การกินหมาก

การกินหมาก

เผยแพร่เมื่อ 21-02-2017 ผู้ชม 43

[16.2262883, 99.9198084, การกินหมาก]

             สมัยโบราณ การกินหมากเป็นวัฒนธรรมการกิน (จะเรียกว่าเป็นแฟชั่นสมัยก่อนก็ได้) อย่างหนึ่งของคนไทยและคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นที่นิยมทั้งในคนหนุ่มสาวและผู้สูงวัย ด้วยความเชื่อที่ว่า คนที่มีฟันดำคือคนสวย คนงาม อีกทั้งการเคี้ยวหมากยังสร้างความเพลิดเพลิน วันไหนไม่ได้เคี้ยวหมากพาลให้หมดเรี่ยวหมดแรง นั่งหาวหวอดๆ แต่ปัจจุบันคนที่ยังกินหมากจะเหลือเฉพาะผู้สูงอายุ หรือใช้เป็นของประกอบพิธีสำคัญๆ เช่น การทำขวัญหรือสู่ขวัญ การตั้งพิธีต่างๆ เท่านั้น
             สมัยก่อน ใครๆ ต่างจึงมีหมากพลูติดตัว จีบหมากจีบพลูใส่ซอง ใส่ถุงติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอ นึกอยากหมากพลูเมื่อใดก็หยิบขึ้นมาเคี้ยว หรือยื่นให้มิตรสหายได้เคี้ยวด้วยกัน  นอกจากนี้ หมากพลูในสมัยโบราณจึงเป็นตัวแทนของความเคารพ นับถือ และมิตรภาพ  เห็นได้จากภาพวาดตามฝาผนังวัดโบราณๆ จะมีภาพของผู้คนนั่งล้อมวงกินหมากพลูกัน ใช้เป็นส่วนประกอบในการประกอบพิธีสำคัญๆ  หรือแม้แต่สถาบันพระมหากษัตริย์เอง ก็จะมีเครื่องใส่หมากพลูรวมอยู่ในเครื่องบรมราชาภิเษกหรือหากเสด็จไป ณ ที่ใด ก็จะต้องมีผู้อัญเชิญพานพระศรีสำหรับใส่หมากพลูติดตามไปด้วย  ดังนั้น จึงพอจะสรุปได้ว่า หมากพลูเป็นวัฒนธรรมหนึ่งของสังคมไทยมาแต่ครั้งโบราณและเป็นที่นิยมทั้งชนชั้นสูงจนถึงประชาชนคนทั่วไป
             เชี่ยนหมาก หรือภาชนะใส่หมากพลู ในสมัยโบราณเป็นเสมือนสิ่งที่ใช้ต้อนรับแขกที่มาถึงเรือน ใครไปใครมาเจ้าบ้านก็จะต้องหยิบหมากพลูที่จีบ (ม้วนไว้แล้ว) ส่งให้ ถ้าเป็นผู้มีอาวุโสมากกว่า แต่ถ้าแขกมีอาวุโสเท่ากันหรือน้อยกว่าก็จะยื่นเชี่ยนหมากส่งให้ เป็นการสร้างบรรยากาศความเป็นกันเองระหว่างเจ้าบ้านกับแขกผู้มาเยือน
             นอกจากนี้เชี่ยนหมากยังถูกใช้เป็นเครื่องแสดงฐานะทางสังคมได้ว่าใครมียศถาบรรดาศักดิ์สูงแค่ไหน สามารถดูได้จากวัสดุที่ใช้ทำเชียนหมาก หากเป็นชาวบ้านตาสีตาสาทั่วไปก็จะเป็นเชี่ยนหมากไม้ธรรมดา หากมียศถาบรรรดาศักดิ์เชี่ยนหมากก็จะทำจากไม้แกะสลัก เครื่องเขิน ทองเหลือง เงิน หากเป็นชนชั้นกษัตริย์ก็จะทำจากทองคำ
             และถ้าลองมาค้นเชี่ยนหมากดูจะพบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของหมาก รวมอยู่ด้วย เช่น เต้าใส่ปูน ตะบันหมาก ยาเส้น กรรไกรหนีบหมาก ซองใส่พลู ขี้ผึ้งเคลือบริมฝีปากไม่ให้ปากตึงเพราะยางหมากและน้ำปูน และของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ของเจ้าของเชี่ยนหมาก
             ขั้นตอนการจีบหมากจีบพลูของคนสมัยก่อน จะเริ่มจากตักปูนจากเต้าปูนป้ายไปบนใบพลู ตามด้วยหมากชิ้นบางๆ จะเป็นหมากสดหรือหมากแห้งก็แล้วแต่ความชบอบ จากนั้นมวนใบพลูเป็นรูปกรวยเล็กๆ จากนั้นก็นำใส่ปากเคี้ยวไปเรืนอยๆ จนหมากจืด หมดรสฝาดจึงคายหมากทิ้งแล้วมวนใหม่ ส่วนยาเส้นนั้นจะใช้ปั้นก้อนเล็กๆ แล้วนำเช็ด ขัดสีฟัน เป็นการขัดเอายางหมากพลูออก ส่วนขี้ผึ้งใช้ทาริมฝีปากป้องกันปากตึง แตก
             วัฒนธรรมการกินหมากในไทยถูกสั่งห้ามในสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม หรือประมาณ ๖๐ – ๗๐ ปีมาแล้ว มีการประกาศห้ามทำสวนหมาก พลู ห้ามขายหมาก พลู  ด้วยเหตผลที่ว่าต่างชาติเห็นว่าการกินหมากปากแดงคล้ำ ดูเลอะเทอะสกปรก เป็นภาพที่ไม่ชวนมอง รัฐบาลในสมัยนั้นต้องการให้ต่างชาติเห็นว่าชาติไทย มีความเป็นอารยะ จึงประกาศห้ามกินหมาก

