Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

งานวิจัย/Research report

เลขทะเบียน

20190915223520

ชื่อเรื่อง

ความหลากหลายทางชีวภาพกับการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน: กรณีศึกษาเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยในจังหวัดกาแพงเพชร

ชื่อเรื่องรอง

Biological Diversity and The Development of Sustainable Agriculture Network: A Case Study of Safety Agricultural Products of Producer’s Network in Kamphaeng Phet Province

ผู้แต่ง

กรรณิกา อุสสาสาร

จันทิมา ก้อนจันทร์เทศ

จำเนียนน้อย สิงหะรักษ์

ธวชินี ลาลิน

โอกาม่า จ่าแกะ

อิสสราพร อ่อนบุญ

ปี

2561

หัวเรื่อง

ความหลากหลายทางชีวภาพ

เกษตรกรรม - การพัฒนา

เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน

สินค้าเกษตรปลอดภัย

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

https://tdc.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&browse_type=title&titleid=493598

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพและความหลากหลายทางวัฒนธรรมของภาคเกษตรกรรมในจังหวัดกาแพงเพชร และ (2) เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยโดยใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในจังหวัดกาแพงเพชร โดยกลุ่มตัวอย่างคือ เกษตรกร ผู้นาชุมชน และผู้แทนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ทางานเกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยในจังหวัดกาแพงเพชร โดยการใช้แบบสารวจข้อมูลเกษตร การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการศึกษาดูงาน กลุ่มตัวอย่างที่เป็นเกษตรกรในพื้นที่ศึกษาวิจัยจานวน 320 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 57.50 อายุระหว่าง 38-59 ปี ร้อยละ 65.00 มีระดับการศึกษาในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 82.50 มีสถานภาพสมรส คือ แต่งงานและอยู่ด้วยกัน ร้อยละ 84.70 และกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดนับถือศาสนาพุทธ ครัวเรือนเกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 13,044 บาท/เดือน มีรายจ่ายเฉลี่ย 8,824 บาท/เดือน เกษตรกรมีรายได้จากการทาเกษตรกรรมเฉลี่ย 146,235 บาท/ครัวเรือน โดยมีต้นทุนการผลิตเฉลี่ย 70,876 บาท/ครัวเรือน และครัวเรือนของเกษตรกรมีหนี้สินเฉลี่ย 222,850 บาท/ครัวเรือน ในจานวนกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด แบ่งเป็นเกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย ร้อยละ 77.5 และเป็นเกษตรกรที่ไม่ได้ผลิตสินค้าเกษตรกรปลอดภัย ร้อยละ 22.5 เกษตรกรที่ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมีประสบการณ์ผลิตสินค้าเฉลี่ย 8.68 ปี เกษตรกรร้อยละ 69.1 เป็นสมาชิกเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าปลอดภัย ส่วนร้อยละ 30.9 ไม่ได้เป็นสมาชิกเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย เหตุผลที่เกษตรกรตัดสินใจผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมากที่สุดคือ เพื่อน/คนรู้จักแนะนา คิดเป็นร้อยละ 31.5 รองลงมาคือ ต้องการให้ผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าที่ปลอดภัย, เป็นห่วงสุขภาพตนเอง และได้ราคาดี คิดเป็นร้อยละ 26.6, 25.0 และ 21.9 ตามลาดับ เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 82.8 เคยรับรู้เกี่ยวกับการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย โดยเกษตรกรรับรู้ข้อมูลจากคาบอกเล่าของผู้นาชุมชน/คนในชุมชน มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 51.6 รองลงมาคือ การอบรมของหน่วยงานต่างๆ เช่น ศูนย์การเรียนรู้, เกษตรจังหวัด ร้อยละ 30.9 และสื่อสาธารณะต่างๆ ร้อยละ 17.4 