Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

งานวิจัย/Research report

เลขทะเบียน

20190916184228

ชื่อเรื่อง

แนวทางพัฒนาการสื่อสารในองค์กรของมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

ชื่อเรื่องรอง

The development of organizational communication of Kamphaeng Phet Rajabhat university

ผู้แต่ง

ประจักษ์ กึกก้อง

ปี

2552

หัวเรื่อง

การสื่อสารในองค์กร

การสื่อสาร

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

https://tdc.thailis.or.th/tdc/browse.php?option=show&browse_type=title&titleid=436476

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสภาพและปัญหา (2) ความต้องการ (3) เพื่อหาแนวทางพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กรของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาแพงเพชร การวิจัยนี้เป็นการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี ระหว่างระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ผสมผสานกับวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ บุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏกาแพงเพชร จานวน 222 คน โดยทาการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน สาหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลคือ คณะกรรมการเครือข่ายประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยราชภัฏกาแพงเพชร และผู้เชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการประชาสัมพันธ์ จานวน 19 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สาหรับการวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา สังเคราะห์ข้อมูลตามประเด็นสาคัญ โดยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา ผลการวิจัย พบว่า (1) สภาพและวิธีการสื่อสารภายในองค์กร โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง คือด้านวิธีการสื่อสารด้วยลายลักษณ์อักษร อยู่ในระดับมาก รองลงมาคือด้านวิธีการสื่อสารด้วยวาจา อยู่ในระดับปานกลาง และด้านวิธีการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับสื่อเทคโนโลยี อยู่ในระดับปานกลาง (2) สภาพปัญหาการสื่อสารภายในองค์กร โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง คือด้านผู้ส่งสาร มีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง รองลงมาคือด้านเนื้อหาสารมีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง และด้านช่องทางการสื่อสาร มีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง (3) ความต้องการการสื่อสารภายในองค์กร โดยรวมอยู่ในระดับมาก คือด้านภาพรวมขององค์การโดยทั่วไป มีความต้องการการสื่อสารอยู่ในระดับมาก รองลงมาคือด้านข้อมูลป้อนกลับส่วนตัว/รายบุคคล มีความต้องการการสื่อสารอยู่ในระดับมาก และด้านการประสานหล่อหลอมทางองค์การ มีความต้องการการสื่อสารอยู่ในระดับมาก สาหรับแนวทางการพัฒนาการสื่อสารภายในองค์กร คือควรมีการส่งเสริมให้บุคลากรโดยเฉพาะผู้รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์เสริมสร้างทักษะด้านการพูด ทักษะการเขียนเพื่อการจูงใจ รวมทั้งวิธีการเลือกช่องทางการสื่อสารให้เหมาะสมกับโอกาส กาลเทศะ ถูกต้องตามหลักการสื่อสาร ปรับปรุงการแจ้งข่าวสารหรือการประกาศข่าวสารโดยกาหนดช่วงระยะเวลาในการประกาศทั้งก่อนและหลังประกาศ และส่งข่าวสารไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง หากเป็นเหตุการณ์เร่งด่วนควรนาเสนอผู้บริหารระดับสูงกับผู้ที่เกี่ยวข้องที่สุดก่อนเสมอ และการออกคาสั่งราชการควรมีการตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง เหมาะสมก่อนการเผยแพร่ไปยังบุคลากรในมหาวิทยาลัย ปรับปรุงรูปแบบการปิดประกาศข่าวสารให้น่าสนใจและเน้นข่าวสารที่มีความสาคัญก่อนเสมอ รวมทั้งการส่งข่าวสารควรมีความรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ โดยเฉพาะการปรับปรุงคุณภาพเสียงและรูปแบบการจัดรายการให้มีความน่าสนใจและมีคุณภาพเสียงที่ดีและทั่วถึง ส่งเสริมให้บุคลากรรับข้อมูลข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัย หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถามโดยตรงกับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบ และควรเปิดโอกาสให้บุคลากรแสดงความคิดเห็นและซักถามรวมทั้งการมีส่วนร่วมในการประชุมหรือการเผยแพร่ข่าวสารผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ปรับปรุงการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและให้ความสาคัญกับการให้ข้อมูลเรื่องค่าตอบแทน ผลประโยชน์ กิจกรรมต่างๆ ของทางมหาวิทยาลัย รวมทั้งนโยบายการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยแก่บุคลากรของมหาวิทยาลัยอย่างสม่าเสมอ ทั่วถึงและทันเหตุการณ์ โดยใช้ช่องทางการสื่อสารต่างๆ มาประยุกต์ใช้ ระดับผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกระดับควรมีการเปิดเผยข้อมูล โดยการเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ แก่บุคลากรภายในมหาวิทยาลัย รับรู้และเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมให้คาแนะนาการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานอย่างเสมอภาค พัฒนาการให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามสายงานที่รับผิดชอบ พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าในสายงาน และความเคลื่อนไหวทางด้านบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย โดยเผยแพร่ข่าวสารนี้อย่างสม่าเสมอ และทั่วถึง ผู้บริหาร และหัวหน้างานในระดับต่างๆ ตระหนักถึงความสาคัญของการให้กาลังใจ ให้ความไว้วางใจ ให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา สนใจรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมดูแลและให้ข้อมูลข่าวสารคาแนะนาในการปฏิบัติงานแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างสม่าเสมอและเสมอภาค ปรับปรุงรูปแบบการนาเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยเน้นข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการทางาน พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อเพิ่มการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือสื่อสารระหว่างบุคลากรอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยและสร้างเสริมกาลังใจในการรักสถาบัน หน่วยงานของตนเอง และส่งเสริมกิจกรรมที่เสริมสร้างความสามัคคีภายในมหาวิทยาลัย และนอกมหาวิทยาลัย