บายศรีปากชาม

บายศรีปากชาม

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้ชม 31

[16.3858304, 99.5097984, บายศรีปากชาม]

ลักษณะ  ลักษณะบายศรี รองด้วยชาม ที่มี ขนาดเหมาะสม ตัวแม่มี ๕ ลูก จำนวน ๓ ด้าน และมีลูก ๓ ลูก แซมอีก ๓ ด้าน จากนั้น จะมีแมงดา ที่แม่บายศรี อีกทั้ง ๓ ด้าน ตรงกลาง จะม้วนเป็น กรวยด้วยใบ ตองตานี ภายในใส่ข้าวสวย ไว้ภายใน ยอดบายศรี จะใช้ไข่ต้มเสียบ ส่วนรอบๆ จะมีการประดับไปด้วย ดอกไม้มงคลต่างๆ บายศรีปากชาม เป็นบายศรี ที่ใช้ในการ สักการบูชา เทพยดา ครูบาอาจารย์ ในการบวงสรวง เทพยดาในทุกๆ พิธีกรรม จะขาดบายศรีปากชาม ไม่ได้

          การใช้งาน สามารถใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ ได้หลายพิธีเลย เช่น ใช้ในพิธีการไหว้ครู ใช้ในพิธีที่ต้องการบรวงสรวง หรือมีการบูชาเซ่นไหว้เทวดาองค์รักษ์ พิธีการฉลองต่าง ๆ หรือที่มักเอาไว้ทำการบายศรีสู่ขวัญก่อนจะมีการแสดงครั้งใหญ่

          อุปกรณ์ในการทำ 1. ใบตอง (ควรให้ใบตองกล้วยตานี)

  1. พานแว่นฟ้า ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ผูกติดกันไว้ด้วยลวด และรองพื้นพานด้วยโฟม
  2. ภาชนะปากกว้างสำหรับใส่น้ำแช่ใบตอง 2 ใบ
  3. สารส้ม
  4. น้ำมันมะกอก ชนิดสีเหลือง หรือขาว
  5. ไม้ปลายแหลม (ขนาดไม้เสียบลูกชิ้น) ประมาณ 20-30 อัน
  6. ดอกไม้ (ดอกพุด ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย ฯลฯ)
  7. กรรไกร สำหรับตัดใบตอง
  8. ลวดเย็บกระดาษ

วิธีการทำ                                    

  1. ใบตองสำหรับตัวยอด หรือแม่บายศรีฉีกกว้าง 5 นิ้ว จำนวน 3 ชิ้น
  2. ตัวรอง หรือลูก ฉีกกว้าง 3 นิ้ว จำนวน 18 ชิ้น
  3. ผ้านุ่ง ฉีกกว้าง 2 – 2.5 นิ้ว จำนวน 9 ชิ้น
  4. กรวยฉีกกว้าง 6.5 นิ้ว จำนวน 2 ชิ้น
  5. แมงดา ฉีกกว้าง 3.5 นิ้ว จำนวน 3 ชิ้น

วิธีพับตัวรองและตัวยอด

1.จับใบตองมุมบนซ้ายมือพับเฉียงจากกึ่งกลางลงมาประมาณ1/2ของความกว้าง

  1. ทบใบตองต่อกันมาประมาณ 3 ทบ
  2. พับและปรับแต่งใบตองที่เหลือให้มีความกว้างเสมอกัน

4.นำตัวยอดและตัวรอง6 ตัวมาเรียงให้ลดหลั่น เย็บตรึงให้แน่น

วีธีเย็บตัวบายศรี

1.ใช้ใตองที่มีส้นตองตรงเสมอกันทำผ้านุ่ง

  1. นำผ้านุ่งวางทาบด้านหลังหลังตัวบายศรี
  2. พับริมผ้านุ่งด้านบนลงมา ด้านขวาทับด้นซ้ายปรับแต่งระดับให้เท่ากัน เย็บตรึงให้แน่น
  3. นุ่งผ้านุ่งให้ครบทั้ง 3 ชั้น จัดระห่างให้สวยงาม

การทำแมงดาแบบตัดแต่ง

1.พับทบใบตองตามความยาว ตัดใบตองโค้งมนประมาณ1/4 ของความสูง ขลิบใบตองลึกเข้าไป0.5 ซ.ม.

