เมืองชากังราวในจารึกสมัยสุโขทัย

เมืองชากังราวในจารึกสมัยสุโขทัย

เมืองชากังราว เป็นเมืองโบราณที่ปรากฏชื่อตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยพบชื่อเมืองนี้ในศิลาจารึกเขาสุมนกูฏ (พ.ศ. 1911) จัดเป็นหลักฐานชั้นต้นหรือปฐมภูมิ (primary source) อันเป็นหลักฐานที่ทำขึ้นร่วมสมัยกับเหตุการณ์นั้น ๆ ศิลาจารึกเขาสุมนกูฏ (พ.ศ. 1911) เขียนเป็นภาษาไทยด้วยตัวอักษรไทยแบบสุโขทัย ศิลาจารึกหลักนี้เดิมอยู่เขาสุมนกูฏ (เขาพระบาทใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย) ซึ่งพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) (ครองราชย์ พ.ศ. 1890 - 1911) ได้ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเมื่อ พ.ศ. 1902 เขาสุมนกูฏหรือสมนตกูฏ เป็นชื่อภูเขาสำคัญที่มีรอยพระพุทธบาทในศรีลังกา คือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “อาดัมสปีก” (Adam’s Peak) นั้น เขาสุมนกูฏในเมืองสุโขทัยคงเอาชื่อลังกามาสมมติเรียก สันนิษฐานว่าศิลาจารึกหลักนี้สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. 1902 – 1915

16.420153, 99.3354372

เผยแพร่เมื่อ 16-09-2026 ผู้เช้าชม 6


ตามรอย

ตามรอย "อิ้วเมี่ยน" แห่งกำแพงเพชร อารยธรรมผ้าปัก และเสน่ห์เทศกาลหลงดอย

​ลวดลายทุกฝีเข็มบน "งานผ้าปักอิ้วเมี่ยน" ที่สตรีในชุมชนบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมานั้น ไม่ได้ทำเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ล่าสุดในปี 2569 ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติอย่างเป็นทางการ ด้วยเอกลักษณ์การปักอันซับซ้อนจากด้านหลังผ้าเพื่อบันทึกปรัชญาความเชื่อและเรื่องราวของบรรพบุรุษผ่านแม่สีหลากสี เช่น แดง เหลือง น้ำเงิน เขียว ม่วง ดำ และขาว หนึ่งในลวดลายที่ทรงคุณค่าที่สุดคือ "ลายซม" (แปลว่า "คน") ลวดลายปักโบราณรูปร่างมนุษย์ที่มีหัว ลำตัว แขน ขา ซึ่งชาวเมี่ยนสืบทอดมาจากตำนานกำเนิดเผ่าพันธุ์อันว่าด้วย "ผันตาหู" เทพสุนัขมังกรผู้ปราบกบฏจนได้อภิเษกกับเจ้าหญิง ลายซมจึงถือเป็นลายบรรพบุรุษที่สตรีชาวเมี่ยนในกำแพงเพชรยังคงสืบทอดทักษะการปักอันละเอียดอ่อนนี้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนกลายเป็นเครื่องแต่งกายประจำเผ่าที่มีมูลค่าและทรงคุณค่าทางศิลปะระดับสูง

