

ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว

เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้ชม 59

[16.420153, 99.3354372, ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว]

ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว หลังจากศึกใหญ่ในปี พ.ศ. 1919 ผ่านไปได้เพียงสองปี สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือขุนหลวงพะงั่ว ยังไม่ทรงละความพยายามในการขยายอำนาจขึ้นสู่ดินแดนทางเหนือ ปี พ.ศ. 1921 กองทัพอยุธยาเคลื่อนพลขึ้นสู่เมืองชากังราวอีกครั้ง นับเป็นการยกทัพครั้งที่สาม และเป็นศึกที่แม้พระราชพงศาวดารจะบันทึกไว้เพียงไม่กี่บรรทัด แต่กลับทิ้งคำถามสำคัญให้ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ถกเถียงกันมาจนถึงปัจจุบัน ครั้งนี้ ผู้บัญชาการฝ่ายเมืองชากังราวถูกเรียกว่า "มหาธรรมราชา" พระนามนี้เองที่กลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะพงศาวดารไม่ได้อธิบายว่ามหาธรรมราชาพระองค์นี้คือใครกันแน่

นักประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งมองว่าอาจเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์พระร่วงผู้ครองสุโขทัยโดยตรง ขณะที่อีกความเห็นเสนอว่าอาจเป็นพญาคำแหง เจ้าเมืองชากังราวผู้ยืนหยัดต่อสู้กับอยุธยามาตั้งแต่ศึกครั้งแรกในปี พ.ศ. 1916 และอาจทรงสถาปนาพระองค์ขึ้นใช้พระนาม "มหาธรรมราชา" เพื่อประกาศพระเกียรติยศและความเป็นอิสระของพระองค์เอง อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันข้อสรุปใดได้อย่างเด็ดขาด พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ บันทึกเหตุการณ์ศึกครั้งนี้ไว้อย่างกระชับว่า เมื่อขุนหลวงพะงั่วทรงยกทัพมาถึง เมืองชากังราวได้ออกต่อสู้เต็มกำลัง แต่เมื่อเห็นว่าไม่อาจต้านทานกองทัพอยุธยาต่อไปได้ มหาธรรมราชาจึง "ออกถวายบังคม" จากนั้นเรื่องราวก็จบลงเพียงเท่านี้ ไม่มีการกล่าวถึงการล้อมเมือง ไม่มีเรื่องโรคระบาด ไม่มีการตัดเส้นทางน้ำ และไม่มีข้อความว่ามีการทำสัญญายอมเป็นเมืองขึ้นอย่างเป็นทางการ

คำว่า "ออกถวายบังคม" จึงกลายเป็นหัวใจของการตีความเหตุการณ์ทั้งหมด หลายคนมักเข้าใจว่าคำนี้หมายถึงการยอมแพ้อย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อตรวจสอบการใช้ถ้อยคำในพงศาวดาร จะพบว่านักประวัติศาสตร์บางท่านตั้งข้อสังเกตว่า สำนวนลักษณะเดียวกันปรากฏในเหตุการณ์อื่นด้วย เช่น กรณีเจ้าเมืองลำปางที่ "ออกมาถวายบังคม" หลังการเข้าตีเมืองไม่สำเร็จ ซึ่งดูจะมีความหมายใกล้เคียงกับการออกมาเจรจาหรือยุติศึก มากกว่าจะหมายถึงการยอมจำนนอย่างราบคาบ ด้วยเหตุนี้ การสรุปว่าศึกในปี พ.ศ. 1921 คือวันที่ราชวงศ์พระร่วงสิ้นสุดอำนาจ หรือเป็นวันอวสานเอกราชของสุโขทัย จึงยังเป็นข้อสรุปที่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน ยิ่งเมื่อมองเหตุการณ์ต่อจากนั้น ความไม่แน่นอนก็ยิ่งเห็นได้ชัด เพราะอีกประมาณสิบปีต่อมา ในปี พ.ศ. 1931 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ยังทรงยกทัพขึ้นมาตีเมืองชากังราวเป็นครั้งที่สี่ แม้ครั้งนั้นพระองค์จะประชวรและสวรรคตระหว่างเสด็จยกทัพกลับก็ตาม หากศึกในปี พ.ศ. 1921 เป็นชัยชนะที่เด็ดขาดและทำให้เมืองชากังราวยอมสยบอย่างสมบูรณ์จริง เหตุใดอยุธยาจึงยังต้องยกทัพขึ้นมาทำสงครามกับเมืองแห่งนี้อีกครั้งในเวลาต่อมา

