บายศรีสู่ขวัญ

บายศรีสู่ขวัญ

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้ชม 65

[16.3858304, 99.5097984, บายศรีสู่ขวัญ]

ข้อมูลทั่วไป     

          ลักษณะ เป็นพานขวัญธรรมดา ๓ ชั้น ๕ ชั้น ชั้นล่างมีบายศรีดอกไม้ ข้าวต้ม ขนม กล้วย ชั้นที่ ๒ , ๓, ๔ มีบายศรีดอกไม้ ชั้น ๕ มีบายศรีดอกไม้ ฝ้ายผูกแขน เทียนเวียนหัว ๗ ชั้น จัดพานรอง ๓ ชั้น บายศรี ๔ ชั้น แล้วจัดพานอีกใบหนึ่งสำหรับใส่ผ้าผืนแพรวา แว่น หวี น้ำอบ น้ำหอม สร้อย แหวน ส่วนประกอบอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้แก่ หมาก พลู บุหรี่ อาหาร ข้าวต้ม ขนมหวาน ไก่ต้ม สุรา จัดวางประกอบไว้อย่างสวยงาม

          การใช้งาน ขึ้นบ้านใหม่ บวชนาค แต่งงาน เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง พระภิกษุเลื่อนสมณศักดิ์ หรือผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาสู่ท้องที่ จะต้องเดินทางไกล ย้ายที่อยู่ เป็นพิธีมงคลที่นิยมทำกันมากทั้งในงานเล็กน้อยภายในครอบครัว หรือจัดเป็นพิธีใหญ่โตตามฐานะ

          อุปกรณ์  1.    ใบตอง (ควรให้ใบตองกล้วยตานี)

  1. พานแว่นฟ้า ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ผูกติดกันไว้ด้วยลวด และรองพื้นพานด้วยโฟม  3.    ภาชนะปากกว้างสำหรับใส่น้ำแช่ใบตอง 2 ใบ
  2. สารส้ม
  3. น้ำมันมะกอก ชนิดสีเหลือง หรือขาว
  4. ไม้ปลายแหลม (ขนาดไม้เสียบลูกชิ้น) ประมาณ 20-30 อัน
  5. ดอกไม้ (ดอกพุด ดอกดาวเรือง ดอกบานไม่รู้โรย ฯลฯ)
  6. กรรไกร สำหรับตัดใบตอง
  7. ลวดเย็บกระดาษ

          วิธีการทำ  ใบตองที่นำมาใช้สำหรับทำบายศรี มักนิยมใช้ใบตองจากกล้วยตานี เนื่องจากเป็นใบตองที่มีลักษณะเป็นเงา มันวาว เมื่อโดนน้ำจะยิ่งเกิดประกายสีเขียวเข้มสวยงามยิ่งขึ้น และที่สำคัญ ใบตองจากกล้วยตานี มีความคงทน ไม่แตกง่าย ไม่เหี่ยวง่าย สามารถนำมาพับม้วนเป็นรูปลักษณะต่างๆได้ง่าย และสามารถเก็บไว้ได้นานหลายวัน หรือถ้ารักษาโดยหมั่นพรมน้ำบ่อยๆ ใบตองกล้วยตานี จะสามารถคงทนอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์ทีเดียว เมื่อได้ใบตองกล้วยตานีมาแล้ว จะต้องนำมาทำความสะอาดก่อน ด้วยการเช็ด โดยใช้ผ้านุ่มๆ เช็ดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกต่างๆออกจากใบตองเสียก่อน โดยการเช็ด จะต้องใช้ผ้าเช็ดตามรอยของเส้นใบไปในทางเดียว อย่าเช็ดกลับไปกลับมา หรืออย่าเช็ดขวางเส้นใบเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ใบตองเสียหาย มีรอยแตก และช้ำ ทำให้ไม่สามารถนำใบตองมาใช้งานได้เต็มที่ เมื่อเช็ดสะอาดดีแล้ว ก็ให้พับพอหลวมๆ เรียงซ้อนกันไว้ให้เป็นระเบียบ เพื่อรอนำมาใช้งาน การฉีกใบตองเพื่อเตรีมทำกรวยบายศรีใบตองที่ได้ทำความสะอาดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หยิบมาทีละใบ แล้วนำมาฉีกเพื่อเตรียมไว้สำหรับม้วนหรือพับ ทำกรวยบายศรี