16.2587052, 99.0719558

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 5


ย้อนรอยตำนาน

ย้อนรอยตำนาน "นารีวิทยา" โรงเรียนสตรีแห่งแรกของเมืองกำแพงเพชร

จุดเริ่มต้นการเรียนการสอนของโรงเรียนสตรีในจังหวัดกำแพงเพชร เกิดขึ้นเพื่อทดแทน "โรงเรียนจวนเก่า" (จวนผู้ว่าราชการจังหวัดหลังเก่า) ที่ได้เลิกกิจการไปเมื่อปี พ.ศ. 2465 ทางการจึงได้เชิญ นางสาวสมสนิท รามสูต ครูใหญ่ในขณะนั้น กลับเข้ารับราชการอีกครั้ง และได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2469 โดยใช้อาคารพลับพลาไม้รับเสด็จเดิมบริเวณติดกับวัดชีนางเกาเป็นสถานที่จัดการเรียนการสอน ภายใต้ชื่อ "โรงเรียนประจำจังหวัดกำแพงเพชร แผนกสตรี" หรือที่ชาวบ้านในยุคนั้นมักเรียกกันว่า "โรงเรียนสตรีพลับพลา" ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป อาคารพลับพลาเดิมเริ่มชำรุดทรุดโทรมและไม่กว้างขวางพอต่อจำนวนนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น ทางจังหวัดพร้อมด้วยคณะธรรมการจึงได้ร่วมกันบอกบุญระดมทุนบริจาคจากข้าราชการ พ่อค้า ราษฎร คณะครู และสุภาพสตรีในท้องถิ่น นำมารวมกับเงินรายได้สนับสนุนจากมณฑลพิษณุโลกและไม้ปลูกสร้างที่มีผู้บริจาค เพื่อจัดสร้าง อาคารเรียนไม้ชั้นเดียวทรงปั้นหยา หลังใหม่ขึ้นในบริเวณติดกับวัดชีนางเกาได้สำเร็จ ในช่วงที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการ และต่อมาโรงเรียนได้รับการเปลี่ยนชื่อทางการเป็น "โรงเรียนสตรีกำแพงเพชร 'นารีวิทยา'"

16.420153, 99.3354372

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 5


หอนาฬิกาเมืองกำแพงเพชร จากเวลาสากลยุคสร้างชาติ สู่สัญลักษณ์ประจำเมือง

หอนาฬิกาเมืองกำแพงเพชร จากเวลาสากลยุคสร้างชาติ สู่สัญลักษณ์ประจำเมือง

ประวัติศาสตร์การสร้างหอนาฬิกาในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นจากการปรับตัวเข้าสู่ความเป็นสากล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ชาติตะวันตกเริ่มเข้ามามีอิทธิพลและวิจารณ์ว่าการนับเวลาแบบเดิมของไทยยังขาดมาตรฐาน พระองค์ผู้ทรงเชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง "พระที่นั่งภูวดลทัศไนย" ขึ้นเป็นหอนาฬิกาแห่งแรกของสยาม เพื่อกำหนดเวลามาตรฐานและแสดงให้เห็นถึงความศิวิไลซ์ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ต่อมาในยุคหลัง พ.ศ. 2475 หอนาฬิกาได้ขยายตัวจากวังหลวงกระจายสู่ท้องถิ่นตามนโยบายสร้างชาติของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยในปี พ.ศ. 2497 กระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือสั่งการให้ทุกจังหวัดและเทศบาลเมืองจัดสร้างหอนาฬิกาสาธารณะขึ้นใจกลางเมือง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกวินัยการตรงต่อเวลาให้แก่ประชาชนในยุคที่นาฬิกาข้อมือยังเป็นของหายาก และเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ศูนย์กลางผังเมืองในการกระจายเส้นทางคมนาคม

16.420153, 99.3354372

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 7


กำแพงเพชร ในวันที่ต้องเปิดประตูรับผู้รุกราน

กำแพงเพชร ในวันที่ต้องเปิดประตูรับผู้รุกราน

จุดเริ่มต้นของหน้าประวัติศาสตร์ความผันผวนเกิดขึ้นในยุคศึกสายเลือดช่วงปี พ.ศ. 1921 เมื่อ "สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1" หรือขุนหลวงพะงั่ว กษัตริย์นักรบผู้เก่งกล้าแห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงต้องการขยายอำนาจและรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว จึงได้ทรงกรีฑาทัพขึ้นเหนือมาปิดล้อมเมือง ยุทธการครั้งนี้กินเวลานานและมีการตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ฝ่ายอยุธยาต้องยกทัพมาล้อมถึง 4 ครั้ง จนในที่สุดพระมหาธรรมราชาที่ 2 ทรงประเมินสถานการณ์แล้วว่าหากดึงดันรบต่อไปจะเกิดความสูญเสียแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน จึงทรงตัดสินพระทัยเปิดประตูเมืองออกมายอมจำนน นับเป็นครั้งแรกที่เมืองแกร่งแห่งนี้ต้องเปลี่ยนฐานะ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุโขทัยต้องเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาอำนาจของอยุธยาอย่างเต็มตัว