  1. ฉีกใบตองส่วนที่ขลิบไว้ออก ทำต่อไปจนเหลือยอดที่มีขนาดตามต้องการ
  2. ตัดยอดแมงดาให้เป็นยอดแหลม จะได้แมงดาแบบตัด

การประดิษฐ์กรวยแบบเรียบ

  1. จับใบตองซ้อนสลับทางให้ริมเสมอกัน แล้วม้วนริมจากซ้ายเข้ามา
  2. ม้วนจนสุดริมใบตองจะได้ส้นริมใบตองทั้งฉาก กลัดเข็มหมุด ตัดชายให้เสมอกัน
  3. ฉีกใบตองกว้าง 1 ซ.ม. มอบปากกรวยการสานนมสาว
  4. ฉีกใบตองไม่เกิน 0.5 ซ.ม. 2 ชิ้น จับตองสลับทางแข็งอ่อนเฉียงออกจากกัน เย็บตรึงกับปากกรวย ไว้สลับกันไปมาเย็บตรึงช่วงที่ไขว้กันจะได้นมสาวอวบอิ่ม

คำสำคัญ : บายศรี

ที่มา : 253/1 หมู่ 1

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=941&code_db=DB0019&code_type=002

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

บายศรีหลัก

บายศรีหลักเป็นบายศรีสลับกันไป เช่น ชั้นแรก ๓๒ ลูก หรือ ๑๖ ลูก ชั้นต่อไปก็ลดลงตามแต่ผู้สั่งจะสั่งทำ บายศรีหลักจะมี ๙ ชั้น หรือ ๗ ชั้น หรือ ๕ ชั้นแล้วแต่การใช้ในแต่ละงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในพิธีไหว้ครูใช้ในงานพิธีสำคัญ เช่น บายศรีทูลพระขวัญ ในพิธีทูลพระขวัญ บายศรีหลักที่ใช้ในพิธีจะใช้บายศรีเดี่ยว ๑ หลัก ถ้าใช้ในพิธีกรรมอื่นนิยมใช้เป็นคู่ หรือถ้าจะใช้แบบเดี่ยว ต้องตั้งบายศรีหลักไว้ตรงกลาง

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 27

บายศรีพานพุ่ม

เครื่องบูชาในพิธีทางศาสนา เป็นเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ในวันสำคัญของพระมหากษัตริย์ ใช้ถวายพระพรในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระมหากษัตริย์ไทย

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 37

บายศรีตองรองทองขาว

บายศรีตองรองทองขาว เป็นบายศรีทำด้วยใบตองอย่างบายศรีของราษฎรที่เรียกว่า บายศรีใหญ่ หรือบายศรีต้น มี ๕ ชั้น หรือ ๗ ชั้น ตัวบายศรีม้วนเป็นกรวยมุมแหลมซ้อน ๓ ชั้น เจิมรอบแป้นไม้ รัดเอวบายศรีด้วยหยวกกล้วย ตรงกลางทำเป็นดอกประจำยามซึ่งทำจากมะละกอและฟักทองแกะสลัก บายศรีประเภทนี้เมื่อทำเสร็จแล้วจะนำไปตั้งบนพานทองขาวขนาดใหญ่ จึงเรียกว่า บายศรีตองรองทองขาว ส่วนใหญ่จะตั้งคู่กับบายศรีแก้ว ทอง เงิน สำรับใหญ่ ใช้ในการพระราชพิธีอย่างใหญ่ เช่น พระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญ เป็นต้น เดิมบายศรีประเภทนี้ใช้ในการพระราชพิธีโสกันต์ และการพระราชพิธีอุปสมบทนาคหลวงที่เป็นพระราชวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าขึ้นไป ต่อมาได้เลิกธรรมเนียมดังกล่าวไปตามกาลสมัย

