Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20191025100036

ชื่อเรื่อง

แนวทางการพัฒนา การปฏิบัติงานการเงิน บัญชีและพัสดุของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก

ผู้แต่ง

สหโชค เณรจ่าพี

ปี

2554

หัวเรื่อง

การเงิน บัญชีและพัสดุ

เจ้าหน้าที่สถานีอนามัย

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการปฏิบัติงานการเงิน บัญชี และพัสดุของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก 2) เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนาการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชี และพัสดุของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก 3) เพื่อหาแนวทางการพัฒนา การปฏิบัติงาน ด้านการเงิน บัญชี และพัสดุของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และ ข้อที่ 2 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ เจ้าหน้าที่ที่ ให้ปฏิบัติหน้าที่งานการเงิน บัญชี และ พัสดุ รวมจำนวน 228 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า และการใช้แบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบน ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 ผู้ให้ข้อมูลได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญการปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชีและพัสดุ จำนวน 17 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการปฏิบัติงาน การเงิน บัญชี ของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย เมื่อพิจารณา ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีสภาพปฏิบัติมากที่สุดคือ ด้านการรายงาน ส่วนด้านพัสดุพบว่า มีสภาพการปฏิบัติอยู่ในระดับมากและพบว่าด้านที่มี สภาพการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุดได้แก่ การพัสดุ 2. ปัญหาการปฏิบัติงาน การเงิน บัญชีของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย เมื่อพิจารณา ในภาพรวมพบว่าปัญหาอยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีปัญหาการปฏิบัติสูงสุดคือ ด้านการเงิน บัญชี ส่วนด้านพัสดุพบว่าในภาพรวมปัญหา การปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีปัญหาที่มากที่สุดคือ การควบคุมเก็บรักษา 3. ความต้องการพัฒนา การปฏิบัติงานด้านการเงิน บัญชีเมื่อพิจารณาในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านที่มีความต้องการพัฒนาสูงสุด มีสองด้านคือ การจ่ายเงิน และการเงิน บัญชี ส่วนด้านพัสดุเมื่อพิจารณาในภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีความต้องการพัฒนา สูงสุดคือด้านการจัดซื้อ / จัดจ้าง 4. แนวทางการพัฒนา การปฏิบัติงาน การเงิน บัญชี ของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยพบว่า มีแนวทางพัฒนาที่สำคัญๆ ดังนี้ 1) ด้านการเงิน บัญชี พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญคือ ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยให้มีโอกาส ศึกษาระเบียบปฏิบัติ ของกระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งตัวบทกฎหมาย บทลงโทษ ความผิดต่างๆ และควรจัดให้มีการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ที่มีประสบการณ์ 2 ) ด้านการเก็บรักษาใบเสร็จรับเงิน พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญๆ คือ การจัดจัดทำทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงินเป็นปัจจุบันมีคณะกรรมการเก็บรักษาใบเสร็จรับเงินตรวจสอบความถูกต้องใบเสร็จเล่มที่ใช้หมดแล้วก่อนเก็บ 3) ด้านการจ่ายเงิน พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ มีเอกสารการอนุมัติ และลงนามผู้มีอำนาจอนุมัติเรียบร้อยแล้ว มีคำสั่งคณะกรรมการเบิกจ่ายเงินบำรุง มีการจ่ายเงินตามอำนาจที่มีอยู่ 4) ด้านการเก็บรักษาเงิน พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเก็บรักษาเงิน 3 คน ถือกุญแจ คนละ 1 ดอกและให้มีกรรมการสำรอง (กรณีคณะกรรมการหลักคนใดคนหนึ่งไม่สามารถปฏิบัติงานได้) ให้คณะกรรมการเก็บรักษาเงิน