![]()
ทำไมกำแพงเพชร ถึงมีบั้งไฟทะยานเต็มท้องฟ้าทุกปี?
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้ชม 52
[16.4198237, 99.3354382, ทำไมกำแพงเพชร ถึงมีบั้งไฟทะยานเต็มท้องฟ้าทุกปี?]
ทำไม กำแพงเพชรถึงมีบั้งไฟ ทะยานเต็มท้องฟ้าทุกปี?
จากตำนานพญาแถนสู่การอพยพครั้งใหญ่ อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้ประเพณีลุ่มน้ำโขงมาหยั่งรากลึก ณลุ่มน้ำปิงได้อย่างน่าอัศจรรย์บั้งไฟสยายปีก: เมื่อศรัทธาและวิทยาศาสตร์บรรจบกันที่ชากังราวหากเรามองผ่านเลนส์ ประวัติศาสตร์ศึกษา และ มานุษยวิทยาการที่จังหวัดกำแพงเพชรซึ่งมีรากเหง้าโบราณคดีแบบสุโขทัยและล้านนากลายมาเป็นฐานที่มั่นสำคัญของงานบุญบั้งไฟนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากปรากฏการณ์"การอพยพย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่" ในช่วงทศวรรษที่ 2500 เป็นต้นมา โดยชาวอีสานจากหลายจังหวัด เช่นยโสธร ร้อยเอ็ด และขอนแก่น ได้ตัดสินใจละทิ้งถิ่นฐานเดิมที่ประสบภัยแล้งอย่างหนักมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือตอนล่างเพื่อบุกเบิกพื้นที่ทำกินใหม่ โดยเฉพาะในเขตอำเภอปางศิลาทอง คลองลานและทรายทองวัฒนา ของจังหวัดกำแพงเพชรซึ่งในขณะนั้นยังเป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์และเหมาะแก่การทำไร่อ้อยและมันสำปะหลังรากเหง้าแห่งความเชื่อและเหตุผลทางโบราณคดีในทางโบราณคดีศึกษา และความเชื่อเรื่องจักรวาลวิทยา บุญบั้งไฟคือการเชื่อมต่อระหว่าง "โลกมนุษย์" กับ "สวรรค์" โดยมี พญาแถน เป็นผู้ถือครองกุญแจแห่งฟ้าฝนแม้ตัวคนจะย้ายที่อยู่แต่จิตวิญญาณและความกลัวต่อภัยแล้งยังคงติดตัวมาด้วย ชาวอีสานที่อพยพมาจึงนำ"ฮีตสิบสอง" (ประเพณี 12 เดือน) มาปฏิบัติอย่างเคร่งครัดโดยเฉพาะบุญเดือนหกเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการเริ่มฤดูกาลเพาะปลูกในผืนดินใหม่ครั้งแรกที่ใด?: จุดเริ่มต้นบ้างก็ว่าที่บ้านปากคลองลาน ต้องจุดให้ครบ 3ปีต่อเนื่องเพื่อให้ได้ฟ้าฝนตกต้องตามฤดูกาล บ้างก็ว่าที่ปางศิลาทอง ส่วนบ้านปากคลองลานระยะหลังมาไม่ได้จัดอีก ตำนานบั้งไฟแห่งบ้านปากคลองลานจึงเลือนหายไปแต่ที่ชัดเจนที่สุดอยู่ในพื้นที่ ตำบลหินดาต อำเภอปางศิลาทอง (เช่นที่บ้านเขาน้ำอุ่น) และเทศบาลตำบลนิคมทุ่งโพธิ์ทะเล ซึ่งเป็นชุมชนอพยพยุคแรกๆ ที่รวมกลุ่มกันจัดงานเพื่อแก้บนพญาแถนตามความเชื่อโบราณว่าหากไม่จุดบั้งไฟ ฝนจะไม่ตกตามฤดูกาลความลับของควัน: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังเปลวไฟแต่สิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ เมื่อเรามองผ่านมุม วิทยาศาสตร์กายภาพการยิงบั้งไฟไม่ได้เป็นเพียงแค่การส่งสัญญาณหาพญาแถนตามความเชื่อเท่านั้นแต่ควันไฟปริมาณมหาศาลจากการเผาไหม้ของดินประสิวและเชื้อเพลิงในบั้งไฟที่พุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ
ทำหน้าที่เป็น "แกนควบแน่น" เมื่อควันเหล่านี้ลอยขึ้นไปกระทบกับความชื้นในอากาศช่วงต้นฤดูฝนจะช่วยเร่งให้ละอองน้ำรวมตัวกันเป็นหยดน้ำได้เร็วขึ้นจนกลายเป็นฝนตกลงมาจริงๆอีกทั้งแรงสั่นสะเทือนและความร้อนยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียของอากาศแนวดิ่งส่งผลให้ก้อนเมฆก่อตัวขึ้นเป็นเมฆฝนได้ดีขึ้เป็นการใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้านมาเขย่าชั้นบรรยากาศเรียกฝนอย่างชาญฉลาดเจาะพิกัดงานบุญบั้งไฟกำแพงเพชรปัจจุบันประเพณีนี้กระจายไปทั่วจังหวัด โดยแต่ละพื้นที่มีความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์และชุมชนที่แตกต่างกันเช่น:
