วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้ชม 45

[15.9964391 , 99.3386991, วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)]

ประวัติ

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 บ้านปางใหม่พัฒนา ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความเชื่อและศรัทราของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูสังฆรักษ์ ปัญญาสีลโชโต (ธ) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "หลวงพ่อถัง" ชาวบ้านมีความเชื่อว่าท่านเจ้าอาวาสมีความสามารถพิเศษในการลงยันต์ และเสกคาถาอาคมลงบนถังตวงข้าวสาร หากใครนำไปบูชาแล้วจะทำมาค้าขายดี
นอกจากนี้ภายในวัดป่าเขาเขียว จัดให้มีพิพิธภัณฑ์ถังตวงข้าวแบบโบราณ และแบบสมัยใหม่หลายขนาดมากกว่า 1,000 ถัง เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิวัฒนาการการใช้มาตรการตวงทั้งในอดีตและปัจจุบัน
การเดินทาง ใช้เส้นทางกำแพงเพชร - ปางศิลาทอง ระยะทางประมาณ 34 กิโลเมตร ถึงแยกบ้านเขาน้ำอุ่นเลี้ยวขวา 2 กิโลเมตร จะมีทางแยกด้านซ้ายสู่บ้านปางตาไว ระยะทาง 14 กิโลเมตร สองข้างทางมีร้านจำหน่ายถังตวงข้างตลอดเส้นทาง สอบถามรายละเอียดได้ที่ วัดป่าเขาเขียว

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : -

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=876&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดหนองปากดง

ประวัติ     

       วัดหนองปากดง ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลหนองหลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองปากดงตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคมพ.ศ 2552 เมื่อพ.ศ 2528 ชาวบ้านหนองปากดงและครอบครัวและญาติของนางชลอ  พะโยม ได้ร่วมกันบริจาคที่ดินประมาณ 7 ไร่ 2 งาน 47 ตารางวาเพื่อการสร้างวัด ภายหลังทางวัดได้ซื้อที่ดินเพิ่มรวมเนื้อที่ 15 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้วสูง 90 นิ้ว เจ้าอาวาสวัดคือพระอธิการอุดม เทวธนโม

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 31

วัดหนองบง

วัดหนองบง

ประวัติ           
วัดหนองบง ตั้งอยู่ที่หมู่ 21 ตำบลโกสัมพี อำเภอโกสัมพีนคร จังหวัดกำแพงเพชร เบอร์โทรศัพท์ 086 901 1786 วัดหนองวงตั้งวัดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมพ.ศ 2553 โดยมีผู้ใหญ่บ้านคือสิบตรีเทียนชัยสระทองล้วน เป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตตั้งวัด มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญปางมารวิชัย และสมาธิขนาดหน้าตักกว้าง 40 นิ้วสูง 76 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2538 เจ้าอาวาสวัดคือพระอธิการสมเด็จอรุโณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 38

