ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย
ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย ปราการเหล็กที่ไม่ยอมสยบ ปี พ.ศ. 1916 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือ "ขุนหลวงพะงั่ว" กษัตริย์สายลุยแห่งกรุงศรีอยุธยา กรีธาทัพหลวงขึ้นเหนือ เป้าหมายคือการกวาดล้าง "เมืองชากังราว" เมืองหน้าด่านสำคัญที่ยังคงแข็งเมือง ไม่ยอมก้มหัวให้อุ้งมือของอยุธยา ศึกครั้งนี้ไม่ใช่สงครามระหว่างสองมหาอำนาจที่ยกทัพชนกันเต็มกำลังอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในเวลานั้น อาณาจักรสุโขทัยในฐานะรัฐเอกภาพได้ล่มสลายลงเกือบหมดแล้ว! ขุนหลวงพะงั่วสยบดินแดนสุโขทัยไปตั้งแต่ พ.ศ. 1914 และหลังจากศึกชากังราวครั้งแรกนี้ อีกเพียง 2 ปี (พ.ศ. 1918) พระองค์ก็ยึด "เมืองสองแคว" (พิษณุโลก) ได้สำเร็จ พร้อมกวาดต้อนเจ้าเมืองและไพร่พลกลับลงใต้ แต่เหลือเพียงที่นี่ที่เดียว... "เมืองชากังราว" ปราการสุดท้ายที่แข็งขืนอย่างไม่เกรงกลัว จนขุนหลวงพะงั่วต้องยกทัพมาตีถึง 4 ครั้งตลอดรัชกาล! และการบุกครั้งแรกในปี พ.ศ. 1916 นี้เอง คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์สงครามยืดเยื้ออันยาวนาน
เปิดตัวแม่ทัพ: ใครเป็นใครในศึกนี้
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 12
ศึกชากังราว (ตอนที่ 2/4) พ.ศ. 1919: เมื่อพันธมิตรเมืองน่านขอร่วมวง!
เว้นช่วงไป 3 ปีให้หลังจากการรบครั้งแรกที่ "พญาไสแก้ว" ต้องจบชีวิตลงกลางสนามรบ... สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) กษัตริย์สายลุยแห่งอยุธยา ก็ไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ค้างคา ทรงยกทัพหลวงขึ้นเหนือกลับมาเช็กบิลเมืองชากังราวเป็นครั้งที่สองในปี พ.ศ. 1919 ทว่าเที่ยวนี้ พญาคำแหง เจ้าเมืองชากังราวผู้รอดชีวิตจากศึกก่อน ไม่ได้ยืนเดียวดายอีกต่อไป! เพราะเขาได้ดึง ท้าวผาคอง เจ้าเมืองน่าน ซึ่งเป็นมิตรแท้สายตรงของสุโขทัย เข้ามาร่วมวงต้านทัพอยุธยาด้วย ทำให้ศึกครั้งนี้ฉากทัศน์ขยายใหญ่เกินกว่าแค่เรื่องของชากังราวเมืองเดียวไปเสียแล้ว สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) แม่ทัพใหญ่แห่งอยุธยา ผู้ยกทัพขึ้นเหนือมาอีกหน หมายปราบชากังราวให้สยบใต้รอยไถให้ได้ พญาคำแหง เจ้าเมืองชากังราวสายเหนียว รอดจากศึกแรกมาได้ ก็รีบดึงพันธมิตรมาผนึกกำลังแท็กทีมวางแผนสู้ศึก ท้าวผาคอง เจ้าเมืองน่าน พันธมิตรสายตรงผู้พาคนจากเมืองน่านมาร่วมต้านการขยายอำนาจของอยุธยา ด้วยเหตุผลด้านความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับฝ่ายสุโขทัยที่มีมาแต่เดิม
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 33
ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว
ศึกชากังราว (ตอนที่ 3/4) พ.ศ. 1921 เมื่อ "มหาธรรมราชา" ออกถวายบังคม ชัยชนะที่อาจยังไม่ใช่บทสุดท้ายศึกชากังราว หลังจากศึกใหญ่ในปี พ.ศ. 1919 ผ่านไปได้เพียงสองปี สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือขุนหลวงพะงั่ว ยังไม่ทรงละความพยายามในการขยายอำนาจขึ้นสู่ดินแดนทางเหนือ ปี พ.ศ. 1921 กองทัพอยุธยาเคลื่อนพลขึ้นสู่เมืองชากังราวอีกครั้ง นับเป็นการยกทัพครั้งที่สาม และเป็นศึกที่แม้พระราชพงศาวดารจะบันทึกไว้เพียงไม่กี่บรรทัด แต่กลับทิ้งคำถามสำคัญให้ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ถกเถียงกันมาจนถึงปัจจุบัน ครั้งนี้ ผู้บัญชาการฝ่ายเมืองชากังราวถูกเรียกว่า "มหาธรรมราชา" พระนามนี้เองที่กลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะพงศาวดารไม่ได้อธิบายว่ามหาธรรมราชาพระองค์นี้คือใครกันแน่
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 13-08-2026 ผู้เช้าชม 71
Google search
-
ฐานข้อมูล - 225 ประวัติความเป็นมา
- 213 แหล่งท่องเที่ยว
- 38 บุคคลสำคัญ
- 196 ประเพณีและวัฒนธรรม
- 122 พระเครื่อง
- 60 วรรณกรรมพื้นบ้าน
- 210 ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- 137 อาหารพื้นบ้าน
- 144 โบราณสถาน
- 445 สมุนไพรพื้นบ้าน
- 179 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
- 64 โบราณวัตถุ
- 102 หน่วยงานราชการ
- 171 โรงแรมและที่พัก
- 46 ของฝาก
ม้งจะชอบตั้งบ้านอยู่บนดอยสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งม้งบางกลุ่มจะมีการปลูกฝิ่นเป็นพืชหลัก แต่ในปัจจุบันนี้ ม้งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้
ขนมกระยาสารท ในสมัยก่อนเป็นขนมทีทำขึ้นในช่วงทำบุญวันสารทไท ช่วงเดือนตุลาคม เป็นการทำบุญอุทิศส่วนบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และจะมีการตักบาตรด้วยก
ต้นกระบากใหญ่ ขึ้นในบริเวณหุบเขาของป่าดงดิบ มีขนาดความโตวัดโดยรอบได้ 16.10 เมตร ความสูง 50 เมตร ต้องใช้คนประมาณ 12 คน จึงจะโอบได้รอบลำต้น อยู่ห่างจ
การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างหนึ่งที่สามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศไทย ช่วยฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชน






