ไก่แจ้

ไก่แจ้

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้ชม 75

[16.3447978, 99.8708770, ไก่แจ้]

     
            ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว ส่วนใหญ่จะเป่าเป็นรูปสัตว์ในเทพนิยาย, สัตว์ในท่าทางต่าง ๆ และสามารถเป่าเป็นรูปต่าง ๆ ได้ตามสั่ง ซึ่งใช้ตกแต่งประดับเพื่อความสวยงาม และใช้เป็นของชำร่วย ในการพิธีต่างๆ ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ปัจจุบัน ชาวบ้านโนนจั่น หมู่ ๑ ตำบลทุ่งทอง อำเภอทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร ได้ประกอบอาชีพหัตถกรรมเป่าแก้วเป็นจำนวนมาก โดยการส่งเสริมของนายณรงค์ แสงอะโน ประธานกลุ่มเป่าแก้ว บ้านโนนจั่น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นจำนวนมาก 
ซึ่งมีขั้นตอนการผลิต ดังนี้ 
            วัสดุที่ใช้ในการผลิตผลงาน
            1. แก้วโบโรซิลิเคต (แก้วทนไฟ) ขนาด ๑ - ๓๕ มิลลิลิต (ขึ้นอยู่กับขนาดของงาน)
            2. ก๊าซออกซิเจน
            3. ก๊าซหุงต้ม
            4. ทรายละเอียด
            5. น้ำทอง ๒๒ K
            6. สีทาแก้ว
 
            แหล่งที่มาของวัสดุ
            1. แก้วโบโรซิลิเคต นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ต้องสั่งจากจังหวัดกรุงเทพ
            2. วัสดุอื่นๆ เช่น ก๊าซออกซิเจน , ก๊าซหุงต้ม, ทรายละเอียด, น้ำทอง ๒๒ K , สีทาแก้วหาได้ในท้องถิ่น
            
            เครื่องมือที่ใช้ในการผลิต
            1. แว่นตา (กันแสง)
            2. อุปกรณ์เสริม ตามความเหมาะสม เช่น คีม แท่งคาร์บอน เหล็กแท่ง เป็นต้น

            ขั้นตอนกระบวนการผลิต 
            1. เตรียมแท่งแก้ว
            2. จุดไฟ และเร่งความแรงของไฟให้ได้ประมาณ ๑,๒๐๐ องศา
            3. ใส่แว่นตาเพื่อป้องกันแสงจากไฟ
 
            ขั้นตอนการผลิต
            1. นำแก้วมาเป่าขึ้นรูปด้วยไฟ อุณหภูมิ ๑,๒๐๐ องศาเซลเซียส  
            2. เก็บรายละเอียดด้วยความพิถีพิถัน หากต้องการทำเป็นรูปสัตว์ ให้นำแก้วจี้ไฟ ให้เกิดความร้อนแล้วขึ้นรูปจากหาง ไปยังขา ลำตัว และหัว (แล้วแต่ความถนัดของช่าง)  
            3. เก็บรายละเอียด เช่น เล็บ หนวด ให้ใช้เครืองมือที่มีลักษณะกลมมีขอบวงแเหวน เช่น น๊อต แล้วนำมาแต่งเป็นรูปขนโดนนำไปแตะที่ตัวแก้วแล้วหมุนไปมา เป็นเหมือนขนสัตว์ เป็นต้น
            4. การตั้งรูปแก้วที่เป็นรูปต่าง ๆ กับพื้นเพื่อการทรงตัวที่มั่นคง ให้นำแก้วที่ทำเสร็จแล้วและยังมีความร้อนคงอยู่แตะกับพื้นผิวเรียบที่เป็นคาร์บอนเบา ขั้นหลังการผลิต นำแก้วที่ผลิตเสร็จแล้วไปเป่าด้วยแก๊สออกซิเจน เพื่อไม่ให้แก้วเปราะและแตกง่าย การตกแต่งลักษณะพิเศษ การเป่าแก้วแรกเริ่มนั้นมีการจัดทำแบบธรรมดาที่เรียกว่า แก้วใส กล่าวคือ เมื่อนำแก้วแท่ง มาเป่าขึ้นเป็นรูปสัตว์หรือรูปทรงตามต้องการแล้วถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการเป่าขึ้นรูป สามารถบรรจุหีบห่อ เพื่อจำหน่ายได้ ในปัจจุบัน ได้มีการเพิ่มเทคนิคในการจัดทำซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สามารถดำเนินการได้ใน ๒ รูปแบบ คือ ๑. การพ่นทราย โดยใช้เครื่องปั้มลมพ่นทรายละเอียด ออกไปบริเวณที่ต้อง เช่น ที่หาง หนวด ขา หรือลำตัว เป็นต้น การพ่นทรายจะทำให้แก้วที่มีลักษณะใส มีสีขาวขุ่นเกาะบริเวณ ที่พ่น เมื่อสังเกตให้ดีจะเห็นเป็นรูปเล็ก ๆ ที่เกิดจากการที่ทราย ถูกอัดแล้วฉีดไปแรง ๆ กระทบกับวัตถุหรือแก้วตรงบริเวณที่ต้องการนั่นเอง ๒.การลงสีเคลือบทอง การลงสีนี้อาจจะผ่านขั้นตอนการพ่นทรายหรือไม่ก็ได้ โดยนำ สีทองมาทาลงในส่วนที่ต้องการ แล้วนำไปอบในเตาอบ ด้วยอุณหภูมิ ๖๕๐ C เป็นระยะเวลา ๓-๔ ชั่วโมง 
            ทั้งนี้เพื่อความสวยงาม คงทน ในการใช้งานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ เป็นวิธีทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาสูงขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก ระยะเวลาการผลิต ขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นงาน เช่น ขนาด S ใช้เวลา ๓๐ – ๖๐ ตัว/วัน ขนาด M ใช้เวลา ๒๐ – ๓๐ ตัว/วัน ขนาด L ใช้เวลา ๑๐ – ๒๐ ตัว/วัน วัตถุประสงค์ของการผลิต ๑ ใช้ตกแต่งประดับเพื่อความสวยงาม และใช้เป็นของชำร่วยในการพิธีต่าง ๆ ๒ เพื่อประกอบเป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ลักษณะพิเศษของงานชิ้นนี้ ผลิตจากการนำแท่งแก้วมาเป่าเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ต้องการ มีความสวยงามมาก ด้วยความใสของแก้วสามารถผลิตได้เป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามโอกาสและเวลา เช่น ๑๒ นักษัต , ถ้วยรางวัล , สัตว์ที่เป็นมงคล, ของชำร่วย เป็นต้น และได้มีการพัฒนาไปสู่การพ่นทราย และเคลือบทองซึ่งเป็นที่นิยม อย่างมาก ในต่างประเทศ (OTOP)
 