วัดป่าดอยลับงา

วัดป่าดอยลับงา

ประวัติ
วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (สมเด็จพระญาณสังวร ) ทรงเป็นอุปัชฌาย์         หลังจากรับนิมนต์ ท่านรับดูแลวัดป่าดอยลับงาอย่างดีตลอดมา ด้วยบารมี และบุญกุศล ที่พระอาจารย์นภดลนันทโน บำเพ็ญมา ทำให้มีผู้เลื่อมใส ศรัทธาวัดป่าดอยลับงา ตลอดมา กว่า ๒๐ปึ  ทุกวันอาทิตย์ จะมีลูกศิษย์ และผู้เลื่อมใส ในวัตรปฏิบัติของท่าน มาทำบุญ กันอย่าง มากมายทุกวัน
      วันนี้ วันศุกร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เดินทาง ไปสำรวจและทำสารคดี โทรทัศน์ชุดวัดป่าดอยลับงา  โดยเดินทางไปกับ มุก  คุณปัทมวดี  ไฮซีค น้องสาวที่น่ารัก  และอาจารย์ รุ่งเรือง สอนชู กับเพื่อน เดินทางไปช่วงบ่าย ไปพบกับ ครูบาชู  ลูกศิษย์ หลวงพ่อนภดล ท่านนำชม วัดพร้อมเล่า ประวัติ วัดป่าดอยลับงา อย่างละเอียด น่าสนใจ
      แต่เดิม เขาลูกนี้ เรียกว่า ดอยลับงา มาช้านาน เหตุที่เรียกเพราะ จะมีโขลงช้างป่า มาลับงา ที่เขาลูกนี้ จึงร่ำลือกันและเรียกขานเขานี้ว่า  ดอยลับงา  บนยอดเขา  มีธารน้ำในฤดูฝนไหลลงมา สู่เบื้องล่างอย่างงดงาม  ร่องรอย แห่งการกัดเซาะของธรรมชาติ ดูเป็นศิลปะที่ไม่ต้องในใครมาตกแต่ง อย่างวิจิตร  บนยอดเขา มีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ เขาดอยลับงาแห่งนี้ จึงถูกกล่าวขานกันว่าศักดิ์สิทธิ์นัก
                ท่านรับรองเราที่ ศาลา อเนกประสงค์ เป็นกุฏิ ของพระอาจารย์นภดล เป็นหอฉันและเป็นที่ประดิษฐานของ พระธาตุ ของ หลวงตามหาบัว  นับว่า มหัศจรรย์มากที่ พระธาตุของหลวงตามหาบัว กลายเป็นแก้วผลึก มีผู้คนมากราบไหว้ ตลอดเวลา ภายในห้องมีภาพของ พระอาจารย์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กว่า สิบรูป ล้วนเป็นพระสุปฏิปันโน ทั้งสิ้น นับว่า ได้มีโอกาสมาชม บารมี ของ พระสงฆ์ สำคัญของสังคมไทย ทุกองค์
 จากนั้นครูบาชู พาเราไปชม โบสถ์ ของวัดป่าดอยลับงา ที่ได้รับวิสุงคามสีมา เรียบร้อยแล้ว ไม่มีสภาพ เหมือนโบสถ์โดยทั่วไป  แต่ภายในสามารถทำ กิจกรรมของสงฆ์ได้ทั้งหมดทุกเรื่อง นับว่าแปลกไปจากวัดทั่วไป
       ครูบาชู นำเราไปชม กุฏี ของพระป่า ที่ตั้งอยู่ในแมกไม้ ตามโขดหิน ต่างๆ ไกลจากกัน มากต่างไม่สามารถมองเห็นกันได้ ไม่มี ไฟฟ้าใช้ ต้องจุดเทียน และใช้ไฟฉาย แต่ละแห่ง ใช้แค่จำวัดและวิปัสสนาเท่านั้น บริเวณกุฎี มี สถานที่สำหรับเดินจงกรม อย่างน่าพิศวง ระยะทางที่ไม่ไกลนัก แต่ วิเวก และน่าสะพรึงกลัวเพียงใด แม้แต่เวลากลางวัน ไปหลายคนยังวิเวก เพียงนี้ ในยามค่ำคืน จะวิเวกปานใด ท่านพาเราไปชม ในแต่ละจุด ที่อยู่ห่างจากกัน ประมาณ ๕๐ เมตร จุดที่ตั้งกุฎิ ล้วน มีชัยภูมิ ที่เหมาะสม จะนั่งวิปัสสนา อย่างยิ่ง
          เราเพลินใจไปกับ ธรรมชาติ อย่าง หลงใหล ในความงามแห่งขุนเขา เงาไม้ สายธารทิวทัศน์ของวัดป่าดอยลับงา อยู่เป็นเวลานาน  ในการสนทนากับครูบาชู ท่านสอดแทรกธรรมะให้เราคิดตลอดเวลา  การไปศึกษาวัดป่าดอยลับงาในครั้งนี้ นับว่า เป็นประโยชน์ แก่ผู้ใฝ่รู้ยิ่งนัก
 แม้มีภารกิจมากเพียงใด ยังอดหวนคิดไปไม่ได้ว่า สักวันหนึ่งอาจมีโอกาส ได้มาสัมผัสกับความวิเวก ในป่าเขา เงาไม้และสายธาร ที่วัดป่าดอยลับงาแห่งนี้ สัก สัปดาห์ สักเดือน สักปี หรือ ชั่วชีวิต วัดป่าดอยลับงา ความวิเวก ที่หาได้ ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 39

วัดโพธิ์เตี้ย

วัดโพธิ์เตี้ย

ประวัติ       
     อยู่ที่บ้านปลักไม้ดำ ม.3 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ  เป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ วัดงิ้วงาม ” มีหลวงพ่อกล้ายเป็นเจ้าอาวาส หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อขำ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาและเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดงิ้วงาม เป็นวัดโพธิ์เตี้ย ตามสัญลักษณ์ของต้นโพธิ์ที่มีลักษณะเตี้ยแคระ ซึ่งปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ได้ตายแล้ว
            พระโพธิ์ พัชยาโน รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งบวชมาได้ เพียง 4 พรรษา แต่ดูมีความตั้งใจและจริงใจในการบริหารและดูแลวัดเป็นอย่างมาก เล่าว่าพระเจดีย์โบราณอายุราว 150 ปี  ซึ่งมีสามองค์ แต่โดนขุดทำลายไป 1 องค์ เหลือให้เห็นเพียง 2 องค์ อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีผู้มาขุดทำลายพระเจดีย์ประมาณ 30 คน  ไม่มีใครที่ตายดีสักคน น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบและระมัดระวังมากขึ้น ในการทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะผู้สร้างสาปแช่งไว้
           ด้านหลังพระเจดีย์ เป็นพระอุโบสถ อายุราว 150 ปี สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เป็นอุโบสถขนาดย่อม เรียกกันโดยทั่วไปว่าโบสถ์มหาอุตม์ คือมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียวไม่มีทางออก เหมาะสำหรับปลุกเสก เครื่องราง ของขลังหรือแม้แต่บวชพระ สภาพค่อนข้างทรุดโทรมตามอายุขัยและยังไม่ไดัรับการดูแลอย่างถูกวิถี จากกรมศิลปากร หรือกรมศิลปากรอาจยังไม่ทราบ ว่ามีโบสถ์เก่าแก่อยู่ที่วัดนี้ จึงยังมิได้ขึ้นทะเบียนไว้
            ข้างซ้ายของพระอุโบสถ เป็นพระวิหาร ที่ได้รับการบูรณะและดัดแปลงแก้ไขแล้ว ทำให้สถาปัตยกรรมเดิมถูกดัดแปลงแก้ไขไปโดย ไม่ทราบถึงความสำคัญ อย่างถูกต้องและแท้จริง ทางด้านหน้ามีวิหารขนาดเล็ก มีรูปจำลองหลวงปู่ขำ อดีตเจ้าอาวาส ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานไว้คู่กับ รอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ย้ายมาจากหน้าพระเจดีย์ ยังอยู่ในสภาพงดงาม สมบูรณ์

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 38

วัดร่มโพธิญาณ

วัดร่มโพธิญาณ

ประวัติ        
    พระอาจารย์บุญเชิด อนามโย เจ้าอาวาสวัดร่มโพธิญาณ เลขที่ 88 หมู่ 10 บ้านดงดำ ตำบลวังทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สร้างพระประธานในพระมหาเจดีย์ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์พระปฐมปางสมาธิทรงพุทธรัตนะหน้าตัก 10 ศอก 10 นิ้ว
            พระอาจารย์เล่าว่า...ตอนที่อาตมาเดินธุดงค์มาที่นี่ เมื่อปี 2541 มาอยู่รูปเดียว จิตออกจากร่าง ส่วนแรกที่ได้เห็นคือร่างของอาตมานอนอยู่ในกรด ส่วนที่ 2 ได้เห็นเทวบุตร ซึ่งเป็นอารักษ์อยู่ในเขตนี้ ยืนนิ่งสงบ ร่างสว่างนวล มีแสงออกจากทางส่วนอก เขียวอ่อนๆ เหลืองอ่อนๆ จางๆ ขาวนวล สีแพรวๆ พราวๆ เมื่อกลับมาที่ร่างก็พิจารณาว่าสภาพ เย็น สงบ สว่าง ในเทวบุตรที่เห็นในเขต 20 ไร่ เมื่อก่อนมีป่าพงล้อมรอบ มีศาลาหลังเดียว แร้นแค้นกันดาร 1 วันสรงน้ำครั้งหนึ่ง อาตมาสร้างขึ้นทั้งหมด พอออกนอกเขตก็เห็นพวกเปรต สัมพเวสี ปะปนกัน แต่ละท่านไม่มีความสงบในตัวเอง มีความสับสนกลับกลอกในอารมณ์ บ่นพร่ำเพ้อไปตามฐานะกรรม ที่ตนได้สร้างไว้ในอดีตและปัจจุบันด้วย

