วัดวชิราราม

วัดวชิราราม

วัดวชิราราม

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้ชม 109

[16.2669549, 99.685758, วัดวชิราราม]

ประวัติ          
  ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลท่าพุทราอำเภอคลองขลุงจังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 13 ไร่ วัดวชิรารามตั้งเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์พ. ศ. 2519 โดยมีการสร้างวัด ประมาณปีพ.ศ 2515 และได้มีการขอสร้างวัดตั้งวัดในเวลาต่อมา มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 30 นิ้วสูง 48 นิ้ว สร้างเมื่อพ.ศ. 2517 เจ้าอาวาสวัด พระอธิการเสียง ครุธมโม
เจ้าอาวาส      พระอธิการเสียง ครุธมโม

คำสำคัญ : วัด

ที่มา : ม.5

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นักศึกาษา รหัส 5912206


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=956&code_db=DB0018&code_type=001

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

วัดหงษ์ทอง

วัดหงษ์ทอง

ประวัติ    
        วัดหงษ์ทอง (หลวงพ่อจุล) หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณ (จุล อิสสร ญาโณ) หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อจุล เจ้าอาวาสวัด หงษ์ทองและอดีตเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร
 ประวัติ หลวงพ่อท่านเจ้าคุณพระวชิรสารโสภณนามสกุล พุทธชาติ ฉายา อิสสรญาโณ ท่านได้อุปสมบท ณ วัดหงษ์ทอง เมื่อปี พ.ศ. 2460 โดยจำพรรษาแรกที่วัดสิงคาราม แต่ท่านไปมากับวัดหงษ์ทองเป็นประจำ
ต่อมาญาติโยมชาวบ้านสลกบาตรพร้อมใจกันอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาสวัด หงษ์ทอง ท่านเป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนาและเป็นผู้ที่เอาใจใส่ในกิจการของพระศาสนาด้วยดีตลอดมา ท่านเป็นพระเถระที่มีกิตติศัพท์ที่เลื่องลือและสำคัญองค์หนึ่งเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ท่านได้ปฏิบัติในพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัด
ท่านมีคุณาประการแก่พระศาสนาอเนกประการนับว่าท่านเป็นอัฉริยะตั้งอยู่ในฐานะอภิปูชนียบุคคลสมเป็นที่เคารพนับถือและรักใคร่แก่ศิษยานุศิษย์ ญาติมิตรและสาธุชนทั่วไป ท่านได้อบรมสั่งสอนให้ประพฤติ ปฏิบัติตามธรรมวินัย คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอย่างดีตลอดมา จนกระทั่ง ท่านมรณภาพ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 142

วัดหนองแม่แตง

วัดหนองแม่แตง

ประวัติ      
      วัดหนองแม่แตง ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลหนองแม่แตงอำเภอไทรงามจังหวัดกำแพงเพชร วัดหนองไม้แตงตั้งวัดเมื่อวันที่ 31 มกราคมพ.ศ 2538 ได้รับอนุญาตตั้งวัดจากกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเริ่มสร้างวัดได้รับการบริจาคที่ดินจากนายตัน นางฟุ้ง นายก้อม นางสนิท ทองทาพื้นที่เดิมของวัดมี 24 ไร่ วัดหนองแม่แตงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมพ.ศ 2552 วัดหนองแม่แตงมีพระประธานประจำ อุโบสถ ปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วสูง 5 19 นิ้วสร้างเมื่อพ.ศ 2538 เจ้าอาวาสวัดคือพระครูอุดมวชิรคุณ

