บวบ

บวบ

บวบ

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้ชม 262

[16.579319, 99.6134135, บวบ]

         

การเตรียมพื้นที่ปลูก

1ไถดินตากแดดประมาณ 7 -10 วันเพื่อทําลายวัชพืชและศัตรูพืชที่อยูในดินไถพรวนซ้ําอีก 1-2 ครั้ง

2. เตรียมดินโดยหว่านปูนขาวในอัตรา 100 – 300 กิโลกรัม/ไรใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกอัตรา 2,000 – 2,500
กิโลกรัม/ไรปุ๋ยสูตร15-15-15 อัตรา 30 – 50 กิโลกรัม/ไร
3. ยกแปลงสูง 4-5 นิ้ว กว้าง 120 ซม. ความยาวตามลักษณะของพื้นที่ขุดหลุมปลูกระยะปลูกระหว๋างต้น
75 ซม ระหว่างแถว 100 ซม

  การเตรียมพันธ์พืช

ซื้อพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้มีการบรรจุหีบห่อที่สามารถป้องกันความชื้นและอากาศจากภายนอก มีการ
ระบุวันหมดอายุที่ชัดเจน กรณีคัดเลือกพันธุ์ใช้เองควรคัดเลือกพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ไม่มีโรคและแมลง
โดยนําเมล็ดพันธุ์ที่คัดเลือกไว้คลุกสารป้องกันกําจัดโรคและแมลงก่อนเก็บรักษาในภาชนะที่ป้องกัน
ความชื้นเพื่อนํามาใช้ในฤดูกาลต่อไป

1 การเพนาะกล้า

– เตรียมดินเพาะกล้าอัตราส่วนดิน : ปุ๋ยคอก 2:1 คลุกเคล้าให้เข้ากันใส่ในถาดหลุมเพาะเมล็ดเพื่อเตรียม
หยอดเมล็ดตอไป
– การเตรียมเมล็ดพันธุ์นําเมล็ดแช่น้ำาอุ่นอุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียลประมาณ ½ ชั่วโม วางใน
อุณหภูมิห้องหลังเมล็ดงอกมีรากยาวประมาณ 0.5 ซม. จึงนําไปเพาะต่อไป
– นําเมล็ดที่เตรียมไว้หยอดลงแต่หลุมเพาะเมล็ด 1 เมล็ด/หลุม กลบดินประมาณ 1 ซม.
– นําถาดเพาะกล้าไปใว้ในบริเวณที่ไม่มีแดดจัดหรือมีวัสดุพลางแสงรดน้ําทันที่ด้วยบัวฝอย หมั่นตรวจดู
ความชื้นโรคแมลงศัตรูพืช และให้น้ำอย่างสม่ําเสมอ
– เมื่อมีใบจริง 3-4 ใบย้ายปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ระยะปลูกตามความเหมาะสมของแตละพืช คลุมด้วย
ฟางรดน้ําให้ชุ่มพร้อมทําค้างทันที

2 การหยอดเมล็ด

– เมื่อเตรียมดินและหลุมปลูกแล้วหยอดเมล็ด 3-4 เมล็ดกลบดินคลุมด้วยฟางรดน้ําให้ชุ้ม พร้อมทําค้าง
ทันที

3 การใส่ปุ๋ย

– ใส่ปุ๋ยเคมี 15-15-15 ระหว่างเตรียมดินและช้วงออกดอกอัตรา 30-50 กก./ไร่
– ใส๋ปุ๋ย 46-0-0 เมื่อกล้ามีอายุ 7-15 วัน อัตรา 30 กก./ไร่
– ใส่ปุ๋ย 13-13-21 เมื่อติดผลอัตรา 30 กก./ไร่
โดยโรยสองข้างของแถวปลูกพรวนดินกลบและให้น้ำตามทันท

การให้น้ำ

หลังย้ายกล้าปลูกให้น้ำทันทีหมั่นตรวจดูความชื้นและให้น้ำสม่ําเสมอ

การดูแลกำจัดโรคและแมลง

หมั่นตรวจแปลงเพื่อดูการเข้าทําลายของแมลงเมื่อพบสามารถป้องกันการเข้าทําลายของแมลงด้วยการฉีดพ้นสาร
สกัดจากผลสะเดาหรือน้ำส้มควันไม้หากระบาดมากอาจฉีดพ้นสารเคมีป้องกันกําจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
โรคที่สําคัญ
โรคราน้ําค้าง,ราแปง,โรคเหี่ยว,โรครากเน่าโคนเน่า
แมลงที่สําคัญ
ด้วงเต่าแตง, แมลงหวี่ขาว,เพลี้ยอ่อน,เพลี้ยไฟ,แมลงวันทองหรือแมลงวันแตง

คำสำคัญ : บวบ

ที่มา :

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : นางสาวอาทิมา ชายยินดี


https://arit.kpru.ac.th/ap/local/?nu=pages&page_id=359&code_db=DB0014&code_type=F002

Google-Scholar : ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อ เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลในจังหวัดกำแพงเพชร

มะเขือเทศ

มะเขือเทศ

การปลูกมะเขือเทศ โดยทั่วไปไม่ควรปลูกซ้ำที่เดิมหรือในพื้นที่ปลูกพืชในตระกูลเดียวกันกับมะเขือเทศมาก่อน เช่น พริก มะเขือและยาสูบ เป็นต้น เพราะอาจมีเชื้อโรคต่างๆ สะสมอยู่ในดิน ซึ่งเป็นโอกาสให้มะเขือเทศเป็นโรคได้ง่าย


เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 221

มะละกอ

มะละกอ

มะละกอไม่เหมาะที่จะหยอดเมล็ดลงแปลงปลูกโดยตรง เนื่องจากเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาในขั้นแรกมาก เพราะพื้นที่กว้างขวางและต้นกล้าที่งอกใหม่ๆ ต้องการเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด ดังนั้น การเตรียมต้นกล้ามะละกอให้แข็งแรงก่อนแล้วจึงย้ายปลูกลงแปลงปลูก จึงเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่าการหยอดเมล็ดลงแปลงปลูกโดยตรง การเตรียมต้นกล้ามะละกออาจใช้วิธีต่าง ๆ ได้ 2 แบบ คือ 
เพาะเมล็ดลงถุง
เพาะเมล็ดลงแปลงเพาะ แล้วย้ายลงถุง

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 82

มะนาวแป้นดกพิเศษ

มะนาวแป้นดกพิเศษ

มะนาวชนิดนี้ เกิดจากการนำเอาเมล็ดของ มะนาวแป้นรำไพ จำนวนหนึ่งไปขยายพันธุ์จนแตกต้นขึ้นมาปลูกเลี้ยงจนต้นโตและติดผล ปรากฏผลมีขนาดใหญ่กว่าผลของมะนาวแป้นรำไพที่เป็นพันธุ์แม่อย่างชัดเจน ผู้ขยายพันธุ์จึงคัดเอาเฉพาะต้นดีที่สุดไปขยายพันธุ์ตอนกิ่งปลูกทดสอบหลายครั้งจนแน่ใจว่าเป็นมะนาวกลายพันธุ์ถาวรอย่างแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “มะนาวแป้นดกพิเศษกำแพงเพชร” พร้อมตอนกิ่งออกจำหน่ายได้รับความนิยมจากผู้ปลูกอย่างแพร่หลายเรื่อยมานานกว่า 3-4 ปีแล้ว

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 99

คะน้า

คะน้า

ผักคะน้า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชียและปลูกกันมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย คะน้าเป็นผักที่นิยมปลูกและบริโภคกันมา โดยปลูกเพื่อบริโภคส่วนของใบและลำต้น อายุตั้งแต่หว่านหรือหยอดเมล็ดจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 45-55 วัน ผักคะน้าเป็นผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดี ที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 503

ชะอม

ชะอม

ชะอม เป็นพืชจำพวกอาเคเซีย นิยมรับประทานในทุกภาคของไทย เป็นพืชยื่นต้น ใช้ใบแก่และอ่อน เป็นสมุนไพร ของไทย ลำต้นของชะอมมีหนาม ใบมีขนาดเล็กและมีกลิ่นฉุน ใบอ่อนของชะอมหรือส่วนยอดของใบสามารถนำมารับประทานได้ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปแต่ละภาค

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 477

ตะไคร้

ตะไคร้

ตะไคร้เป็นพืชตระกูลหญ้า ความสูงโดยรวมประมาณ 1-1.2 เมตร ลำต้นที่ สูงขึ้นมาจากเหง้ามีสีขาวอมเหลือง สูงประมาณ 4-7 ซ.ม.เท่านั้น ห่อหุ้มด้วย กาบใบ ส่วนบนมีใบสีเขียวสดถึงเขียว อมเหลืองสูงยาวขึ้นไปจากกาบใบ เส้นใบยาวแคบขนานไปกับก้านใบ ปลายใบมีขนอ่อนๆ ลำต้นจะรวมอยู่ด้วยกันเป็นกอ มีกลิ่นหอม ออกดอกเป็นช่อยาว ดอกขนาดเล็กเป็นฝอย อยู่รวมกันเป็นกระจุกจำนวนมาก

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 95

ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน เป็นผักที่คนไทยนิยมรับประทานเนื่องจากเป็นผักที่หาซื้อได้ขายตามท้องตลาด และเกษตรกรนิยมปลูกผักบุ้งจีนเนื่องจากเป็นผักที่ปลูกได้ง่าย เจริญเติบโตไว ระยะเวลาการปลูกเพียง 25-30วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว และเป็นผักสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 319

ฝรั่งแป้นสีทอง

ฝรั่งแป้นสีทอง

พันธุ์แป้นสีทอง มีลักษณะผลค่อนข้างกลม ผลดิบมีสีเขียวสดออกอ่อนเล็กน้อย ผลห่ามหรือระยะเก็บผลจะมีลักษณะสีเขียวอ่อนออกเหลืองทอง ขนาดกว้างประมาณ 10-15 เซนติเมตร เนื้อหนา 1-2 เซนติเมตร มีรสหวาน กรอบ เมล็ดน้อย

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 293

กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้า (Klui Namwa) จัดเป็นกล้วยพื้นเมืองที่พบได้ทั่วไปในทุกภาค เป็นกล้วยที่นิยมปลูกไว้ในทุกครัวเรือนเพื่อการรับประทานผลสุก และแปรรูปผลดิบ รวมถึงการนำส่วนต่างๆมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะใบตองที่ใช้สำหรับห่ออาหารหรือประกอบอาหาร ปลีกล้วย และหยวกกล้วยสำหรับนำมาปรุงอาหาร

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 196

กล้วยหอมทอง

กล้วยหอมทอง

กล้วยหอมทอง หรือกล้วยหอมกรอสมิเชล เป็นสายพันธุ์ที่เป็นทริปพลอยด์ของกล้วยป่า Musa acuminata จัดอยู่ในกลุ่ม AAA เป็นกล้วยราคาแพง ผลขนาดกลางถึงใหญ่ เปลือกหนา สีเหลือง เนื้อละเอียด หวาน สีครีม มีกลิ่นหอม

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 468