วัดป่าไทรงาม

วัดป่าไทรงาม

วัดป่าไทรงาม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 47

[16.4767304, 99.8902321, วัดป่าไทรงาม]

ประวัติ        
    ดำริ หลวงปู่อินทร์  จนฺทูปโม พระสงฆ์ที่ชาวไทรงามและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ให้ความเคารพเป็นอย่างสูง เพราะท่านเป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ได้เคยดำริว่าอยากจะสร้างวัดกรรมฐานสักวัดหนึ่งในอำเภอไทรงาม แต่ไม่ทันที่จะดำเนินการ เนื่องจากท่านมรณภาพเสียก่อน ยังความโศกเศร้าและเสียดายแก่ศรัทธาญาติโยมยิ่งนัก
            ริเริ่ม พ.ศ.๒๕๒๔ ผู้ใหญ่ม้วน  เทียนสันต์ บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด จำนวน ๑๒ ไร่ เป็นการสนองเจตนาของหลวงปู่ และได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันตามกำลังความสามารถ สร้างกุฏิและศาลาชั่วคราว ให้พระสงฆ์ได้อยู่เจริญกรรมฐานภาวนา ขณะนั้นท่านพระอาจารย์ละมาย  ลาภสมฺปนฺโน ได้เดินธุดงค์มาจากภาคอีสาน ผู้ใหญ่ม้วนพร้อมด้วยอุบาสก อุบาสิกา ได้กราบอาราธนานิมนต์ให้อยู่โปรดศรัทธาญาติโยม นอกจากนี้ยังได้รับเมตตาจาก หลวงพ่อจันทร์   อินฺทวีโร วัดป่าบึงเขาหลวง จังหวัดอุบลราชธานี(สาขาที่ ๒ ของวัดหนองป่าพง) ส่งพระภิกษุ สามเณร มาอยู่จำพรรษา และตั้งชื่อว่า “สำนักสงฆ์ไทรงามอินทาราม”
            พัฒนา ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ พระอาจารย์ละมาย เห็นว่าที่ตั้งวัดคับแคบและอยู่ใกล้หมู่บ้านเกินไป จึงย้ายมาปรับปรุงและขยายพื้นที่ ปลูกต้นไม้จัดเขตวัดให้เป็นสัดส่วน บนเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ และพัฒนาบุคคลไปพร้อมกัน โดยการจัดอบรมปฏิบัติธรรม และจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกปี ทำให้มีธรรมทายาทสืบทอดกันอย่างต่อเนื่อง สามเณรที่บรรพชาภาคฤดูร้อนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในข้อวัตรข้อปฏิบัติ และตั้งใจว่าถ้าจะอุปสมบท ต้องมาอุปสมบทที่วัดไทรงาม พระอาจารย์ได้นิมนต์ครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐาน ซึ่งเป็นศิษย์ของ หลวงปู่ชา  สุภทฺโท แห่งวัดหนองป่าพง มาอบรมศรัทธาญาติโยมในทุก ๆ ปี และวัดไทรงามได้รับการจัดตั้งเป็น สาขาที่ ๖๘ ของวัดหนองป่าพง
            อุปถัมภ์ บุญของชาวไทรงาม ในปี พ.ศ.๒๕๓๐ พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย) แห่งวัดเขาสุกิม ได้นำคณะศิษย์จำนวนมากมาแวะเยี่ยมวัดไทรงาม ได้เห็นข้อวัตรข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดของพระภิกษุ สามเณร และญาติโยม จึงได้รับนิมนต์และรับอุปถัมภ์เป็นประธานทอดกฐินที่วัดไทรงามทุกปี รวมทั้งรับเป็นสาขาอุปถัมภ์ของวัดเขาสุกิมอีกด้วย
            สืบต่อ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๓ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศรับรองสำนักสงฆ์ไทรงามอินทาราม ให้จัดตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชื่อ “วัดไทรงาม” และเนื่องจากพระอาจารย์ละมาย  ลาภสมฺปนฺโน มีภารกิจต้องสร้างวัดอีกแห่งหนึ่ง จึงได้ปรึกษากับคณะกรรมการวัดและศรัทธาญาติโยม ให้นิมนต์ พระสง่า  อุฏฺฐาโน เป็นเจ้าอาวาส และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดไทรงาม ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๓๓ ได้สานต่องาน ทุ่มเท เสียสละ เพื่อพระพุทธศาสนา และได้รับการแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคม เป็น “พระครูโสภณวชิรกิจ (สง่า  อุฏฺฐาโน)” วัดไทรงาม อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ตำแหน่ง พระครู เจ้าอาวาสวัดราษฎร์
            วัดไทรงาม ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ ๑๕๐ ไร่ เป็นวัดป่าสายปฏิบัติ สถานที่สำหรับประพฤติปฏิบัติ ฝึกฝน อบรม พระภิกษุ สามเณร ผู้มุ่งสู่ความพ้นทุกข์ นำพาไปสู่การเป็นสมณะที่งดงาม ด้วยการรักษาวัตรปฏิบัติตามธรรมวินัย อันจะเป็นเหตุให้เกิดความเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็น ต่อมาได้เป็นศูนย์กลางการอบรมสั่งสอน ตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา ให้กับนักปฏิบัติธรรม เป็นสถานที่ฝึกอบรมคุณธรรม จริยธรรม ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ศูนย์ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกำแพงเพชรแห่งที่ ๑”
วัดป่าไทรงาม เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม ของประชาชน ในตำบลและประชาชนทั่วไป
เจ้าอาวาส      พระครูโสภณวชิรกิจ