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 82

วัดหนองปลิง

วัดหนองปลิง

ประวัติ           
บนเนินเขา ริมสายน้ำปิงลมพัดโบกโบยเย็นสบายตลอดทั้งวัน...ริมคลองบางทวน ดินแดนทางประวัติศาสตร์ ติดกับค่ายลูกเสือในปัจจุบัน....สถานที่งดงามตอนเหนือของตัวเมืองกำแพงเพชรที่ตำบลหนองปลิง สร้างตามหลักของฮวงจุ้ย มีวัดขนาดใหญ่วัดหนึ่งที่ดูสงบเงียบและงดงามและมีระเบียบ ออกจะแตกต่างจากวัดทั่วๆไป ที่สร้างตามแบบของกรมการศาสนา ที่มีการจัดวางและออกแบบเป็นพิมพ์เดียวกันหมดทำให้ขาดความน่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์
        วัดที่สวยงามและออกแบบแปลกไม่เหมือนใครนี้คือวัดหนองปลิง การจัดการของวัดยึดประโยชน์การใช้สอย ให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชน มากกว่า ท่านเจ้าอาวาส พระครูวิเชียรธรรมนาท หรือหลวงพ่อสีหนาท ใช้เวลาเพียง 6 ปี จัดการวัดหนองปลิง จนอยู่ในสภาพที่ เกิดประโยชน์และรับใช้สังคม มากกว่า เน้นไปที่การปฏิบัติ วิปัสนากรรมฐาน เพื่อให้มนุษย์เข้าใจในการมีสติ เมื่อปฏิบัติงาน ทุกประเภทการออกแบบ การใช้พื้นที่ของวัดด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ของพระครูวิเชียรธรรมนาททำให้อาคารขนาดใหญ่ สามชั้นที่ประกอบด้วย ..ห้องพัก ชั้นดีสำหรับผู้มาอาศัยปฏิบัติธรรม ชั้นที่2 เป็นห้องสำหรับประกอบพิธีบุญ และชั้นที่ 3 เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ใช้อบรมสัมมนา ทำให้การจัดการของวัดนี้ จึงแตกต่างจากวัดอื่นๆ... ที่มุ่งสร้างคุณภาพของชีวิตของผู้คน..มากกว่าที่จะรับประโยชน์จากผู้คน
        ด้วยบุคลิกที่เป็นนักประชาสัมพันธ์. นักจัดการ นักบริหารและนักปกครอง ของท่านเจ้าอาวาส ทำให้วัดหนองปลิง กลายเป็นวัดที่น่าสนใจในสายตาของปัญญาชนอาจจะแปลกแยกกับวัดทั่วไปทำให้คนทั่วไปในบริเวณใกล้เคียงที่มีวิสัยทัศน์ดั้งเดิม มองวัดหนองปลิงด้วยสายตาที่แตกต่างและยังไม่เข้าใจดีพอพราะ เจตนารมณ์ของการสร้างวัดหนองปลิงอยู่ที่การสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนโชคดีของชาวกำแพงเพชร ที่ได้พบทางธรรมที่แตกต่างไม่สามัญเหมือนที่ปฏิบัติธรรมแห่งใด

