บวบ

บวบ

บวบ

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้ชม 94

[16.579319, 99.6134135, บวบ]

         

การเตรียมพื้นที่ปลูก

1ไถดินตากแดดประมาณ 7 -10 วันเพื่อทําลายวัชพืชและศัตรูพืชที่อยูในดินไถพรวนซ้ําอีก 1-2 ครั้ง

2. เตรียมดินโดยหว่านปูนขาวในอัตรา 100 – 300 กิโลกรัม/ไรใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกอัตรา 2,000 – 2,500
กิโลกรัม/ไรปุ๋ยสูตร15-15-15 อัตรา 30 – 50 กิโลกรัม/ไร
3. ยกแปลงสูง 4-5 นิ้ว กว้าง 120 ซม. ความยาวตามลักษณะของพื้นที่ขุดหลุมปลูกระยะปลูกระหว๋างต้น
75 ซม ระหว่างแถว 100 ซม

  การเตรียมพันธ์พืช

ซื้อพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้มีการบรรจุหีบห่อที่สามารถป้องกันความชื้นและอากาศจากภายนอก มีการ
ระบุวันหมดอายุที่ชัดเจน กรณีคัดเลือกพันธุ์ใช้เองควรคัดเลือกพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ไม่มีโรคและแมลง
โดยนําเมล็ดพันธุ์ที่คัดเลือกไว้คลุกสารป้องกันกําจัดโรคและแมลงก่อนเก็บรักษาในภาชนะที่ป้องกัน
ความชื้นเพื่อนํามาใช้ในฤดูกาลต่อไป

1 การเพนาะกล้า

– เตรียมดินเพาะกล้าอัตราส่วนดิน : ปุ๋ยคอก 2:1 คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ในถาดหลุมเพาะเมล็ดเพื่อเตรียม
หยอดเมล็ดตอไป
– การเตรียมเมล็ดพันธุ์นําเมล็ดแช่น้ำาอุ่นอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียลประมาณ ½ ชั่วโม วางใน
อุณหภูมิห้องหลังเมล็ดงอกมีรากยาวประมาณ 0.5 ซม. จึงนําไปเพาะต่อไป
– นําเมล็ดที่เตรียมไว้หยอดลงแต่หลุมเพาะเมล็ด 1 เมล็ด/หลุม กลบดินประมาณ 1 ซม.
– นําถาดเพาะกล้าไปใว้ในบริเวณที่ไม่มีแดดจัดหรือมีวัสดุพลางแสงรดน้ําทันที่ด้วยบัวฝอย หมั่นตรวจดู
ความชื้นโรคแมลงศัตรูพืช และให้น้ำอย่างสม่ําเสมอ
– เมื่อมีใบจริง 3-4 ใบย้ายปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ระยะปลูกตามความเหมาะสมของแตละพืช คลุมด้วย
ฟางรดน้ําให้ชุ่มพร้อมทําค้างทันที

2 การหยอดเมล็ด

– เมื่อเตรียมดินและหลุมปลูกแล้วหยอดเมล็ด 3-4 เมล็ดกลบดินคลุมด้วยฟางรดน้ําให้ชุ้ม พร้อมทําค้าง
ทันที

3 การใส่ปุ๋ย

– ใส่ปุ๋ยเคมี 15-15-15 ระหว่างเตรียมดินและช้วงออกดอกอัตรา 30-50 กก./ไร่
– ใส๋ปุ๋ย 46-0-0 เมื่อกล้ามีอายุ 7-15 วัน อัตรา 30 กก./ไร่
– ใส่ปุ๋ย 13-13-21 เมื่อติดผลอัตรา 30 กก./ไร่
โดยโรยสองข้างของแถวปลูกพรวนดินกลบและให้น้ำตามทันท

การให้น้ำ

หลังย้ายกล้าปลูกให้น้ำทันทีหมั่นตรวจดูความชื้นและให้น้ำสม่ําเสมอ

การดูแลกำจัดโรคและแมลง

หมั่นตรวจแปลงเพื่อดูการเข้าทําลายของแมลงเมื่อพบสามารถป้องกันการเข้าทําลายของแมลงด้วยการฉีดพ้นสาร
สกัดจากผลสะเดาหรือน้ำส้มควันไม้หากระบาดมากอาจฉีดพ้นสารเคมีป้องกันกําจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
โรคที่สําคัญ
โรคราน้ําค้าง,ราแปง,โรคเหี่ยว,โรครากเน่าโคนเน่า
แมลงที่สําคัญ
ด้วงเต่าแตง, แมลงหวี่ขาว,เพลี้ยอ่อน,เพลี้ยไฟ,แมลงวันทองหรือแมลงวันแตง

คำสำคัญ : บวบ

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นางสาวอาทิมา ชายยินดี


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=359&code_db=DB0014&code_type=F002

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

มะนาวแป้นดกพิเศษ

มะนาวแป้นดกพิเศษ

มะนาวชนิดนี้ เกิดจากการนำเอาเมล็ดของ มะนาวแป้นรำไพ จำนวนหนึ่งไปขยายพันธุ์จนแตกต้นขึ้นมาปลูกเลี้ยงจนต้นโตและติดผล ปรากฏผลมีขนาดใหญ่กว่าผลของมะนาวแป้นรำไพที่เป็นพันธุ์แม่อย่างชัดเจน ผู้ขยายพันธุ์จึงคัดเอาเฉพาะต้นดีที่สุดไปขยายพันธุ์ตอนกิ่งปลูกทดสอบหลายครั้งจนแน่ใจว่าเป็นมะนาวกลายพันธุ์ถาวรอย่างแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” พร้อมตอนกิ่งออกจำหน่ายได้รับความนิยมจากผู้ปลูกอย่างแพร่หลายเรื่อยมานานกว่า 3-4 ปีแล้ว