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : -

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=886&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดป่าดอยลับงา

วัดป่าดอยลับงา

ประวัติ
วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (สมเด็จพระญาณสังวร ) ทรงเป็นอุปัชฌาย์         หลังจากรับนิมนต์ ท่านรับดูแลวัดป่าดอยลับงาอย่างดีตลอดมา ด้วยบารมี และบุญกุศล ที่พระอาจารย์นภดลนันทโน บำเพ็ญมา ทำให้มีผู้เลื่อมใส ศรัทธาวัดป่าดอยลับงา ตลอดมา กว่า ๒๐ปึ  ทุกวันอาทิตย์ จะมีลูกศิษย์ และผู้เลื่อมใส ในวัตรปฏิบัติของท่าน มาทำบุญ กันอย่าง มากมายทุกวัน
      วันนี้ วันศุกร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เดินทาง ไปสำรวจและทำสารคดี โทรทัศน์ชุดวัดป่าดอยลับงา  โดยเดินทางไปกับ มุก  คุณปัทมวดี  ไฮซีค น้องสาวที่น่ารัก  และอาจารย์ รุ่งเรือง สอนชู กับเพื่อน เดินทางไปช่วงบ่าย ไปพบกับ ครูบาชู  ลูกศิษย์ หลวงพ่อนภดล ท่านนำชม วัดพร้อมเล่า ประวัติ วัดป่าดอยลับงา อย่างละเอียด น่าสนใจ
      แต่เดิม เขาลูกนี้ เรียกว่า ดอยลับงา มาช้านาน เหตุที่เรียกเพราะ จะมีโขลงช้างป่า มาลับงา ที่เขาลูกนี้ จึงร่ำลือกันและเรียกขานเขานี้ว่า  ดอยลับงา  บนยอดเขา  มีธารน้ำในฤดูฝนไหลลงมา สู่เบื้องล่างอย่างงดงาม  ร่องรอย แห่งการกัดเซาะของธรรมชาติ ดูเป็นศิลปะที่ไม่ต้องในใครมาตกแต่ง อย่างวิจิตร  บนยอดเขา มีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ เขาดอยลับงาแห่งนี้ จึงถูกกล่าวขานกันว่าศักดิ์สิทธิ์นัก
                ท่านรับรองเราที่ ศาลา อเนกประสงค์ เป็นกุฏิ ของพระอาจารย์นภดล เป็นหอฉันและเป็นที่ประดิษฐานของ พระธาตุ ของ หลวงตามหาบัว  นับว่า มหัศจรรย์มากที่ พระธาตุของหลวงตามหาบัว กลายเป็นแก้วผลึก มีผู้คนมากราบไหว้ ตลอดเวลา ภายในห้องมีภาพของ พระอาจารย์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กว่า สิบรูป ล้วนเป็นพระสุปฏิปันโน ทั้งสิ้น นับว่า ได้มีโอกาสมาชม บารมี ของ พระสงฆ์ สำคัญของสังคมไทย ทุกองค์
 จากนั้นครูบาชู พาเราไปชม โบสถ์ ของวัดป่าดอยลับงา ที่ได้รับวิสุงคามสีมา เรียบร้อยแล้ว ไม่มีสภาพ เหมือนโบสถ์โดยทั่วไป  แต่ภายในสามารถทำ กิจกรรมของสงฆ์ได้ทั้งหมดทุกเรื่อง นับว่าแปลกไปจากวัดทั่วไป