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 181

วัดป่าไทรงาม

วัดป่าไทรงาม

ประวัติ        
    ดำริ หลวงปู่อินทร์  จนฺทูปโม พระสงฆ์ที่ชาวไทรงามและพุทธศาสนิกชนทั่วไป ให้ความเคารพเป็นอย่างสูง เพราะท่านเป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง ได้เคยดำริว่าอยากจะสร้างวัดกรรมฐานสักวัดหนึ่งในอำเภอไทรงาม แต่ไม่ทันที่จะดำเนินการ เนื่องจากท่านมรณภาพเสียก่อน ยังความโศกเศร้าและเสียดายแก่ศรัทธาญาติโยมยิ่งนัก
            ริเริ่ม พ.ศ.๒๕๒๔ ผู้ใหญ่ม้วน  เทียนสันต์ บริจาคที่ดินเพื่อสร้างวัด จำนวน ๑๒ ไร่ เป็นการสนองเจตนาของหลวงปู่ และได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันตามกำลังความสามารถ สร้างกุฏิและศาลาชั่วคราว ให้พระสงฆ์ได้อยู่เจริญกรรมฐานภาวนา ขณะนั้นท่านพระอาจารย์ละมาย  ลาภสมฺปนฺโน ได้เดินธุดงค์มาจากภาคอีสาน ผู้ใหญ่ม้วนพร้อมด้วยอุบาสก อุบาสิกา ได้กราบอาราธนานิมนต์ให้อยู่โปรดศรัทธาญาติโยม นอกจากนี้ยังได้รับเมตตาจาก หลวงพ่อจันทร์   อินฺทวีโร วัดป่าบึงเขาหลวง จังหวัดอุบลราชธานี(สาขาที่ ๒ ของวัดหนองป่าพง) ส่งพระภิกษุ สามเณร มาอยู่จำพรรษา และตั้งชื่อว่า “สำนักสงฆ์ไทรงามอินทาราม”
            พัฒนา ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ พระอาจารย์ละมาย เห็นว่าที่ตั้งวัดคับแคบและอยู่ใกล้หมู่บ้านเกินไป จึงย้ายมาปรับปรุงและขยายพื้นที่ ปลูกต้นไม้จัดเขตวัดให้เป็นสัดส่วน บนเนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ และพัฒนาบุคคลไปพร้อมกัน โดยการจัดอบรมปฏิบัติธรรม และจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกปี ทำให้มีธรรมทายาทสืบทอดกันอย่างต่อเนื่อง สามเณรที่บรรพชาภาคฤดูร้อนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในข้อวัตรข้อปฏิบัติ และตั้งใจว่าถ้าจะอุปสมบท ต้องมาอุปสมบทที่วัดไทรงาม พระอาจารย์ได้นิมนต์ครูบาอาจารย์ฝ่ายกรรมฐาน ซึ่งเป็นศิษย์ของ หลวงปู่ชา  สุภทฺโท แห่งวัดหนองป่าพง มาอบรมศรัทธาญาติโยมในทุก ๆ ปี และวัดไทรงามได้รับการจัดตั้งเป็น สาขาที่ ๖๘ ของวัดหนองป่าพง
            อุปถัมภ์ บุญของชาวไทรงาม ในปี พ.ศ.๒๕๓๐ พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย  ฐิตวิริโย) แห่งวัดเขาสุกิม ได้นำคณะศิษย์จำนวนมากมาแวะเยี่ยมวัดไทรงาม ได้เห็นข้อวัตรข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดของพระภิกษุ สามเณร และญาติโยม จึงได้รับนิมนต์และรับอุปถัมภ์เป็นประธานทอดกฐินที่วัดไทรงามทุกปี รวมทั้งรับเป็นสาขาอุปถัมภ์ของวัดเขาสุกิมอีกด้วย
            สืบต่อ วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๓ กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศรับรองสำนักสงฆ์ไทรงามอินทาราม ให้จัดตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชื่อ “วัดไทรงาม” และเนื่องจากพระอาจารย์ละมาย  ลาภสมฺปนฺโน มีภารกิจต้องสร้างวัดอีกแห่งหนึ่ง จึงได้ปรึกษากับคณะกรรมการวัดและศรัทธาญาติโยม ให้นิมนต์ พระสง่า  อุฏฺฐาโน เป็นเจ้าอาวาส และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดไทรงาม ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๓๓ ได้สานต่องาน ทุ่มเท เสียสละ เพื่อพระพุทธศาสนา และได้รับการแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคม เป็น “พระครูโสภณวชิรกิจ (สง่า  อุฏฺฐาโน)” วัดไทรงาม อำเภอไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร ตำแหน่ง พระครู เจ้าอาวาสวัดราษฎร์
            วัดไทรงาม ปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ ๑๕๐ ไร่ เป็นวัดป่าสายปฏิบัติ สถานที่สำหรับประพฤติปฏิบัติ ฝึกฝน อบรม พระภิกษุ สามเณร ผู้มุ่งสู่ความพ้นทุกข์ นำพาไปสู่การเป็นสมณะที่งดงาม ด้วยการรักษาวัตรปฏิบัติตามธรรมวินัย อันจะเป็นเหตุให้เกิดความเลื่อมใสแก่ผู้พบเห็น ต่อมาได้เป็นศูนย์กลางการอบรมสั่งสอน ตามหลักแห่งพระพุทธศาสนา ให้กับนักปฏิบัติธรรม เป็นสถานที่ฝึกอบรมคุณธรรม จริยธรรม ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ศูนย์ปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดกำแพงเพชรแห่งที่ ๑”

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 229

วัดดงตาจันทร์

วัดดงตาจันทร์

ประวัติ
วัดดงตาจันทร์ ตั้งวัดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2544 มีเรื่องอยู่ว่าชาวบ้านดงตาจันทร์ มาจากจังหวัดต่างๆด้วยกันทั้งนั้นจึงคิดสร้างสำนักสงฆ์ขึ้น โดยมีนายหยด นายเจริญ นายอ้น นายจิ๋ว และนายถาวร ร่วมกับอุบาสกอุบาสิกา รวมกันเป็นสำนักสงฆ์ ขึ้น และได้ขออนุญาตสร้างวัดขึ้นและได้ขออนุญาตสร้างวัดขั้นเมื่อ พ.ศ.2507 และมพระภิกษุจำพรรษาตลอดมาจนถึงทุกวันนี้