ภาพโดย : http://xn--k3cpjt9d6a4e.net/

 

คำสำคัญ : การกินหมาก

ที่มา : http://xn--k3cpjt9d6a4e.net/

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=150&code_db=610004&code_type=10

Google-Scholar : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

การกินหมาก

การกินหมากในสังคมไทยมีมาหลายศตวรรษ ประเทศในแถบตะวันออก ใช้หมากเป็นเครื่องดับกลิ่นปากและทำให้ฟันคงทน จากวรรณคดีเรื่องลิลิตพระลอ มีคำว่า สลา ซึ่งหมายถึงหมาก ปู่เจ้าสมิงพราย เสกหมากให้พระลอเสวย ที่เรียกกันว่าสลาเหิน หรือหมากบิน ทำให้พระลอลุ่มหลงในพระเพื่อนพระแพง คนฟันดำจึงเป็นคนสวยคนหล่อในอดีตของสังคมไทย

เผยแพร่เมื่อ 21-02-2017 ผู้เช้าชม 43

ประเพณีบุญข้าวจี่

บุญข้าวจี่เป็นประเพณีที่เกิดจากความสมัครสมานของชุมชนชาวบ้านจะนัดหมายกันมาทําบุญร่วมกันโดยช่วยกันปลูกผามหรือปะรํา เตรียมไว้ใน ตอนบ่าย ครั้นเมื่อถึงรุ่งเช้าในวันต่อมาชาวบ้านจะช่วยกันจี่ข้าว หรือปิ้งข้าวและตักบาตรข้าวจี่ร่วมกัน หลังจากนั้นจะให้มีการ เทศน์นิทานชาดก เรื่องนางปุณณทาสีเป็นเสร็จพิธี บุญข้าวจี่นิยมทำในราวกลางหรือปลายเดือนสาม

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 65

ประเพณีไหลเรือไฟ

ประเพณีไหลเรือไฟ เป็นประเพณีของชาวอีสาน ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “เฮือไฟ” จัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชารอยพระพุทธบาทของพระเจ้า ณ ริมฝั่งแม่น้ำนัมนที โดยมีประวัติความเป็นมาดังนี้ กล่าวคือพระพุทธเจ้าเสด็จไปฝั่งแม่น้ำนัมนที ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 34