       ครูบาชู นำเราไปชม กุฏี ของพระป่า ที่ตั้งอยู่ในแมกไม้ ตามโขดหิน ต่างๆ ไกลจากกัน มากต่างไม่สามารถมองเห็นกันได้ ไม่มี ไฟฟ้าใช้ ต้องจุดเทียน และใช้ไฟฉาย แต่ละแห่ง ใช้แค่จำวัดและวิปัสสนาเท่านั้น บริเวณกุฎี มี สถานที่สำหรับเดินจงกรม อย่างน่าพิศวง ระยะทางที่ไม่ไกลนัก แต่ วิเวก และน่าสะพรึงกลัวเพียงใด แม้แต่เวลากลางวัน ไปหลายคนยังวิเวก เพียงนี้ ในยามค่ำคืน จะวิเวกปานใด ท่านพาเราไปชม ในแต่ละจุด ที่อยู่ห่างจากกัน ประมาณ ๕๐ เมตร จุดที่ตั้งกุฎิ ล้วน มีชัยภูมิ ที่เหมาะสม จะนั่งวิปัสสนา อย่างยิ่ง
          เราเพลินใจไปกับ ธรรมชาติ อย่าง หลงใหล ในความงามแห่งขุนเขา เงาไม้ สายธารทิวทัศน์ของวัดป่าดอยลับงา อยู่เป็นเวลานาน  ในการสนทนากับครูบาชู ท่านสอดแทรกธรรมะให้เราคิดตลอดเวลา  การไปศึกษาวัดป่าดอยลับงาในครั้งนี้ นับว่า เป็นประโยชน์ แก่ผู้ใฝ่รู้ยิ่งนัก
 แม้มีภารกิจมากเพียงใด ยังอดหวนคิดไปไม่ได้ว่า สักวันหนึ่งอาจมีโอกาส ได้มาสัมผัสกับความวิเวก ในป่าเขา เงาไม้และสายธาร ที่วัดป่าดอยลับงาแห่งนี้ สัก สัปดาห์ สักเดือน สักปี หรือ ชั่วชีวิต วัดป่าดอยลับงา ความวิเวก ที่หาได้ ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 42

วัดเสด็จ

วัดเสด็จ

เป็นวัดมหานิกาย (ธรรมยุต) ที่เก่าแก่ไม่ปรากฏชื่อและหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่พอจะสันนิษฐานว่าในสมัยเมืองกำแพงเพชรโบราณ ประชาชนในละแวกนี้ร่วมใจกันสร้างขึ้น วัดเสด็จมีรอยพระพุทธบาทจำลองแต่โบราณ เคยเป็นที่เก็บศิลาจารึก และตำนานพระเครื่อง อีกทั้งสมเด็จพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆังพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคนเสด็จมายังวัดนี้ทำให้หลักฐานดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่น เรื่องราวพระเครื่องจากตำนาน การทำบุญไหว้พระธาตุ ไหว้พระพุทธบาทที่มีในจารึกนครชุม ซึ่งถือเป็นประเพณีการทำบุญกันสืบมาจนปัจจุบัน ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ทำบุญเพ็ญเดือน 3 มีการทำบุญไว้พระธาตุที่ตำบลนครชุม และไหว้พระพุทธบาทจำลองที่วัดเสด็จ ซึ่งจัดพร้อมกันมาเป็นประจำทุกปี พระพุทธบาทจำลองนี้มีมาแต่ดั้งเดิม ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2450 พระครูธรรมาทิมุตมุณี (กลึง) ได้สร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาทจำลองไว้ และมีการบูรณะอีกครั้งเมื่อ พ.ศ. 2512 นอกจากนี้ที่วัดยังมีพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ ซึ่งแต่เดิมเป็นการก่อสร้างด้วยไม้ ต่อมาได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์และสร้างใหม่ให้งดงามกว่าเดิม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 24

