Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20260901132324

ชื่อเรื่อง

การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนต้นแบบจัดการเรียนรวมของกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพศูนย์การศึกษาพิเศษในยุคดิจิทัล

ชื่อเรื่องรอง

The Development of Inclusive Schools Administration Model of Efficient Promotion Network for Special Education Center in Digital Era

ผู้แต่ง

จิิโรจน์ สุพัฒน์

ปี

2568

หัวเรื่อง

การบริหารโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรวม

กลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพศูนย์การศึกษาพิเศษ

ยุคดิจิทัล

โรงเรียนต้นแบบ - การบริหาร

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาองค์ประกอบ สภาพ ปัญหา และแนวทางการบริหารโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรวมของกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพศูนย์การศึกษาพิเศษในยุคดิจิทัล (2) พัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรวมของกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพศูนย์การศึกษาพิเศษในยุคดิจิทัล และ (3) ประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรวมของกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพศูนย์การศึกษาพิเศษในยุคดิจิทัล รวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถาม การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ และการสัมมนาประชาพิจารณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ค่าความเชื่อมั่น ค่าอำนาจจำแนก ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ค่าดัชนีไกเซอร์-ไมเออร์-โอลคิน (KMO) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (CFA) และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยมีโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรวม จำนวน 126 โรงเรียน เป็นประชากรและกลุ่มตัวอย่างในการศึกษา ผลการวิจัยพบว่า: องค์ประกอบของการบริหาร: ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านสภาพแวดล้อม ด้านเครือข่ายความร่วมมือ ด้านงบประมาณ ด้านระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพ ด้านพัฒนาครูและบุคลากร ด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (CFA) พบว่าค่าดัชนีความฟิตเชิงเปรียบเทียบ (CFI) ทั้ง 6 องค์ประกอบมีค่ามากกว่า 0.70 เรียงลำดับจากค่ามากที่สุดคือ ด้านเครือข่ายความร่วมมือ และด้านงบประมาณ (CFI = 0.991) ด้านสภาพแวดล้อม และด้านพัฒนาครูและบุคลากร (CFI = 0.988) และด้านระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพ (CFI = 0.977) ส่วนค่าดัชนีรากของค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ยกำลังสองสมบูรณ์ (RMSEA) มีค่าน้อยกว่า .05 แสดงให้เห็นว่าโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ สภาพการบริหาร: ด้านที่มีการปฏิบัติมากที่สุด คือ ด้านการปรับอาคารสถานที่ให้มีความเหมาะสม รองลงมาคือ ด้านระบบบริหารที่มีประสิทธิภาพ ส่วนด้านที่มีการปฏิบัติน้อยที่สุด คือ ด้านการจัดสรรงบประมาณ องค์ประกอบของรูปแบบการบริหาร: จากผลการตรวจสอบของผู้เชี่ยวชาญ ประกอบด้วย 8 ส่วน ได้แก่ หลักการและแนวคิด วัตถุประสงค์ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต ผลลัพธ์ ข้อมูลย้อนกลับ เงื่อนไขความสำเร็จ ผลการประเมินรูปแบบ: จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ความถูกต้อง ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในภาพรวมของรูปแบบการบริหารโรงเรียนต้นแบบการจัดการเรียนรวมของกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพศูนย์การศึกษาพิเศษในยุคดิจิทัล อยู่ในระดับมากที่สุด และผลการประเมินความเป็นประโยชน์ในภาพรวมของรูปแบบ อยู่ในระดับมากที่สุดเช่นเดียวกัน

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

70-29.pdf