Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

วิทยานิพนธ์/Thesis

เลขทะเบียน

20191004095045

ชื่อเรื่อง

การพัฒนาเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช

ชื่อเรื่องรอง

The development of plant residue degradation machine

ผู้แต่ง

กนกพรรณ แก้วศรี

ปี

2554

หัวเรื่อง

เครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช

ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

เครื่องย่อยเศษวัสดุ - การออกแบบ

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้เครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรหรือผู้ทดลองใช้เครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืชในบ้านสบยม หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงทอง อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก จำนวน 10 ราย ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบประเมิน จำนวน 4 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนาเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน 1.1 การศึกษาคุณลักษณะของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านตัวเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช รองลงมาด้านความสามารถการทำงาน ด้านการประกอบและติดตั้ง และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่วัสดุที่ใช้ในการสร้างเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช 1.2 รูปแบบที่เหมาะสมของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืชโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการประกอบและติดตั้งของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช รองลงมา ด้านวัสดุที่ใช้ในการสร้างของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช ด้านความสามารถในการทำงาน และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่ ด้านตัวเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช และการสร้างเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช ได้สร้างตรงความต้องการของผู้ประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยผู้วิจัยได้สำรวจข้อมูลความต้องการจากเกษตรกรทำให้ทราบความต้องการของเกษตรกรที่ต้องการให้มีเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืชที่มีคุณลักษณะทั้ง 4 ด้าน 2. การศึกษาประสิทธิภาพด้านคุณภาพของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านคู่มือการใช้งานของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช รองลงมาด้านการทำงานของเครื่อง วัสดุที่ใช้ในการสร้าง ความสามารถการทำงานของเครื่อง และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่ การประกอบและติดตั้งของเครื่อง ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง โดยทดลองการย่อยเศษวัสดุจากพืชเปรียบเทียบโดยให้คนสับเศษวัสดุจากพืชและใช้เครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช จำนวน 5 ครั้ง จากตารางที่ 24 พบว่าเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช มีประสิทธิภาพในการทำงาน รวมเป็น 3.13 เท่าของแรงงานคนหรือคิดเป็นร้อยละ 313 ทำให้มีสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น ลดค่าใช้จ่าย และประหยัดเวลา 3. การศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้เครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านคู่มือการใช้งานของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช รองลงมาด้านการทำงานของเครื่องวัสดุที่ใช้ในการสร้างความสามารถการทำงานของเครื่อง และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่ การประกอบและติดตั้งของเครื่องย่อยเศษวัสดุจากพืช

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

01.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 2

02.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 3

03.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 4

04.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 5

05.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 6

06.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 7

07.pdf

ไฟล์เอกสาร ที่ 8

08.pdf