การพับหรือฉีกใบตอง แบ่งเป็นสามประเภทคือ

1.ใบตองสำหรับทำกรวยแม่ ฉีกกว้างประมาณ 2 นิ้วฟุต

  1. ใบตองสำหรับทำกรวยลูก ฉีกกว้างประมาณ 2 นิ้วฟุต

3.ใบตองสำหรับห่อ ฉีกกว้างประมาณ 1.5 นิ้วฟุต

 ใบตองแต่ละประเภท ควรฉีกเตรียมไว้ให้ได้จำนวนที่ต้องการ กล่าวคือ ถ้าทำพานบายศรี 3 ชั้น ชั้นละ 4 ทิศ ( 4 ริ้ว ) นั่นก็หมายถึงว่าจะมีริ้วทั้งหมด 12 ริ้ว ในแต่ละริ้ว จะประกอบด้วยกรวยแม่ 1 กรวย และ กรวยลูก 9 กรวย รวมทั้งสิ้น จะมีกรวยแม่ 12 กรวย และ กรวยลูก 108 กรวย แสดงว่าจะต้องมีใบตองสำหรับทำกรวยแม่ 12 ชิ้น ใบตองสำหรับทำกรวยลูก 108 ชิ้น ใบตองสำหรับห่อ 120 ชิ้น นั่นเอง แต่ใบตองสำหรับห่อ จะต้องเตรียมไว้เพื่อห่อริ้วอีก คือใน 1 ริ้วจะประกอบไปด้วย กรวยแม่ 1 กรวย กรวยลูก 9 กรวย ซึ่งจะต้องมาห่อรวมกัน ดังนั้น จึงต้องเพิ่มใบตองสำหรับห่ออีก  120 ชิ้น รวมเป็นใบตองสำหรับห่อ 240 ชิ้น  การพับกรวย และห่อกรวย การพับหรือห่อกรวย หมายถึงการนำใบตองที่ฉีกเตรียมไว้แล้วสำหรับพับกรวย มาพับ โดยการพับกรวยแม่และกรวยลูกจะมีลักษณะวิธีการพับเหมือนกัน คือ การนำใบตองมาพับม้วนให้เป็นกรวยปลายแหลม เพียงแต่กรวยลูกจะมีการนำดอกพุด มาวางเสียบไว้ที่ส่วนยอดปลายแหลมของกรวยด้วย เมื่อพับหรือม้วนใบตองเป็นกรวยเสร็จในแต่ละกรวยแล้ว ให้นำลวดเย็บกระดาษ มาเย็บใบตองไว้เพื่อป้องกันใบตองคลายตัวออกจากกัน แล้วเก็บกรวยแต่ละประเภทไว้จนครบจำนวนที่ต้องการ เมื่อได้กรวยแต่ละประเภทครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว ก็นำกรวยที่ได้มาห่อ โดยการนำใบตองที่ฉีกเตรียมไว้สำหรับห่อมาห่อกรวย หรือเรียกอีกอย่างว่า ห่มผ้า การห่อริ้วบายศรีและการแช่น้ำ การห่อริ้วบายศรี คือการนำกรวยแม่ และ กรวยลูกที่ได้ห่อกรวยไว้เรียบร้อยแล้ว มาห่อมัดรวมเข้าไว้ด้วยกัน ที่นิยมทำกัน ใน 1 ริ้ว จะประกอบด้วย กรวยแม่ 1 กรวย กรวยลูก 9 กรวย

วิธีการห่อริ้ว มีการห่อคล้ายกับการห่อกรวยแม่หรือกรวยลูก แต่จะแบ่งวิธีตามลักษณะงานที่ได้เป็น 2 วิธี คือ