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

ประวัติ

ตั้งอยู่ที่ 116 หมู่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง พ.ศ.2498 ได้เริ่มสร้าง ดำเนินการโดย ผู้ใหญ่เปรื่อง ฤกษ์หร่าย ได้บริจาคที่ดิน 18 ไร่ พ.ศ.2512 ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2512 วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี เริ่มแรก สร้างวัด ได้ปั้นพระพุทธรูป ปางนาคปรก 1 องค์ หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยก่ออิฐ แกนไม้ ต่อมาไม้ผุทำให้พระล้มลง และองค์พระได้แตกไป เหลือแต่เศียร นอนไว้ใต้ต้นโพธิ์ ไม่สามารถทำองค์ใหม่ได้ ต่อมา ชาวบ้านได้สร้างพระนาคปรก ขึ้นใหม่อีก 1 องค์ กลางลานวัด มาปี พ.ศ. 2550 ได้ให้ช่างทำองค์พระขึ้นใหม่โดยใช้เศียร เก่ามาต่อ แต่ไม่มีนาคปรกและให้นามใหม่ว่า พระพุทธวัชรมงคล ปี พ.ศ. 2550 ได้เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมากเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2551 ได้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับเขต เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2018 ผู้เช้าชม 64

วัดดงตาจันทร์

วัดดงตาจันทร์

ประวัติ
วัดดงตาจันทร์ ตั้งวัดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2544 มีเรื่องอยู่ว่าชาวบ้านดงตาจันทร์ มาจากจังหวัดต่างๆด้วยกันทั้งนั้นจึงคิดสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น โดยมีนายหยด นายเจริญ นายอ้น นายจิ๋ว และนายถาวร ร่วมกับอุบาสกอุบาสิกา รวมกันเป็นสำนักสงฆ์ ขึ้น และได้ขออนุญาตสร้างวัดขึ้นและได้ขออนุญาตสร้างวัดขั้นเมื่อ พ.ศ.2507 และมพระภิกษุจำพรรษาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 34

