Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20260824145136

ชื่อเรื่อง

แนวทางพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมงานวิชาการของสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตาก

ชื่อเรื่องรอง

The Guideline Development of Collaborative Academic Administration of Private Schools under Tak Provincial Educational Office.

ผู้แต่ง

รพิรัตน์ มงคลจุฑาเศรษฐ

ปี

2568

หัวเรื่อง

แนวทางพัฒนา

การบริหารแบบมีส่วนร่วมงานวิชาการ

สถานศึกษาเอกชน

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพและปัญหาการบริหารแบบมีส่วนร่วมงานวิชาการของสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตาก และ (2) หาแนวทางพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมงานวิชาการของสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตาก กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหาร จำนวน 48 คน และข้าราชการครู จำนวน 200 คน รวมทั้งสิ้น 248 คน ได้มาโดยการเปิดตารางกำหนดกลุ่มตัวอย่างของเคร็จซี่และมอร์แกน และการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ผู้ให้ข้อมูลได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช0การแจกแจงความถี่ (f) ร้อยละ (

) ค่าเฉลี่ย (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการวิจัย พบว่า (1) สภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมงานวิชาการของสถานศึกษาเอกชน โดยภาพรวมมีสภาพการบริหารงานอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมในการวางแผนพัฒนา และปัญหาการบริหารแบบมีส่วนร่วมงานวิชาการของสถานศึกษาเอกชน ที่พบมากที่สุดคือ คณะครูไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา และการพัฒนาสาระหลักสูตรท้องถิ่น (2) แนวทางพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมงานวิชาการของสถานศึกษาเอกชน สังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตาก พบว่า 1) โรงเรียนควรมีการจัดประชุม ชี้แจงภาพรวม สร้างการรับรู้ร่วมกัน เพื่อวางเป้าหมายและวัตถุประสงค์ วางแผนการดำเนินงานการพัฒนางานด้านวิชาการ 2) จัดตั้งคณะกรรมการการนิเทศการศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการ ประกอบด้วยตัวแทนครูจากแต่ละระดับชั้น/กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยให้คณะกรรมการทำหน้าที่หารือและตัดสินใจร่วมกันในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการนิเทศ 3) เชิญองค์กรต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมของสถานศึกษาให้ความสำคัญด้านความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร แต่งตั้งเข้ามามีส่วนร่วมกับสถานศึกษาด้านวิชาการ ให้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 4) จัดอบรมพัฒนาศักยภาพเกี่ยวกับแนวทางการมีส่วนร่วมในการวัดผล กาประเมินผล เกี่ยวกับการบริหารงานด้านวิชาการ เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ และความเข้าใจในกระบวนการที่เป็นมาตรฐาน และแก่ข้อมูลนโยบายด้านการศึกษา ระเบียบใหม่ๆ และแนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน 5) สร้างนโยบายที่เปิดโอกาสให้ครูสามารถออกแบบวิธีการวัดผลได้เอง โดยไม่จำกัดแค่การสอบข้อเขียน เช่น การใช้แบบประเมิน การทำโครงงานการนำเสนอ หรือกิจกรรมในชั้นเรียนต่างๆ

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

70-05.pdf