  1. ห่อแบบตรง คือการห่อโดยเริ่มต้นจากกรวยแม่ แล้ววางกรวยลูกไว้ด้านบนกรวยแม่เป็นชั้นๆทับกันขึ้นมา หรือหันกรวยลูกเข้าหาตัวผู้ห่อ การห่อแบบนี้ จะได้ริ้วบายศรีค่อนข้างตรง และในช่วงตัวริ้ว จะมีรอยหยักของใบตองห่อเรียกว่า มีเกล็ด
  2. ห่อแบบหวาน คือการห่อ โดยเริ่มต้นจากกรวยแม่ แต่วางกรวยลูกไว้ด้านล่างของกรวยแม่ และวางซ้อนลงด้านล่างลงไปจนครบ หรือหันกรวยแม่เข้าหาตัวผู้ห่อ โดยวางกรวยลูกลงด้านล่างจนครบนั่นเอง การห่อแบบนี้ จะได้ริ้วบายศรีเป็นลักษณะอ่อนช้อย งอน อ่อนหวาน เมื่อห่อริ้วจนเสร็จในแต่ละริ้วแล้ว จึงนำริ้วที่ได้ลงแช่ในน้ำผสมสารส้มที่เตรียมไว้ประมาณ 20 นาที เพื่อให้ใบตองเข้ารูปทรง อยู่ตัวตามที่ได้พับและห่อ จากนั้น จึงนำไปแช่ในน้ำผสมน้ำมันมะกอกต่อไป เพื่อให้ริ้วมีความเป็นมันวาว เน้นสีเขียวแข้มของใบตองมากขึ้น และมีกลิ่นหอมในตัวเอง

การประกอบพานบายศรี

การน้ำริ้ว มาประกอบกับพาน ควรเริ่มต้นจากพานใหญ่สุด หรือพานที่วางอยู่ชั้นล่างสุดก่อน โดยการวางให้ริ้วอยู่บนพานให้มีระยะห่างเท่าๆกัน 4 ริ้ว ( 4 ทิศ ) ซึ่งจะยึดริ้วติดกับพานโดยใช้ไม้ปลายแหลมที่เตรียมไว้แล้ว มากลัด หรือเสียบจากด้านบนของริ้วให้ทะลุไปยึดติดกับโฟมที่รองไว้บนพื้นพานการประกอบริ้วกับพานชั้นกลาง และชั้นบนสุด ก็ใช้วิธีเดียวกัน แต่จะต้องให้ริ้วชั้นที่ 2 วางสลับกับริ้วชั้นแรก และริ้วบนพานชั้นบนสุด ก็ให้สลับกับริ้วบนพานชั้นกลาง การประกอบริ้วกับพานชั้นบนสุด ให้ห่อใบตองเป็นกรวยขนาดใหญ่พอควรวางไว้เป็นแกนกลางของพาน เมื่อวางริ้วทั้ง 4 ริ้วเสร็จแล้ว ให้รวบปลายสุดของริ้วทั้ง 4 เข้าหากัน โดยมีกรวยที่ทำเป็นแกนกลางอยู่ด้านใน แล้วนำใบตองม้วนเป็นกรวยขนาดใหญ่อีกกรวย มาครอบทับยอดทั้ง 4 ของริ้วไว้ ซึ่งจะทำให้พานบายศรีที่ได้ มียอดแหลมที่สวยงามและมั่นคง จากนั้นจึงนำใบไม้ (ส่วนใหญ่จะนำใบไม้ที่มีชื่อเป็นมงคล เช่น ใบเงิน ใบทอง ) มาวางรองบนพาน เพื่อปกปิดไม่ให้มองเห็นโฟมที่ รองพื้นพาน และนำดอกไม้สีสด เช่น ดอกบานไม่รู้โรย หรือดอกดาวเรือง มาประดับบนพานเพิ่มความสวยงามหรือทำมาลัย สวมบนยอด หรือทำเป็นอุบะร้อยรอบพานแต่ละชั้น ก็จะเพิ่มสีสัน และความสวยงามให้แก่พานบายศรีมากขึ้น

คำสำคัญ : บายศรี

ที่มา : 253/1 หมู่ 1

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=1023&code_db=DB0019&code_type=002

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

บายศรีพรหม

ประดับตกแต่งให้สวยงามด้วยดอกไม้มงคล ภายในกรวยที่อยู่ตรงกลางจะบรรจุด้วย หญ้าแพรก ใบโพธิ์ ใบขนุน ดอกเข็ม ประดับ ใช้ใน พิธีการ บวงสรวงพระพรหม