16.3833469, 99.2020379

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 6


ย้อนรอย

ย้อนรอย "โรงเรียนเมืองกำแพงเพชร" สู่ "วชิรปราการวิทยาคม" ความภาคภูมิใจของชาวนครชุม

โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ตั้งอยู่เลขที่ 99/5 หมู่ 3 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย (ม.1–ม.6) จากโรงเรียนเล็ก ๆ ทางฝั่งนครชุม สู่โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ ตามข้อมูลประวัติที่โรงเรียนเผยแพร่ผ่านช่องทางทางการ จุดเริ่มต้นของสถานศึกษาแห่งนี้ย้อนไปถึงกลางทศวรรษ 2490 เมื่อมีการก่อตั้งโรงเรียนขนาดเล็กทางฝั่งนครชุม ในชื่อ "โรงเรียนเมืองกำแพงเพชร" ช่วงแรกยังใช้อาคารเรียนชั่วคราว ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาสถานที่และขยายระดับชั้นเรียนขึ้นตามลำดับ ต่อมาในช่วงกลางทศวรรษ 2510 โรงเรียนได้รับการยกฐานะจากโรงเรียนระดับประถมศึกษาขึ้นเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น "วชิรปราการวิทยาคม" พูดง่าย ๆ คือนี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการยกระดับโรงเรียนทั้งระบบในคราวเดียวกัน จากนั้นก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชรอย่างในปัจจุบัน

16.4759876, 99.5082021

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 4


คลองขลุง สายน้ำ ผืนป่า และอารยธรรมแห่งแม่ปิง

คลองขลุง สายน้ำ ผืนป่า และอารยธรรมแห่งแม่ปิง

เมื่อพูดถึงชื่อ “คลองขลุง” ก็มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจสืบทอดกันมาหลายสาย เรื่องหนึ่งเล่าว่าแต่เดิมบริเวณที่คลองวังไทรไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปิงมีลักษณะเป็นคุ้งน้ำ จึงเรียกกันว่า “คลองคลุ้ง” หรือ “บ้านคลองคลุ้ง” อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับช้าง เพราะบริเวณนี้เคยมีการเลี้ยงช้างจำนวนมากเพื่อใช้ในการชักลากซุง จึงมีชื่อว่า “คลองโขลง” และยังมีอีกเรื่องที่กล่าวถึงจระเข้และตะโขงในลำน้ำ จนเกิดชื่อ “คลองโขง” ก่อนที่ชื่อเรียกเหล่านี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงและกลายมาเป็น “คลองขลุง” ในที่สุด เรื่องของชื่อจึงเป็นเสมือนภาพสะท้อนธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ทั้งคุ้งน้ำ ช้าง ป่าไม้ และสายน้ำ ล้วนฝากร่องรอยเอาไว้ในชื่อบ้านนามเมืองแห่งนี้

16.2352595, 99.6036215

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 5


"ลาวครั่ง" แห่งอำเภอทรายทองวัฒนา

ต้นตอของชาวลาวครั่งสืบย้อนไปถึงนครเวียงจันทน์ในอาณาจักรล้านช้าง เหตุการณ์สำคัญที่นำพาบรรพบุรุษเข้าสู่แผ่นดินสยามเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2321 เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ยกทัพไปตีเวียงจันทน์ และกวาดต้อนผู้คนลงมาตั้งถิ่นฐานในหัวเมืองชั้นในของสยาม ต่อเนื่องมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้คนกลุ่มนี้กระจายตัวหนาแน่นอยู่ในนครปฐม สุพรรณบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ก่อนที่รุ่นลูกหลานจะทยอยขยับขยายขึ้นสู่ภาคเหนือตอนล่าง ไปตั้งรกรากใหม่ในนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก จนกลายเป็นชุมชนไทครั่งไม่น้อยกว่า 171 หมู่บ้านในภูมิภาคนี้ สำหรับทรายทองวัฒนาเอง ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าบรรพบุรุษบางส่วนอพยพเข้ามาโดยตรง และบางส่วนย้ายมาสมทบจากนครสวรรค์ในภายหลัง เพราะกำแพงเพชรเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ภัยแล้งและน้ำท่วมไม่รุนแรง

