วัดปากอ่าง

วัดปากอ่าง

วัดปากอ่าง

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้ชม 8

[16.3799931, 99.5103265, วัดปากอ่าง]

ประวัติ         
   วัดปากอ่างในเป็นวัดใหม่ เริ่มสร้างเมื่อประมาณ 2525 แต่เดิมเริ่มแรกชื่อสํานักวิปัสสนาอุทัยทอง และยังไม่ได้เป็นวัดเพราะไม่มีพระอุโบสถ ที่ดินเริ่มแรกประมาณ 10 ไร่ มากกว่า 15 ไร่ เจ้าอาวาสพระครูประคุณวชิราภรณ์ ปัจจุบันเป็นเจ้าคณะตำบลอ่างทอง และยังเป็นอุปฌาย
เจ้าอาวาส      พระครูประคุณวชิราภรณ์

คำสำคัญ : วัด

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=950&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดวังทอง

วัดวังทอง

ประวัติ     
       วังทอง ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลวังทองอำเภอเมืองกำแพงเพชรจังหวัดกำแพงเพชร วัดวังทองตั้งวัดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ. ศ. 2540 โดยนายตันนายเชียง ใจหลัก ชาวบ้านวังทอง เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัด โดยนิมนต์หลวงพ่อเหน่ง ซึ่งเป็นพระภิกษุที่มาพำนัก ณบ้านวังทอง ให้มาพำนักวัดที่สร้างนี้ โดยชาวบ้านร่วมกันสร้างอาคาร เสนาสนะ ต่อมา นายจรูญ และนางเม้า ยอดจิ๋ว ได้บริจาคที่ดินประมาณ 2 ไร่ ให้ขุดสระไว้ใช้ในฤดูร้อนประมาณปีพ.ศ 2529 หลวงพ่อเหน่ง ได้นิมนต์พระอาจารย์เมฆ มาดูแลวัดวังทอง ต่อมาประมาณปีพ.ศ 2537 พระอาจารย์เมฆ ได้ดำเนินการขออนุญาตใช้ที่ดิน จากกรมป่าไม้เพื่อความถูกต้อง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 27 มกราคมพ.ศ 2548 เขตวิสุงคาม สีมา กว้าง 30 เมตรยาว 60 เมตร เจ้าอาวาส พระครูสุวรรณวชิรกิจ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดศรีภิรมย์

วัดศรีภิรมย์

ประวัติ   

         ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 2 บ้านคลองขลุง ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 55 ไร่ 3 งาน 44 ตารางวา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เดิมตั้งอยู่เหนือตลาดคลองขลุง อยู่ริมคลองขลุงฝั่งซ้ายปัจจุบัน วัดนี้เดิมชื่อ "วัดพิกุลทอง" พ.ศ.2451 หลวงพ่ออ้วน มีภูมิลำเนาเดิมที่พระตะบอง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา ใด้มาเรียนหนังสือที่วัดจักรวรรดิติราชาวาส กรุงเทพฯ เมื่อเรียนพอมีความรู้บ้างเล็กน้อย ก็เกิดมีโรคประจำตัวเลยต้องออกจากวัด แล้วก็ได้เดินทางขึ้นมาทางจังหวัดกำแพงเพชร ได้ขึ้นมาถึงอำเภอคลองขลุงและได้มาพักที่วัดพิกุลทอง ซึ่งเป็นวัดไทย (วัดพิกุลทองนั้นมี 2 วัด คือ วัดไทยกับวัดพม่า,วัดพม่าอยู่ฝั่งขวา) เมื่อหลวงพ่ออ้วนได้มาพักอยู่ที่วัดพิกุลทอง วัดไทยกำลังเสื่อมลง พระก็ไม่ค่อยมีอยู่

        ต่อมาชาวบ้านคลองขลุงที่เป็นฝ่ายไทยซึ่งมีมรรคทายกนำ เป็นหัวหน้าพร้อมด้วยนายเถา นายโกสน ชักชวนชาวบ้านโดยมีหลวงพ่ออ้วนเป็นประธาน ช่วยกันย้ายวัดพิกุลทองซึ่งตั้งอยู่ฝั่งนี้มาตั้งอยู่ที่ท้ายตลาดคลองขลุง อยู่ใต้ที่ว่าการอำเภอคลองขลุงในปัจจุบันนี้ เมื่อย้ายวัดมาแล้วก็ช่วยกันสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้น ต่อมาได้ปลูกศาลาการเปรียญขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศล เมื่อช่วยปลูกสร้างวัดพอเป็นหลักฐานแล้ว ก็ทะนุบำรุงนิมนต์พระสงฆ์ให้มาจำพรรษามิได้ขาด พ.ศ 2461 ย้ายมาได้ประมาณ 8 ปีเศษ วัดมีความเจริญเป็นหลักฐาน หลวงสรรค์สิทธิกิจ นายอำเภอคลองคลุง มีความศรัทธาได้สละทรัพย์ของตนออกสร้างอุโบสถ โดยชักชวนราษฎรให้เข้าร่วมด้วยกำลังกาย และกำลังทรัพย์บ้างตามสมควรแต่ศรัทธา

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี

ประวัติ

ตั้งอยู่ที่ 116 หมู่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง พ.ศ.2498 ได้เริ่มสร้าง ดำเนินการโดย ผู้ใหญ่เปรื่อง ฤกษ์หร่าย ได้บริจาคที่ดิน 18 ไร่ พ.ศ.2512 ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2512 วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี เริ่มแรก สร้างวัด ได้ปั้นพระพุทธรูป ปางนาคปรก 1 องค์ หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยก่ออิฐ แกนไม้ ต่อมาไม้ผุทำให้พระล้มลง และองค์พระได้แตกไป เหลือแต่เศียร นอนไว้ใต้ต้นโพธิ์ ไม่สามารถทำองค์ใหม่ได้ ต่อมา ชาวบ้านได้สร้างพระนาคปรก ขึ้นใหม่อีก 1 องค์ กลางลานวัด มาปี พ.ศ. 2550 ได้ให้ช่างทำองค์พระขึ้นใหม่โดยใช้เศียร เก่ามาต่อ แต่ไม่มีนาคปรกและให้นามใหม่ว่า พระพุทธวัชรมงคล ปี พ.ศ. 2550 ได้เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมากเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2551 ได้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับเขต เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก

เผยแพร่เมื่อ 11-03-2018 ผู้เช้าชม 7

วัดหงษ์ทอง

วัดหงษ์ทอง

ประวัติ    
        วัดหงษ์ทอง (หลวงพ่อจุล) หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณ (จุล อิสสร ญาโณ) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อจุล เจ้าอาวาสวัด หงษ์ทองและอดีตเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร
 ประวัติ หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณนามสกุล พุทธชาติ ฉายา อิสสรญาโณ ท่านได้อุปสมบท ณ วัดหงษ์ทอง เมื่อปี พ.ศ. 2460 โดยจำพรรษาแรกที่วัดสิงคาราม แต่ท่านไปมากับวัดหงษ์ทองเป็นประจำ
ต่อมาญาติโยมชาวบ้านสลกบาตรพร้อมใจกันอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาสวัด หงษ์ทอง ท่านเป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนาและเป็นผู้ที่เอาใจใส่ในกิจการของพระศาสนาด้วยดีตลอดมา ท่านเป็นพระเถระที่มีกิตติศัพท์ที่เลื่องลือและสำคัญองค์หนึ่งเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด
ท่านมีคุณาประการแก่พระศาสนาอเนกประการนับว่าท่านเป็นอัฉริยะตั้งอยู่ในฐานะอภิปูชนียบุคคลสมเป็นที่เคารพนับถือและรักใคร่แก่ศิษยานุศิษย์ ญาติมิตรและสาธุชนทั่วไป ท่านได้อบรมสั่งสอนให้ประพฤติ ปฏิบัติตามธรรมวินัย คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างดีตลอดมา จนกระทั่ง ท่านมรณภาพ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 10

วัดอุดมศรัทธาราม

วัดอุดมศรัทธาราม

ประวัติ    
        วัดอุดมศรัทธาราม ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.2460 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันทธ์ พ.ศ.2460 ตั้งอยู่ที่ หมู่ 1 ตำบลป่าพุทรา ขาณุวรลักษบุรี นมัสการหลวงพ่อเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปทองคำ ปางสะดุ้งมาร มีฐานเป็นบัวเม็ด มีเกศเป็นก้นหอย หน้าตักกว้างประมาณ 29 นิ้ว สูงประมาณ 39 นิ้ว จะจัดในช่วงเดือนธันวาคม หรือ มกราคมของทุกปี