บ้านเขาน้ำอุ่น (อ.ปางศิลาทอง): ถือเป็นต้นตำรับที่มีชาวอีสานอาศัยอยู่หนาแน่นขบวนแห่เน้นวิถีชาวบ้านที่เข้มข้นและคงเอกลักษณ์เดิมไว้มากที่สุด
นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล (อ.เมือง): โดดเด่นด้วยการจุดบั้งไฟล้านเป็นศูนย์กลางการรวมตัวของช่างบั้งไฟฝีมือดีที่สืบทอดวิศวกรรมภูมิปัญญามาหลายชั่วอายุคน
บ้านสุขสำราญ (ต.คลองลาน): ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองน้ำไหลงานที่นี่มักโดดเด่นด้วยการตกแต่งบั้งไฟเอ้ที่วิจิตรบรรจง สะท้อนความปราณีตของศิลปะพื้นบ้าน
บ้านหนองกอง (อ.เมือง) และ บ้านโกรกน้ำซึม (อ.คลองขลุง):พื้นที่สำคัญที่ผสานการรำเซิ้งเข้ากับความเชื่อเรื่องพญาคันคากท่ามกลางวิถีเกษตรกรรมอย่างเหนียวแน่นตารางงานที่กำลังจะมาถึง (ห้ามพลาด!)
สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศที่ผสานทั้งศรัทธาและวิทยาศาสตร์ ในปี 2569 นี้เตรียมตัวให้พร้อมกับ 3 พิกัดสุดท้าย:16–17 พฤษภาคม 2569: บ้านทุ่งทอง (ต.ทุ่งทอง อ.ทรายทองวัฒนา) — เริ่มวันพรุ่งนี้แล้ว!18–24 พฤษภาคม 2569: นิคมทุ่งโพธิ์ทะเล (อ.เมืองกำแพงเพชร) — จัดงานยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง 7 วันเต็ม19 พฤษภาคม 2569: บ้านโกรกน้ำซึม (ต.วังบัว อ.คลองขลุง) — อีกหนึ่งพิกัดงานบุญที่อบอุ่นด้วยแรงศรัทธา
บทสรุป:
บุญบั้งไฟในกำแพงเพชรวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการส่งสัญญาณหาพญาแถนหรือการสร้างแกนควบแน่นทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่คือสัญลักษณ์ของการหลอมรวมทางวัฒนธรรมที่งดงามเป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่ว่าเราจะมาจากไหน แผ่นดินที่เราลงหลักปักฐานคือ "บ้าน"ที่เราต้องดูแลด้วยความศรัทธาและความรู้... เพราะในบั้งไฟที่พุ่งขึ้นฟ้านั้น ไม่ได้มีแค่ดินปืนแต่อัดแน่นไปด้วยหยาดเหงื่อและความหวังของบรรพชนผู้บุกเบิกที่ส่งต่อจิตวิญญาณมาถึงปัจจุบัน
คำสำคัญ : บุญบั้งไฟกำแพงเพชร ประวัติศาสตร์กำแพงเพชร วิทยาศาสตร์ในประเพณี เที่ยวไทยสายวัฒนธรรม
ที่มา : สำนักข่าวกาขาว
รวบรวมและจัดทำข้อมูล : กาญจนา จันทร์สิงห์
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. (2569). ทำไมกำแพงเพชร ถึงมีบั้งไฟทะยานเต็มท้องฟ้าทุกปี?. สืบค้น 12 ตุลาคม 2569, จาก https://arit.kpru.ac.th/ap2/local/?nu=pages&page_id=2434&code_db=610001&code_type=01
Google search
เมืองคณฑี ตั้งอยู่ในเขตตำบลคณฑี ริมฝั่งแม่น้ำปิงทางด้านตะวันออก เยื้องตรงข้ามกับวัดวังพระธาตุลงมาทางใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร แม้ไม่มีการตรวจพบร่องรอยของคูน้ำและคันดิน แต่เหนือบ้านโคนขึ้นไปมีร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโดยรอบ มีผุ้พบซากเจดีย์ร้าง และเศษโบราณวัตถุเป็นจำนวนมากในป่าก่อนจะถูกปรับไถให้โล่งเตียน โดยเฉพาะบริเวณวัดกาทิ้งได้ปรากฏร่องรอยบริเวณที่มีคูน้ำโอบล้อม มีซากโบราณสถานและเศษโบราณวัตถุ โคกเนินต่าง ๆ แม้จะถูกชาวบ้านปรับไถที่ดินทำไร่ทำนา จนหมดสิ้น
เผยแพร่เมื่อ 11-03-2020 ผู้เช้าชม 3,457