16.3000934, 99.7976519

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 3


ตำนาน “สะพานวุฒิกุล” มรดกเล่าขานแห่ง โกสัมพี-วังเจ้า

ตำนาน “สะพานวุฒิกุล” มรดกเล่าขานแห่ง โกสัมพี-วังเจ้า

หากมีโอกาสได้ขับรถสัญจรผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 104 ซึ่งเดิมคือเส้นทางสายหลักของถนนพหลโยธินสายเก่า ซึ่งจุดเริ่มต้น พ.ศ. 2477 ชื่อ "ถนนประชาธิปัตย์" แต่หลังจากที่พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2490 รัฐบาลในสมัยนั้นต้องการยกย่องคุณงามความดีของท่าน รัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี และออกประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 67 ตอนที่ 67 วันที่ 12 ธันวาคม 2493 ให้เปลี่ยนชื่อทางหลวงแผ่นดินสายประชาธิปัตย์ทั้งหมดเป็น "ถนนพหลโยธิน" เพื่อเป็นอนุสรณ์และเกียรติประวัติแก่นามสกุลเดิมของท่าน ซึ่งเป็นฉบับเดียวกันกับที่สั่งให้ตั้งชื่อ "ถนนสุขุมวิท" และ "ถนนเพชรเกษม" รวมถึง "สะพานวุฒิกุล" ด้วย

16.5803609, 99.0881951

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 4


ตำนานบึงสาปพระร่วง

ตำนานบึงสาปพระร่วง

ตำนาน “บึงสาป” เป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านที่ชาวกำแพงเพชรสืบทอดกันมาช้านาน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า “บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และถือเป็นหนึ่งในตำนานที่เชื่อมโยงกับพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งในคติความเชื่อโบราณทรงเป็นกษัตริย์ผู้มีบุญญาธิการและมี “วาจาสิทธิ์” คือเมื่อกล่าววาจาแล้วสิ่งนั้นย่อมบังเกิดขึ้นได้ ตามเรื่องเล่า เมื่อครั้งพระร่วงเจ้าเสด็จประพาสป่าและล่าสัตว์ในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นจังหวัดกำแพงเพชร นายพรานที่ตามเสด็จได้จับไก่ป่าตัวหนึ่งซึ่งมีลักษณะงดงามและเสียงขันไพเราะมาถวาย พระองค์มีพระประสงค์จะนำไก่ป่าตัวนั้นมาปรุงเป็นพระกระยาหาร แต่บริเวณดังกล่าวเป็นป่าทุรกันดาร ไม่มีบ้านเรือนผู้คน จึงไม่มีทั้งไฟและน้ำร้อนสำหรับลวกไก่เพื่อถอนขน

16.6583736, 99.4669748

เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 7

Google search

Mic

ตำนานจระเข้ปูน

ตำนานจระเข้ปูน

กล่าวกันว่าในสมัยกรุงสุโขทัยเจริญรุ่งเรือง ราวประมาณ พ.ศ. 1420 มีเมืองหนึ่งชื่อ “พระมหาพุทธสาคร”  วันหนึ่งพระมหาพุทธสาครเสด็จ

Home stay

Home stay

Home stay โฮมสเตย์บ้านป่าไร่เหนือ โฮมสเตย์ที่พักในแม่ระมาด ท่ามกลางธรรมชาติ บริการห้องพัก ราคาสุดประหยัด นอนพักรับอากาศดีๆ สไตล์นวัตวิถีชุมชน

ขนมเส่งเผ่ และฮาละหว่า

ขนมเส่งเผ่ และฮาละหว่า

เส่งเผ่ และฮาละหว่า เป็นชื่อของขนมหวานที่มาจากประเทศพม่า “เส่งเผ่” มีลักษณะคล้ายขนมข้า

การแต่งกายของชาวกำแพงเพชร

การแต่งกายของชาวกำแพงเพชร

จุดกำเนิดของการแต่งกายต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จากการพบชุมชนโบราณที่เขากะล่อน พบเครื่องประดับประเภททำด้วยหิน เช่น กำไล หินขัด ชุมชนโบราณบ้าน