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดป่าดอยลับงา

วัดป่าดอยลับงา

ประวัติ
วันที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (สมเด็จพระญาณสังวร ) ทรงเป็นอุปัชฌาย์         หลังจากรับนิมนต์ ท่านรับดูแลวัดป่าดอยลับงาอย่างดีตลอดมา ด้วยบารมี และบุญกุศล ที่พระอาจารย์นภดลนันทโน บำเพ็ญมา ทำให้มีผู้เลื่อมใส ศรัทธาวัดป่าดอยลับงา ตลอดมา กว่า ๒๐ปึ  ทุกวันอาทิตย์ จะมีลูกศิษย์ และผู้เลื่อมใส ในวัตรปฏิบัติของท่าน มาทำบุญ กันอย่าง มากมายทุกวัน
      วันนี้ วันศุกร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เดินทาง ไปสำรวจและทำสารคดี โทรทัศน์ชุดวัดป่าดอยลับงา  โดยเดินทางไปกับ มุก  คุณปัทมวดี  ไฮซีค น้องสาวที่น่ารัก  และอาจารย์ รุ่งเรือง สอนชู กับเพื่อน เดินทางไปช่วงบ่าย ไปพบกับ ครูบาชู  ลูกศิษย์ หลวงพ่อนภดล ท่านนำชม วัดพร้อมเล่า ประวัติ วัดป่าดอยลับงา อย่างละเอียด น่าสนใจ
      แต่เดิม เขาลูกนี้ เรียกว่า ดอยลับงา มาช้านาน เหตุที่เรียกเพราะ จะมีโขลงช้างป่า มาลับงา ที่เขาลูกนี้ จึงร่ำลือกันและเรียกขานเขานี้ว่า  ดอยลับงา  บนยอดเขา  มีธารน้ำในฤดูฝนไหลลงมา สู่เบื้องล่างอย่างงดงาม  ร่องรอย แห่งการกัดเซาะของธรรมชาติ ดูเป็นศิลปะที่ไม่ต้องในใครมาตกแต่ง อย่างวิจิตร  บนยอดเขา มีพระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาทประดิษฐานอยู่ เขาดอยลับงาแห่งนี้ จึงถูกกล่าวขานกันว่าศักดิ์สิทธิ์นัก
                ท่านรับรองเราที่ ศาลา อเนกประสงค์ เป็นกุฏิ ของพระอาจารย์นภดล เป็นหอฉันและเป็นที่ประดิษฐานของ พระธาตุ ของ หลวงตามหาบัว  นับว่า มหัศจรรย์มากที่ พระธาตุของหลวงตามหาบัว กลายเป็นแก้วผลึก มีผู้คนมากราบไหว้ ตลอดเวลา ภายในห้องมีภาพของ พระอาจารย์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต กว่า สิบรูป ล้วนเป็นพระสุปฏิปันโน ทั้งสิ้น นับว่า ได้มีโอกาสมาชม บารมี ของ พระสงฆ์ สำคัญของสังคมไทย ทุกองค์
 จากนั้นครูบาชู พาเราไปชม โบสถ์ ของวัดป่าดอยลับงา ที่ได้รับวิสุงคามสีมา เรียบร้อยแล้ว ไม่มีสภาพ เหมือนโบสถ์โดยทั่วไป  แต่ภายในสามารถทำ กิจกรรมของสงฆ์ได้ทั้งหมดทุกเรื่อง นับว่าแปลกไปจากวัดทั่วไป
       ครูบาชู นำเราไปชม กุฏี ของพระป่า ที่ตั้งอยู่ในแมกไม้ ตามโขดหิน ต่างๆ ไกลจากกัน มากต่างไม่สามารถมองเห็นกันได้ ไม่มี ไฟฟ้าใช้ ต้องจุดเทียน และใช้ไฟฉาย แต่ละแห่ง ใช้แค่จำวัดและวิปัสสนาเท่านั้น บริเวณกุฎี มี สถานที่สำหรับเดินจงกรม อย่างน่าพิศวง ระยะทางที่ไม่ไกลนัก แต่ วิเวก และน่าสะพรึงกลัวเพียงใด แม้แต่เวลากลางวัน ไปหลายคนยังวิเวก เพียงนี้ ในยามค่ำคืน จะวิเวกปานใด ท่านพาเราไปชม ในแต่ละจุด ที่อยู่ห่างจากกัน ประมาณ ๕๐ เมตร จุดที่ตั้งกุฎิ ล้วน มีชัยภูมิ ที่เหมาะสม จะนั่งวิปัสสนา อย่างยิ่ง
          เราเพลินใจไปกับ ธรรมชาติ อย่าง หลงใหล ในความงามแห่งขุนเขา เงาไม้ สายธารทิวทัศน์ของวัดป่าดอยลับงา อยู่เป็นเวลานาน  ในการสนทนากับครูบาชู ท่านสอดแทรกธรรมะให้เราคิดตลอดเวลา  การไปศึกษาวัดป่าดอยลับงาในครั้งนี้ นับว่า เป็นประโยชน์ แก่ผู้ใฝ่รู้ยิ่งนัก
 แม้มีภารกิจมากเพียงใด ยังอดหวนคิดไปไม่ได้ว่า สักวันหนึ่งอาจมีโอกาส ได้มาสัมผัสกับความวิเวก ในป่าเขา เงาไม้และสายธาร ที่วัดป่าดอยลับงาแห่งนี้ สัก สัปดาห์ สักเดือน สักปี หรือ ชั่วชีวิต วัดป่าดอยลับงา ความวิเวก ที่หาได้ ใกล้แค่เอื้อมนี่เอง

