มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้ชม 69

[16.5830352, 99.2949188, มะม่วงอกร่อง]

การปลูกมะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง เป็นที่นิยมปลูกในทุกครัวเรือน ส่วนมากปลูกเพื่อรับประทานเอง ทั้งในพื้นที่ว่างของบ้าน และตามหัวไร่ปลายนา แต่ก็พบการปลูกในแปลงใหญ่เพื่อการค้าบ้าง

ลักษณะเด่นมะม่วงอกร่อง
1. ติดผลดก มีอายุยืนยาว
2. ทนแล้งได้ดี
3. เติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน
4. โตเร็ว
5. ทนต่อโรค และแมลง

ลักษณะด้อยมะม่วงอกร่อง
1. ต้นที่ปลูกจากเมล็ดมีความสูงมาก แตกทรงพุ่มใหญ่
2. ผลสุกมีเสี้ยนค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับมะม่วงชนิดอื่น
3. เปลือกผลสุกบาง ทำให้ซ้ำง่ายเวลาขนส่ง

รูปแบบการปลูกมะม่วงอกร่อง
1. การปลูกเพื่อรับประทานเอง
การปลุกมะม่วงอกร่องรูปแบบนี้ พบได้ทั่วไปในทุกภาค มีวัตถุประสงค์เพื่อรับประทานผล และให้ร่มเงาเป็นหลัก โดยมักปลูกตามบ้าน และหัวไร่ปลายนาเพียงไม่กี่ต้น ทั้งใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเมล็ดหรือต้นพันธุ์จากการตอนกิ่งหรือการเสียบยอด เกษตรกรมักปลูกในต้นฤดูฝน หลังปลูกปล่อยให้เติบโคตามธรรมชาติ ไม่ต้องการดูแลมาก เพียงทำไม้ปักล้อมสำหรับป้องกันสัตว์แทะเล็มก็เพียงพอ

2. การปลูกในแปลงใหญ่เพื่อจำหน่าย
การปลูกรูปแบบนี้ เป็นการปลูกเพื่อการค้าในแปลงใหญ่ จำนวนหลายสิบต้นขึ้นไป มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจำหน่ายผลดิบหรือผลสุกเป็นหลัก โดยเกษตรกรมักปลูกด้วยต้นพันธุ์จาการตอนกิ่งหรือการเสียบยอด เพราะสามารถให้ผลผลิตเร็วกว่าการปลูกด้วยเมล็ด

การเตรียมแปลงปลูก และหลุมปลูก
– ไถพรวนแปลง 1-2 รอบ แต่ละรอบตากดิน 5-10 วัน พร้อมกำจัดวัชพืชออกให้หมด
– ขุดหลุมปลูก กว้าง ลึก ประมาณ 50 x 50 เซนติเมตร
– ระยะห่างระหว่างหลุม และแถว สำหรับต้นจากการเพาะเมล็ดที่ 8-10 x 8-10 เมตร สำหรับต้นจากการตอนหรือเสียยอดที่ 6-8 x 6-8 เมตร
– ตากหลุมไว้นาน 3-5 วัน

การปลูก
– ปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน
– โรยก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 3-5 กำมือ/หลุม
– โรยด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปริมาณ 1 กำมือ/หลุม
– เกลี่ยหน้าดินด้านบนลงคลุกผสม
– ฉีกถุงเพาะชำออก ก่อนนำต้นลงปลูก พร้อมนำหน้าดินลงกลบ
– ใช้ไม้ไผ่ปักข้างลำต้น พร้อมรัดลำต้นกับลำไม้ใช้พอหลวมๆ

การให้น้ำ
หลังการปลูกในช่วงแรก หากฝนทิ้งช่วงหลายวัน จำเป็นต้องให้น้ำ ประมาณวันละครั้ง จากนั้น ปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ พอเข้าหน้าแล้งค่อยให้น้ำอีกครั้ง วันละ 1 ครั้ง จนต้นมีอายุได้ประมาณ 3 ปี ค่อยปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ แต่จำเป็นต้องให้น้ำเพิ่มในช่วงการปล่อยติดผล

การใส่ปุ๋ย
– หลังการปลูกในระยะ 1-3 ปีแรก ก่อนปล่อยติดผล ให้ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมีรอบโคนต้น ปีละ 2 ครั้ง อัตราปุ๋ยคอก 4-6 กำมือ/ต้น ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ปริมาณ 1 กำมือ/ต้น
– ช่วงการติดผลในปีที่ 3-4 เป็นต้นไป ให้ใส่ 2 ระยะ คือ ระยะก่อนหรือในช่วงออกดอก ด้วยปุ๋ยคอกในอัตราเดียวกันกับ 1-3 ปี ส่วนปุ๋ยเคมีเปลี่ยนเป็นสูตร 10-10-20 และระยะหลังเก็บผล ด้วยปุ๋ย และอัตราเดียวกันกับ 1-3 ปี

การตัดดอก
การปลูกในแปลงใหญ่ด้วยต้นพันธุ์การตอนหรือการเสียบยอด หลังการปลูก 1-3 ปีแรก จำเป็นต้องปล่อยให้ต้นเติบโต และแตกกิ่งจำนวนมากก่อน ซึ่งจำเป็นต้องเด็ดดอกที่ออกทิ้ง หรืออาจปล่อยให้ติดผลเพียงเล็กน้อยเพื่อรับประทาน จากนั้น ในปีที่ 3-4 ค่อยปล่อยให้ออกดอก และติดผลทั้งต้น

