Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20260904101112

ชื่อเรื่อง

ภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อ การดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2

ชื่อเรื่องรอง

THE ACADEMIC LEADERSHIP IN THE DIGITAL ERA OF SCHOOL ADMINISTRATORS AFFECTING THE IMPLEMENTATION OF INTERNAL QUALITY ASSURANCE IN SCHOOLS UNDER THE KAMPHAENG PHET PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 2

ผู้แต่ง

ชยาภรณ์ อุ่นเรือน

ปี

2569

หัวเรื่อง

ภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัล

งานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

สถานศึกษา

ประถมศึกษา

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 4) เพื่อสร้างสมการพยากรณ์ภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 5) เพื่อหาแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และ 6) เพื่อประเมินแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา โดยการวิจัยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกใช้แบบสอบถามกับผู้บริหารและครู จำนวน 314 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถาม โดยแบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำทาง
วิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาตั้งแต่ 0.60-1.00 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.990 มีค่าอำนาจจำแนก ระหว่าง 0.744 ถึง 0.917 และแบบสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา ค่าความตรงเชิงเนื้อหาตั้งแต่ 0.60-1.00 มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.993 มีค่าอำนาจจำแนก ระหว่าง0.723 ถึง 0.943 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์เพียร์สัน และถดถอยพหุคูณ ขั้นที่สองใช้การสนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูล 9 คน และให้ผู้ทรงคุณวุฒิ 9 คนประเมินแนวทาง วิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำทางวิชาการในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการกำหนดวิสัยทัศน์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2. การดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก โดยด้านการจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองมีค่าเฉลี่ยสูงสุด 3. ภาวะผู้นำทางวิชาการด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ การพัฒนาและส่งเสริมบุคลากร การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการเรียนรู้ การบริหารหลักสูตร และการนิเทศติดตาม มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. การถดถอยพหุคูณแบบปกติพบว่าด้านการกำหนดวิสัยทัศน์ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการเรียนรู้ และการนิเทศติดตาม สามารถพยากรณ์การดำเนินงานประกันคุณภาพภายในได้ ร้อยละ 81.80 5. การถดถอยพหุคูณถดถอยพหุคูณแบบปกติพบสมการพยากรณ์ คือ สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ Ŷ= 1.069 + 0.404 (X1) + 0.223 (X3) + 0.244 (X5) และสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน Ẑ = 0.485(Z1) + 0.264 (Z3) + 0.288 (Z5) และการถดถอยพหุคูณถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอนพบสมการพยากรณ์ คือ
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ Ŷ= 1.144 + 0.408(X1) + 0.244(X5) + 0.223(X3) และสมการพยากรณ์ในรูปแบบ คะแนนมาตรฐาน Ẑ = 0.489(Z1) + 0.288(Z5) + 0.264(Z3) 6. แนวทางพัฒนาชี้ว่าผู้บริหารควรกำหนดวิสัยทัศน์ที่ยืดหยุ่นตามนโยบาย พัฒนาฐานข้อมูลผู้เรียนเพื่อใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้ และจัดระบบนิเทศติดตามเอกสารหลักฐานงานประกันคุณภาพให้เรียลไทม์ โปร่งใส และลดความซ้ำซ้อน 7. การประเมินความเหมาะสมของแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำฯ อยู่ในระดับมากที่สุด

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

70-41.pdf