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 4

วัดวังประดา

วัดวังประดา

ประวัติ       
     วัดวังประดา ตั้งอยู่ที่หมู่ 12 ตำบลไตรตรึงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร วัดวังประดาตั้งวัดเมื่อวันที่ 28 เดือนธันวาคมพ.ศ 2533 มีพระประธานประจำศาลาการเปลี่ยนขนาดหน้าตักกว้าง 29 นิ้วสูง 36 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2519 ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 15 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เจ้าอาวาสวัดคือ พระฐปกรอินุทาโก  (รก.)

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดสังฆานุภาพ

วัดสังฆานุภาพ

มโนปณิธานในการก่อสร้างวัดสังฆานุภาพ

         หลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ตั้งใจจะพัฒนาพุทธอุทยานประวัติศาสตร์ 5,000 ปี ให้เป็นวัดในพระพุทธศาสนา พร้อมทั้งประทานนามอารามขึ้นมาใหม่ว่า “วัดสังฆานุภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา, เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ, เพื่อบูชาพระคุณหลวงพ่อ พระมงคลเทพมุนี หลวงพอ่ วัดปากน้ำ ผู้เป็น มหาปูชนียาจารย์, เพื่อเป็นสถานที่ประกอบบุญพิธีของ พุทธศาสนิกชน, เพื่ออนุรักษ์และเชิดชูศิลปกรรม หรือ สถาปัตยกรรม อันเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย ประการสำคัญ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเอง และเพื่อการสร้างบุญกุศลเพิ่มขึ้นแก่พุทธศาสนิกชน ผู้ได้ ถวายจตุปัจจัยในโอกาสที่ได้รับอาราธนาไปปฏิบัติศานสกิจใน ที่ต่างๆ สิ่งสำคัญที่สุด นั่นคือ ทุนทรัพย์การสร้างวัดในครั้งนี้ นอกจากคณะสงฆ์และสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมบริจาคแล้ว “ที่เหลือล้วนเป็นทุนทรัพย์ส่วนตัวของหลวงพ่อเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทั้งสิ้น”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดคฤหบดีสงฆ์

วัดคฤหบดีสงฆ์

ประวัติ         

   อยู่ที่บ้านท่าพุทรา หมู่ที่ 3 ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง ห่างจากถนนสายพหลโยธิน ประมาณ 200 เมตร ถ้าเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์ ไปทางเหนือตามถนนพหลโยธิน ทางวัดจะอยู่ทางขวามือ จะมีป้ายบอกทางเข้าบ้านท่าพุทรา ระหว่าง กิโลเมตรที่ 83-84 และ จากจังหวัดกำแพงเพชร ไปทางใต้ตามถนนสายพหลโยธิน ทางเข้าวัดจะอยู่ทางซ้ายมือระหว่างกิโลเมตรที่ 37-38 มีป้ายบอกว่าเข้าบ้านท่าพุทรา