วัดบ่อสามแสน

วัดบ่อสามแสน

ประวัติ 

วัดบ่อสามแสนเป็นวัดใหม่ สร้างเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2500 โดยเป็นที่พักสงฆ์มาตลอด แต่เดิมมีศาลาไม้ไผ่หนึ่งหลัง และกุฏิพระเพียงหลังเดียว เมื่อปีพุทธศักราช 2510 ชาวบ้านบ่อสามแสนได้ไปอาราธนาหลวงพ่อพล กุสโล จากวัดคลองเมืองนอก ตำบลโกสัมพี อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก
        เหตุที่เรียกว่าวัดบ่อสามแสนเพราะตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านบ่อสามแสน ด้านหน้าวัดมีบ่อศิลาแลง ขนาดใหญ่มหึมา ชาวกำแพงเพชรเรียกขานกันว่า บ่อสามแสน โดยมีตำนานว่าน้ำในบ่อมีจำนวนมาก แม้คนสามแสนคนใช้ดื่มกินก็ไม่มีวันหมด วัดใหม่จึงเรียกชื่อตามบ่อสามแสน ว่าวัดบ่อสามแสน หลวงพ่อพล กุสโล ได้ชักชวนชาวบ้านเพื่อสร้างหลวงพ่อพระนอนขึ้น เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2515 และวัดบ่อสามแสนได้รับอนุญาตให้เป็นวัดเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2525 มีเจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อพลคือ หลวงพ่อยงค์ ทีฆายุโก เมื่อท่านมรณภาพ พระอาจารย์ทวี วชิรวังโส เจ้าคณะตำบลโกสัมพี มาเป็นเจ้าอาวาส จ้าอาวาสองค์ปัจจุบันคือ พระครูวชิรปัญญากร นามเดิมว่าพระอาจารย์อำนวย กรรณิกา ในปีพุทธศักราช 2538 พระครูวชิรปัญญากร ได้ก่อสร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นอุโบสถขนาดใหญ่ที่งดงาม สิ้นงบประมาณก่อสร้างไป สิบห้าล้านบาทแม้รูปลักษณ์ของหลวงพ่อพระนอน วัดบ่อสามแสน จะไม่งดงามเหมือนพระนอนที่สร้างโดยช่างหลวง ก็ตาม แต่ประชาชนชาวบ่อสามแสน เคารพนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ฝีมือช่างราษฎรหรือช่างชาวบ้าน ก็ปั้นตามภูมิปัญญาของชาวบ้าน แต่เป็นความภูมิใจที่สามารถสร้างเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้อย่างสมบูรณ์ ชาวบ้านบ่อสามแสนจะจัดงานประเพณีไหว้พระนอน ในประมาณเดือนมีนาคม ของทุกปี ประมาณ 3 วัน 3 คืนชาวกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียงจะมาไหว้พระนอนกันอย่างมากมาย หลวงพ่อพระนอนมีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดกำแพงเพชร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 55

วัดสว่างอารมณ์

วัดสว่างอารมณ์

ประวัติ
วัดสว่างอารมณ์ ตั้งอยู่บริเวณปากคลองสวนหมาก เป็นวัดที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบพม่าผสมไทย โดยพ่อค้าชาวพม่า ภายในวัดมีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ หลวงพ่ออุโมงค์ พระพุทธรูป สมัยเชียงแสน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ จ.กำแพงเพชร พุทธลักษณะงดงาม บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่าง เมืองกําแพงเพชรและอาณาจักรล้านนาในอดีต โดยประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหาร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 42

วัดบ้านไร่

วัดบ้านไร่

ประวัติ        
    วัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)
“วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๕๖ เวลา ๕ โมงเช้า ถึงวัดบ้านไร่ วัดนี้เป็นสำนักสงฆ์ เพิ่งตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมศกนี้  มีพระ ๔ รูป พระปลั่ง พรรษา ๑๘ เป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านมาเฝ้าราว ๑๕๐ คน”
ข้อความบางส่วนจาก จดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส  เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ ในมณฑลฝ่ายเหนือ  ที่บันทึกถึงวัดบ้านไร่
พระปลั่ง ผู้สร้างวัดบ้านไร่คือ พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  (ปลั่ง  พรหมโชโต)  เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ และเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร
จากบันทึกของ นายริ้ว โทเมฆ  การสร้างวัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)   เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๕๕ บ้านไร่มีประชากร ประมาณ ๕๐ หลังคาเรือน เมื่อต้องทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวบ้านต้องไปทำที่วัดราชพฤกษ์ศรัทธาราม ตำบลหนองปลิง ซึ่งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำปิง ลำบากมาก
ผู้ริเริ่มสร้างวัดใหม่ที่หมู่บ้านไร่ คือ นายชวน เที่ยงตรง  ท่านจึงได้เป็นผู้นำ ในการหารือชาวบ้านไร่ ว่าสมควรสร้างวัดบ้านไร่ หรือไม่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นสมควรให้สร้างวัดใหม่ ที่บ้านไร่  โดยได้รับการบริจาคที่ดิน จาก  นางน้อม หนูเที่ยง และนางสกุล ซึ่งมีที่ดินอยู่กลางหมู่บ้าน  มีความกว้าง ๔๐ วา  ความลึก ตามที่คณะกรรมการวัดต้องการ ชาวบ้านได้ไปนิมนตร์พระอาจารย์ปลั่ง ( พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  ) มาเป็นประธานในการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เพราะบริเวณบ้านไร่ มีญาติพี่น้องของพระอาจารย์อยู่หลายท่าน  (เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ) มีพระอาจารย์ปลั่งเป็นเจ้าอาวาส อยู่ สามปี พระอาจารย์ปลั่ง ได้ให้นามวัดนี้ว่า วัดราษฎร์เจริญพร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 51

