Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20240930143152

ชื่อเรื่อง

การพัฒนากลยุทธ์การสร้างความตระหนักรู้ด้านการเสียภาษีอากรให้ภาครัฐของประชาชนในท้องที่สำนักงานสรรพากรภาค 7

ชื่อเรื่องรอง

DEVELOPMENT OF STRATEGIES FOR RAISING AWARENESS ON TAX PAYMENT TO THE GOVERNMENT SECTORS OF THE PEOPEL IN REGIONAL REVENUE OFFICE 7

ผู้แต่ง

อรวริศรา ดีสุขแสง

ปี

2564

หัวเรื่อง

การสร้างความตระหนักรู้

ภาษีอากร

การเสียภาษีอากร

สำนักงานสรรพากรภาค 7

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนากลยุทธ์การสร้างความตระหนักรู้ด้านการเสียภาษีอากรให้ภาครัฐของประชาชนในท้องที่ส านักงานสรรพากรภาค 7 การวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาความตระหนักรู้ด้านการเสียภาษีอากรให้ภาครัฐ ของประชาชนในท้องที่สำนักงานสรรพากรภาค 7 2) ศึกษาสภาพ ปัญหาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านการเสียภาษีอากรให้ภาครัฐ ของประชาชนในท้องที่สำนักงานสรรพากรภาค 7 3) พัฒนากลยุทธ์การสร้างความตระหนักรู้ และ 4) ประเมินกลยุทธ์ ผู้ให้ข้อมูลประกอบด้วย ประชาชน ผู้มีงานทำและมีรายได้ ผู้บริหารของส านักงานสรรพากรภาค 7 สรรพากรพื้นที่และผู้ช่วยสรรพากรพื้นที่ หัวหน้าส่วนราชการ ประธานหอการค้า สำนักงานบัญชีภาษีอากร ผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์การสนทนากลุ่ม การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนาผู้เชี่ยวชาญ แบบประเมินกลยุทธ์ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า กลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 1) พัฒนาแผนการสร้างความตระหนักรู้โดยผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย 2) เสริมสร้างระบบและกลไกการประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย 3) สร้างศูนย์บริการประชาชนและผู้ประกอบการ (RD Services Center) 4) ปรับปรุงภาพลักษณ์ การให้บริการสู่ความเป็นเลิศ 5) พัฒนาศักยภาพบุคลากร 6) ส่งเสริมระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการข้อมูลภาษีอากรโดยใช้เทคโนโลยี Data Analytics 7) ส่งเสริมการขับเคลื่อนการสร้างเครือข่าย 8) เสริมสร้างรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ 9) พัฒนากระบวนการควบคุม ติดตาม และประเมินผล ผลการประเมินกลยุทธ์ พบว่า กลยุทธ์ส่วนใหญ่มีความสอดคล้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และการยอมรับได้ในระดับมากถึงมากที่สุด

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

T68-55.pdf