ภาพโดย : http://www.m-culture.in.th/album/81006
 

คำสำคัญ : ของใช้,ของประดับตกแต่ง,ของที่ระลึก.

ที่มา : http://www.thaitambon.com/shop/00830141514-กลุ่มหัตถกรรมเป่าแก้วบ้านโนนจั่น

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=437&code_db=610007&code_type=08

Google-Scholar : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

ช้างก้านกล้วย

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"ช้าง"เป็นสัตว์ที่มีอำนาจ พละกำลัง และฉลาด ถือสัตว์มงคลที่ช่วยนำความสำเร็จมาให้

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 34

สุนัข

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"สุนัข"เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งร่ำรวย แต่ต้องเป็นแบบรูปร่างสมบูรณ์แข็งแรง และน่ารัก ไม่ควรเป็นรูปหมาจิ้งจอก เพราะจะะนำความเสื่อมเสียมาให้

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 42

เต่า

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้วรูป" เต่า"ถือว่าเป็นสัตว์มงคลตามตำราฮวงจุ้ยของจีน อุปนิสัยชอบเดินหน้าอย่างเดียว ถอยหลังไม่เป็น เป็นสัญลักษณ์ของการอายุยืน ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่นคง เป็นเครื่องรางทางด้านการค้าขาย เรียกลาภและป้องกันคดีความ เหมาะสำหรับผู้ดำเนินธุรกิจค้าขาย สร้างความร่ำรวยก้าวหน้าต่อไป

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 27

เม่น

เม่น เป็นสัตว์ที่มีความเชื่อว่าสามารถสะบัดขนเข้าใส่ศัตรูได้แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อเม่นพบศัตรูจะรีบหันหลังให้แล้ววิ่งหนีไปพร้อมทั้งสั่นขนให้เกิดเสียงดังกราว ๆ เป็นการเตือน ไม่ให้ศัตรูเข้าใกล้ แต่ถ้าศัตรูยังวิ่งไล่อยู่เม่นจะรีบหยุดทันที พร้อมทั้งพองขนให้ตั้งชัน และวิ่งถอยหลังเข้าหา ศัตรูที่วิ่งตามไม่สามารถจะหยุดได้ทันจึงถูกขนเม่นทิ่มตำ ขนเม่นจะหลุดจากตัวเม่นได้ง่ายมาก มักจะติดไปกับสัตว์ที่เข้ามาทำอันตรายเสมอและอาจทำให้ศัตรูตายได้ ในอดีต พรานป่าที่เข้าไปล่าสัตว์มักจะนำสุนัขไปด้วยเพื่อช่วยดมกลิ่นและค้นหาสัตว์ป่าถ้าพบเห็นเม่นมันจะวิ่งไล่ทันที เมื่อเม่นหยุดวิ่ง สุนัขจะวิ่งชนเม่นทันทีจึงมักได้รับบาดเจ็บและมีขนเม่นติดตามตัว เมื่อเจ้าของสุนัขพบเข้าจึงคิดว่าเม่นสะบัดขนเข้าใส่ ทำให้เกิดความเชื่อผิด ๆ ตามกันมา