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 270

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม

ประวัติ
วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม เป็นวัดราษฏร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ๓๖ ตารางวา ตั้งอยู่ที่ บ้านทุ่งสนุ่น หมู่ที่ ๔ ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร เริ่มสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ โดยชาวบ้านซึ่งมีเชื้อสายลาวครั่ง และลาวเวียง ได้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดนครปฐม และ จังหวัดราชบุรี มาจับจองที่ดินเพื่อทำมาหากินที่บริเวณอำเภอขาณุวรลักษบุรี (บริเวณ อ.บึงสามัคคีในปัจจุบัน) ซึ่งในขณะนั้นบริเวณนี้ยังเป็นป่าดงดิบเต็มไปด้วยสัตว์ป่า อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งน้ำ และมีต้นสนุ่น (ใคร้นุ่น) เกิดอยู่เต็มท้องทุ่งนา ชาวบ้านจึงเรียกขานบ้านตนเองว่า บ้านทุ่งสนุ่น และหลังจากนั้นไม่นานชาวอีสาน จากจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่นก็อพยพมาสมทบกันอยู่เพิ่มเติมอีก จากนั้นจึงมีคนไทยเชื้อสายจีนเดินทางมาค้าขายทีหลัง
เมื่อมีประชาชนอพยพเข้ามาอยู่เรื่อยๆ จนกลายเป็นชุมชนใหญ่พอสมควรแล้ว ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นบนพื้นที่โรงเรียนอนุบาลบึงสามัคคีในปัจจุบัน และได้ไปนิมนต์ หลวงปู่เบี้ยว ถาวริโก จาก อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี มาเป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ แต่ด้วยทำเลที่ตั้งวัดนั้นไม่เหมาะเพราะอยู่ติดทางโค้งหลวงปู่และชาวบ้านจึงได้แลกที่ดินกันกับโรงเรียน ทำให้วัดทุ่งสนุ่นรัตนารามได้มาตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกบ้านทุ่งสนุ่นตราบเท่าปัจจุบัน ได้รับอนุญาตให้สร้างวัด เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๑๓ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า '''วัดทุ่งสนุ่นรัตนาราม''' ซึ่งแปลว่า วัดที่เปรียบเหมือนแก้วอันล้ำค่าของชาวบ้านทุ่งสนุ่น เปิดทำการเรียนการสอนนักธรรม ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เป๋นต้นมา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ และได้ทำการผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๕ มีเจ้าอาวาสตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 181

วัดจันทาราม

วัดจันทาราม

ประวัติ      
      ตั้งอยู่ที่ 1 บ้านวังแขม หมู่ที่ 1 ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 17 ไร่ 83 ตารางวา อยู่ริมแม่น้ำปิงทางด้านทิศตะวันออก สร้างขึ้นเป็นวัดมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2225 เคยเป็นวัดที่ร้างมาเป็นเวลานาน และ ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านในแทบนั้นมักนิยมเรียกชื่อวัดตามชื่อของหมู่บ้านว่า  “วัดวังแขม” และ ต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นหลักฐานมั่นคงเริ่มมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2420 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ได้เคยเสด็จประพาททางชลมารค และทรงแวะประทับพักแรมที่ปะรำพิธีที่หาดทรายหน้าวัดนี้ด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 วัดจันทาราม จึงได้รับการพัฒนาเรื่อย ๆ มา จนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2523
            วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปที่สาคัญคือ หลวงพ่อศรีมงคล พระประธานในอุโบสถหลังเก่า “ปางมารวิชัย” เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนเป็นอย่างมาก และตามที่ นายร่อน มีชัย อายุ  81 ปี  ได้เล่าว่า วิหารที่หลวงพ่อศรีมงคล ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบันนี้ สันนิฐานว่าชาวพม่าเป็นผู้สร้างขึ้น เพราะว่าวิหารหลวงพ่อศรีมงคลได้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นทิศของประเทศของพม่า และไม่ทราบว่าสร้างในปีใดและพ.ศ.ใด ทราบแต่ว่าเป็นวิหารที่เก่าแก่มาก ตามที่คนเก่าแก่เล่ามา เป็นเวลานับหลายร้อยปี(จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ผู้มาบูรณปฏิสังขรณ์ทราบว่า สร้างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวรัชกาลที่2-3)
ส่วนรอยพระพุทธบาทจำลองที่เป็นเนื้อโลหะ ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงพ่อศรีมงคล ไม่มีใครทราบที่แน่ชัดว่าได้มาอย่างไร และตั้งแต่เมื่อปีใด และ พ.ศ.ใด จากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ เช่น ลุงร่อน มีชัยและลุงเหรียญ นาคนาม ที่เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงกับวัด มาโดยตลอด บอกว่าตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน อยู่โรงเรียนวัดก็ได้เห็นรอยพระพุทธบาทมีอยู่ในวิหารหลวงพ่อศรีมงคลแล้ว ต่อจากนั้นลุงเหรียญยังบอก รอยพระพุทธบาทจำลอง อีกว่ามีตัวอักษรอยู่ที่ใบสีมาวิหารหลวงพ่อศรีมงคล และเป็นตัวเลข ว่า ร.ศ.120 (เป็นรัตนโกสินทร์ศักราช ถ้าเราต้องการแปลงเป็นพุทธศักราช ให้ใช้ 2324 บวก ร.ศ. จะได้เป็นปีพุทธศักราช) เมื่อทางวัดมีงานเทศกาล ใดๆ เช่น งานประจำปีปิดทองไหว้พระ ก็จะยกรอยพระพุทธบาทจำลองออกมาให้ชาวบ้านได้ปิดทองรอยพระพุทธบาทกันเป็นประจำ ต่อมาทางคณะกรรมการวัด ก็จะนำออกมาให้ชาวบ้านได้ปิดทองกันในวันงานเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ในตอนนี้ฝาที่สาหรับปิด-เปิดไว้ใส่ปัจจัย ได้ถูกพวกมิจฉาชีพลักไปเสียแล้ว ทางวัดก็ไม่ทราบว่าถูกลักไปตั้งแต่เมื่อไรเช่นกัน สำหรับในตอนนี้พระที่วัดได้ช่วยกันเอาไปเก็บไว้ที่อุโบสถหลังใหม่(ราว พ.ศ.2538 ได้ไปสำรวจวัดจันทาราม พบพระวิหารหลวงพ่อศรีมงคล และรอยพระพุทธบาทอยู่สภาพทิ้งร้าง เพราะพระวิหารชำรุด

