ดอกกุหลาบ

ดอกกุหลาบ

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้ชม 12

[16.3447978, 99.8708770, ดอกกุหลาบ]

          ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว ส่วนใหญ่จะเป่าเป็นรูปสัตว์ในเทพนิยาย, สัตว์ในท่าทางต่าง ๆ และสามารถเป่าเป็นรูปต่าง ๆ ได้ตามสั่ง ซึ่งใช้ตกแต่งประดับเพื่อความสวยงาม และใช้เป็นของชำร่วย ในการพิธีต่างๆ ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ปัจจุบัน ชาวบ้านโนนจั่น หมู่ ๑ ตำบลทุ่งทอง อำเภอทรายทองวัฒนา จังหวัดกำแพงเพชร ได้ประกอบอาชีพหัตถกรรมเป่าแก้วเป็นจำนวนมาก โดยการส่งเสริมของนายณรงค์ แสงอะโน ประธานกลุ่มเป่าแก้ว บ้านโนนจั่น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นจำนวนมาก 
ซึ่งมีขั้นตอนการผลิต ดังนี้ 
           วัสดุที่ใช้ในการผลิตผลงาน
           1. แก้วโบโรซิลิเคต (แก้วทนไฟ) ขนาด ๑ - ๓๕ มิลลิลิต (ขึ้นอยู่กับขนาดของงาน)
           2. ก๊าซออกซิเจน
           3. ก๊าซหุงต้ม
           4. ทรายละเอียด
           5. น้ำทอง ๒๒ K
           6. สีทาแก้ว
 
           แหล่งที่มาของวัสดุ
       
    1. แก้วโบโรซิลิเคต นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ต้องสั่งจากจังหวัดกรุงเทพ
           2. วัสดุอื่นๆ เช่น ก๊าซออกซิเจน , ก๊าซหุงต้ม, ทรายละเอียด, น้ำทอง ๒๒ K , สีทาแก้วหาได้ในท้องถิ่น
 
           เครื่องมือที่ใช้ในการผลิต
           1. แว่นตา (กันแสง)
           2. อุปกรณ์เสริม ตามความเหมาะสม เช่น คีม แท่งคาร์บอน เหล็กแท่ง เป็นต้น
 
           ขั้นตอนกระบวนการผลิต
           1.  ขั้นเตรียมการ
           2.  เตรียมแท่งแก้ว
           3. จุดไฟ และเร่งความแรงของไฟให้ได้ประมาณ ๑,๒๐๐ องศา
           4. ใส่แว่นตาเพื่อป้องกันแสงจากไฟ
 