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 104

วัดอินทาราม

วัดอินทาราม

ประวัติ      
           เมืองบางจันทร์ เป็นเมืองสำคัญ ในสมัยสุโขทัย คู่กับเมืองบางพาน นักโบราณคดีคิดว่าหายสาบสูญไปจากสังคมไทย แต่เมื่อมาชมวัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้แล้ว ทำให้หวนคิดถึงเมืองบางจันทร์ ที่หายสาบสูญไป น่าจะใช่เมืองบางจันทร์ เมื่อชมโบราณสถานและโบราณวัตถุแล้ว ยิ่งมั่นใจมากขึ้น ว่าใช่เมืองบางจันทร์อย่างแน่นอน
           นัดกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ชัชวาลย์ ธรรมสอน แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร พบกันที่วัดอินทาราม เพื่อค้นหา เมืองบางจันทร์ด้วยกัน เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2550 โดย มี อาจารย์เรืองศักดิ์ แสงทอง นักค้นคว้า ไปสังเกตการณ์ด้วย เมื่อพบโบสถ์ และวิหารวัดอินทารามรู้สึกประทับอย่างยิ่ง สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุถึงสมัยสุโขทัย อาจเป็นวัดหลวงแห่งเมืองบางจันทร์ที่เราตามหาก็อาจเป็นไปได้
           เดิมบริเวณนี้เรียกว่าดงตาจันทร์ บ้านตาจันทร์ ไปคล้องกับชื่อ เมืองบางจันทร์โดยบังเอิญ หรือโดยจริงแท้ ยังไม่สามารถสรุปได้ ประวัติการสร้างวัด อินทาราม สร้างเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2347 ราวสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ชื่อว่าเป็นวัดอินทารามโดยสมบูรณ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2351 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2355 มีหลวงพ่อแก้ว เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก และนายจันทร์เป็นผู้ถวายที่ดินสร้างวัด
           วัดอินทารามมีเจ้าอาวาส ติดต่อกันมา 12 รูป เจ้าอาวาสท่านปัจจุบันคือ พระครูถาวรวชิรสาร ท่านครองวัดตั้งแต่พ.ศ. 2517 จนถึงปัจจุบัน
           วัดอินทาราม ที่ตำบลท่าไม้ อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร มีพระอุโบสถและพระวิหาร ที่มีลักษณะงดงามมาก พบพระพุทธรูปโบราณอย่างมากมาย ศิลปะเชียงแสน สุโขทัย อยุธยา มากมายหลายองค์ แต่ที่น่าสังเกตคือ ทั้งโบสถ์และวิหาร ทำลูกกรงเหล็กล้อมพระไว้อย่างน่าสงสัยว่า ทำไมผู้ร้าย นักโจรกรรมทำไมมากมายนัก น่าสลดหดหู่กับภาพที่เห็น
           เมืองไทยเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา แต่การโจรกรรม พระพุทธรูปพระบูชาพระเครื่อง
ยังมีอยู่ทุกหัวระแหง อาจต้องตั้งคำถามว่าทำไม พระพุทธรูปต้องถูกล้อมกรอบด้วยลูกกรงเช่นนี้
แล้วเรายังไม่มีความอับอาย ชาวต่างชาติหรือคนไทยร่วมชาติ หรือ ใครจะตอบได้ช่วยพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
           เราไม่สามารถค้นพบ แนวกำแพงเมืองแนวคูเมืองเมืองบางจันทร์ได้ พบเพียงวัดอินทารามที่พอเป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า บ้านท่าไม้ อาจเป็นที่ตั้งของเมืองบางจันทร์ ในสมัยสุโขทัย การค้นพบในวันนี้ อาจตอบได้ว่า เมืองบางจันทร์มีจริง และสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ ในบริเวณนี้อย่างแน่นอน แม้ยังไม่สามารถยืนยันด้วยหลักฐานทางโบราณคดีได้

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 145

วัดวชิราราม

วัดวชิราราม

ประวัติ          
  ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลท่าพุทราอำเภอคลองขลุงจังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 13 ไร่ วัดวชิรารามตั้งเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์พ. ศ. 2519 โดยมีการสร้างวัด ประมาณปีพ.ศ 2515 และได้มีการขอสร้างวัดตั้งวัดในเวลาต่อมา มีพระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 30 นิ้วสูง 48 นิ้ว สร้างเมื่อพ.ศ. 2517 เจ้าอาวาสวัด พระอธิการเสียง ครุธมโม

