วัดตะแบกคู่

วัดตะแบกคู่

วัดตะแบกคู่

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้ชม 94

[16.4969438, 99.440908, วัดตะแบกคู่]

          ภายในเขตอรัญญิกเมืองกำแพงเพชรมีวัดที่เรียกกันว่าอยู่ในเขต อรัญวาสี อยู่ประมาณ 40 วัด จากการที่มีสิ่งก่อสร้างที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองกำแพงเพชรมาช้านานนี้ทำให้องค์การยูเนสโกยกย่องอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรให้เป็นมรดกโลก สร้างความภูมิใจให้กับผู้คนในบ้านเมือง จนเติมคำขวัญไปอีกวรรคหนึ่ง จากคำขวัญที่ว่า  กรุพระเครื่อง  เมืองคนแกร่ง  ศิลาแลงใหญ่  กล้วยไข่หวานน้ำมันลานกระบือ คำที่เติมต่อท้ายคือ เลื่องลือเมืองมรดกโลก
         วัดตะแบกคู่ เป็นอีกวัดหนึ่ง ที่อยู่ในเขตอรัญญิกเมืองกำแพงเพชร อยู่ถัดจากวัด เพการามไปประมาณ 20 เมตร  มีต้นตะแบกขนาดใหญ่ยืนตระหง่านอยู่หน้ากำแพงพระวิหาร อายุของต้นตะแบกนี้ราว200 ปี  ต้นคู่กันหาไม่พบ คงตายไปแล้ว วัดตะแบกคู่ เป็นวัดที่ยังไม่ได้ขุดแต่ง ซาก ปรักหักพัง ยังอยู่ในสภาพเดิมๆ...พระวิหารมีขนาดสูงใหญ่ กว้างราว 15 เมตร ยาวกว่า 20เมตร ตลอดระยะบนวิหารถูกนักขุดพระ ขุดแทบพลิกแผ่นดิน มีหลุมทุกขนาด ขุดติดกันต่อกันมีเสาพระวิหาร ที่ยืนอยู่เพียงต้นเดียว นอกนั้นล้มกองลงกับพื้น พอมองเห็น ซาก อย่างน่าสลดหดหู่ ว่าคนที่ทำลายบ้านเมืองของเรานั้นมิใช่ข้าศึกศัตรูที่ไหนเลย เป็นพี่น้องของเราที่มักอ้างว่านับถือพระพุทธศาสนา แต่กับทำลายวัดและพระพุทธรูป อย่างไร้ คุณธรรมที่น่าสังเกต คือฐานพระประธาน ถูกขุดลงไปลึก จนเห็นกรุพระ เป็นห้องขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 2เมตร ส่วนร่องรอยพระประธานไม่มีให้เห็น คงจะขุดทำลายไปสิ้น  ด้านหลังพระวิหาร มีเสารองรับหลังคาอีกหลายต้นที่พอสังเกตได้ น่าจะเป็น ห้องที่ยื่นออกไปอีกห้องแต่ก็ยับเยินเช่นกันด้านข้างพระวิหาร มีศาลา กุฏี  บ่อน้ำ อีกเป็นจำนวนมาก แสดงว่าวัดตะแบกคู่เป็นวัดขนาดใหญ่  เมื่อสังเกตและศึกษาอย่างชัดเจนแล้วจะเห็นว่าวัดเพการาม กับวัดตะแบกคู่ น่าจะเป็นวัดเดียวกัน โดยมีเจดีย์ประธาน อุโบสถ และพระวิหาร อยู่เรียงกันไป แต่กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นสองวัด  ด้านหน้าเรียกว่าวัดเพการาม ด้านหลัง เรียกว่าวัดตะแบกคู่ ควรได้ศึกษากันให้ชัดเจนเพื่อเป็นหลักฐานที่ถูกต้องต่อไป
           วัดตะแบกคู่ ไม่มีสัณฐานของเจดีย์ประธานพบแต่ เนินดินขนาดใหญ่ อยู่ด้านหลังวิหารและด้านข้างวิหาร เมื่อดูอย่างละเอียดแล้วพบว่าเป็นศาลามิใช่เจดีย์ประธาน.การศึกษาสถาปัตยกรรมของเมืองมรดกโลก เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะ   กำแพงเพชร  สุโขทัย ศรีสัชนาลัย อยุธยา ล้วนมีความยิ่งใหญ่ที่เป็นตัวของตัวเอง  ไม่เหมือนกัน ไม่ซ้ำกัน แต่ละแห่งล้วนมีเสน่ห์ให้น่าศึกษายิ่ง  การศึกษาภูมิปัญญาของ  บรรพบุรุษ  ทำให้เราภูมิใจ ในความเป็นกำแพงเพชร อย่างที่สุด