           ขั้นการผลิต
           
1.  นำแก้วมาเป่าขึ้นรูปด้วยไฟ อุณหภูมิ ๑,๒๐๐ องศาเซลเซียส
           2.  เก็บรายละเอียดด้วยความพิถีพิถัน หากต้องการทำเป็นรูปสัตว์ ให้นำแก้วจี้ไฟ ให้เกิดความร้อนแล้วขึ้นรูปจากหาง ไปยังขา ลำตัว และหัว (แล้วแต่ความถนัดของช่าง)
           3.  เก็บรายละเอียด เช่น เล็บ หนวด ให้ใช้เครืองมือที่มีลักษณะกลมมีขอบวงแเหวน เช่น น๊อต แล้วนำมาแต่งเป็นรูปขนโดนนำไปแตะที่ตัวแก้วแล้วหมุนไปมา เป็นเหมือนขนสัตว์ เป็นต้น
           4.  การตั้งรูปแก้วที่เป็นรูปต่าง ๆ กับพื้นเพื่อการทรงตัวที่มั่นคง ให้นำแก้วที่ทำเสร็จแล้วและยังมีความร้อนคงอยู่แตะกับพื้นผิวเรียบที่เป็นคาร์บอนเบา ขั้นหลังการผลิต นำแก้วที่ผลิตเสร็จแล้วไปเป่าด้วยแก๊สออกซิเจน เพื่อไม่ให้แก้วเปราะและแตกง่าย การตกแต่งลักษณะพิเศษ การเป่าแก้วแรกเริ่มนั้นมีการจัดทำแบบธรรมดาที่เรียกว่า แก้วใส กล่าวคือ เมื่อนำแก้วแท่ง มาเป่าขึ้นเป็นรูปสัตว์หรือรูปทรงตามต้องการแล้วถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการเป่าขึ้นรูป สามารถบรรจุหีบห่อ เพื่อจำหน่ายได้ ในปัจจุบัน ได้มีการเพิ่มเทคนิคในการจัดทำซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สามารถดำเนินการได้ใน ๒ รูปแบบ คือ ๑. การพ่นทราย โดยใช้เครื่องปั้มลมพ่นทรายละเอียด ออกไปบริเวณที่ต้อง เช่น ที่หาง หนวด ขา หรือลำตัว เป็นต้น การพ่นทรายจะทำให้แก้วที่มีลักษณะใส มีสีขาวขุ่นเกาะบริเวณ ที่พ่น เมื่อสังเกตให้ดีจะเห็นเป็นรูปเล็ก ๆ ที่เกิดจากการที่ทราย ถูกอัดแล้วฉีดไปแรง ๆ กระทบกับวัตถุหรือแก้วตรงบริเวณที่ต้องการนั่นเอง ๒.การลงสีเคลือบทอง การลงสีนี้อาจจะผ่านขั้นตอนการพ่นทรายหรือไม่ก็ได้ โดยนำ สีทองมาทาลงในส่วนที่ต้องการ แล้วนำไปอบในเตาอบ ด้วยอุณหภูมิ ๖๕๐ C เป็นระยะเวลา ๓-๔ ชั่วโมง 
           ทั้งนี้เพื่อความสวยงาม คงทน ในการใช้งานในการพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้ เป็นวิธีทำให้ผลิตภัณฑ์มีราคาสูงขึ้น และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก ระยะเวลาการผลิต ขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นงาน เช่น ขนาด S ใช้เวลา ๓๐ – ๖๐ ตัว/วัน ขนาด M ใช้เวลา ๒๐ – ๓๐ ตัว/วัน ขนาด L ใช้เวลา ๑๐ – ๒๐ ตัว/วัน วัตถุประสงค์ของการผลิต ๑ ใช้ตกแต่งประดับเพื่อความสวยงาม และใช้เป็นของชำร่วยในการพิธีต่าง ๆ ๒ เพื่อประกอบเป็นอาชีพเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน ลักษณะพิเศษของงานชิ้นนี้ ผลิตจากการนำแท่งแก้วมาเป่าเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ต้องการ มีความสวยงามมาก ด้วยความใสของแก้วสามารถผลิตได้เป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามโอกาสและเวลา เช่น ๑๒ นักษัต , ถ้วยรางวัล , สัตว์ที่เป็นมงคล, ของชำร่วย เป็นต้น และได้มีการพัฒนาไปสู่การพ่นทราย และเคลือบทองซึ่งเป็นที่นิยม อย่างมาก ในต่างประเทศ (OTOP)
 
แหล่งที่มา : http://www.m-culture.in.th/album/81006
 
         
 

คำสำคัญ : ของใช้,ของประดับตกแต่ง,ของที่ระลึก.

ที่มา : http://www.m-culture.in.th/album/81006

รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์


https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=475&code_db=610007&code_type=08

Google-Scholar : ฐานข้อมูลท้องถิ่น จังหวัดกำแพงเพชร-ตาก

พญานาค

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้วรูป"พญานาค"จะทำให้ร่ำรวยขึ้นโดยเร็วพลัน สมบัติทั้งหลายทั้งปวงจะหลั่งไหลมาให้ท่านแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว หรือไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพราะ พญานาค เจ้าแห่งสมบัติมหาศาลจะทำให้ท่านมีความผาสุก ร่มเย็น ปกป้องคุ้มครองให้ท่านพ้นจากภัยอันตราย สารพัด มีชีวิตที่ราบรื่น สุขทั้งกายสุขทั้งใจเหมือนน้ำเย็นหุ้มห่อท่านไว้ตลอดเวลาเพราะ พญานาคเป็นเจ้าแห่งความร่มเย็นผาสุกจะทำให้ท่านมีเสน่ห์ มีเมตตา มหานิยม มีแต่คนหลงรัก ไปทางไหนทิศใดจะมีแต่คนคอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ พญานาคเป็นเจ้าแห่งเสน่หากามคุณ 

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 10

นกอินทรี

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้วรูป"นกอินทรีย์" หมายถึงความอิสระ เปี่ยมไปด้วยจินตนาการและความสุข หากเป็นนกอินทรีย์ หมายถึงความสูงส่ง มีอำนาจบารมี ความยิ่งใหญ่ มองการณ์ไกล ถ้าเป็นนกกระเรียน จะช่วยเสริมหน้าที่การงานให้ราบรื่นและอายุยืนมีร่างกายแข็งแรง

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 12

ช้าง

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้วรูปช้าง"ช้าง"เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและเกี่ยวข้องกับคนไทยในแต่ละยุคแต่ละสมัยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะในด้านการดำรงชิวิตที่ใช้ช้างเป็นแรงงานในการเกษตรกรรม ใช้เป็นพาหนะ หรือแม้ใช้ช้างในยามออกศึกสงคราม และที่สำคัญมากในสังคมไทยคือ ช้างเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและบารมี

เผยแพร่เมื่อ 25-02-2017 ผู้เช้าชม 16

ช้างก้านกล้วย

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"ช้าง"เป็นสัตว์ที่มีอำนาจ พละกำลัง และฉลาด ถือสัตว์มงคลที่ช่วยนำความสำเร็จมาให้

