Kamphaeng Phet Rajabhat University

เขตข้อมูล รายการ
ฐานข้อมูล

บทความ/Article

เลขทะเบียน

20251003152047

ชื่อเรื่อง

ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยแรงจูงใจกับสภาพการดำเนินงานมาตรฐานการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร

ชื่อเรื่องรอง

Relationship between Motivation Factors and Standard operating condition operations of child development centers in khanuworalaksaburi district, Kamphaeng Phet province

ผู้แต่ง

กัทลี ตาคำ

พิษณุ บุญนิยม

ปี

2565

หัวเรื่อง

ปัจจัยแรงจูงใจ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

สถานที่พิมพ์

มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ

รายละเอียด

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพการดำเนินงานของบุคลากรศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 2) ปัจจัยแรงจูงใจที่มีผลต่อการดำเนินงานของบุคลากรศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยแรงจูงใจกับสภาพการดำเนินงานตามมาตรฐานการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพรร ประรากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพรร จำนวน 104 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 83 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation) ผลการวิจัยพบว่า สภาพการดำเนินงานของบุคลากรศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพรร อยู่ในระดับมากทุกด้าน ดังนี้ 1) ด้านบุคลากรและการบริหารจัดการ 2) ด้านอาคาร สถานที่ สิ่งแวดลใอมและความปลอดภัย 3) ด้านวิชาการและกิจกรรมตามหลักสูตร และ 4) ด้านการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนจากชุมชน ปัจจัยแรงจูงใจที่มีผลต่อการดำเนินงานของบุคลากรศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพรร ด้านความก้าวหน้าในอาชีพมีผลต่อแรงจูงใจในการทำงานของครูในระดับมากที่สุด รองลงมาอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านความสำเร็จในการด้านการได้รับการยอมรับนับ ด้านลักษณะของงานที่และด้านความรับผิดรอบ และปัจจัยแรงจูงใจกับสภาพการดำเนินงานมาตรฐานการดำเนินงานของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพรร มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับมาก (r=.731) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ 

ไฟล์เอกสาร ที่ 1

A68-02.pdf