คำถามนี้ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด แต่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักประวัติศาสตร์จำนวนไม่น้อยเลือกใช้ความระมัดระวังในการตีความหลักฐาน เมื่อพิจารณาจากเอกสารที่มีอยู่ทั้งหมด ศึกชากังราวในปี พ.ศ. 1921 จึงควรถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญในชุดสงครามยืดเยื้อระหว่างอยุธยากับเมืองชากังราว มากกว่าจะเป็นบทสรุปสุดท้ายของความขัดแย้ง เพราะเรื่องราวยังไม่จบ...และในตอนต่อไป สงครามครั้งที่สี่จะกลายเป็นศึกสุดท้ายของขุนหลวงพะงั่ว ก่อนที่ประวัติศาสตร์จะพลิกเข้าสู่บทใหม่ของทั้งอยุธยาและดินแดนสุโขทัย

หมายเหตุ
บทความนี้เรียบเรียงขึ้นจากการประมวลข้อมูลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์จากหลายแหล่ง ทั้งพระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ และงานวิเคราะห์ทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง โดยตรวจสอบเทียบเคียงกันเพื่อให้ได้เนื้อหาที่ใกล้เคียงข้อเท็จจริงตามหลักฐานที่มีอยู่มากที่สุด ทั้งนี้ ประวัติศาสตร์ยุคโบราณหลายจุดยังมีข้อถกเถียงในวงวิชาการที่ไม่มีข้อสรุปตายตัว

แหล่งอ้างอิง
- พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์
- พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. "กำแพงเพชร ไม่ใช่เมืองชากังราว เมืองชากังราวอยู่ที่ไหน." ศิลปวัฒนธรรม (มิถุนายน 2539, เผยแพร่ออนไลน์ 19 มกราคม 2569)
- "เมืองชากังราวในพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ฉบับพันจันทนุมาศ เจิม และฉบับพระราชหัตถเลขา." อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กรมศิลปากร

คำสำคัญ : ศึกชากังราวตอนที่3 มหาธรรมราชา ขุนหลวงพะงั่ว พญาคำแหง ประวัติศาสตร์

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2008291017126089&set=a.792004665421403

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว. สืบค้น 8 กันยายน 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2548&code_db=610001&code_type=01

Facebook Twitter LINE Linkedin

PDF

https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2548&code_db=610001&code_type=01

Google search

Mic

ตำนานท้าวแสนปม: รอยจารึกแห่งเมืองไตรตรึงษ์ เทพนคร อยุธยา

ตำนานท้าวแสนปม: รอยจารึกแห่งเมืองไตรตรึงษ์ เทพนคร อยุธยา

หากจะเอ่ยถึงนิทานพื้นบ้านไทยที่มีความซับซ้อน แฝงไปด้วยเงื่อนปมทางประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์วิทยา และการเมืองโบราณมากที่สุดเรื่องหนึ่ง คงไม่มีใครปฏิเสธชื่อของ “ตำนานท้าวแสนปม” เรื่องราวที่ดูเผิน ๆ เหมือนนิทานจักร ๆ วงศ์ ๆ ทั่วไป แต่หากพินิจเลาะกะเทาะเปลือกนอกออกทีละชั้น จะพบร่องรอยประวัติศาสตร์การสร้างบ้านแปงเมืองของชนชาติไทย-สยาม และการเปลี่ยนผ่านอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่ก่อกำเนิดราชธานีศรีอยุธยา

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 48

วัดเจ๊ก (วัดสามจีน ในโรงพยาบาลกำแพงเพชร)

วัดเจ๊ก (วัดสามจีน ในโรงพยาบาลกำแพงเพชร)

วัดเจ๊ก เป็นวัดสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เพราะสันนิษฐานจากพระประธาน เป็นพระพุทธรูปสมัยอู่ทอง ตั้งอยู่นอกเมืองกำแพงเพชร เป็นวัดขนาดใหญ่ขนาดเดียวกับวัดหลวงพ่อโม้ (หลวงพ่อโมลี)  มีอายุใกล้เคียงกัน และพระประธานใหญ่ก็มีขนาดใกล้เคียงกัน เป็นวัดร้างมาหลายร้อยปี ตั้งอยู่ท้ายเมืองกำแพงเพชร พบเพียงมีพระพุทธรูปที่เป็นพระประธานปรักหักพังตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว เจดีย์พังทลายเป็นเพียงแค่เนินดิน แต่เดิมไม่สามารถเดินทางจากในเมืองไปวัดเจ๊กได้ เพราะถนนเทศาไปสิ้นสุดบริเวณท่าควาย เป็นท่าน้ำที่มีดินเหนียวที่มีคุณภาพมาก (สมัยเป็นนักเรียน ราวพ.ศ. 2500 ไปนำดินเหนียวบริเวณท่าควายนี้มาเรียนการปั้นในโรงเรียนเสมอ จึงเห็นวัดเจ๊กบ่อย ๆ)