ในยุคแรกของบ้านโคนนั้น มีเรื่องราวที่กล่าวถึงชุมชนบ้านโคนในหลักศิลาจารึกสุโขทัยและในตำนาน “ ชินกาลมาลีปกรณ์ “ มีข้อความระบุว่าบ้านโคน ยังมีชายหนุ่มรูปงามมีกำลังมาก ท่องเที่ยวอยู่ในป่า มีนางเทพธิดาองค์หนึ่งเห็นชายคนนั้นแล้วใคร่อยากร่วมสังวาสด้วย จึงแสดงมารยาหญิง ชายคนนั้นก็ร่วมสังวาสกับเทพธิดาองค์นั้น จึงเกิดบุตรชาย และบุตรชายคนนั้นก็มีกำลังมาก รูปงาม เพราะฉะนั้นชาวบ้านทั้งปวงจึงพร้อมใจกันทำราชาภิเษกบุตรชายนั้น…. ครองราชสมบัติในเมืองสุโขทัย ปรากฏพระนามในครั้งนั้นว่า “ โรจราจ “ บ้านโคนเป็นชุมชนที่เก่าแก่มากในทางประวัติศาสตร์เกิดมานานกว่า 700 ปีมาแล้ว สภาพทางภูมิศาสตร์มีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำปิงไหลผ่านเหมาะต่อการทำมาหากิน ชุมชนบ้านโคนเดิมตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันออก
เผยแพร่เมื่อ 03-04-2019 ผู้เช้าชม 3,884
เรื่องราวของนครรัฐกำแพงเพชรในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 ปรากฏผ่านหลักฐานประเภทตำนานเป็นหลัก โดยเฉพาะตำนานที่ผูกโยงกับพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์หนึ่งซึ่งมีชื่อว่า "พระพุทธสิหิงค์" ตำนานที่บันทึกเรื่องนี้ไว้มีอยู่หลายฉบับ ฉบับที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดคือ ตำนานพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าแต่งขึ้นในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 20 นอกจากนี้ยังมีพงศาวดารสำคัญอีกสองฉบับที่บันทึกเรื่องราวใกล้เคียงกัน คือ ชินกาลมาลีปกรณ์ และ รัตนพิมพวงษ์ ซึ่งทั้งสองฉบับสันนิษฐานว่าแต่งขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 21 แม้จะเขียนขึ้นในเวลาต่างกัน แต่เนื้อหาของทั้งสามฉบับก็มีความใกล้เคียงกันมาก
เผยแพร่เมื่อ 08-09-2026 ผู้เช้าชม 42
บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงในเขตท้องที่ของจังหวัดกำแพงเพชร ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงถึงความเป็นอยู่ของชุมชน เคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมืองด้วยกัน คือ เมืองแปป เมือง กำแพงเพชร เมืองชากังราว เมืองนครชุม เมืองคณฑี เมืองไตรตรึงษ์ เมืองเทพนคร ฯลฯ ซึ่งชื่อเมืองเหล่านี้พบตามจารึก ในเอกสารต่าง ๆ โดยแต่ละเมืองมี ความสำคัญแตกต่างกันไปตามยุคสมัย เหมือนอย่างเมืองไตรตรึงษ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมโบราณระหว่างบ้านเมืองในแถบภาคกลางอย่างละโว้ อโยธยา และเมืองในเขตล้านนาอย่างหริภุญไชย เป็นเมืองสำคัญชั้น ลุงของกษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัยซึ่งเคยเข้ามาเป็นเจ้าครองเมือง และเป็นเมืองที่มีตำนานปรัมปราเรื่อง “ท้าวแสนปม” อันโด่งดัง
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 2,864
พระแสงราชศัสตราแห่งเมืองกำแพงเพชร เป็นพระแสงประจำเมืองเล่มเดียวในประเทศที่เป็นของเก่าที่แท้จริง เนื่องด้วยเป็นพระแสงที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 ให้เป็นบำเหน็จความดีความชอบในการศึกปัตตานี ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์แก่พระยากำแพงเพชร (นุช ) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชรคนที่ 2 ต่อจากบิดา ส่วนพระแสงประจำเมืองของจังหวัดอื่น ๆ ล้วนสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 5,064
เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎุเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จตรวจตราโบราณสถานในเขตเมืองและนอกเมืองของเมืองกำแพงเพชรจนเป็นที่พอพระราชหฤทัยแล้วได้เสด็จต่อไปเพื่อสำรวจร่องรอยตามเส้นทางถนนพระร่วง วันที่ 18 มกราคม 2450 เสด็จออกจากเมืองกำแพงเพชรทางประตูสะพานโคม แล้วเสด็จไปตามแนวถนนพระร่วง ผ่านเมืองพลับพลา เขานางทอง ประทับพักแรมที่เมืองบางพาน จากเมืองกำแพงเพชร สุโขทัย ศรีสัชนาลัย มีเส้นทางที่ใช้เชื่อมต่อกันเรื่อยมาตั้งแต่ครั้งโบราณ แต่เดิมอาจเป็นเส้นทางธรรมดา ภายหลังมีการยกคันดินขึ้นเป็นถนนแล้วเรียกชื่อว่า “ถนนพระร่วง”
เผยแพร่เมื่อ 25-02-2020 ผู้เช้าชม 3,897
เมืองไตรตรึงษ์ในสมัยสุโขทัยคงจะมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอันมากโดยได้ตกเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสุโขทัย เป็นเมืองขึ้นของเมืองลูกหลวงกำแพงเพชร เพราะในช่วงนั้นสุโขทัยได้ขยายอาณาจักรลงมาทางตอนใต้ยึดได้เมืองไตรตรึงษ์ เลยลงไปถึงเมืองนครพระราม (ชัยนาท) โดยส่งลุงของกษัตริย์สุโขทัยมาเป็นเจ้าเมือง หลักฐานที่ว่าเมืองไตรตรึงษ์เป็นเมืองสำคัญชั้นลุงของกษัตริย์กรุงสุโขทัยคือข้อความที่พบในศิลาจารึกสุโขทัย (กฎหมายลักษณะโจร)
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 1,555
พงศาวดารโยนกได้กล่าวว่า เมื่อพระเจ้าพรหมกุมารแห่งเมืองโยนกนาคพันธุ์ได้ทรงขับไล่พวกขอมออกจากแคว้นโยนกได้แล้วก็ยกกองทัพไล่ติดตามตีพวกขอมไปอีกนับเดือนและตีบ้านเมืองในแคว้นลวะรัฐได้อีกหลายตำบล โดยยกพลไปถึงท้องที่ใดก็เข้าตีถึงเมืองนั้น ร้อนถึงองค์อัมรินทร์ทรงเห็นว่าเจ้าพรหมกุมารได้ไล่ฆ่าขอมและผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก จำต้องช่วยป้องกันชีวิตมนุษย์เอาไว้ให้พ้นจากการถูกฆ่าฟันจึงตรัสให้พระวิษณุกรรมเทวบุตร ลงไปเนรมิตกำแพงเมืองเป็นศิลาขวางกั้นเส้นทางที่เจ้าพรหมกุมารจะเดินทัพต่อไป ด้วยพลังแห่งเทวนุภาพนั้นทำให้เจ้าพรหมไม่สามารถเดินทัพต่อไปได้ จึงหยุดยั้งตั้งทัพอยู่เพียงเมืองนั้นเอง และให้ชื่อเมืองนั้นว่า กำแพงเพชร
เผยแพร่เมื่อ 02-03-2020 ผู้เช้าชม 2,984
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินเมืองกำแพงเพชร เป็นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2521 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรได้เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้านของอำเภอต่างๆ 117 รุ่น ณ อำเภอเมืองกำแพงเพชร และทรงเยี่ยมราษฏรที่มาเข้าเฝ้ารับเสด็จฯ อยู่ในบริเวณนั้น ในครั้งนั้นได้มีราษฏรกิโล 2 บ้านกิโล 3 บ้านกิโล 6 และชาวบ้านใกล้เคียงในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชรได้กราบบังคมทูลของพระราชทานให้ทรงช่วยเหลือจัดหาน้ำให้ราษฏรเพื่อใช้ในการเพาะปลูก และอุปโภคและบริโภคได้ตลอดทั้งปี เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบถึงทุกข์ของชาวบ้านกำแพงเพชร จึงได้ทรงให้กรมชลประทานดำเนิน “โครงการพระราชดำริคลองท่อทองแดง”
เผยแพร่เมื่อ 18-02-2020 ผู้เช้าชม 2,726
ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ชื่อ พระเจ้าตากสินมหาราช ผูกพันแน่นแฟ้นกับสามเมืองสำคัญ คือ เมืองตาก จันทบุรี และธนบุรีแต่ยังมีอีกเมืองหนึ่งที่ชาวบ้านภาคภูมิใจว่าเคยเป็น เมืองที่สอง ในชีวิตราชการของพระองค์ นั่นคือ กำแพงเพชรทว่าเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างมหาราชพระองค์นี้กับกำแพงเพชรนั้น ซับซ้อนและมีสีสันทางประวัติศาสตร์มากกว่าที่หลายคนเข้าใจ
เผยแพร่เมื่อ 15-07-2026 ผู้เช้าชม 57
