หอนาฬิกาเมืองกำแพงเพชร จากเวลาสากลยุคสร้างชาติ สู่สัญลักษณ์ประจำเมือง
ประวัติศาสตร์การสร้างหอนาฬิกาในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นจากการปรับตัวเข้าสู่ความเป็นสากล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ชาติตะวันตกเริ่มเข้ามามีอิทธิพลและวิจารณ์ว่าการนับเวลาแบบเดิมของไทยยังขาดมาตรฐาน พระองค์ผู้ทรงเชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง "พระที่นั่งภูวดลทัศไนย" ขึ้นเป็นหอนาฬิกาแห่งแรกของสยาม เพื่อกำหนดเวลามาตรฐานและแสดงให้เห็นถึงความศิวิไลซ์ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ต่อมาในยุคหลัง พ.ศ. 2475 หอนาฬิกาได้ขยายตัวจากวังหลวงกระจายสู่ท้องถิ่นตามนโยบายสร้างชาติของรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยในปี พ.ศ. 2497 กระทรวงมหาดไทยได้ออกหนังสือสั่งการให้ทุกจังหวัดและเทศบาลเมืองจัดสร้างหอนาฬิกาสาธารณะขึ้นใจกลางเมือง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกวินัยการตรงต่อเวลาให้แก่ประชาชนในยุคที่นาฬิกาข้อมือยังเป็นของหายาก และเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ศูนย์กลางผังเมืองในการกระจายเส้นทางคมนาคม
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 7
กำแพงเพชร ในวันที่ต้องเปิดประตูรับผู้รุกราน
จุดเริ่มต้นของหน้าประวัติศาสตร์ความผันผวนเกิดขึ้นในยุคศึกสายเลือดช่วงปี พ.ศ. 1921 เมื่อ "สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1" หรือขุนหลวงพะงั่ว กษัตริย์นักรบผู้เก่งกล้าแห่งกรุงศรีอยุธยา ทรงต้องการขยายอำนาจและรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว จึงได้ทรงกรีฑาทัพขึ้นเหนือมาปิดล้อมเมือง ยุทธการครั้งนี้กินเวลานานและมีการตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ฝ่ายอยุธยาต้องยกทัพมาล้อมถึง 4 ครั้ง จนในที่สุดพระมหาธรรมราชาที่ 2 ทรงประเมินสถานการณ์แล้วว่าหากดึงดันรบต่อไปจะเกิดความสูญเสียแก่ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน จึงทรงตัดสินพระทัยเปิดประตูเมืองออกมายอมจำนน นับเป็นครั้งแรกที่เมืองแกร่งแห่งนี้ต้องเปลี่ยนฐานะ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สุโขทัยต้องเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาอำนาจของอยุธยาอย่างเต็มตัว
16.3833469, 99.2020379
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 6
ย้อนรอย "โรงเรียนเมืองกำแพงเพชร" สู่ "วชิรปราการวิทยาคม" ความภาคภูมิใจของชาวนครชุม
โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม ตั้งอยู่เลขที่ 99/5 หมู่ 3 ตำบลนครชุม อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ปัจจุบันสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลาย (ม.1–ม.6) จากโรงเรียนเล็ก ๆ ทางฝั่งนครชุม สู่โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ ตามข้อมูลประวัติที่โรงเรียนเผยแพร่ผ่านช่องทางทางการ จุดเริ่มต้นของสถานศึกษาแห่งนี้ย้อนไปถึงกลางทศวรรษ 2490 เมื่อมีการก่อตั้งโรงเรียนขนาดเล็กทางฝั่งนครชุม ในชื่อ "โรงเรียนเมืองกำแพงเพชร" ช่วงแรกยังใช้อาคารเรียนชั่วคราว ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาสถานที่และขยายระดับชั้นเรียนขึ้นตามลำดับ ต่อมาในช่วงกลางทศวรรษ 2510 โรงเรียนได้รับการยกฐานะจากโรงเรียนระดับประถมศึกษาขึ้นเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษา พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น "วชิรปราการวิทยาคม" พูดง่าย ๆ คือนี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อ แต่เป็นการยกระดับโรงเรียนทั้งระบบในคราวเดียวกัน จากนั้นก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชรอย่างในปัจจุบัน
16.4759876, 99.5082021
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 4
คลองขลุง สายน้ำ ผืนป่า และอารยธรรมแห่งแม่ปิง
เมื่อพูดถึงชื่อ “คลองขลุง” ก็มีเรื่องเล่าที่น่าสนใจสืบทอดกันมาหลายสาย เรื่องหนึ่งเล่าว่าแต่เดิมบริเวณที่คลองวังไทรไหลมาบรรจบกับแม่น้ำปิงมีลักษณะเป็นคุ้งน้ำ จึงเรียกกันว่า “คลองคลุ้ง” หรือ “บ้านคลองคลุ้ง” อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวข้องกับช้าง เพราะบริเวณนี้เคยมีการเลี้ยงช้างจำนวนมากเพื่อใช้ในการชักลากซุง จึงมีชื่อว่า “คลองโขลง” และยังมีอีกเรื่องที่กล่าวถึงจระเข้และตะโขงในลำน้ำ จนเกิดชื่อ “คลองโขง” ก่อนที่ชื่อเรียกเหล่านี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเสียงและกลายมาเป็น “คลองขลุง” ในที่สุด เรื่องของชื่อจึงเป็นเสมือนภาพสะท้อนธรรมชาติและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ทั้งคุ้งน้ำ ช้าง ป่าไม้ และสายน้ำ ล้วนฝากร่องรอยเอาไว้ในชื่อบ้านนามเมืองแห่งนี้
16.2352595, 99.6036215
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 5
"ลาวครั่ง" แห่งอำเภอทรายทองวัฒนา
ต้นตอของชาวลาวครั่งสืบย้อนไปถึงนครเวียงจันทน์ในอาณาจักรล้านช้าง เหตุการณ์สำคัญที่นำพาบรรพบุรุษเข้าสู่แผ่นดินสยามเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2321 เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้ยกทัพไปตีเวียงจันทน์ และกวาดต้อนผู้คนลงมาตั้งถิ่นฐานในหัวเมืองชั้นในของสยาม ต่อเนื่องมาจนถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้คนกลุ่มนี้กระจายตัวหนาแน่นอยู่ในนครปฐม สุพรรณบุรี ชัยนาท และอุทัยธานี ก่อนที่รุ่นลูกหลานจะทยอยขยับขยายขึ้นสู่ภาคเหนือตอนล่าง ไปตั้งรกรากใหม่ในนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และพิษณุโลก จนกลายเป็นชุมชนไทครั่งไม่น้อยกว่า 171 หมู่บ้านในภูมิภาคนี้ สำหรับทรายทองวัฒนาเอง ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าบรรพบุรุษบางส่วนอพยพเข้ามาโดยตรง และบางส่วนย้ายมาสมทบจากนครสวรรค์ในภายหลัง เพราะกำแพงเพชรเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ภัยแล้งและน้ำท่วมไม่รุนแรง
16.3000934, 99.7976519
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 3
ตำนาน “สะพานวุฒิกุล” มรดกเล่าขานแห่ง โกสัมพี-วังเจ้า