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 3,476

เมืองไตรตรึงษ์ เมืองแห่งการกำเนิดราชวงศ์เชียงราย

เมืองไตรตรึงษ์ เมืองแห่งการกำเนิดราชวงศ์เชียงราย

ในหนังสือพระราชพงศาวดาร ฉบับ รศ. 125 ซึ่งดำเนินเรื่องตามต้นพระราชพงศาวดารได้กล่าวไว้ดังนี้ “เดิมพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่งครองราชย์สมบัติอยู่ ณ เมืองเชียงรายโยนกประเทศ เป็นพระนครใหญ่ มีพระเจ้ามหาราชพระองค์หนึ่ง ครองราชย์สมบัติอยู่ ณ เมืองสตอง ยกกองทัพมาตีเมืองเชียงรายได้ทำสงครามแก่กัน พระเจ้าเชียงรายพ่ายแพ้เสียเมืองแก่พระยาสตอง จึงกวาดครอบครัวอพยพชาวเมืองเชียงราย หนีข้าศึกลงมายังแว่นแคว้นสยามประเทศนี้ ข้ามแม่น้ำโพมาถึงเมืองแปปเป็นเมืองร้าง อยู่คนละฟากฝั่งกับเมืองกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 3,618

สมเด็จพระไชยราชาธิราชกับเมืองกำแพงเพชร

สมเด็จพระไชยราชาธิราชกับเมืองกำแพงเพชร

สมเด็จพระไชยราชาธิราช เป็นพระโอรสของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ต่างพระมารดาของสมเด็จพระบรมหน่อพุทธางกูร ซึ่งพระมารดานั้นเป็นเชื้อสายราชวงศ์เชียงราย ได้รับแต่งตั้งเป็นพระไชยราชา ตำแหน่งพระมหาอปุราชาครองเมืองพิษณุโลก ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2077 พระชนมายุ 19 พรรษา ได้ยกทัพจากเมืองพิษณุโลกเข้ายึดอำนาจจากสมเด็จพระรัษฎาธิราชกุมาร พระนัดดา ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา ทรงพระนามว่า สมเด็จพระไชยราชาธิราช เหตุการณ์ในรัชสมัยของสมเด็จพระไชยราชาธิราชที่เกี่ยวข้องกับเมืองกำแพงเพชร ปรากฎหลักฐานจากพระราชพงศาวดารกรุงเก่า ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ 

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 10,043

พระกรุทุ่งเศรษฐี เมืองนครชุม ตำนานพระเครื่องเมืองไทย

พระกรุทุ่งเศรษฐี เมืองนครชุม ตำนานพระเครื่องเมืองไทย

หากมีผู้ใดถามนักสะสมพระเครื่องทั่วประเทศว่า พระกรุใดได้รับการยกย่องสูงสุดองค์หนึ่งของสยาม ชื่อของพระกำแพงซุ้มกอย่อมถูกกล่าวถึงเป็นลำดับแรกเสมอ พระพิมพ์เนื้อดินองค์เล็กจากผืนดินฝั่งนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร ได้สร้างทั้งศรัทธา ความเชื่อ เรื่องเล่า และประวัติศาสตร์ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพระเครื่องไทยมานานกว่าร้อยปี

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 35

ประวัติความเป็นมาของสายสกุล “นุชนิยม” และความเกี่ยวพันกับตระกูลพระยากำแพงเพชร

ประวัติความเป็นมาของสายสกุล “นุชนิยม” และความเกี่ยวพันกับตระกูลพระยากำแพงเพชร

นุชนิยม (อักษรโรมัน NUJANIYAMA) เป็นสกุลพระราชทาน ลำดับที่ 4787 ในรัชสมัยองค์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ขอพระราชทานนามสกุลคือ พระกำแหงสงคราม (ฤกษ์ นุชนิยม) กรมการพิเศษ จังหวัดลำปาง ตอนที่ขอพระราชทานนามสกุลนั้น พระกำแหงสงคราม ได้ขอไปให้ใช้คำว่า “ราม” นำหน้า แต่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เห็นว่ามีผู้ใช้คำนำหน้า “ราม” แล้วหลายสกุล กอปรกับเห็นว่า พระกำแหงสงครามได้ทำคุณงามความดีให้กับแผ่นดิน ในการปราบศึกฮ่อ ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 และมีเชื้อสายของพระยารามรณรงค์สงคราม (นุช)

เผยแพร่เมื่อ 03-03-2020 ผู้เช้าชม 7,656

ทำไมกำแพงเพชร ถึงมีบั้งไฟทะยานเต็มท้องฟ้าทุกปี?