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 297

บายศรีเล็ก

บายศรีขนาดเล็กนำใบตองมาม้วนเป็นรูปกรวยใส่ข้าวสุกข้างใน ตั้งกรวยคว่ำไว้กลางชามขนาดใหญ่ ให้ยอดแหลมของกรวยอยู่ข้างบนและบนยอดให้ใช้ไม้เสียบไข่ต้มสุกปอกเปลือกที่เรียกว่า “ไข่ขวัญ” ปักไว้โดยมีดอกไม้เสียบต่อขึ้นไปอีกที การจัดทำบายศรีเพื่อประกอบพิธีกรรมตอนเช้ามักจะมีเครื่องประกอบบายศรีเป็นอาหารง่ายๆ

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 178

ขันหมากเบ็ง

นิยมนำดอกหมากเบ็งมาสักการบูชาพระพุทธรูปตามถ้ำ หมากเบ็งนิยมทำชั้นในภาคอิสาน

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 65

บายศรีผูกข้อมือ

บายศรีจะมีความสูงที่ 3 ชั้น ถึง 7 ชั้น เป็นบายศรีที่ใช้ในการเริ่มต้นของชีวิตคู่

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 57

บายศรีฉัตราภรณ์

ประกอบตัวบายศรี 7 ชั้นรูปทรงเรียวแหลมไร้ขนาดให้ปลายกลีบเป็นเส้นโค้งสวยงามจัดลงในชาม

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 166

บายศรีเทพแปดทิศ

บายศรีทำจากใบตองสดและริบบิ้นโทนสีชมพู-ขาว ฐานห่อใบตองจับจีบคาดด้วยดิ้นเงิน-ทองเพื่อความสวยงาม

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 91

บายศรีบัลลังก์

บายศรีบัลลังก์บรมครู บายศรีบัลลังก์ศิวะ บายศรีบัลลังก์นารายณ์ (ส่วนใหญ่จะทำเป็นรูปพญานาค มี ๕ - ๗ เศียรที่เรียกกันว่า บายศรีพญานาค) บายศรีบัลลังก์พระยาครุฑ บายศรีบัลลังก์ธรรมจักร บายศรีบัลลังก์พระพิฆเนศ บายศรีบัลลังก์จุฬามณี

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 65

บายศรีปัญญาพร

ตัวบายศรีพับด้วยกลีบหน้านาคประกอบตัวบายศรี 9 ชั้นกรวยบายศรีม้วนกรวยเกลี้ยงเย็บกลีบดอกกุหลาบตกแต่งบายศรีด้วยดอกคัตเตอร์เชียงใหม่สีชมพูหรือสีม่วงดูสดใสสวยงาม

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 154

บายศรีเทพ

บายศรีเทพ ใช้ในพระราชพิธีต่างๆ สำหรับบวงสรวง เทพ พรหม เทวาอารักษ์ ประกอบด้วยบายศรี เก้าชั้น ทั้งหมด แปดตัว ประดับพานด้วยดอกดาวเรือง กุหลาบและดอกรัก ยอดตัวบายศรีปักด้วยเม็ดโฟม และเข็มหมุด ห้อยอุบะดอกรักประดับยอด ด้วยดอกดาวเรือง และดอกบัว

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 422

บายศรีปากชาม แบบที่ 3

บายศรีปากชามค่อนข้างจะเป็นบายศรีที่มีความสำคัญมากเลยล่ะ เพราะส่วนใหญ่แล้วบายศรีประเภทอื่น ๆ ก็มักจะมีแม่แบบมาจากตัวบายศรีปากชามเลย หรือจะให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือ ตัวบายศรีปากชามนั้นเป็นแม่แบบให้แก่บายศรีอื่น ๆ นั่นเอง โดยตัวบายศรีปากชามมักจะถูกล้อมรอบไปด้วยใบตองจับจีบเป็นรูปร่างต่าง ๆ ตกแต่งอยู่รอบ ๆ มีกรวยใบตองม้วนตั้งอยู่บนกลางองค์บายศรี บนยอดกรวยเองก็มีไข่ต้มและดอกไม้ประดับประดาอยู่เต็ม ภายในกรวยม้วนเองนั้นก็มีการบรรจุข้าวตอกและดอกไม้อยู่ภายใน และมีการตั้งตัวบายศรีไว้บานปากชามงาม ๆ จึงเป็นที่มีของชื่อว่าบายศรีปากชาม แต่ถ้าไม่สามารถที่จะหาชามรูปงามมาเพื่อใส่ตัวบายศรีได้เลย

เผยแพร่เมื่อ 16-03-2018 ผู้เช้าชม 59