หากมีโอกาสได้ขับรถสัญจรผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 104 ซึ่งเดิมคือเส้นทางสายหลักของถนนพหลโยธินสายเก่า ซึ่งจุดเริ่มต้น พ.ศ. 2477 ชื่อ "ถนนประชาธิปัตย์" แต่หลังจากที่พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2490 รัฐบาลในสมัยนั้นต้องการยกย่องคุณงามความดีของท่าน รัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงได้มีมติคณะรัฐมนตรี และออกประกาศอย่างเป็นทางการในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 67 ตอนที่ 67 วันที่ 12 ธันวาคม 2493 ให้เปลี่ยนชื่อทางหลวงแผ่นดินสายประชาธิปัตย์ทั้งหมดเป็น "ถนนพหลโยธิน" เพื่อเป็นอนุสรณ์และเกียรติประวัติแก่นามสกุลเดิมของท่าน ซึ่งเป็นฉบับเดียวกันกับที่สั่งให้ตั้งชื่อ "ถนนสุขุมวิท" และ "ถนนเพชรเกษม" รวมถึง "สะพานวุฒิกุล" ด้วย
16.5803609, 99.0881951
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 4
ตำนานบึงสาปพระร่วง
ตำนาน “บึงสาป” เป็นเรื่องเล่าพื้นบ้านที่ชาวกำแพงเพชรสืบทอดกันมาช้านาน ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้รู้จักกันอย่างเป็นทางการว่า “บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง” ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร และถือเป็นหนึ่งในตำนานที่เชื่อมโยงกับพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งในคติความเชื่อโบราณทรงเป็นกษัตริย์ผู้มีบุญญาธิการและมี “วาจาสิทธิ์” คือเมื่อกล่าววาจาแล้วสิ่งนั้นย่อมบังเกิดขึ้นได้ ตามเรื่องเล่า เมื่อครั้งพระร่วงเจ้าเสด็จประพาสป่าและล่าสัตว์ในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นจังหวัดกำแพงเพชร นายพรานที่ตามเสด็จได้จับไก่ป่าตัวหนึ่งซึ่งมีลักษณะงดงามและเสียงขันไพเราะมาถวาย พระองค์มีพระประสงค์จะนำไก่ป่าตัวนั้นมาปรุงเป็นพระกระยาหาร แต่บริเวณดังกล่าวเป็นป่าทุรกันดาร ไม่มีบ้านเรือนผู้คน จึงไม่มีทั้งไฟและน้ำร้อนสำหรับลวกไก่เพื่อถอนขน
16.6583736, 99.4669748
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 7
ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย
ศึกชากังราว (ตอนที่ 1/4) พ.ศ. 1916: เมื่ออยุธยาบุกเหนือ ปะทะด่านสุดท้ายแห่งสุโขทัย ปราการเหล็กที่ไม่ยอมสยบ ปี พ.ศ. 1916 สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 หรือ "ขุนหลวงพะงั่ว" กษัตริย์สายลุยแห่งกรุงศรีอยุธยา กรีธาทัพหลวงขึ้นเหนือ เป้าหมายคือการกวาดล้าง "เมืองชากังราว" เมืองหน้าด่านสำคัญที่ยังคงแข็งเมือง ไม่ยอมก้มหัวให้อุ้งมือของอยุธยา ศึกครั้งนี้ไม่ใช่สงครามระหว่างสองมหาอำนาจที่ยกทัพชนกันเต็มกำลังอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในเวลานั้น อาณาจักรสุโขทัยในฐานะรัฐเอกภาพได้ล่มสลายลงเกือบหมดแล้ว! ขุนหลวงพะงั่วสยบดินแดนสุโขทัยไปตั้งแต่ พ.ศ. 1914 และหลังจากศึกชากังราวครั้งแรกนี้ อีกเพียง 2 ปี (พ.ศ. 1918) พระองค์ก็ยึด "เมืองสองแคว" (พิษณุโลก) ได้สำเร็จ พร้อมกวาดต้อนเจ้าเมืองและไพร่พลกลับลงใต้ แต่เหลือเพียงที่นี่ที่เดียว... "เมืองชากังราว" ปราการสุดท้ายที่แข็งขืนอย่างไม่เกรงกลัว จนขุนหลวงพะงั่วต้องยกทัพมาตีถึง 4 ครั้งตลอดรัชกาล! และการบุกครั้งแรกในปี พ.ศ. 1916 นี้เอง คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์สงครามยืดเยื้ออันยาวนาน
เปิดตัวแม่ทัพ: ใครเป็นใครในศึกนี้
16.420153, 99.3354372
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 10
ชุมชนโบราณบ้านสระตาพรหม