ทำไมกำแพงเพชร ถึงมีบั้งไฟทะยานเต็มท้องฟ้าทุกปี?

​บั้งไฟสยายปีก เมื่อศรัทธาและวิทยาศาสตร์บรรจบกันที่ชากังราวหากเรามองผ่านเลนส์ ประวัติศาสตร์ศึกษา และ มานุษยวิทยาการที่จังหวัดกำแพงเพชรซึ่งมีรากเหง้าโบราณคดีแบบสุโขทัยและล้านนากลายมาเป็นฐานที่มั่นสำคัญของงานบุญบั้งไฟนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากปรากฏการณ์"การอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่" ในช่วงทศวรรษที่ 2500 เป็นต้นมา โดยชาวอีสานจากหลายจังหวัด

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 32

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) กษัตริย์เมืองอู่ทอง เป็นชาวกำแพงเพชร

สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) กษัตริย์เมืองอู่ทอง เป็นชาวกำแพงเพชร

กษัตริย์ผู้ครองกรุงสุวรรณภูมิ จากพงศาวดารโยนก ในหนังสือประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม 7 หน้า 435-436 กษัตริย์ผู้ครองกรุงสุวรรณภูมิ ได้เรียงลำดับไว้ว่า ลำดับที่ 6 พระยากาแต เชื้อนเรศร์หงสา ลำดับที่ 7 อู่ทอง มาแต่เชลียง ลำดับที่ 8 ขุนหลวงพะงั่ว ลำดับที่ 7 อู่ทอง มาแต่เชลียง ซึ่ง “เชลียง” ก็หมายถึงเมืองกำแพงเพชรนั่นเอง เรื่อง “อธิบายรัชกาลครั้งกรุงเก่า” ซึ่งเป็นพระนิพนธ์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศเ์ธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในหนังสือประชุมพงศาวดารฉบบักาญจนาภิเษก เล่ม 1 หน้า 356 ได้กล่าวถึงความเกี่ยวข้องของสมเด็จพระบรมราชาธิราช (หลวงพะงั่ว) กับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ไว้ว่า...

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 20,658

กำแพงเพชร : เมืองก่อนประวัติศาสตร์

กำแพงเพชร : เมืองก่อนประวัติศาสตร์

การสำรวจที่บ้านหนองกอง ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมืองกำแพงเพชร พบตะเกียงดินเผา แวดินเผา แร่ทองคำ อันเป็นที่มาของคำว่า นาบ่อคคำ พบลูกปัดแก้ว ลูกหินปัด เครื่องสำริด ตะกรัน ขี้แร่ เศษพาชนะดินเผาจำนวนมาก ส่วนการสำรวจบ้านคลองเมือง ตำบลโกสัมพี อำเภอโกสัมพีนคร พบหลักฐานเก่าก่อนประวัติศาสตร์มากมาย ตำนานเมืองโกสัมพี จังหวัดกำแพงเพชร ในพงศาวดารเหนือความว่า พระพุทธศกัราช 1002 ปี จุลศกัราช 10 ปีระกาสัมฤทธิศก มีพระยากาฬวรรณดิศราช บุตรของพระยากากะพัตรได้สวยราชสมบัติเมืองตักกะสิลามหานคร (สันนิษฐานว่าเมืองตาก) 

เผยแพร่เมื่อ 18-02-2020 ผู้เช้าชม 3,041

ตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร ถอดรหัส พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำ

ตำนานหลวงพ่อเพชร วัดบาง เมืองกำแพงเพชร ถอดรหัส พระพี่พระน้องแห่งสายน้ำ

ท่ามกลางมรดกอารยธรรมสุโขทัยและโบราณสถานศิลาแลงอันโดดเด่นของเมืองกำแพงเพชรยังมีศูนย์รวมศรัทธาอีกแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในเขตเมือง นั่นคือวัดบาง วัดราษฎร์ในตำบลในเมืองอำเภอเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร”
พระพุทธรูปสำริดที่ชาวกำแพงเพชรเคารพนับถือในฐานะพระพุทธรูปสำคัญของเมืองวัดบางมีสถานะเป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ข้อมูลทะเบียนวัดระบุว่าตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2420 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2430

เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 41