เผยแพร่เมื่อ 14-03-2018 ผู้เช้าชม 109

วัดอุทุมพร

วัดอุทุมพร

ประวัติ         วัดอุทุมพร ตั้งอยู่เลขที่ 076 บ้านท่าเดื่อ หมู่ 1 ตำบลนาบ่อคำ อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 7 ไร่ 80 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือยาว 72 วา ติดต่อกับลำคลองสวนหมาก ทิศใต้ยาว 72 วา ติดต่อกับที่ดินของนายพูล สุวรรณดี ทิศตะวันออกยาว 40 วา ติดต่อกับที่ดินของนางเทอม ขำแนม ทิศตะวันตกยาว 40 วา ติดต่อกับคลองซอย และที่ดินของนายยม ป้อมภา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ อยู่ริมคลองสวนหมาก อาคารเสนาสนะต่างๆ มีศาลาการเปรียญกว้าง 14 เมตร ยาว 58 เมตร สร้าง พ.ศ. 2522 กฎีสงฆ์ จำนวน 4 หลัง สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานรูปปั้น 1 องค์ (หลวงพ่อสัมฤทธิ์)
อุทุมพร กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2420 ชาวบ้านเรียก “วัดท่าเดื่อ” ตามชื่อบ้าน มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา 5 รูป สามเณร 1 รูป มีโรงเรียนประถมศึกษาของทางราชการทางตั้งอยู่ในวัดนี้ด้วย ซึ่งทางวัดได้ให้การอนุเคราะห์ด้วยดีตลอดมา
เจ้าอาวาสมี 7 รูป คือ รูปที่ 1 พระอาจารย์ยุทธ รูปที่ 2 พระอาจารย์ปุ่น รูปที่ 3 พระอาจารย์จำรอง รูปที่ 4 พระอาจารย์สนิท รูปที่ 5 พระอาจารย์เชื้อ รูปที่ 6 พระอาจารย์วอ รูปที่ 7 พระอธิการวงษ์ ภูริปญฺโญ ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เป็นต้นมา

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 275

วัดปางมะค่า

วัดปางมะค่า

ประวัติความเป็นมาของวัดปางมะค่า

​            เดิมทีที่ตั้งวัดปางมะค่าเมื่อก่อนเป็นป่าไม้ มีต้นมะค่าขึ้นเยอะ  เป็นที่ของนายพัน  พรนิคม  เป็นที่ขึ้นของไม้นาๆชนิดเพราะติดกับแม่น้ำแม่วงศ์   และยังเป็นที่ขึ้นน้ำยางของพวกทำน้ำมันยางโดยขึ้นทางหลังวัด  ปัจจุบันเป็นถนนคอนกรีตซอยเข้าวัดปางมะค่าลงไปถึงแม่น้ำ   และเมื่อก่อนก็เป็นปางไม้ที่คนนำไม้มาเก็บและแปรรูป   คนที่สร้างวัดทีแรกก็คือนายพัน   พรนิคม   ได้ร่วมมือกับนายสนิท   อิทรานุสรซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านและเป็นลูกเขยของนายพัน  พรนิคมอีกด้วย  และยังมีนายทองหล่อศรียันต์  นายทองใบ  พวงสมบัติ   เริ่มแรกสร้างศาลาไม้  ๑  หลังโดยมีกุฎีอยู่ในศาลาพระองค์แรกที่มาอยู่นี้สืบค้นไม่ได้  เพราะเริ่มสร้างวัดทีแรกนั้นประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๐๗คนเก่าแก่ก็ได้เสียชีวิตไปหมดแล้วที่เหลืออยู่ก็จำไม่ได้   หลวงพ่อองค์แรกที่มาอยู่ก็อยู่ได้ไม่กี่ปีก็จากไปต่อมาก็หลวงพ่อจันที   ก็มาอยู่สร้างศาลาหลังใหม่ซึ่งเป็นศาลาไม้แต่ยังไม่ทันเสร็จก็ไปอยู่ที่หนองแสงซึ่งอยู่ติดกับปางมะค่าโดยอยู่ที่วัดปางมะค่านี้ประมาณ  ๒  ปีต่อมาก็หลวงพ่อฟอง   มาอยู่ก็สร้างศาลาที่หลวงพ่อจันที   สร้างค้างไว้มาสร้างจนเสร็จแต่อยู่ดูแลวัดปางมะค่าได้ประมาณ  ๕  ปีก็จากไปอีกต่อมาก็มีพระมาอยู่อีกหลายองค์แต่ก็อยู่ได้ไม่นานที่สืบได้ก็คือมหาภาดี   องค์เดียวเมื่อมหาภาดีจากไปก็มีหลวงพ่อสุทิน   ฐิตวุธฺโธมาอยู่ซึ่งหลวงพ่อสุทินองค์นี้มาอยู่นานและได้สร้างเสนาสนะมากมายสร้างความเจริญให้แก่วัดปางมะค่าเป็นอย่างมากเช่น  อุโบสถกลางน้ำ    วิหารหลวงพ่อเพ็ชร    หอระฆัง    ศาลาการเปรียญหลังใหญ่    รอยพระพุทธบาท    แต่น่าเสียดายที่หลวงพ่อต้องมาจากไปในปี พ.ศ. ๒๕๓๔   ด้วยโรคประจำตัวและข่าวร้ายที่ได้รับคือ  ศาลาการเปรียญหลังใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ได้พังทลายลงมาเมื่อแต่ก่อนที่ศาลาจะพังลงมาอุโบสถกลางน้ำก็ถูกน้ำท่วมพัดพาไปให้เสียหายก็ทีหนึ่ง   ปัจจุบันจึงเหลือแต่  วิหารหลวงพ่อเพ็ชร  หอระฆัง  และรอยพระพุทธบาท

