Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20231025140202

ชื่อเรื่อง

รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดกำแพงเพชร

ชื่อเรื่องรอง

The Structural Equation Model of Administrative Factors Affecting the Effectiveness of Schools under the Secondary Educational Service Area Office in Kamphaeng Phet

ผู้แต่ง

วราภรณ์ จารุเมธีชน

ปี

2565

หัวเรื่อง

โครงสร้างเชิงเส้น

การบริหาร

ประสิทธิผลของสถานศึกษา

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

รายละเอียด

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา (2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา และ (3) จัดท าข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ ในการพัฒนาปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดกำแพงเพชร การวิจัยนี้ เป็นการวิจัยผสมผสานวิธี มีกลุ่มตัวอย่าง จ านวน 96 โดยการเลือกแบบเจาะจง ในการศึกษาปัจจัยทางการบริหารและประสิทธิผลของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง 640 คน โดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ (Stratified sampling) ในการศึกษาระดับปัจจัยทางการบริหาร ประสิทธิผลของสถานศึกษา และการตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้น และผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 12 คน ในการจัดท าและการประเมินข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบวิเคราะห์เนื้อหา แบบสอบถาม แบบประเมิน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าสถิติไคสแควร์ (χ2) ค่าไคสแควร์สัมพัทธ์ (χ2/df) และค่าดัชนีความสอดคล้อง SRMR, RMSEA, TLI, CFI
ผลการวิจัยพบว่า (1) ปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดกำแพงเพชร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีการปฏิบัติสูงที่สุด คือ ด้านพฤติกรรมการบริหาร รองลงมาคือ ด้านคุณลักษณะผู้น าของผู้บริหาร และด้านบรรยากาศของสถานศึกษา ซึ่งอยู่ในระดับมากทุกด้าน (2) รูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงเส้นของปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา พบว่า ค่าไคสแควร์มีค่าเท่ากับ 229.989 ค่าองศาอิสระเท่ากับ 109 ค่าไคสแควร์สัมพัทธ์มีค่าเท่ากับ 2.110 ค่าดัชนี SRMR มีค่าเท่ากับ 0.043 ค่าดัชนี RMSEA มีค่าเท่ากับ 0.050 ค่าดัชนี TLI มีค่าเท่ากับ 0.946 ค่าดัชนี CFI มีค่าเท่ากับ 0.957 แสดงว่าโมเดลที่ได้มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ ในการพัฒนาปัจจัยทางการบริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ของนโยบาย ข้อเสนอเชิงนโยบาย และข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ 3 ด้าน ได้แก่ คุณลักษณะผู้นำของผู้บริหาร พฤติกรรมการบริหารและบรรยากาศของสถานศึกษา ผลการประเมินข้อเสนอแนะ เชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ พบว่า มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ความสอดคล้อง และความเป็นประโยชน์ ระดับมากขึ้นไปทุกด้าน

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

T67-30 (1).pdf