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 24

บายศรีปากชาม แบบที่ 4

บายศรีปากชามค่อนข้างจะเป็นบายศรีที่มีความสำคัญมากเลยล่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วบายศรีประเภทอื่น ๆ ก็มักจะมีแม่แบบมาจากตัวบายศรีปากชามเลย หรือจะให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือ ตัวบายศรีปากชามนั้นเป็นแม่แบบให้แก่บายศรีอื่น ๆ นั่นเอง โดยตัวบายศรีปากชามมักจะถูกล้อมรอบไปด้วยใบตองจับจีบเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตกแต่งอยู่รอบ ๆ มีกรวยใบตองม้วนตั้งอยู่บนกลางองค์บายศรี บนยอดกรวยเองก็มีไข่ต้มและดอกไม้ประดับประดาอยู่เต็ม ภายในกรวยม้วนเองนั้นก็มีการบรรจุข้าวตอกและดอกไม้อยู่ภายใน และมีการตั้งตัวบายศรีไว้บานปากชามงาม ๆ จึงเป็นที่มีของชื่อว่าบายศรีปากชาม แต่ถ้าไม่สามารถที่จะหาชามรูปงามมาเพื่อใส่ตัวบายศรีได้เลย

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 36

บายศรีพรหมประกาศิต

บายศรีพรหมมีหลายแบบ เช่น บายศรีพรหม บายศรีพรหมสี่หน้า บายศรีพรหมประกาศิต ฯลฯ อาจมีชื่อเรียกแตกต่างกัน ตามแต่ละท้องถิ่น แต่ก็จะมีลักษณะที่เหมือนกันคือ ต้องมีแม่ ๑๖ นิ้ว จำนวน ๔ ทิศ และลูก ๙ นิ้ว จำนวน ๔ ทิศเหมือนกัน ถึงจะเป็นพรหมสี่หน้า ถ้านับด้านใดด้านหนึ่งก็จะมีจำนวน ๑๖ นิ้ว เหมือนกัน

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 32

บายศรีบัตรพลี

บัตรพลีจะมี 4 ลักษณะ 1.บัตรพลีเทวดามีชั้น 9 ชั้น 2.บัตรพลีเทพนพเคราะห์ 3.บัตรพลีเจ้ากรุงพาลี 4.บัตรพลีทั่วไปมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมมี 3 ชั้น

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 229

ขันบายศรีไหว้สามังคละ

 การประดิษฐ์ชุดขันไหว้สามังคละ   ประดิษฐ์ขึ้นตามความเชื่อของชาวล้านนาในเรื่องการยกยอบุคคลสำคัญที่ผู้มอบ ให้การเคารพนับถือ  ซึ่งความหมายขององค์ประกอบของขันมังคละ

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 24

บายศรีแต่งงาน

บายศรีจะมีความสูงที่ 3 ชั้น หรือ 7 ชั้นก็ได้ เป็นบายศรีที่ใช้ในการเริ่มต้นของชีวิตคู่

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 28

บายศรีพิธีกรรม

บายศรีของพระมหากษัตริย์ซึ่งมักจะแยกเป็นองค์บายศรีและพระราชพิธีบายศรีในสมัยโบราณกษัตริย์ทุกพระองค์จะทรงใช้บายศรีเป็นส่วนประกอบสำคัญในพระราชพิธีต่างๆ

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 27

บายศรี 1 ชั้น

บายศรี เป็นของสูงเป็นสิ่งที่มีค่าของคนไทย ตั้งแต่โบราณมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่เกิดจะจัดพิธีสังเวยและทำขวัญในวาระต่างๆ ซึ่งจะต้อง มีบายศรีเป็นสิ่งสำคัญในพิธีนั้นๆ ซึ่งเป็นศาสนพิธีของพราหมณ์ ในโบราณมีการเรียกพิธีสู่ขวัญ ว่า บาศรี เหตุที่เรียกว่า บาศรี เนื่องมาจากเป็นพิธีสำหรับ บุคคลชั้นเจ้านายผู้ใหญ่ทำกัน จึงมีคำว่า บา อยู่ด้วย “บา” ในภาษาโบราณอีสานใช้เป็นคำนำหน้าเรียกเจ้านาย เช่น บาท้าว บาบ่าว บาคราญ เป็นต้น ส่วนคำว่า ศรี หมายถึงผู้หญิงและสิ่งที่เป็นสิริมงคล บาศรี จึงหมายถึง การทำพิธีที่เป็นสิริมงคลแต่ปัจจุบันนี้ คำว่า บาศรี ไม่ค่อยนิยมเรียกกันแล้ว มักนิยมเรียกว่า บายศรี เป็นส่วนมาก 

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 102