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถผ่านทุ่งนาเขียวขจีใน ต.ดอนแตง อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร สองข้างทางมีเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่มีป้ายบอกทางหรือซุ้มประตูเมืองโบราณให้ถ่ายรูปเช็กอิน แต่ใต้พื้นดินของ บ้านสระตาพรหม (หมู่ที่ 1) และ บ้านโคกเลาะ (หมู่ที่ 3) กลับซ่อนเรื่องราวของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ตรงนี้มาแล้วกว่า 800 ปี พวกเขาขุดคูน้ำ ก่อคันดิน สร้างศาสนสถาน และทิ้งร่องรอยไว้ให้เราค้นหา คำถามที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ "มีอะไรอยู่ตรงนี้" แต่คือ "ทำไมพวกเขาถึงเลือกอยู่ที่นี่" เพราะร่องรอยทุกชิ้นที่พบล้วนเกิดจากการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
16.0502792, 99.7121819
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 5
ชุมชนโบราณบ้านหัวถนน
นอกจากหลักฐานทางโบราณคดีนี้แล้ว ในพื้นที่ตำบลทุ่งทรายยังมีเรื่องเล่าที่สืบทอดกันมาในหมู่ชาวบ้าน ซึ่งควรทำความเข้าใจแยกจากข้อมูลทางวิชาการข้างต้น เพราะเป็นคนละลักษณะกัน เรื่องเล่านี้เรียกกันว่า "ทุ่งขอม" ปัจจุบันพื้นที่ที่กล่าวถึงในตำนานอยู่ในเขตหมู่ที่ 5 บ้านหนองไผ่ ตำบลทุ่งทราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่แยกตัวออกมาจากบ้านทุ่งทรายในภายหลัง องค์ประกอบของทุ่งขอมประกอบด้วยสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมและแนวประตูทางเข้าโบราณ ชาวบ้านที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่ปี 2490 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากจังหวัดอ่างทอง ชัยนาท และภาคอีสาน เชื่อกันว่าสระโบราณแห่งนี้คือแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงให้ทุ่งขอมเติบโตขึ้นเป็นหมู่บ้านใหญ่ในเวลาต่อมา
16.2687697, 99.595433
เผยแพร่เมื่อ 14-09-2026 ผู้เช้าชม 3
Google search
-
ฐานข้อมูล - 225 ประวัติความเป็นมา
- 213 แหล่งท่องเที่ยว
- 38 บุคคลสำคัญ
- 196 ประเพณีและวัฒนธรรม
- 122 พระเครื่อง
- 60 วรรณกรรมพื้นบ้าน
- 210 ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- 137 อาหารพื้นบ้าน
- 144 โบราณสถาน
- 445 สมุนไพรพื้นบ้าน
- 179 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
- 64 โบราณวัตถุ
- 102 หน่วยงานราชการ
- 171 โรงแรมและที่พัก
- 46 ของฝาก
“ลายต๊ะแมะคี” เป็นลายดั้งเดิมที่สื่อถือดวงตา ดวงดาว จากคนสมัยก่อนที่นำดวงตา มาเป็นต้นแบบของลายผ้า
ที่ตั้งกรุพระวัดสี่อิริยาบถ อยู่เหนือกรุวัดป่ามือประมาณ 400 เมตร ประเภทพระที่พบ ได้แก่ พระท่ามะปราง พระคู่สวดอุปฌา พระกำแพงขาโต๊ะ พระเปิดโลก พระอู่
น้ำพุร้อนแม่กาษานั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 บ่อ วางตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติโดยน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิสูงถึง 75 องศาเซลเซียส โดยปัจจุบันมีห้องบริการอาบน้ำแร่และ
มอกล้วยไข่ เป็นชื่อเรียกตลาดกล้วยไข่ของจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งจำหน่ายกล้วยไข่ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ครับ มีผลิตภัณฑ์เกี่ย