ต่อมาก็มีอาจารย์เทพ   ฐิตสวโร มาอยู่สร้างกำแพงวัดทางด้านทิศเหนือและตะวันตกเสร็จมาอยู่ได้  ๒  ปีก็ลาสิกขาไป  ต่อมาก็อาจารย์น้อย   มาอยู่สร้างศาลาการเปรียญหลังใหม่ยังไม่ทันเสร็จก็ลาสิกขาออกไปรวมแล้วมาอยู่ได้ประมาณ  ๓  ปี  ก็มีมาอยู่อีกองค์หนึ่งแต่อยู่ไม่ถึงปีก็จากไปต่อมาในปี   พ.ศ. ๒๕๔๑  ก็ได้   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร    มาอยู่โดยได้เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดปางมะค่า โดยถูกต้องตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เพราะได้รับตราตั้งวัดที่ถูกต้องในวันที่   ๒๖

ตุลาคม  ๒๕๓๗   พระอธิการประจักษ์    ขนฺติธโร  มาอยู่ก็ได้สร้างศาลาการเปรียญจนแล้วเสร็จและสร้างศาลาธรรมสังเวศ   เมรุ   และกำลังสร้างวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช   แต่ยังไม่แล้วเสร็จก็ลาสิกขาไปในปีพ.ศ.  ๒๕๔๖ เป็นเจ้าอาวาสได้   ๕  ปี ต่อมาก็มีพระอนุวัต   อนุวตฺตโกมาอยู่ได้ปีเดียวก็ลาสิกขาไป  แล้วก็ว่างเจ้าอาวาสไปสองปีในปีพ.ศ.  ๒๕๕๒  หลวงพ่อเจ้าคณะตำบลก็แต่งตั้งพระสุทัศน์   ปิยสีโล  รักษาการเจ้าอาวาสวัดปางมะค่าจนถึงปัจจุบัน  ตอนนี้ทางวัดปางมะค่ากำลังก่อสร้างอุโสถอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 302

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง)

ประวัติ        
วัดป่าเขาเขียว (หลวงพ่อถัง) ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 บ้านปางใหม่พัฒนา ตำบลปางตาไว อำเภอปางศิลาทอง เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านความเชื่อและศรัทราของประชาชนในจังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีเจ้าอาวาสชื่อ พระครูสังฆรักษ์ ปัญญาสีลโชโต (ธ) หรือเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ "หลวงพ่อถัง" ชาวบ้านมีความเชื่อว่าท่านเจ้าอาวาสมีความสามารถพิเศษในการลงยันต์ และเสกคาถาอาคมลงบนถังตวงข้าวสาร หากใครนำไปบูชาแล้วจะทำมาค้าขายดี
นอกจากนี้ภายในวัดป่าเขาเขียว จัดให้มีพิพิธภัณฑ์ถังตวงข้าวแบบโบราณ และแบบสมัยใหม่หลายขนาดมากกว่า 1,000 ถัง เพื่อนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิวัฒนาการการใช้มาตรการตวงทั้งในอดีตและปัจจุบัน

เผยแพร่เมื่อ 09-03-2018 ผู้เช้าชม 100