Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20191011102926

ชื่อเรื่อง

การศึกษาปัญหาและแนวทางพัฒนาการปฏิบัติงานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ผ่านตามมาตรฐานโรงเรียนประถมศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2541 ด้านมาตรฐานการบริหารโรงเรียน

ชื่อเรื่องรอง

A study of problems and guideline of development of the processing in primary school in the office of Khamphaeng Phet provincial primary education the failed standardization management school in primary school under the office of the nation primary education 2541

ผู้แต่ง

ณรงค์ เกี้ยวเกิด

ปี

2546

หัวเรื่อง

มาตรฐานโรงเรียน

โรงเรียนประถมศึกษา - การปฏิบัติงาน

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

ณรงค์ เกี้ยวเกิด การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาปัญหาการปฏบัติงานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ผ่านตามมาตรฐานโรงเรียนประถมศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2541 ด้านมาตรฐานการบริหารโรงเรียน 2) เพื่อเปรียบเทียบปัญหาการปฏิบัติงานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ผ่านตามมาตรฐานโรงเรียนประถมศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2541 ด้านมาตรฐานการบริหารโรงเรียน จำแนกตามขนาดของโรงเรียน วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ในการบริหาร 3) เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการปฏิบัติงานของโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ผ่านตามมาตรฐานโรงเรียนประถมศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2541 ด้านมาตรฐานการบริหารโรงเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาในครั้งนี้คือ ผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ผ่านตามมาตรฐานโรงเรียนประถมศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2541 ด้านมาตรฐานการบริหารโรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2544 จำนวน 175 คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test) การทดสอบหาค่าเอฟ (F-test) สำหรับการหาแนวทางพัฒนาการปฏิบัติงานของโรงเรียนประถมศึกษาดำเนินการโดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 17 คน แล้วนำมาวิเคราะห์เนื้อหาและแจกแจงความถี่เพื่อหาแนวทางพัฒนา ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาการปฏิบัติงานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ผ่านตามมาตรฐานโรงเรียนประถมศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2541 ด้านมาตรฐานการบริหารโรงเรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย ดังนี้ 1.1 ปัญหาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่ 1 โรงเรียนใช้แผนเป็นเครื่องมือในการบริหารงานอย่างเป็นระบบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย 1.2 ปัญหาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่ 2 โรงเรียนสนับสนุนให้บุคลากรเกิดความมุ่งมั่นในการพัฒนา โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย 1.3 ปัญหาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่ 3 โรงเรียนจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย 1.4 ปัญหาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่ 4 โรงเรียนประสานความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาโรงเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย 1.5 ปัญหาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่ 5 รงเรียนประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับน้อย 2. เปรียบเทียบการปฏิบัติงานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ผ่านตามมาตรฐานโรงเรียน ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2541 ด้านมาตรฐานการบริหารโรงเรียน เมื่อจำแนกตามขนาดของโรงเรียนและประสบการณ์ในการบริหารรวมทั้ง 5 ด้าน พบว่ามีปัญหาการปฏิบัติงานโดยภาพรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่เมื่อจำแนกตามวุฒิการศึกษา พบว่า มีปัญหาการปฏิบัติงานโดยภาพรวมและรายด้าน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. แนวทางพัฒนาการปฏิบัติงานของโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร ที่ไม่ผ่านตามมาตรฐานโรงเรียนประถมศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2541 ด้านมาตรฐานการบริหารโรงเรียน ที่สำคัญ ได้แก่ ด้านมาตรฐานที่ 1 โรงเรียนใช้แผนเป็นเครื่องมือในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ 1) ควรเก็บรวบรวมข้อมูลสารสนเทสของโรงเรียนให้ครบถ้วนเพื่อเป็นข้อมูลในการศึกษาและการนำไปใช้ตามที่ต้องการและทันท่วงที ซึ่งควรดำเนินการโดยกำหนดผู้รับผิดชอบงานในแต่ละด้านให้ชัดเจนเหมาะสมกับความรู้ความสามารถ 2) ควรจัดทำแผนต่างๆ ของโรงเรียน ควรให้บุคลากรทุกคนได้มีส่วนร่วมในการจัดทำเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการจัดแผนต่างๆ ของโรงเรียนพร้อมดำเนินการโดยมีคณะกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำแผน 3) ควรมีการชี้แจงให้บุคลากรเพื่อที่จะได้รับทราบและนำข้อมูลมาจัดทำแผนต่างๆ ในโรงเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลต่อการจัดการศึกษา 4) ควรดำเนินการนิเทศติดตามผลการดำเนินงานโดยการให้บุคลากรที่รับผิดชอบในแต่ละโครงการหรือแผนงานได้สรุปผลการดำเนินงานและศึกษาถึงผลกระทบของการดำเนินงานเพื่อนำเป็นข้อมูลในการพัฒนา ปรับปรุงในการปฏิบัติงานครั้งต่อไป 5) ควรมีการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนโดยจัดทำการเผยแพร่ให้กับชุมชนและผู้ที่สนใจโดยทางโรงเรียนควรหางบประมาณเพิ่มเติม สำหรับการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนให้เพียงพอและพร้อมที่จะใช้งานได้ ด้านมาตรฐานที่ 2 โรงเรียนสนับสนุนให้บุคลากรเกิดความมุ่งมั่นในการพัฒนา 1) ควรจัดสวัสดิการที่เอื้อต่อการปฏิบัติงานเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของบุคลากร 2) โรงเรียนควรจัดกิจกรรมหรือโครงการที่จะทำให้บุคลากรได้นำไปประเมินและปรับปรุงของตนเอง 3) การปฏิบัติงานของบุคลากรโดยงานที่ได้รับมอบหมายมีมากเกินไป โรงเรียนควรแสวงหาแนวทางในการบริหารงานบุคลากรและบุคลากรได้ปฏิบัติงานตามวุฒิ ประสบการณ์ ความสนใจและความถนัด เป็นสำคัญ และโรงเรียนควรวางแผนบริหารบุคลากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพ 4) โรงเรียนควรจัดกองทุนเงินกู้ยืมหมุนเวียนให้บุคลากรในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 5) ควรจัดงบประมาณให้เพียงพอกับการพัฒนาบุคลากรในโรงเรียน 6) ควรดำเนินการพัฒนาบุคลากรด้านวิชาชีพและคุณธรรมของบุคลากรในโรงเรียนในรูปแบบของคณะกรรมการ ด้านมาตรฐานที่ 3 โรงเรียนจัดกิจกรรมหลากหลายเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ได้แก่ ทางโรงเรียนควรส่งเสริมสนับสนุนให้มีการเรียนรู้ด้านศิลปะ วัฒนธรรม ตลอดจนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ 1) ทางโรงเรียนควรส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 2) ควรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น 3) ควรจัดหาแหล่งการเรียนรู้ในท้องถิ่นที่เอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนและเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการสอน 4) โรงเรียนควรจัดทำโครงการผลิตสื่อการเรียนการสอนตามหลักสูตรท้องถิ่นเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนตามความต้องการของตนเองและท้องถิ่น เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล ด้านมาตรฐานที่ 4 โรงเรียนประสานความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาโรงเรียน ได้แก่ 1) โรงเรียนควรมีการดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน 2) โรงเรียนควรมีการดำเนินการเพื่อประสานความร่วมมือกับกรรมการสถานศึกษาและชุมชนในการพัฒนาโรงเรียน 3) ควรมีการประชาสัมพันธ์โรงเรียนให้ชุมชนได้เข้าใจถึงงานและภารหน้าที่ที่โรงเรียนและชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยการที่โรงเรียนควรแต่งตั้งคณะกรรมการการประเมินผลโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ และสรุปผลการประเมินและโรงเรียนและชุมชนควรจัดหาทุนทรัพย์มาใช้ในการจัดกิจกรรมต่างๆ 4) ควรให้ชุมชนและท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการเสนอแนะแสดงความคิดเห็นเรื่องของการนำวิทยากรภายนอกตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นรวมทั้งการนำทรัพยากรที่มีในท้องถิ่นมาให้แก่โรงเรียน โดยการประสารความร่วมมือมีการจัดประชุมชี้แจงการพัฒนางานหรือโครงการ / กิจกรรมต่างๆ พร้อมกับการวางแผนพัฒนางานทุกด้านให้ชุมชนได้รับทราบข้อมูลเพื่อเป็นพื้นฐานในการบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับโรงเรียน ด้านมาตรฐานที่ 5 โรงเรียนประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบได้แก่ 1) โรงเรียนควรนำข้อมูลที่ได้จากการประเมินไปใช้ในการนิเทศแก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บุคลากรได้หาแนวทางพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ 2) โรงเรียนควรหาเครื่องมือตลอดจนวิธีการที่เหมาะสมกับการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 3) ควรมีการประเมินผล กำกับ ติดตามผล โดยแต่งตั้งคณะกรรมการซึ่งมีหน้าที่ในการประเมินผล กำกับ ติดตามผลเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนางานครั้งต่อไป

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

01.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 2

02.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 3

03.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 4

04.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 5

05.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 6

06.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 7

07.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 8

08.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 9

09.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 10

10.pdf