วัดโพธิ์เตี้ย

วัดโพธิ์เตี้ย

ประวัติ       
     อยู่ที่บ้านปลักไม้ดำ ม.3 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ  เป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ วัดงิ้วงาม ” มีหลวงพ่อกล้ายเป็นเจ้าอาวาส หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อขำ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาและเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดงิ้วงาม เป็นวัดโพธิ์เตี้ย ตามสัญลักษณ์ของต้นโพธิ์ที่มีลักษณะเตี้ยแคระ ซึ่งปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ได้ตายแล้ว
            พระโพธิ์ พัชยาโน รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งบวชมาได้ เพียง 4 พรรษา แต่ดูมีความตั้งใจและจริงใจในการบริหารและดูแลวัดเป็นอย่างมาก เล่าว่าพระเจดีย์โบราณอายุราว 150 ปี  ซึ่งมีสามองค์ แต่โดนขุดทำลายไป 1 องค์ เหลือให้เห็นเพียง 2 องค์ อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีผู้มาขุดทำลายพระเจดีย์ประมาณ 30 คน  ไม่มีใครที่ตายดีสักคน น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบและระมัดระวังมากขึ้น ในการทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะผู้สร้างสาปแช่งไว้
           ด้านหลังพระเจดีย์ เป็นพระอุโบสถ อายุราว 150 ปี สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เป็นอุโบสถขนาดย่อม เรียกกันโดยทั่วไปว่าโบสถ์มหาอุตม์ คือมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียวไม่มีทางออก เหมาะสำหรับปลุกเสก เครื่องราง ของขลังหรือแม้แต่บวชพระ สภาพค่อนข้างทรุดโทรมตามอายุขัยและยังไม่ไดัรับการดูแลอย่างถูกวิถี จากกรมศิลปากร หรือกรมศิลปากรอาจยังไม่ทราบ ว่ามีโบสถ์เก่าแก่อยู่ที่วัดนี้ จึงยังมิได้ขึ้นทะเบียนไว้
            ข้างซ้ายของพระอุโบสถ เป็นพระวิหาร ที่ได้รับการบูรณะและดัดแปลงแก้ไขแล้ว ทำให้สถาปัตยกรรมเดิมถูกดัดแปลงแก้ไขไปโดย ไม่ทราบถึงความสำคัญ อย่างถูกต้องและแท้จริง ทางด้านหน้ามีวิหารขนาดเล็ก มีรูปจำลองหลวงปู่ขำ อดีตเจ้าอาวาส ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานไว้คู่กับ รอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ย้ายมาจากหน้าพระเจดีย์ ยังอยู่ในสภาพงดงาม สมบูรณ์

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 41

วัดป่าธรรมธารา

วัดป่าธรรมธารา

  ประวัติ
วัดป่าธรรมธาราหมู่ ๔ บ้านเขาน้ำอุ่น  ต.หินดาต  อ.ปางศิลาทอง  จ.กำแพงเพชร วัดป่าธรรมธารา (เขาน้ำอุ่น)  ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔  บ้านเขาน้ำอุ่น  ต.หินดาต  อ.ปางศิลาทอง  จ.กำแพงเพชรก่อตั้งเมื่อ   พ.ศ.๒๕๒๗  โดยชาวบ้านเขาน้ำอุ่น  ได้แก่  พ่อใหญ่แท่น  และนายคำพลอย  ร่วมกันถวายที่ดินคนละ  ๖  ไร่  นางน้อย  ถวายที่ดิน  ๑  ไร่  รวมถวายที่ดินทั้งหมด  ๑๓ ไร่ก่อตั้งเมื่อ   พ.ศ.๒๕๒๗  โดยชาวบ้านเขาน้ำอุ่น  ได้แก่  พ่อใหญ่แท่น  และนายคำพลอย  ร่วมกันถวายที่ดินคนละ  ๖  ไร่  นางน้อย  ถวายที่ดิน  ๑  ไร่   รวมถวายที่ดินทั้งหมด  ๑๓ ไร่แด่