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 11

ไก่ชน

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"ไก่"เป็นสัตว์มงคล ที่สามารถนำมาใช้เพื่อสลายพลังปราณชี่พิฆาต ในลักษณะของหนอนพิฆาต เช่นบ้านที่สามารถมองเห็นเสาอากาศ ที่มีสายไฟระโยงระยาง เสาไฟฟ้าแรงสูง หรือเสาทีวีที่มีรูปทรงคล้ายหนอนหรือตะขาบ โดยมองจากทางหน้าต่างหรือประตูบ้าน ซึ่งลักษณะของหนอนพิฆาตนี้จะส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านมีเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ พลังปราณชี่หนอนพิฆาตเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยการตั้งรูปปั้นไก่ให้หันหน้าไปยังปราณชี่พิฆาตนั้นๆ แต่เนื่องจากว่าไก่เป็นนักษัตรที่ไม่ถูกกับคนปีเถาะ ดังนั้นบ้านที่มีคนปีเถาะอยู่ควรหลีกเลี่ยงการใช้

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 10

ม้าสีหมอง

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้วรูป"ม้า"มีธาตุไฟเป็นธาตุธรรมชาติ ม้าเป็นสัตว์ในลำดับที่ 7 ของนักษัตรจีน มีความเชื่อว่าม้าเป็นสัตว์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังและเป็นสัญลักษณ์ของขุนนาง, ชนชั้นสูง, ความรวดเร็วว่องไว ส่งผลให้ธุรกิจการค้าการงานประสบความสำเร็จเร็ว เหมือนฉายา "ม้าเร็ว"การตั้งรูปภาพหรือรูปปั้น ต้องให้หัวม้าหันหน้าเข้าสู่สำนักงานหรือร้านค้าโดยยึดประตูเข้าออกเป็นหลัก ลักษณะของม้าที่เป็นมงคล คือ ลักษณะที่กำลังวิ่งหรือกระโจนทะยาน ส่วนม้า 8 ตัวหมายถึงความคล่องแคล่ว ว่องไว

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 10

ห่านมงคล

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"ห่าน"ที่ร่อนบินในอากาศ เป็นเคล็ดมงคล หมายถึงความรักความสัมพันธ์ของคู่ชีวิต คู่รักที่ไม่มีวันพรากจากกัน เพราะห่านฟ้าเป็นสัตว์ที่อยู่เป็นคู่ ไม่ไปไหนมาไหนเพียงลำพัง และแม้ว่าคู่ของมันจะตายลงไป มันก็จะไม่มีคู่ใหม่ ควรติดภาพห่านฟ้าในทิศตะวันตกเฉียงใต้

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 18

โลมา

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้ว"โลมา"เป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความโชคดี ความสำเร็จและความอุดมสมบูรณ์ การช่วยเหลือ ความปลอดภับ อ่อนโยน นำมาใช้ในหลายศาสตร์ เช่น การตกแต่งบ้าน 

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 18

ช้างชบาแก้ว

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้วรูป "ชบาแก้ว"ช้างสาวผู้ร่าเริง น่ารัก และมีจิตใจอันดีงาม ชบาแก้วเป็นช้างที่เกิดในหมู่บ้าน เธอจึง คุ้นเคยกับการอยู่กับมนุษย์ และมีความรู้สึกที่ดีต่อพวกเขา เธอคอยช่วยงานมนุษย์เสมอ หน้าที่หลักของเธอคือการดูแลเด็กๆ ในหมู่บ้าน และเข้าไปเก็บผลหมาก รากไม้ในป่า ชบาแก้วเป็นช้างที่มี น้ำใจ เมื่อเห็นใครเดือดร้อน ก็จะเข้าไปช่วยเสมอ 

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 12

กวาง

ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการเป่าแก้วรูป"กวาง"เป็นสัตว์มงคลอีกประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาใช้ในทางฮวงจุ้ย เชื่อว่ากวางจะช่วยให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา และเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งมีศรีสุข หากบ้านไหนเกิดมีเรื่องคดีความ หรือคนอาศัยภายในบ้านมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็สามารถใช้รูปปั้นกวางเพื่อช่วยทุเลาปัญหาลงได้ การจัดตั้งรูปปั้นกวางไม่ควรหันหน้าออกไปทางหน้าบ้าน ควรจะหันหน้าเข้าในบ้าน เพราะกวางจะได้ช่วยนำสิ่งมงคลเข้าสู่บ้าน ทั้งนี้สามารถที่จะตั้งรูปปั้นกวางไว้ที่ตำแหน่งเดียวกันกับ ฮก ลก ซิ่วได้

เผยแพร่เมื่อ 26-02-2017 ผู้เช้าชม 13