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 92

วัดอุทุมพร

วัดอุทุมพร

ประวัติ         วัดอุทุมพร ตั้งอยู่เลขที่ 076 บ้านท่าเดื่อ หมู่ 1 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 7 ไร่ 80 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 72 วา ติดต่อกับลำคลองสวนหมาก ทิศใต้ยาว 72 วา ติดต่อกับที่ดินของนายพูล สุวรรณดี ทิศตะวันออกยาว 40 วา ติดต่อกับที่ดินของนางเทอม ขำแนม ทิศตะวันตกยาว 40 วา ติดต่อกับคลองซอย และที่ดินของนายยม ป้อมภา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อยู่ริมคลองสวนหมาก อาคารเสนาสนะต่างๆ มีศาลาการเปรียญกว้าง 14 เมตร ยาว 58 เมตร สร้าง พ.ศ. 2522 กฎีสงฆ์ จำนวน 4 หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานรูปปั้น 1 องค์ (หลวงพ่อสัมฤทธิ์)
อุทุมพร กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2420 ชาวบ้านเรียก “วัดท่าเดื่อ” ตามชื่อบ้าน มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา 5 รูป สามเณร 1 รูป มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการทางตั้งอยู่ในวัดนี้ด้วย ซึ่งทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์ด้วยดีตลอดมา
เจ้าอาวาสมี 7 รูป คือ รูปที่ 1 พระอาจารย์ยุทธ รูปที่ 2 พระอาจารย์ปุ่น รูปที่ 3 พระอาจารย์จำรอง รูปที่ 4 พระอาจารย์สนิท รูปที่ 5 พระอาจารย์เชื้อ รูปที่ 6 พระอาจารย์วอ รูปที่ 7 พระอธิการวงษ์ ภูริปญฺโญ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 85

วัดวังน้ำแดง

วัดวังน้ำแดง

ประวัติ        
    วัดวังน้ำแดง ตั้งอยู่ที่บ้านวังน้ำแดง หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งทรายอำเภอทรายทองวัฒนาจังหวัดกำแพงเพชร วัดวังน้ำแดงตั้งวัดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ 2521 โดยให้ใช้ชื่อวัดว่าวัดวังน้ำแดง เพราะสมัยก่อนน้ำในลำคลองของหมู่บ้านมีสีแดง ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ 2524 เจ้าอาวาสคือพระครูถาวรวัชรคุณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 31

วัดอ่างทอง

วัดอ่างทอง

ประวัติ
วัดอ่างทองเป็นวัดใหม่เริ่มสร้างเมื่อก่อนปี พ.ศ.2480 เจ้าอาวาสเริ่มแรก หลวงพ่อโบ หลวงพ่อวุฒิ หลวงพ่อพระครูวชิระ ปัจจุบันยังไม่มีเจ้าอาวาส แต่มีพระบำรุงอภิชโว เทียนสี  ( พระรักษาการ ) พระบุศยืน ( พระผู้ช่วย ) ที่ดินจำนวน 12 ไร่ 3 งาน มีอุโบสถ 1 หลัง ศาลาการเรียนรู้ 1 หลัง กุฏิสงฆ์เกือบ 20 ห้อง หอฉัน 

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 32