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 43

ไก่ชน

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"ไก่"เป็นสัตว์มงคล ที่สามารถนำมาใช้เพื่อสลายพลังปราณชี่พิฆาต ในลักษณะของหนอนพิฆาต เช่นบ้านที่สามารถมองเห็นเสาอากาศ ที่มีสายไฟระโยงระยาง เสาไฟฟ้าแรงสูง หรือเสาทีวีที่มีรูปทรงคล้ายหนอนหรือตะขาบ โดยมองจากทางหน้าต่างหรือประตูบ้าน ซึ่งลักษณะของหนอนพิฆาตนี้จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านมีเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ พลังปราณชี่หนอนพิฆาตเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการตั้งรูปปั้นไก่ให้หันหน้าไปยังปราณชี่พิฆาตนั้นๆ แต่เนื่องจากว่าไก่เป็นนักษัตรที่ไม่ถูกกับคนปีเถาะ ดังนั้นบ้านที่มีคนปีเถาะอยู่ควรหลีกเลี่ยงการใช้

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 30

นกแก้ว

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"นก"หมายถึงความอิสระ เปี่ยมไปด้วยจินตนาการและความสุข หากเป็นนกอินทรีย์ หมายถึงความสูงส่ง มีอำนาจบารมี ความยิ่งใหญ่ มองการณ์ไกล ถ้าเป็นนกกระเรียน จะช่วยเสริมหน้าที่การงานให้ราบรื่นและอายุยืนมีร่างกายแข็งแรง ส่วนนกยูง เป็นสัญลักษณ์ของความพร้อมพรั่ง มีความเจริญด้านการเงิน ความสุข ความโชคดีนกเหล่านี้จะใช้เป็นรูปปั้นหรือรูปภาพก็ได้ และหากเป็นภาพนกกาเหว่า ซึ่งถือเป็นนกแห่งโชคลาภและมงคลจะยื่งดีมาก โดยเฉพาะนกกาเหว่าที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ที่ชื่อว่า "อู๋ถง" จะยิ่งโชคดีเป็นพิเศษ

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 60

ช้าง

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้วรูปช้าง"ช้าง"เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและเกี่ยวข้องกับคนไทยในแต่ละยุคแต่ละสมัยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะในด้านการดำรงชิวิตที่ใช้ช้างเป็นแรงงานในการเกษตรกรรม ใช้เป็นพาหนะ หรือแม้ใช้ช้างในยามออกศึกสงคราม และที่สำคัญมากในสังคมไทยคือ ช้างเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและบารมี

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 30

กระต่าย

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว "กระต่าย" จัดว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมีอายุยืนเหมือนกับกวาง หากเป็นรูปกระต่ายสีแดงถือว่า เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นมงคล

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 72

ตี่จู้เอี๊ยะ

ศาลเจ้าที่หินอ่อน หรือ ตี่จู้เอี๊ยะ ผลิตจากหินอ่อนและหินหยกธรรมชาติ แท้ๆ ทั้งหลัง  แกะสลักโดยช่างมืออาชีพฝีมือคุณภาพ ทุกหลังถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย มงคลจีน ศาลเจ้าหินอ่อนถูกที่สูดในประเทศไทย  ศาลเจ้าหินอ่อนที่สวยที่สุด  จากช่างที่มีฝีมือและประสบการณ์มานานกว่า30ปี  นอกจากนี้เรายังเป็นโรงงานผลิต และจำหน่ายงานหัตถกรรมหินอ่อนทุกชนิด เช่น เจดีย์หินอ่อน, โต็ะหินอ่อน, งานหินอ่อน, ตะเกียงไต้หวั่นหินอ่อน, พระหินอ่อน, ลูกหมุนหินอ่อนมงคล, เจ้าแม่กวนอิมหินอ่อน, งาช้างหินอ่อน, แจกันหินอ่อน, งานหินอ่อนตามแบบตามสั่งทุกชนิด

เผยแพร่เมื่อ 07-02-2017 ผู้เช้าชม 126

จระเข้

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"จรเข้"จร เข้ เป็นสัญลักษณ์แห่งความมีเล่ห์เหลี่ยม หากนำมาตกแต่งบ้านเรือน จะมีอัปมงคล ทำให้มีแต่เรื่องเดือดร้อน มีคนคอยคิดมุ่งร้ายต่อคนในครอบครัว ทำให้อับโชคและมีอันตรายเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวบ่อย

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 33