          วัดนี้เป็นเก่าแก่วัดหนึ่งในเขตอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร คงมีอายุเป็นร้อยปี ทั้งนี้ เพราะมีคนแก่ที่บ้านท่าพุทราเองเล่าให้ฟังว่า เมื่อเกิดมาจำความได้ก็เห็นมีวัดมาแล้วอย่างนี้ ตามที่สันนิษฐานดูแล้ว บ้านท่าพุทราเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มาก ตามปกติคนไทยเรานับถือพระพุทธศาสนา มีศาสนาพุทธเป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อไปอยู่ที่แห่งใดก็ต้องสร้างวัดขึ้นมา พร้อมกับหมู่บ้านเพื่อเป็นที่ทำบุญ และเพื่อเป็นที่ประกอบการกุศลอื่น ๆ อีก เช่น บวชลูกหลานเป็นต้น เพราะคนไทยถือว่า ถ้าเป็นผู้ชายเมื่ออายุครบ  20 ปี บริบูรณ์  จะต้องบวชพระกันทุกคน ถ้าไม่บวชเรียกว่าคนดิบ ฉะนั้น วัดท่าพุทรานี้ก็คงจะสร้างขึ้นมาพร้อมกับบ้านท่าพุทรา ถึงจะหลังบ้างก็คงไม่กี่ปี แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่มีใครทราบแน่นอนว่าสร้างกันขึ้นมาแต่เมื่อไร ต่อมาได้รับเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อ พ.ศ.2511

           ที่ดินที่สร้างวัดมีจำนวน 20 ไร่ 2 งาน 54 ตารางวา ทิศเหนือจดที่ดินนายยั้ว คชวารี ทิศใต้จดถนนกรมทางเข้าตลาดท่าพุทรา ทิศตะวันออกจดแม่น้ำปิง ทิศตะวันตกจดคลองยาง

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 6

วัดบ้านไร่

วัดบ้านไร่

ประวัติ        
    วัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)
“วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๕๖ เวลา ๕ โมงเช้า ถึงวัดบ้านไร่ วัดนี้เป็นสำนักสงฆ์ เพิ่งตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคมศกนี้  มีพระ ๔ รูป พระปลั่ง พรรษา ๑๘ เป็นเจ้าอาวาส ชาวบ้านมาเฝ้าราว ๑๕๐ คน”
ข้อความบางส่วนจาก จดหมายเหตุ สมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส  เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ ในมณฑลฝ่ายเหนือ  ที่บันทึกถึงวัดบ้านไร่
พระปลั่ง ผู้สร้างวัดบ้านไร่คือ พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  (ปลั่ง  พรหมโชโต)  เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ และเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร
จากบันทึกของ นายริ้ว โทเมฆ  การสร้างวัดบ้านไร่ (วัดราษฎร์เจริญพร)   เมื่อปี พุทธศักราช ๒๔๕๕ บ้านไร่มีประชากร ประมาณ ๕๐ หลังคาเรือน เมื่อต้องทำพิธีกรรมทางศาสนา ชาวบ้านต้องไปทำที่วัดราชพฤกษ์ศรัทธาราม ตำบลหนองปลิง ซึ่งอยู่คนละฝั่งแม่น้ำปิง ลำบากมาก
ผู้ริเริ่มสร้างวัดใหม่ที่หมู่บ้านไร่ คือ นายชวน เที่ยงตรง  ท่านจึงได้เป็นผู้นำ ในการหารือชาวบ้านไร่ ว่าสมควรสร้างวัดบ้านไร่ หรือไม่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นสมควรให้สร้างวัดใหม่ ที่บ้านไร่  โดยได้รับการบริจาคที่ดิน จาก  นางน้อม หนูเที่ยง และนางสกุล ซึ่งมีที่ดินอยู่กลางหมู่บ้าน  มีความกว้าง ๔๐ วา  ความลึก ตามที่คณะกรรมการวัดต้องการ ชาวบ้านได้ไปนิมนตร์พระอาจารย์ปลั่ง ( พระวิเชียรโมลี ศรีวชิรปราการ คณาภิรักษ์สังฆปาโมกข์  ) มาเป็นประธานในการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เพราะบริเวณบ้านไร่ มีญาติพี่น้องของพระอาจารย์อยู่หลายท่าน  (เดิมเป็นสำนักสงฆ์ ) มีพระอาจารย์ปลั่งเป็นเจ้าอาวาส อยู่ สามปี พระอาจารย์ปลั่ง ได้ให้นามวัดนี้ว่า วัดราษฎร์เจริญพร

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 7