 

ที่ตั้ง : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร 62000 ตามทางหลวงหมายเลข 101 ถึงหลัก กม.ที่ 360 เลี้ยวซ้ายเข้าอุทยานฯ เปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. หรือสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 055-711921, 055-712528

รายละเอียด และ อัตราค่าธรรมเนียมต่าง ๆ : อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ชาวไทย 20 บาท : ชาวต่างประเทศ 100 บาท 

อัตราค่ายานพาหนะ

รถจักรยานสองล้อ  คันละ 10 บาท/คัน

รถจักรยานยนต์ คันละ 20 บาท/คัน

รถจักรยานสามล้อ คันละ 20 บาท/คัน

รถจักรยานยนต์สามล้อ คันละ 30 บาท/คัน

รถยนต์ทุกชนิด คันละ 50 บาท/คัน

 แหล่งที่มาขอข้อมูล     http://sunti-apairach.com/03N/03NJ.htm

คำสำคัญ : วัดตะแบกคู่

ที่มา : อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นางสาวฐิติพร ผางดวงดี


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=190&code_db=DB0011&code_type=F001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดเจดีย์กลางทุ่ง

วัดเจดีย์กลางทุ่ง

เมืองนครชุม ในช่วงที่เจริญรุ่งเรืองสูงสุด ในสมัยสุโขทัย มีการสร้างเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือ ทรงดอกบัวตูม ไว้หลายแห่ง อาทิ วัดพระบรมธาตุนครชุม เดิมเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน เจดีย์ที่ บ้านโนนม่วง และเจดีย์ที่วัดเจดีย์กลางทุ่ง ล้วนเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ทั้งสิ้น

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 290

 วัดดงหวาย

วัดดงหวาย

วัดดงหวาย วัดที่อยู่นอกบริเวณอรัญญิกของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ วัดดงหวาย ก่อนที่จะเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ วัดดงหวาย มีชื่อเสียงมาก ในการค้นพบพระเครื่องและพระบูชา วัดดงหวายตั้งอยู่แนวถนนพระร่วง เป็นวัดขนาดใหญ่

เผยแพร่เมื่อ 22-02-2017 ผู้เช้าชม 141

วัดเสด็จ

วัดเสด็จ

วัดเสด็จเป็นวัดมหานิกาย ประวัติความเป็นมาของวัดนี้ไม่มีหลักฐานและบุคคลใดยืนยันได้ละเอียด แต่พอจะสันนิษฐานว่า สมัยเมืองกำแพงเพชรในอดีต ประชาชนที่ตั้งหลักฐานทำมาหากินอยู่นอกตัวเมือง คงจะร่วมใจกันสร้างวัดนี้ขึ้น เดิมชื่อวัดราชพฤกษ์ และเท่าที่ทราบมาสาเหตุที่เรียกชื่อวัดนี้ว่า “วัดเสด็จ”

เผยแพร่เมื่อ 22-02-2017 ผู้เช้าชม 162

วัดป่าแลง

วัดป่าแลง

วัดป่าแลง ภายในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร มีวัดร้างที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอย่างมากมายนับร้อยวัด วัดป่าแลงเป็นวัดหนึ่งที่อยู่หน้าวัดหมาผี ได้รับการบูรณะและตกแต่งอย่างงดงามถูกต้องตามหลักการและนับว่าสมบูรณ์ที่สุดโดยมีข้อมูลอย่างครบถ้วน นับว่าน่าศึกษายิ่งนัก วัดป่าแลง เป็นวัดขนาดกลางมีเนื้อที่ 21,700 ตารางเมตร มีบ่อแลงโดยรอบ จึงเรียกกันตามชื่อสามัญว่าวัดป่าแลง

เผยแพร่เมื่อ 22-02-2017 ผู้เช้าชม 140

วัดบาง

วัดบาง

หลวงพ่อเพชร วัดบาง เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดกำแพงเพชรอีกองค์หนึ่ง ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารที่วัดบาง โดยปกตินั้นจะไม่ให้บุคคลทั่วไปเข้าไปสักการบูชา แต่ปัจจุบันได้มีการเปิดให้กับผู้ที่เลื่อมใสได้เข้าไปสักการบูชา 