การเก็บผลผลิต
มะม่วงอกร่องมีอายุพร้อมเก็บผลประมาณ 110-120 วัน หลังติดผล ทั้งนี้ควรเก็บผลในระยะผลแก่หรือผลห่าม ไม่ควรเก็บขณะที่ผลสุกบนต้น เพราะผลจะซ้ำง่าย มีอายุการเก็บน้อย

คำสำคัญ : มะม่วงอกร่อง

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นางสาวอาทิมา ชายยินดี


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=365&code_db=DB0014&code_type=F002

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

กระถิน

กระถิน

ต้นกระถินที่ขึ้นเองตามธรรมชาติกลับลดน้อยลงไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากพื้นที่ต่างๆ กลับกลายมาเป็นตึกรามบ้านช่องและนำไปทำประโยชน์อย่างอื่นซะเป็นส่วนใหญ่ อีกประการหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะ กระถิน เป็นต้นไม้ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น ใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ทั้งแบบสดและแบบแห้ง

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 33

พริกชี้ฟ้า

พริกชี้ฟ้า

พริกชี้ฟ้า (chilli) ถือเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นแทบขาดไม่ได้สำหรับการประกอบ อาหารหลายชนิด เนื่องจากให้รสเผ็ดทำให้เพิ่มรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี ถือเป็นพืชที่นิยมปลูกมากเป็นอันดับต้นๆ ทั้งปลูกเพื่อบริโภคเอง และส่งจำหน่ายในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรในบางพื้นที่มีรายได้หลักมาจากการปลูกพริก

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 44

ฟัก

ฟัก

ฟักเป็นพืชตระกูลเดียวกับแตง บวบ นอกจากใช้ผลทั้งอ่อนและแก่มารับประทานเป็นอาหารแล้ว ยังสามารถใช้ใบอ่อน ยอดอ่อน มาต้มรับประทานได้ด้วย ผลของฟักนำไปประกอบอาหารคาวและหวานได้ มีการปลูกกันมากในประเทศจีนและปลูกกันมามากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 94

ฝรั่งแป้นสีทอง

ฝรั่งแป้นสีทอง

พันธุ์แป้นสีทอง มีลักษณะผลค่อนข้างกลม ผลดิบมีสีเขียวสดออกอ่อนเล็กน้อย ผลห่ามหรือระยะเก็บผลจะมีลักษณะสีเขียวอ่อนออกเหลืองทอง ขนาดกว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร เนื้อหนา 1-2 เซนติเมตร มีรสหวาน กรอบ เมล็ดน้อย

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 41

แตงกวา

แตงกวา

แตงกวาเป็นพืชที่นำผลมาใช้เป็นอาหาร มนุษย์เริ่มบริโภคแตกวามานากว่า 3,000 ปีเลยทีเดียว ชาวจีนเป็นผู้เผยแพร่พันธุ์แตงกวาไปสู่ประเทศต่างๆ ผลของแตงกวานำมาประกอบอาหารได้ในลักษณะดิบและสุก นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมทำอาหารดอง แตงกวาเป็นพืชที่ปลูกง่าย อายุสั้น การเจริญเติบโตเป็นพุ่มและมีเถาเลื้อย

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 50

ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน เป็นผักที่คนไทยนิยมรับประทานเนื่องจากเป็นผักที่หาซื้อได้ขายตามท้องตลาด และเกษตรกรนิยมปลูกผักบุ้งจีนเนื่องจากเป็นผักที่ปลูกได้ง่าย เจริญเติบโตไว ระยะเวลาการปลูกเพียง 25-30วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว และเป็นผักสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 32

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง (okrong) เป็นมะม่วงพันธุ์ท้องถิ่นของไทย พบปลูกมากในทุกครัวเรือนเพื่อรับประทานผลสุก ที่ให้รสหวานจัด หวานมากกว่ามะม่วงทุกชนิด และใช้ผลดิบสำหรับประกอบอาหาร อาทิ ข้าวคลุกกะปิ น้ำพริกมะม่วง และเมนูยำต่างๆ

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 69

กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้า (Klui Namwa) จัดเป็นกล้วยพื้นเมืองที่พบได้ทั่วไปในทุกภาค เป็นกล้วยที่นิยมปลูกไว้ในทุกครัวเรือนเพื่อการรับประทานผลสุก และแปรรูปผลดิบ รวมถึงการนำส่วนต่างๆมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะใบตองที่ใช้สำหรับห่ออาหารหรือประกอบอาหาร ปลีกล้วย และหยวกกล้วยสำหรับนำมาปรุงอาหาร

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 45

พริกหยวก

พริกหยวก

พริกหยวกมีอยู่หลายพันธุ์ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพันธุ์ที่เราเห็นๆ กันอยู่ในตลาด ลูกสีเขียวอ่อน มีรสเผ็ดนิดหน่อยเอามาผัดเปรี้ยวหวานก็ได้ ผัดกับอะไรที่เราชอบก็ได้ สุกง่ายและหวานกรอบ บางคนชอบเอาไปใส่ในเต้าเจี้ยวหลน ในกะปิคั่ว ก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่ง


เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 38

บวบ

บวบ

บวบอยู่ในตระกูลเดียวกันกับมะระและใช้ผลมารับประทานเป็นอาหาร โดยนำมา ผัด ต้ม แกง ในขณะที่ผลยังอ่อนอยู่ บวบขึ้นได้ดีในแถบร้อน ดังนั้น จึงปลูกกันมากใน จีน อินเดีย ฮ่องกง บวบเป็นพืชเถาเลื้อย มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกัน แต่อยู่ในต้นเดียวกัน

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 70