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 42

ฟัก

ฟัก

ฟักเป็นพืชตระกูลเดียวกับแตง บวบ นอกจากใช้ผลทั้งอ่อนและแก่มารับประทานเป็นอาหารแล้ว ยังสามารถใช้ใบอ่อน ยอดอ่อน มาต้มรับประทานได้ด้วย ผลของฟักนำไปประกอบอาหารคาวและหวานได้ มีการปลูกกันมากในประเทศจีนและปลูกกันมามากกว่า 2,000 ปีมาแล้ว

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 141

กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้า (Klui Namwa) จัดเป็นกล้วยพื้นเมืองที่พบได้ทั่วไปในทุกภาค เป็นกล้วยที่นิยมปลูกไว้ในทุกครัวเรือนเพื่อการรับประทานผลสุก และแปรรูปผลดิบ รวมถึงการนำส่วนต่างๆมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะใบตองที่ใช้สำหรับห่ออาหารหรือประกอบอาหาร ปลีกล้วย และหยวกกล้วยสำหรับนำมาปรุงอาหาร

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 53

มะม่วงน้ำดอกไม้

มะม่วงน้ำดอกไม้

     มะม่วงน้ำดอกไม้เป็นมะม่วงประเภทรับประทานสุก ใบใหญ่เป็นคลื่น ทรงพุ่มโปร่ง ผลมีขนาดใหญ่ หนักประมาณ 400 กรัม ผลอ้วนเกือบกลมหัวใหญ่ปลายแหลม ผลค่อนข้างยาว เนื้อมาก เมล็ดเล็ก มีผิวบาง เมื่อดิบมีรสเปรี้ยว ผิวสีเขียวนวล เนื้อแน่น เมื่อผลสุกมีผิวสีเหลือง กลิ่นหอม เนื้อละเอียดมีเสี้ยนน้อย รสหวาน, มะม่วงเขียวเสวยเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10–30 ม. ใบ ใบเดี่ยวสีเขียว ขอบใบเรียบ ฐานใบมน ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อ กลีบดอกมี 5 กลีบ เกสรสีแดง ผลดิบสีเขียว รสเปรี้ยวและหวานมัน เมื่อสุกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หรือเหลืองส้ม

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 48

ถั่วฝักยาว

ถั่วฝักยาว

ถั่วฝักยาว สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินแทบจะทุกชนิด แต่ที่เหมาะสมที่สุดในการปลูกคือดินร่วนปนทราย ที่มีค่า pH อยู่ที่ระหว่าง 5.5-6 หน่วย ถั่วฝักยาวเป็นพืชที่มีระบบรากละเอียดอ่อนการเตรียมดินก่อนปลูกอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การเติบโตของลำต้นสมบูรณ์และสม่ำเสมอ


เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 239

แก้วมังกร

แก้วมังกร

การตั้งชื่อว่า แก้วมังกร เนื่องจากลักษณะผลมีรูปร่างคล้ายลูกแก้วที่มีเปลวไฟที่อยู่ระหว่างมังกร 2 ตัว ที่หันหน้าเข้าหากัน โดยเปลวไฟบนลูกแก้วมีลักษณะคล้ายกับกลีบที่ติดอยู่บนผลของแก้วมังกร จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกนี้

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 139

คะน้า

คะน้า

ผักคะน้า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียและปลูกกันมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย คะน้าเป็นผักที่นิยมปลูกและบริโภคกันมา โดยปลูกเพื่อบริโภคส่วนของใบและลำต้น อายุตั้งแต่หว่านหรือหยอดเมล็ดจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 45-55 วัน ผักคะน้าเป็นผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดี ที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 64

ขนุน

ขนุน

ขนุน (Jeckfruit) จัดเป็นผลไม้ที่มีผลขนาดใหญ่ที่สุด นิยมปลูกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจาก ผลสุกมียวงที่ให้รสหวานกรอบ มีกลิ่นหอม ส่วนผลดิบนิยมใช้ประกอบอาหารคาวที่ให้รสอร่อย นอกจากนั้น ยังมีความเชื่อในเรื่องการปลูกเพื่อเป็นสิริมงคลแก่คนในบ้าน

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 135

พริกชี้ฟ้า

พริกชี้ฟ้า

พริกชี้ฟ้า (chilli) ถือเป็นพืชผักสวนครัวชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นแทบขาดไม่ได้สำหรับการประกอบ อาหารหลายชนิด เนื่องจากให้รสเผ็ดทำให้เพิ่มรสชาติอาหารได้เป็นอย่างดี ถือเป็นพืชที่นิยมปลูกมากเป็นอันดับต้นๆ ทั้งปลูกเพื่อบริโภคเอง และส่งจำหน่ายในประเทศ และต่างประเทศ ทำให้เกษตรกรในบางพื้นที่มีรายได้หลักมาจากการปลูกพริก

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 70

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง

มะม่วงอกร่อง (okrong) เป็นมะม่วงพันธุ์ท้องถิ่นของไทย พบปลูกมากในทุกครัวเรือนเพื่อรับประทานผลสุก ที่ให้รสหวานจัด หวานมากกว่ามะม่วงทุกชนิด และใช้ผลดิบสำหรับประกอบอาหาร อาทิ ข้าวคลุกกะปิ น้ำพริกมะม่วง และเมนูยำต่างๆ

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 96