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 51

วัดตะเคียนทอง

วัดตะเคียนทอง

ประวัติ        
  เริ่มก่อตั้งวัดเมื่อปีพุทธศักราช 2523 ถึงปีพุทธศักราช 2525 ได้มีประชากรจากหลายพื้นที่อพยพเข้ามาอยู่หลายครอบครัว อาชีพเกษตรกรรมจนกลายเป็นหมู บ้านหว้าหมู่บ้านวังปลากรายวันหนึ่งหลวงปู่พิมพาธัมมวโร เจ้าอาวาสวัดหนองตางูอำเภอบรรพตพิสัยจังหวัดนครสวรรค์ วังปลากราย วิสัยทัศน์แห่งบุญบารมีอันกว้างไกลของท่านท่านใดพบเห็นสถานที่ตั้งวัดปัจจุบัน ว่ามีความเหมาะสมที่จะสร้างวัดโดยระหว่างทางท่านได้พบกับชาวบ้านคนหนึ่งชื่อว่าได้สนวนเจนจบและนายสงวนจึงไปฉันเพลที่บ้าน ระหว่างนั้นหลวงปู่พิมพาต้องสอบถามว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นของใครก็ได้คำตอบว่าเป็นของนายเจียว ในเวลาต่อมา พิมพาได้ขอบิณฑบาตที่จะกล่าวจากไหนเกี่ยวกับวัดและธัญพืชกฤษณาคำว่าที่ตรงนี้เป็นวัดจะทำหุ่นดี วิชามารอยู่ จากนั้นชาวบ้านจึงรวมตัวกันสร้างวัดหลวงปู่พิมพาเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวของท่านเองหลวงปู่พิมพาไม่ตั้งชื่อวัดนี้ว่า ตะเคียนทอง คลองต้นตะเคียนทองที่ยั่งยืนต้นจนปัจจุบันและอนาคตรุ่นสร้างศาลาได้พบวัตถุโบราณหลายชิ้นด้วยกันส่วนใหญ่จะแตกหักเสียหายชาวบ้านจึงแจ้งกรมศิลปากรสร้างขึ้นเมื่อตรวจสอบได้กรมศิลปากรสันนิษฐานว่า วัดเก่าโบราณ ชาวบ้านร่วมกันสร้างศาลาแล้วในเวลาต่อมาชาวบ้านคลองกรรมการวัดได้ดำเนินการขออนุญาตตั้งแป้นพิมพ์แบบแผนของทางราชการถูกต้องครบถ้วนโดยแจ้งขึ้นทะเบียนว่าเป็นวัดกลางตามหลักฐานของกรมศิลปากรและจากนั้นล้มผู้ปิดทองหลังพระก็ดูแลวัดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2520 548 โดยมีพระสงฆ์ผู้นำวัดเข้ามาบริหารวัด ลักษณะนาม วิธีสร้างรูปหล่อของท่านเองเท่าองค์จริง และชาวบ้านวังปลากราย ขออัญเชิญรูปหล่อหลวงปู่พิมพารุ่นแรกต่างประ พระวิหารวัดวังตะเคียนทองจนปัจจุบัน ปัจจุบันวัดวังตะเคียนทองมีพระอธิการมูลจรณะทำโบว์ติดช่อว่าอะไรและมีหลวงพ่อพนมสถานที่สุดโรเท่าที่มีลูกศิษย์มากมายต่างให้การยอมรับของวิชาอาคมต่างๆ สมดังคำที่หลวงปู่พิมพา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 40