Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

งานวิจัย/Research report

เลขทะเบียน

20250109092458

ชื่อเรื่อง

การพัฒนาวัสดุก่อสร้างจากเศษศิลาแลงให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชร

ชื่อเรื่องรอง

The development of construction materials from laterite scrap to meet the industrial product standard that is the identity of Kamphaeng Phet Province

ผู้แต่ง

เอกสิทธิ์ เทียนมาศ

สุรเชษฐ์ ตุ้มมี

ประภัสสรา ห่อทอง

ปี

2565

หัวเรื่อง

วัสดุก่อสร้าง

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

เศษศิลาแลง

อัตลักษณ์

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาเรื่องการพัฒนาวัสดุก่อสร้างจากเศษศิลาแลงให้ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชร โดยเศษศิลาแลงที่ใช้เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากการตัดตกแต่งศิลาแลง มีค่าความถ่วงจำเพาะ เท่ากับ 3.01 มีองค์ประกอบของธาตุเหล็ก (Fe) และซิลิกอน (Si) เป็นหลัก ซึ่งเหมาะสำหรับใช้เป็นวัสดุปอซโซลาน โดยผู้วิจัยได้นำเศษศิลาแลงมาบดและทำการร่อนผ่านตะแกรงเพื่อทำการคัดแยกขนาด แล้วนำไปทำการขึ้นรูปร่วมกับปูนซีเมนต์และมวลรวมละเอียด กำหนดสัดส่วนผสมปูนซีเมนต์ต่อมวลรวมละเอียด เท่ากับ 1 ต่อ 3 จากนั้นใช้เศษศิลาแลงแทนที่มวลรวมละเอียดในสัดส่วนต่าง ๆ ทำการทดสอบสมบัติทางกายภาพ และสมบัติทางกล ได้แก่ ลักษณะทั่วไป ความหนาแน่น ร้อยละการดูดซึมน้ำ และความต้านทานแรงอัด จากนั้นนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างจากเศษศิลาแลงจากผลการทดสอบ พบว่า ปริมาณเศษศิลาแลงที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ตัวอย่างทดสอบมีสีส้มอมน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยปริมาณเศษศิลาแลงในสัดส่วนร้อยละ 50 จะส่งผลให้ตัวอย่างทดสอบมีค่าความหนาแน่น และความต้านทานแรงอัดที่ดีกว่าสัดส่วนผสมอื่น เมื่อนำไปขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างจากเศษศิลาแลง จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ กระเบื้องหินทรายเทียมจากเศษศิลาแลงบล็อกช่องลมจากเศษศิลาแลง และบล็อกปูพื้นทางเท้าจากเศษศิลาแลง พบว่า ผลิตภัณฑ์กระเบื้องหินทรายเทียมจากเศษศิลาแลงเหมาะสมที่สุดเนื่องจากมีความสวยงาม สามารถผลิตและใช้งานได้อย่างสะดวก อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลิตภัณฑ์หินทราย มผช. 194/2546 และจากผลการสำรวจความพึงพอใจของกระเบื้องหินทรายเทียมจากเศษศิลาแลงที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดกำแพงเพชร พบว่า มีค่าความพึงพอใจ เท่ากับ 4.39 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

R68-26.pdf