ทัศคติที่มีต่อการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย พบว่า เกษตรกรทั้งเพศหญิงและเพศชายมีทัศนคติต่อการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยไม่แตกต่างกัน ในกลุ่มเกษตรกรที่มีอายุ 0-37 ปี มีทัศนคติเชิงบวกต่อการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมากกว่ากลุ่มเกษตรกรที่มีอายุ 38-59 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนเกษตรกรที่มีระดับการศึกษาสูงจะมีทัศนคติเชิงบวกต่อสินค้าเกษตรปลอดภัยมากกว่าเกษตรกรที่มีระดับการศึกษาต่า ทัศนคติที่มีต่อการทางานอย่างมีส่วนร่วม พบว่า เกษตรทั้งเพศหญิงและเพศชายมีทัศนคติต่อการทางานอย่างมีส่วนร่วมไม่แตกต่างกัน ในกลุ่มเกษตรกรที่มีอายุ 0-37 ปี มีทัศนคติเชิงบวกต่อทางานอย่างมีส่วนร่วมมากกว่ากลุ่มเกษตรกรที่มีอายุ 38-59 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนเกษตรกรที่มีระดับการศึกษาสูงจะมีทัศนคติเชิงบวกต่อการทางานอย่างมากส่วนร่วมมากกว่าเกษตรกรที่มีระดับการศึกษาต่า เพศหญิงมีความรู้เรื่องสินค้าเกษตรปลอดภัยมากกว่าเพศชาย เกษตรกรที่มีอายุ 0-37 ปี มีความรู้เรื่องสินค้าเกษตรปลอดภัยมากกว่าเกษตรกรกลุ่มที่มีอายุ 38-59 ปี และอายุ 60 ปีขึ้นไป และเกษตรกรที่มีระดับการศึกษาสูงมีความเรื่องสินค้าเกษตรปลอดภัยมากกว่าเกษตรกรที่มีระดับการศึกษาต่า จังหวัดกาแพงเพชรมีความหลากหลายทางชีวภาพเพราะตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่เหมาะสม กล่าวคือ มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มแม่น้า ซึ่งมีแม่น้าสายสาคัญไหลผ่าน คือ แม่น้าปิง ทาให้เอื้อต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม คนในชุมชนหมู่บ้านสามารถใช้ประโยชน์จากการทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทรัพยากรดิน น้า และป่าในการผลิตได้อย่างเต็มที่ ที่สาคัญคือ ทาให้ชุมชนหมู่บ้านมีความหลากหลายของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของรายได้ของครัวเรือนและเป็นฐานการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่สาคัญของคนในชุมชน ทั้งนี้ ความหลากหลายทางชีวภาพมีความสัมพันธ์กับความหลากหลายทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนอยู่ในวิถีการดารงชีพ ภูมิปัญญา และขนบธรรมเนียมประเพณีของคนในชุมชน การศึกษาวิจัยครั้งนี้พบว่า การยึดมั่นในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดาริทาให้คนในชุมชนหันมาทาการเกษตรแบบยั่งยืนทดแทนการปลูกพืชเชิงพาณิชย์ อันเป็นผลมาจากการเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทาให้คนในชุมชนเปลี่ยนวิธีคิดและวิถีการผลิตของตนเอง มากไปกว่านั้นคือ คนในชุมชนหมู่บ้านมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและสวัสดิการ โดยมีการร่วมกลุ่มต่างๆ ขึ้นมา ทั้งกลุ่มที่มีลักษณะไม่เป็นทางการที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันเองของคนในชุมชน และกลุ่มที่ได้รับการจัดตั้งจากหน่วยงาน/องค์กรต่างๆ ทาให้คนในชุมชนได้รับการพัฒนาและการดูแลอย่างทั่วถึง และผู้นาชุมชนที่มีความเข้มแข็งก็เป็นเงื่อนไขสาคัญต่อความสาเร็จของการดาเนินงานของกลุ่มเกษตรกร รวมถึงการจัดการทรัพยากรและสวัสดิการภายในชุมชน โดยผู้นาชุมชนจะต้องเป็นผู้ที่มีความเสียสละทางานเพื่อส่วนร่วม มีความใฝ่รู้ และเป็นผู้ที่ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีสาหรับสมาชิกกลุ่มและคนในชุมชนหมู่บ้านด้วย เงื่อนไขที่สาคัญสาหรับแนวทางการสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าปลอดภัย ได้แก่ (1) การเน้นความสาคัญของบริบทของพื้นที่ที่มีความเฉพาะเจาะจง (2) การสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่บนพื้นฐานของความเข้มแข็งจากภายในชุมชน และ (3) การประสานความร่วมมือการทางานเป็นภาคีเครือข่ายแบบ “เบญจภาคี”