Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20260901130926

ชื่อเรื่อง

แนวทางการบริหารองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษาเขตชายแดนไทย-พม่า อำเภอแม่สอด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2

ชื่อเรื่องรอง

Administration Guidelines of Happy Organization in Thai- Myanmar Border Schools, Mae Sot District under Tak Primary Educational Service Are office 2

ผู้แต่ง

รัศก์จิราภรณ์ อ่อนบรรจง

ปี

2568

หัวเรื่อง

แนวทางการบริหาร

การบริหารองค์กรแห่งความสุข

เขตชายแดนไทย-พม่า

องค์กรแห่งความสุข

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

 

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพและปัญหาการบริหารสถานศึกษาที่นำไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งความสุข (2) เปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาที่นำไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งความสุข และ (3) หาแนวทางพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นองค์กรแห่งความสุขเขตชายแดนไทย-พม่า อำเภอแม่สอด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งสิ้น 258 คน ซึ่งได้มาโดยใช้เกณฑ์กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจากตารางสุ่มตัวอย่างของเคร็จซีและ มอร์แกน (Krejcie & Morgan) และกลุ่มตัวอย่างได้มาด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ 17 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ แจกแจงความถี่ ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการทดสอบความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า: สภาพและปัญหา: สภาพความเป็นองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยปัญหาสำคัญที่พบมากที่สุด คือ ลักษณะงานที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของบุคลากรทางการศึกษา การเปรียบเทียบ: การเปรียบเทียบการบริหารสถานศึกษาที่นำไปสู่ความเป็นองค์กรแห่งความสุข จำแนกตามประสบการณ์และขนาดของสถานศึกษา โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน แนวทางพัฒนา: แนวทางพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นองค์กรแห่งความสุข ประกอบด้วย 9 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านสุขภาพดี (Happy Body): ผู้บริหารสถานศึกษาควรจัดลำดับความสำคัญของงาน 2) ด้านผ่อนคลายดี (Happy Relax): ผู้บริหารสถานศึกษาควรจัดเวลาและสถานที่พักผ่อนให้เหมาะสมเพื่อฟื้นฟูพลังงานของบุคลากรทางการศึกษา 3) ด้านน้ำใจดี (Happy Heart): ผู้บริหารสถานศึกษาและหัวหน้างาน ควรเปิดโอกาสให้บุคลากรทางการศึกษาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างความสุขในการทำงาน
4) ด้านจิตวิญญาณดี (Happy Soul): ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่บุคลากรทางการศึกษานับถือ 5) ด้านครอบครัวดี (Happy Family): ผู้บริหารสถานศึกษาควรจัดสรรเวลาและระบบงานที่ยืดหยุ่นเพื่อส่งเสริมสมดุลชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) 6) ด้านสังคมดี (Happy Society): ผู้บริหารสถานศึกษาควรสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความสามัคคีและการสื่อสารอย่างเปิดเผย 7) ด้านใฝ่รู้ (Happy Brain): ผู้บริหารสถานศึกษาควรสนับสนุนการพัฒนาความรู้ของบุคลากรทางการศึกษาผ่านการอบรมและศึกษาต่อ 8) ด้านสุขภาพการเงินดี (Happy Money): ผู้บริหารสถานศึกษาควรพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน มอบรางวัล และคำชื่นชมอย่างยุติธรรม 9) ด้านการงานดี (Happy Work): ผู้บริหารสถานศึกษาควรกำหนดหน้าที่และขอบเขตงานให้ชัดเจน มอบหมายงานตามความถนัดของบุคลากรทางการศึกษา

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

70-26.pdf