ปฏิบัติหน้าตรวจรับส่งเงินบำรุงประจำสม่ำเสมอ เก็บเงินสดไว้ในตู้เซฟ และนำฝากธนาคารแล้วแต่กรม 5) ด้านการยืมเงิน พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ กรณีการยืมเงินเพื่อใช้ในโครงการ ๆ ต้องได้รับการอนุมัติแล้วจากผู้มีอำนาจอนุมัติ การยืมเงิน ให้ผู้มีอำนาจตรวจสอบลงนามอนุมัติ ใบสัญญายืมเงินต้องแนบเรื่องต้นเรื่องด้วย 6) ด้านการรายงาน พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือพัฒนาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบให้มีความรู้ ความเข้าใจในการจัดทำรายงาน ตรวจสอบความถูกต้องโดยคณะกรรมการเก็บรักษาเงิน จัดส่งรายงานให้ทันตามกำหนด 7) ด้านการรับเงิน พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ มีคำสั่งคณะกรรมการรับ ส่งเงินบำรุงตามใบเสร็จ ออกใบเสร็จทุกครั้งเมื่อมีการรับเงิน มีหลักฐานการรับเงินตรวจสอบได้ชัดเจน 5. แนวทางการพัฒนาด้านพัสดุ ของเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย พบว่า มีแนวทางพัฒนาที่สำคัญๆ ดังนี้ 1) ด้านพัสดุ พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ มีการลงบัญชีตัดจ่ายออกจาก สต๊อก ศึกษากฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานพัสดุ มีการจัดทำทะเบียนคุมพัสดุ ครุภัณฑ์ เป็นปัจจุบัน มีการตรวจสอบตามลำดับชั้น 2 ) การตรวจรับการจัดซื้อ จัดจ้าง พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือตรวจสอบคุณลักษณะของพัสดุ/ งานจ้าง ที่ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน ปริมาณ คุณภาพ พร้อมทั้งลงลายมือชื่อกรรมการ/คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุทุกรายการที่ได้รับการอนุมัติและดำเนินการจัดซื้อแล้ว นำมาให้นำมาลงบัญชีพัสดุ 3) ด้านการจัดซื้อ จัดจ้าง พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ ควรทำความเข้าใจในกระบวนการจัดซื้อ/ จ้าง กรณีการจัดซื้อ / จ้าง วงเงินตั้งแต่ 10,000 บาท ให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจำนวนสามคน คำนึงถึงความถูกต้องและประหยัดเงินของทางราชการมีการลงนาม กรรมการคณะกรรมการ/ ผู้มีอำนาจอนุมัติลงนาม 4) ด้านการการควบคุมเก็บรักษา พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ มีสถานที่เก็บ พัสดุในสถานที่ราชการและปลอดภัย เช่นมีห้อง หรือตู้เก็บวัสดุ มิดชิด และเจ้าหน้าที่พัสดุถือกุญแจเพียงผู้เดียว 5) ด้านการแจกจ่าย พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ ต้องมีหลักฐานการเบิกจ่ายและมีทะเบียนคุมการเบิกจ่ายวัสดุจัดทำถูกต้องเป็นปัจจุบัน เก็บหลักฐานไว้ที่ปลอดภัย ตรวจสอบได้ 6) ด้านการตรวจสอบพัสดุประจำปี พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ ตรวจสอบและจัดทำรายงานเมื่อสิ้นปีงบประมาณ แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการตรวจสอบพัสดุ โดยแยกครุภัณฑ์ใหม่ ครุภัณฑ์ที่ชำรุดและตัดจ่ายให้ตรงกับบัญชา 7) ด้านการจำหน่ายพัสดุประจำปี พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือ มีการจัดทำบันทึกขอจำหน่ายพัสดุ จัดส่งพัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ชำรุดใช้การไม่ได้ให้หน่วยงานต้นสังกัด ดำเนินการจำหน่าย จัดทำรายงานพัสดุ ครุภัณฑ์ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ 8) ด้านยานพาหนะ พบว่ามีแนวทางพัฒนา ที่สำคัญ ๆ คือมีการขออนุญาตใช้รถราชการ จากผู้มีอำนาจ มีการจัดทำแผนการใช้รถราชการ จัดทำสมุดคุมการใช้รถยนต์ราชการ

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

01.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 2

02.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 3

03.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 4

04.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 5

05.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 6

06.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 7

07.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 8

08.pdf