เผยแพร่เมื่อ 22-02-2017 ผู้เช้าชม 98

วัดวังพระธาตุ (วัดท้าวแสนปม)

วัดวังพระธาตุ (วัดท้าวแสนปม)

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองไตรตรึงษ์ มีวังแม่น้ำปิงขนาดใหญ่ใกล้บริเวณวัด คนในท้องถิ่นเรียกว่า "วัดวังพระธาตุ" ภายในมีโบราณสถานที่สำคัญคือ เจดีย์พระประธานทรงข้าวบิณฑ์ (ทรงดอกบัว) ศิลปะสุโขทัย 

เผยแพร่เมื่อ 11-02-2017 ผู้เช้าชม 98

วัดตะแบกคู่

วัดตะแบกคู่

เป็นอีกวัดหนึ่ง ที่อยู่ในเขตอรัญญิกเมืองกำแพงเพชร อยู่ถัดจากวัด เพการามไปประมาณ 20 เมตร  มีต้นตะแบกขนาดใหญ่ยืนตระหง่านอยู่หน้ากำแพงพระวิหาร อายุของต้นตะแบกนี้ราว200 ปี 

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 94

วัดช้างรอบ

"วัดช้างรอบ" ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

วัดช้างรอบ เป็นวัดใหญ่ตั้งอยู่บนเนินสูง มีพระเจดีย์ใหญ่ตั้งอยู่กลางลานสี่เหลี่ยมที่ฐานเป็นรูปช้างครึ่งตัวเห็นแต่ 2 ขาหน้า หันศรีษะออกจากฐานรายรอบเจดีย์ เป็นช้างทรงเครื่อง จำนวน 68 เชือก

เผยแพร่เมื่อ 02-02-2017 ผู้เช้าชม 199

วัดกะโลทัย

วัดกะโลทัย

ที่ท้ายเมืองเก่าของกำแพงเพชร มีวัดอยู่ทางทิศตะวันออก นอกกำแพงเมือง พงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐเรียกว่า วัดยม เป็นวัดขนาดใหญ่ เป็นที่พักทัพ ของ กษัตริย์ อยุธยาที่ยกมาเมืองกำแพงเพชร หรือไปตีเมืองเหนือ ลักษณะของวัดที่ปรากฏ มีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือเจดีย์ทรงดอกบัวตูม ขนาดใหญ่ที่งดงามและสมบูรณ์ ที่สุด และเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ องค์เดียว ทางฝั่งกำแพงเพชร วัดนี้ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดกะโลทัย เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ในยุคเดียวกับการสร้างเมืองนครชุม มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือเป็นวัดที่ได้เคยใช้เป็นที่ประทับแรมของกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งยกทัพไปตีเมืองเหนือ วัดกะโลทัยมีโบราณสถานที่ โดดเด่น คือเจดีย์ทรงดอกบัวตูม หรือทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ เช่นเดียวกับวัดเจดีย์กลางทุ่ง และ วัดวังพระธาตุ

 

เผยแพร่เมื่อ 11-02-2017 ผู้เช้าชม 154

วัดพระสี่อิริยาบถ หรือ วัดพระยืน

วัดพระสี่อิริยาบถ หรือ วัดพระยืน

มณฑปจตุรมุข ซึ่งมีรูปแบบเหมือนดังที่พบที่วัดเชตุพนและวัดพระพายหลวง จ.สุโขทัย จากจารึกลานเงินที่พบบริเวณเจดีย์รอบมณฑปได้กล่าวไว้ว่าพระมหามุนีรัตนโมลีเป็นผู้สร้างและเสด็จพ่อพระยาสอยเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชรในยุคนั้น โดยโบราณสถานแห่งนี้ มีเอกลักษณ์ตรงที่แต่ละทิศเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ปางหรือ 4 อิริยาบถ อันได้แก่ อิริยาบถยืน (ปางประทานอภัย)  อิริยาบถเดิน (ปางลีลา) อิริยาบถนั่ง (ปางมารวิชัย) และอิริยาบถนอน (ปางไสยาสน์) โดยปัจจุบันเหลือเพียงอิริยาบถยืน (ปางประทานอภัย) ที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์กว่าอิริยาบถอื่นๆ กล่าวคือพระพักตร์เป็นลักษณะพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัยแบบกำแพงเพชร คือพระนลาฏกว้างพระหนุเสี้ยม

         
         

เผยแพร่เมื่อ 08-02-2017 ผู้เช้าชม 398